บทที่ 7 Episode 7

เป็นคำตอบที่ทำเอาน้ำอิงหุบยิ้มไม่ได้เลย ผู้ชายอะไรก็เสียงในลำคอก็ทำเอาเธอใจสั่นอย่างบอกไม่ถูก เธอยืนยิ้มอยู่อย่างงั้นอยู่นาน โดยไม่ได้สังเกตว่าชายหนุ่มร่างสูงใหญ่ก็สังเกตถึงอาการของเธอเหมือนกัน แต่เขาก็ไม่ได้แสดงอาการใดออกมานอกจากทำหน้านิ่งๆและมองออกไปที่นอกตัวรถเมล์

วันนี้รถติดกว่าทุกวันแถมยังร้อนอบอ้าวอีก แสงแดดที่ส่องมาทำให้เหงื่อที่ผุดขึ้นตามใบหน้าหวาน ในตอนนี้มันกลับเปล่งประกายจนสายตาชายหนุ่มไม่อาจละสายตาจากใบหน้าหวานนั่นได้เลย ไม่รู้ว่าเป็นเพราะอะไรเหมือนกัน ที่ทำให้เขาเอามือล้วงลงไปที่กระเป๋ากางเกงแล้วเอาผ้าเช็ดหน้าออกมายื่นให้กับเธอ

มือใหญ่ที่เต็มไปด้วยเส้นเลือดยื่นผ้าเช็ดหน้ามาให้เธอตรงหน้า โดยไม่ได้มีคำพูดอะไรออกมา น้ำอิงเบิกตากว้างด้วยความตกใจกับการกระทำของลุงที่ยืนอยู่ด้านหลัง ใจหนึ่งก็ดีใจจนอยากจะแสดงออกให้มากกว่านี้ แต่ก็นั่นแหละ พอเป็นคนที่เราสนใจตัวเรามักจะแข็งทื่อ ทำอะไรไม่ถูก จึงได้แต่เอียงหน้าขึ้นมองคนข้างหลัง

"อะไรเหรอคะ คุณลุง" ถึงแม้ว่าน้ำอิงจะรู้ว่ามันหมายถึงอะไร แต่เธออยากได้ยินเสียงของเขา เธอจึงแกล้งถามออกไปแบบใสซื่อ

สิงห์แทบจะหลุดหัวเราะกับคำที่เธอใช้เรียกเขา ก็ไม่แปลกนักศึกษามหาลัยที่เหมือนกับเป็นเด็กใหม่ เพราะดูจากการแต่งตัวแล้วคงใช่แน่นอน คาดว่าน่าจะห่างกันราวเกือบยี่สิบปีเห็นจะได้ และแน่นอนว่าเขาไม่พูดอะไร เขาเอาแต่จ้องมองใบหน้าเธอไม่หยุด

"ถ้าคุณลุงไม่พูด หนูจะรู้ได้ยังไงล่ะคะ" น้ำอิงยังไม่ยอมแพ้ เธอหันหน้าไปถามเขาตรงแบบตาใสแป๋ว

ผิดคาดสิงห์ไม่พูดอะไรออกไป เอากำลังจะเก็บผ้าเช็ดหน้าลงที่กระเป๋ากางเกง แต่กลับถูกมือเล็กยื้อเอาไว้พร้อมกับรีบดึงผ้าเช็ดหน้าออกมาจากมือใหญ่ทันที

"..."

"ขี้น้อยใจเหมือนกันนะคะ" น้ำอิงพูดพร้อมกับเอาผ้าเช็ดหน้าเช็ดตามใบหน้าและลำคอขาว ทุกอย่างล้วนอยู่ในสายตาของสิงห์ ที่ยังไม่มีวี่แววว่าจะพูดตอบโต้อะไรกับน้ำอิง

"ป้ายหน้ามหาลัยXXครับ" เสียงของพนักงานเก็บค่าโดยสารตะโกนออกมาเพื่อบอกเหล่านักศึกษาบนรถให้เตรียมตัว

"คุณลุงทำงานที่ไหนเหรอคะ"

"คือ...หนูจะได้ซักผ้าเช็ดหน้ามาคืนคุณลุงค่ะ" สิงห์ยังคงยืนนิ่งเงียบ ไม่ได้ตอบโต้อะไรออกไปและตอนที่เธอหันมามองแบบจ้องหน้าเขาอีกครั้ง นั่นทำให้เขาถึงกับเลิกคิ้วกับคนตรงหน้า 'เด็กคนนี้ไม่กลัวเขาหรือไงกัน' และเธอก็ได้คำตอบออกมาในที่สุด

"เอาทิ้งไปได้เลย"

"ก็พูดได้นี่ค่ะ ถ้างั้นพรุ่งนี้เจอกันเวลาเดิม บนรถเมล์ก็แล้วกันนะคะ อ๋อ! เว ลา เดิม นะ คะ" น้ำอิงพูดย้ำเพื่อให้เขาได้ยินอย่างชัดเจน

"เจอกันพรุ่งนี้เช้านะคะคุณลุง" น้ำอิงพูดก่อนที่จะเดินไปที่ประตูรถเมล์เพื่อรอให้รถเมล์จอดให้สนิทเมื่อถึงป้ายของมหาลัย

สิงห์รู้...เขารับรู้ได้ถึงความรู้สึกที่น้ำอิงมีให้กับเขา แต่ทว่าเขายังไม่พร้อมที่จะเริ่มกับใครใหม่แล้วอีกอยางเธอเด็กเกินไป จังหวะที่รถเมล์จอดอยู่ที่หน้ามหาลัยนั้น สายตาของสิงห์แปรเปลี่ยนเป็นเศร้าหมองทันที ภาพหน้ามหาลัยที่มีเขากับดอกแก้วยืนใกล้ชิดกันและหยอกล้อกันระหว่างที่เขารอขึ้นรถเมล์กับดอกแก้ว

ดอกแก้วชอบขึ้นรถเมล์มากกว่าจะนั่งรถยนต์ส่วนตัวของสิงห์ เธอบอกว่าแบบนี้เรียกว่าสีสันของชีวิต เธออยากจะทำแบบนี้ต่อไปเรื่อยๆถ้าสิงห์ไม่ว่าอะไร และแน่นอนเขาตามใจดอกแก้วทุกอย่าง ขอแค่บอกเขาเท่านั้นเอง

ทันทีที่ลงจากรถเมล์น้ำอิงหันหลังกลับแล้วรีบมองไปที่บนรถเมล์ทันที ถึงแม้เขาจะไม่ได้มองลงมาที่เธอก็ตาม

"พรุ่งนี้เจอกันนะคะ" น้ำอิงพูดลอยๆขึ้นมาแล้วหันหลังกลับก่อนจะเดินเข้ามหาลัย

"ไปหาที่นอนก่อนดีกว่า" เท้าเล็กก้าวเดินเร็วไปที่หอสมุดทันที

"ลงป้ายหน้า" สิงห์หันไปบอกมือขวาก่อนที่จะเดินตามมือขวาไปที่ประตูรถเมล์

"ไปบ้าน" ทันที่ที่ขึ้นมาบนรถยนต์ส่วนตัว สิงห์ก็บอกคนขับรถที่พ่วงตำแหน่งมือซ้ายอย่างชนินทร์

"ครับนาย"

คฤหาสน์ตระกูลเสนีต์

คฤหาสน์หรูหลังงามที่โอบล้อมด้วยสวนกว้างที่ถูกตกแต่งอย่างประณีตด้วยสถาปัตยกรรมสไตล์คลาสสิคโดดเด่นไม่เคยล้าสมัย ทางเดินปูด้วยหินอ่อนขัดมันวาววับนำไปสู่บันไดหินแกรนิตสีเทาเข้มมันวาว ขายาวก้าวเข้ามาภายในห้องโถงใหญ่ก่อนจะเดินเลยผ่านไปยังห้องรับแขกที่มีพ่อและแม่กำลังนั่งดูโทรทัศน์รายการข่าวช่วงเช้า

"มาให้แม่กอด ให้หายคิดถึงที"

"ครับ" สิงห์เดินไปนั่งข้างๆโซแอลคนเป็นแม่ก่อนจะโอบกอดแล้วหอมแก้มคนเป็นแม่ทั้งสองข้างแก้มเพราะสิงห์รู้ดีว่าแม่ของเขาชอบให้ตนเองหอมแก้ม ก่อนจะเปลี่ยนไปนั่งตรงกลางระหว่างเจ้าป่าคนเป็นพ่อ กับโซแอลคนเป็นแม่

"พ่อมีเรื่องอะไรเหรอครับ ถึงเรียกผมมาบ้าน" สิงห์ถามขึ้นทันที เพราะถ้าไม่ใช่เรื่องจำเป็นพ่อเขาคงไม่ตามให้กลับมาบ้านอย่างแน่นอน

"โซแอล..คุณพูดดีกว่า" เจ้าป่าเขารู้ว่าถ้าเขาพูดมันอาจจะดูไม่นุ่มนวลเสียเท่าไหร่นัก เขาจึงมองไปที่โซแอลแล้วให้โซแอลเป็นคนพูดน่าจะดีกว่า

"เอาล่ะ! แม่ขอพูดตรงๆก็แล้วกันนะ" โซแอลพูดขึ้นพร้อมกับเอื้อมมือของตนเองไปกุมมือของลูกชาย และเขาในฐานะพี่ชายคนโต เขาจะต้องเป็นคนสืบทอดทุกอย่าง รอวันที่ไลออนโตพอจะได้มาช่วยกัน ให้พี่น้องเขาได้แบ่งหน้าที่กันเอง

"แม่..." โซแอล

"พูดมาเถอะครับ ผมทำใจได้แล้วถ้าไม่อย่างนั้นผมคงไม่กลับมาที่ประเทศไทย" สิงห์พูดด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบบอกถึงว่าเขาทำใจได้แล้วจริงๆกับเรื่องราวที่ผ่านมา

สิงห์มองหน้าคนเป็นแม่ เขาดูรู้ว่าเรื่องที่แม่จะพูดคงไม่พ้นเรื่องแต่งงาน ด้วยอายุของเขามันสมควรแก่เวลาแล้วจริงๆ

บทก่อนหน้า
บทถัดไป