บทที่ 1 โรงพยาบาลที่ไม่ได้อยากมา (1)
โรงพยาบาลที่ไม่ได้อยากมา
“ถ้าไตรมาสนี้ยอดตกลงแม้แต่เปอร์เซ็นต์เดียว พวกเธอเตรียมตัวหาบริษัทใหม่ได้เลย!”
เสียงประกาศกร้าวของผู้จัดการฝ่ายการตลาดผู้เป็นหัวหน้างานยังคงดังก้องอยู่ในหัวของเพลงพิณแม้ว่าตอนนี้เธอจะพาตัวเองมานั่งอยู่บนเก้าอี้พลาสติกสีขาวของโรงพยาบาลเอกชนชื่อดังแล้วก็ตาม
หญิงสาววัยยี่สิบเจ็ดปีในชุดสูทกางเกงสีครีมดูภูมิฐาน แต่เส้นผมที่เคยรวบตึงกลับเริ่มหลุดลุ่ยตามอารมณ์ของเธอ มือเรียวรัวนิ้วลงบนหน้าจอโทรศัพท์มือถือไม่หยุดหย่อน ใบหน้าหวานงอง้ำจนคนนั่งข้าง ๆ ยังต้องขยับออกห่าง
“โถ่คุณลูกค้าขา เพลงส่งใบเสนอราคาที่ปรับปรุงใหม่ไปให้ในอีเมลแล้วนะคะ ลองเช็กดูนิดนึง ใช่ค่ะ ๆ เพลงแถมส่วนลดพิเศษเพิ่มให้ด้วย เรื่องงบประมาณไม่ต้องห่วงเลยค่ะ เพลงคุยกับกรรมการบริหารให้แล้ว”
น้ำเสียงของเพลงพิณเปลี่ยนเป็นอ่อนหวานนุ่มนวลราวกับคนละคนในวินาทีที่กดรับสายลูกค้า คิ้วเรียวสวยขมวดมุ่น ดวงตาคู่คมกวาดอ่านเอกสารในแท็บเล็ตที่วางอยู่บนตัก ขาเรียวสั่นยิก ๆ ด้วยความเคยชินจากความเครียดที่สะสมมานานหลายเดือน
เธอคือเพลงพิณหรือเพลง เจ้าหน้าที่ดูแลลูกค้ามือหนึ่งของบริษัทโฆษณายักษ์ใหญ่ ผู้หญิงที่ใช้เวลาตื่นนอนยี่สิบชั่วโมงไปกับการทำยอดขาย รักษาฐานลูกค้า และแบกรับแรงกดดันของทีมเอาไว้บนบ่า สำหรับเพลงพิณแล้ว เงินและยอดขายคือสิ่งเดียวที่พยุงชีวิตของเธอในเมืองกรุง ความสำเร็จในหน้าที่การงานคือเกราะกำบังความโดดเดี่ยวในใจ
และสิ่งเดียวที่เป็นศัตรูตัวร้ายของเธอก็คือการเสียเวลา
“ทำไมโรงพยาบาลเอกชนค่าบริการแพงลิบลิ่วขนาดนี้ ยังต้องให้รอนานอีกนะ” เพลงพิณพึมพำหลังจากวางสายลูกค้า สายตามองตรงไปยังจอโทรทัศน์ส่วนกลางที่แสดงลำดับคิวตรวจสุขภาพประจำปีของบริษัทเธอ
ถ้าไม่ใช่นโยบายบังคับของบริษัทที่ว่า
‘หากพนักงานคนไหนไม่เข้ารับการตรวจสุขภาพประจำปี จะถูกหักเงินรางวัลปลายปีสิบเปอร์เซ็นต์’ มีหรือที่คนอย่างเพลงพิณจะยอมเสียเวลาลางานครึ่งวันเช้ามานั่งดมกลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อที่นี่ สำหรับเธอ อาการปวดหัวตึบ ๆ ตอนบ่ายแก้ได้ด้วยยาพาราเซตามอล อาการปวดหลังร้าวลงเอวแก้ได้ด้วยแผ่นแปะแก้ปวด และอาการใจสั่นนอนไม่หลับก็แค่ดื่มกาแฟเพิ่มอีกแก้วในตอนเช้าเพื่อกระตุ้นให้ร่างกายทำงานต่อได้
ร่างกายมนุษย์ก็เหมือนเครื่องจักร ขอแค่เติมน้ำมันและใช้งานมันไปเรื่อย ๆ มันก็ไม่มีวันพังหรอกนั่นคือตรรกะสุดเพี้ยนที่เพลงพิณใช้หลอกตัวเองมาตลอดสามปี
“ยัยเพลง! แกเสร็จหรือยัง ยอดผู้ชมคลิปโฆษณาตัวใหม่ของลูกค้าแบรนด์เครื่องสำอางมันนิ่งแปลก ๆ อะ แกช่วยดูหน่อยดิ” เสียงฝีเท้าตึกตักพร้อมกับร่างของใบบัว เพื่อนสนิทและเพื่อนร่วมงานสายลุยวิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาหา ในมือถือแก้วชานมไข่มุกที่พร่องไปครึ่งหนึ่ง
“ตรวจบ้าอะไรล่ะบัว นั่งรอมาครึ่งชั่วโมงแล้วเนี่ย คิวก่อนหน้าปัสสาวะไม่พอบ้างล่ะ ความดันสูงเกินจนต้องนั่งพักบ้างล่ะ ฉันอยากจะบ้าตาย! งานที่สำนักงานกองเท่าภูเขา” เพลงพิณบ่นอุบ ยื่นแท็บเล็ตให้เพื่อนดู
“ไหน ดูซิยอดนิ่งเหรอ อาจจะเป็นเพราะช่วงสายคนกำลังเข้างาน เดี๋ยวเที่ยง ๆ ก็พุ่ง แกสั่งอัดฉีดเงินโฆษณาเพิ่มไปอีกห้าพันซิ”
“เออ ๆ ได้ ๆ แล้วนี่แกตรวจอะไรไปบ้างแล้วเนี่ย” ใบบัวถามพลางมองใบรายการในมือเพื่อน
“เจาะเลือดไปแล้ว ชั่งน้ำหนัก วัดความดันเรียบร้อย เหลือตรวจร่างกายทั่วไปกับพบแพทย์เจ้าของไข้เนี่ยแหละ” เพลงพิณถอนหายใจยาว
“นี่บัวแกดูผลความดันฉันดิ ตัวบนล่อไปร้อยสามสิบห้า พยาบาลทำหน้าเหมือนฉันกำลังจะตายเลย ทั้งที่ฉันก็รู้สึกปกติ”
ใบบัวเหลือบมองตัวเลขแล้วเบ้ปาก
“ปกติบ้านแกดิเพลง ร้อยสามสิบห้านี่คือตึงเปรี๊ยะแล้วนะยะ แกบ้างานเกินไปแล้ว คืนก่อนก็อยู่ทำเอกสารนำเสนอถึงตีสามไม่ใช่หรือไง ถ้าแกหัวใจวายคาโต๊ะทำงานขึ้นมา ฉันไม่แบกแกส่งห้องฉุกเฉินนะ บอกไว้ก่อน”
“เออน่า ฉันยังไหว” เพลงพิณตัดบท แต่ยังไม่ทันขาดคำ เสียงประกาศจากระบบอัตโนมัติก็ดังขึ้นพร้อมกับตัวเลขบนจอที่เปลี่ยนไป
‘เชิญหมายเลขคิว เอศูนย์สี่ห้า ที่ห้องตรวจหมายเลขสี่ค่ะ’
“ว้าย คิวแกแล้วเพลง! ไป ๆ รีบไปตรวจ จะได้รีบกลับไปทำงานกัน” ใบบัวดันหลังเพื่อนสาวให้ลุกขึ้น
เพลงพิณสูดหายใจเข้าลึก รวบรวมแท็บเล็ตและโทรศัพท์มือถือยัดใส่กระเป๋าคู่ใจ ก่อนจะเชิดหน้าปรับบุคลิกให้ดูเป็นสาวมั่นใจตามสไตล์นักบริหารจัดการลูกค้า
แม้ในใจจะบ่นกระปอดกระแปดไม่หยุด หญิงสาวเดินตรงไปยังประตูไม้บานใหญ่ที่มีป้ายระบุชื่อแพทย์เวรประจำวัน
‘นพ. ภัทรเดช อัศวเหมันตร์ (ศัลยแพทย์ทั่วไป/แพทย์ที่ปรึกษาศูนย์ตรวจสุขภาพ)’
“หมอภัทรเดช” เพลงพิณอ่านชื่อนั้นพึมพำในลำคอ ความรู้สึกประหลาดสายหนึ่งแล่นพล่านผ่านไขสันหลัง ชื่อนี้ฟังดูคุ้นหูอย่างน่าประหลาด แต่นึกเท่าไหร่ก็นึกไม่ออก
มือเรียวเอื้อมไปผลักประตูห้องตรวจเบอร์สี่ออกช้า ๆ กลิ่นสะอาดสะอ้านของน้ำยาฆ่าเชื้อและน้ำหอมปรับอากาศกลิ่นยูคาลิปตัสอ่อน ๆ โชยมาแตะจมูก ภายในห้องสี่เหลี่ยมค่อนข้างเงียบสงบ แสงไฟสีขาวนวลส่องสว่างกระทบโต๊ะทำงานไม้ตัวยาว ที่เบื้องหลังโต๊ะตัวนั้นมีร่างของชายหนุ่มคนหนึ่งนั่งอยู่
เขากำลังก้มหน้าอ่านประวัติคนไข้ในจอคอมพิวเตอร์อย่างตั้งอกตั้งใจ เสื้อกาวน์สีขาวสะอาดสะอ้านที่สวมทับเสื้อเชิ้ตสีน้ำเงินเข้มไม่ได้ช่วยลดทอนความกว้างของช่วงไหล่หนาแน่นหนะนั้นเลยแม้แต่น้อย เส้นผมสีดำสนิทตัดแต่งทรงอย่างเป็นระเบียบ จมูกโด่งเป็นสันตรง และแนวสันกรามที่คมกริบราวกับรูปสลัก
เพลงพิณถึงกับชะงักเท้าไปก้าวหนึ่ง ลำคอแห้งผากขึ้นมาเสียเฉย ๆ
‘หล่อ…หล่อเกินกว่าจะเป็นหมอในโรงพยาบาล’ นั่นคือความคิดแรกที่แวบเข้ามาในสมองของหญิงสาวที่เจอผู้คนมานักต่อนัก
“เชิญนั่งครับ คุณเพลงพิณ”
น้ำเสียงทุ้มต่ำแต่นิ่งลึกและทรงพลังดังขึ้นโดยที่เจ้าตัวยังไม่ได้เงยหน้าขึ้นมาจากจอคอมพิวเตอร์ แต่น้ำเสียงนั้นกลับทำให้เพลงพิณรู้สึกเหมือนถูกกระแสไฟฟ้าอ่อน ๆ ช็อตเข้าที่กลางอก
