บทที่ 2 โรงพยาบาลที่ไม่ได้อยากมา 2

โรงพยาบาลที่ไม่ได้อยากมา

เพลงพิณเรียกสติกลับมา รีบเดินไปนั่งลงบนเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามหมอหนุ่ม

“สวัสดีค่ะคุณหมอ”

ชายหนุ่มในชุดกาวน์ละสายตาจากหน้าจอช้า ๆ เขาหันมาสบตากับเธอตรง ๆ ดวงตาคู่คมกริบภายใต้กรอบตาเรียวยาวคู่นั้นดูนิ่งสนิท แต่ลึก ๆ กลับมีประกายไฟบางอย่างไหวระริก มันไม่ใช่สายตาที่แพทย์ใช้มองคนไข้ทั่วไปมันดูสนใจในตัวหญิงสาว แต่ในขณะเดียวกันก็เหมือนกำลังซ่อนอะไรบางอย่างเอาไว้

เพลงพิณจ้องตอบดวงตาคู่นั้นอย่างไม่ยอมแพ้ ทว่าหัวใจเจ้ากรรมกลับเริ่มเต้นผิดจังหวะ ใบหน้าหล่อเหลาที่อยู่ห่างออกไปไม่ถึงสองฟุตนี้ชวนให้เธอนึกถึงใครบางคน ใครบางคนที่อยู่ในมุมมืดอันเลือนลางของความทรงจำสมัยเด็ก

“คุณเพลงพิณ อายุยี่สิบเจ็ดปี ทำงานฝ่ายดูแลลูกค้า ดูจากประวัติและผลตรวจเบื้องต้นแล้ว” หมอภัทรเดชเว้นจังหวะนิ้วเรียวยาวคีบปากกาหมึกซึมราคาแพงมาเคาะกับโต๊ะเบา ๆ เป็นจังหวะที่ชวนให้คนฟังรู้สึกกดดัน

“ดูเหมือนคุณจะใช้งานร่างกายตัวเองหนักเกินไปหน่อยนะครับ”

“อ๋อ!!! ช่วงนี้งานเยอะน่ะค่ะ เป็นช่วงปิดไตรมาส แต่ฉันยังไหวค่ะ ร่างกายแข็งแรงดี” เพลงพิณส่งยิ้มพิมพ์ใจตามความเชี่ยวชาญในการเข้าสังคม

“ยังไหว” หมอภัทรเดชเลิกคิ้วสูง มุมปากหยักยกขึ้นเป็นรอยยิ้มบาง ๆ ที่ดูเหมือนแกล้งประชด

“ความดันโลหิตตัวบนอยู่ที่ร้อยสามสิบห้า ชีพจรเต้นเก้าสิบแปดครั้งต่อนาทีในสภาวะพัก ผลเลือดชี้ว่าค่าเม็ดเลือดแดงค่อนข้างต่ำ ส่อแววภาวะโลหิตจางจากการพักผ่อนไม่เพียงพอ นี่คือสิ่งที่คุณเรียกว่าไหวอย่างนั้นเหรอครับ”

คำศัพท์ทางวิทยาศาสตร์ที่หลุดออกมาเป็นชุดทำให้เพลงพิณหน้าตึง หญิงสาวไม่เคยยอมให้ใครมาต้อนให้จนมุมในบทสนทนา

“คุณหมอคะ คนเราทำงานออฟฟิศ ความเครียดมันก็ต้องมีบ้างเป็นธรรมดาค่ะ ค่าพวกนี้ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมนิดหน่อยก็หาย ฉันแค่อยากมาตรวจให้มันเสร็จ ๆ ตามนโยบายบริษัท รบกวนคุณหมอช่วยเซ็นใบรับรองแพทย์ให้ฉันไปยื่นที่ฝ่ายบุคคลหน่อยได้ไหมคะ ฉันรีบค่ะ มีนัดลูกค้าตอนบ่าย” เพลงพิณพูดรัวเร็วพลางยกนาฬิกาข้อมือขึ้นดูเพื่อแสดงออกให้รู้ว่าเธอไม่มีเวลาว่างมานั่งฟังคำเทศนา

หมอภัทรเดชนิ่งไป ดวงตาคู่คมกวาดมองใบหน้าหวานที่แต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางราคาแพง มองริมฝีปากอิ่มที่กำลังเม้มเข้าหากันด้วยความขัดใจ ท่าทางอวดดีและดื้อรั้นอันเป็นเอกลักษณ์ของเธอไม่เคยเปลี่ยนไปเลยสักนิด

สิบกว่าปีที่ไม่ได้เจอกัน เธอยังคงเป็นเพลงพิณหญิงสาวผู้เจิดจรัสและไม่เคยยอมก้มหัวให้ใคร ส่วนเขาไม่ใช่ไอ้แว่นอ้วนดำ ที่ยอมให้ใครรังแกอีกต่อไปแล้ว

“รีบเหรอครับ” คุณหมอหนุ่มเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ ท่าทีกดดันเมื่อครู่เปลี่ยนเป็นความผ่อนคลายเจ้าเล่ห์จนน่าหมั่นไส้

“น่าเสียดายนะครับที่คุณอาจจะไม่ได้กลับไปทำงานเร็วขนาดนั้น”

“หมายความว่ายังไงคะ” เพลงพิณขมวดคิ้วใจคอไม่ดี

หมอภัทรเดชหยิบกระดาษใบสั่งตรวจขึ้นมา ปากกาเคาะลงบนกระดาษ

“ในฐานะแพทย์เจ้าของไข้ และแพทย์ที่ปรึกษาศูนย์ตรวจสุขภาพ ผมมีความเห็นว่าผลตรวจของคุณมีข้อบ่งชี้ที่น่าสงสัยเกี่ยวกับระบบไหลเวียนโลหิตและหัวใจ ผมขอสั่งยกเลิกโปรแกรมตรวจสุขภาพทั่วไปของคุณและเปลี่ยนเป็นโปรแกรมตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจอย่างละเอียดแทนครับ”

“อะไรนะคะ! ตรวจหัวใจ ฉันไม่ได้เป็นโรคหัวใจนะคะคุณหมอ” เพลงพิณร้องเสียงหลง ลุกขึ้นยืนทันทีด้วยความตกใจ

“นั่งลงครับคนไข้” เสียงทุ้มตวัดเข้มขึ้นเล็กน้อย ทรงอำนาจจนเพลงพิณต้องยอมทรุดตัวลงนั่งอย่างขัดไม่ได้

“คุณอาจจะยังไม่เป็น แต่พฤติกรรมการทำงานของคุณมันเสี่ยงต่อภาวะหัวใจล้มเหลวเฉียบพลัน หมอไม่สามารถปล่อยคนไข้ที่มีสัญญาณอันตรายเดินออกจากโรงพยาบาลไปเฉย ๆ ได้ โดยเฉพาะ คนไข้พิเศษแบบคุณ”

คำว่าคนไข้พิเศษ ถูกเน้นย้ำด้วยน้ำเสียงที่ทุ้มต่ำและสายตาพราวระยับที่ส่งตรงมายังเธอ เพลงพิณรู้สึกเหมือนกำลังโดนแมงมุมตัวใหญ่ถักทอใยดักล้อมเธอเอาไว้ช้า ๆ ท่าทีของคุณหมอคนนี้มันแปลกเกินไป มันมีทั้งความเผด็จการ ความเย้ายวน และการท้าทายขีดจำกัดความอดทนของเธอปนเปกันอยู่

“คุณหมอแกล้งฉันหรือเปล่าคะ” เพลงพิณถามตรง ๆ ดวงตาคู่สวยจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของหมอหนุ่ม

“เราเคยเจอกันมาก่อนรึเปล่า ทำไมคุณหมอต้องทำเหมือน... เหมือนกำลังแกล้งฉันอยู่เลย”

หมอภัทรเดชชะงักไปเล็กน้อย ดวงตาไหววูบด้วยความรู้สึกบางอย่าง ก่อนจะกลับมานิ่งสนิทและราบเรียบอย่างรวดเร็ว เขายื่นหน้าเข้ามาใกล้จนเพลงพิณได้กลิ่นน้ำหอมแนวเนื้อไม้ที่แฝงความอบอุ่นและดุดันจากตัวเขาอย่างชัดเจน ระยะห่างที่ลดลงกะทันหันทำให้ลมหายใจของทั้งคู่แทบจะเป่ารดกัน

“หมอจะแกล้งคนไข้ทำไมครับ ทุกอย่างทำตามวิชาชีพแพทย์” เขาพูดช้า ๆ ชัดถ้อยชัดคำ ทว่าสายตากลับกวาดมองริมฝีปากอิ่มของเธออย่างเปิดเผยจนหญิงสาวหน้าร้อนผ่าว

“แต่ถ้าคุณเพลงพิณอยากรู้ว่าเราเคยเจอกันที่ไหนมาก่อนไหม หมอแนะนำให้คุณตั้งใจตรวจตามโปรแกรมที่หมอจัดให้ เพราะเรายังต้องเจอกันอีกนานครับ”

มือหนายื่นใบสั่งตรวจโปรแกรมพิเศษมาตรงหน้าเธอ นิ้วหัวแม่มือของเขาแกล้งเฉียดโดนปลายนิ้วเรียวของเธอแผ่วเบา ความร้อนจากสัมผัสของเขาทำเอาเพลงพิณสะดุ้งรีบชักมือกลับ ราวกับผิวกายโดนของร้อน

“ไปเตรียมตัวตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจที่ห้องข้าง ๆ ได้เลยครับ อ้อ แล้วก็ห้ามหนีกลับเด็ดขาดนะครับ เพราะถ้าคุณหนี หมอจะรายงานตรงไปยังฝ่ายบุคคลของบริษัทคุณทันทีว่าคุณตรวจไม่ผ่าน” หมอภัทรเดชยิ้มมุมปาก ทิ้งท้ายด้วยหมัดฮุคที่ทำให้นางเอกสาวอยากจะกรีดร้องออกมาดัง ๆ

เพลงพิณกำใบสั่งตรวจในมือแน่นจนกระดาษยับยู่ยี่ เธอจ้องมองคุณหมอรูปหล่อหน้าคุ้นคนนี้ด้วยความรู้สึกสับสนระคนโมโห หัวใจภายในอกข้างซ้ายกำลังเต้นโครมคราม ซึ่งเธอไม่มั่นใจเลยว่าเป็นเพราะโรคหัวใจ หรือเป็นเพราะสายตาอันตรายของคุณหมอคนนี้กันแน่

บทก่อนหน้า
บทถัดไป