บทที่ 10 ขอเรียกแค่บนเตียง2
ตอนที่ 10
ขอเรียกแค่บนเตียง2
ไดม่อนชะงักไปครู่หนึ่ง หันกลับมามองด้วยแววตาเรียบนิ่ง ริมฝีปากหยักกระตุกขึ้นน้อย ๆ
“มึงดูด้วยเหรอ นึกว่ามองแต่ไอ้สายลมนั่นซะอีก”
น้ำชาขมวดคิ้วน้อย ๆ ก่อนเชิดคางตอบทันควัน
“ฉันก็ดูหมดทุกคนนั่นแหละ”
“แล้วไง...วิ่งตามกูมาทำไม”
“ขอกลับด้วยสิ”
“มึงสนิทกับกูตั้งแต่เมื่อไหร่”
น้ำชากะพริบตาปริบ ๆ ไปชั่วครู่ แต่ก็รีบปรับสีหน้าเป็นรอยยิ้มบาง
“ก็...ถ้าไม่ได้ก็ไม่เป็นไร ขอโทษแล้วกันที่รบกวน”
“หรือว่า....ตั้งใจจะอ่อยฉันกันแน่”
“แล้ว...อ่อยติดรึเปล่าล่ะ หื้ม”
หญิงสาวเลิกคิ้วขึ้นน้อย ๆ ดวงตากลมโตเป็นประกายวาววับ
ไดม่อนปรายตามองเธอ แววตาเย็นชา
“ไม่”
เสียงทุ้มต่ำเอ่ยอย่างไม่ลังเล ก่อนพูดต่อด้วยน้ำเสียงเด็ดขาด
“กูไม่ใช่ไอ้สายลมนะ ที่จะติดกับอะไรง่าย ๆ”
น้ำชานิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนพยักหน้าช้า ๆ รอยยิ้มเจือจางบนริมฝีปาก
“งั้นสิ…งั้นก็ช่างเถอะ”
เธอเบือนหน้าออกไปอีกทาง แล้วดวงตาก็สะดุดเข้ากับร่างสูงของสายลมที่ยืนอยู่ไม่ไกล คุยกับเพื่อน ๆ ใต้ต้นไม้ริมลานจอดรถ
“อ๊ะ…นั่นพี่สายลมนี่นา...ถ้างั้นขอกลับกับพี่เขาดีกว่า”
น้ำชาพึมพำ ยกยิ้มบาง
ยังไม่ทันก้าวออกจากตรงนั้น มือใหญ่ของไดม่อนก็คว้าแขนเรียวไว้แน่น แรงดึงทำให้เธอหันกลับมาเผชิญหน้ากับดวงตาคมกริบที่เต็มไปด้วยแรงกดดัน
เสียงทุ้มเอ่ยชัดถ้อยชัดคำ
“ขึ้นรถ”
รอยยิ้มมุมปากค่อย ๆ ผุดขึ้น ดวงตากลมโตฉายแววท้าทาย แขนเรียวสะบัดแขนออกจากการเกาะกุมเบา ๆ แล้วก้าวขึ้นรถไปอย่างไม่รีรอ ทิ้งให้ไดม่อนยืนมองตามอยู่ชั่วขณะ สายตาคมกริบไล่ตามทุกก้าวของเธอ ก่อนที่ตัวเขาเองจะเดินอ้อมไปขึ้นฝั่งคนขับ
น้ำชาเอนตัวพิงเบาะ มองออกไปนอกหน้าต่างอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยขึ้นเสียงเรียบแต่เต็มไปด้วยความสงสัย
“ทำไมคุณกับพี่สายลมถึงไม่ถูกกัน”
“ทำไม มึงถึงรู้ว่าไม่ถูกกัน”
“ก็ เห็นคุณห้ามไม่ให้ฉันยุ่ง ตามจริงคุณไม่มีสิทธิ์มาสั่งฉันด้วยนะ เราพึ่งรู้จักกันเอง”
“พึ่งรู้จักกันแต่ก็เอากันไปแล้วไง อยู่ห่าง ๆ มันไว้น่ะดีแล้ว”
“เหรอ....แต่ฉันว่าพี่เขาก็เป็นคนดีนะ พูดก็เพราะ”
“ถุ้ย! มาอวยอะไรมันต่อหน้ากู”
“ชิ!”
“กลับห้องไป....แล้วทำอะไร”
“กูนอนดูนั่นดูนี่ไปเรื่อย”
“อ๋อ”
“ถามทำไม จะไปอยู่ด้วยรึไง”
น้ำชายิ้มกวน ๆ ไม่ตอบตรงคำถาม รอยยิ้มของเธอเหมือนยั่วให้เขาหงุดหงิดเสียมากกว่า
เขาหัวเราะหึในลำคอ ก่อนพูดแบบท้าทาย
“ถ้าไป...จะแค่นอนอย่างเดียวเหรอ”
เธอหันขวับมาสบตา ตอบเสียงนิ่งแต่
“มากกว่านั้นก็ได้”
“มึงนี่…เป็นคนยังไงกันแน่”
น้ำชาหัวเราะเบา ๆ เอียงหน้ามองเขา
“ฉันต้องเป็นฝ่ายถามคุณต่างหาก”
“ไม่ชอบเลย...”
“ไม่ชอบอะไร”
“ที่มึงแทนตัวเองว่าฉัน”
“ทีคุณยังแทนตัวเองว่ากูเลย อีกอย่างเราไม่สนิทกันขนาดนั้น จะให้แทนว่ายังไง”
“ทีไอ้สายลมไม่สนิทมึงยังเรียกมันว่าพี่เลย”
“นี่...แสดงว่าคุณอยากให้ฉันเรียกคุณว่าพี่งั้นเหรอ....”
เธอทำท่าคิดจริงจัง ยกนิ้วแตะคางเบา ๆ เอียงหน้าเหมือนกำลังชั่งใจว่าจะลองพูดออกมาดีไหม รอยยิ้มซุกซนผุดขึ้นบนริมฝีปาก
“อื้อ....งั้นจะเรียกให้ก็ได้”
ไดม่อนเลิกคิ้วสูงขึ้นเล็กน้อย กำลังจะอ้าปากท้วง แต่คำพูดถัดมาของเธอก็ทำเอาบรรยากาศในรถร้อนขึ้นทันที
“แต่ว่า....ขอเรียกตอนอยู่บนเตียงเท่านั้นนะ”
สิ้นคำ เธอก็ยักคิ้วใส่แบบรอยยิ้มกวน ๆ ทำให้ไดม่อนหันมามองค้างอยู่เสี้ยววินาที
กรามแกร่งขบแน่น เสียงหัวเราะหึในลำคอดังต่ำ
“มึงนี่นะ…”
บรรยากาศในรถตอนนี้เหมือนจะระเบิดได้ทุกเมื่อ ทั้งที่แอร์ยังเย็นยะเยือก แต่ความร้อนแรงจากบทสนทนากลับทำให้ทั้งคู่ใจเต้นแรงโดยไม่มีใครยอมรับออกมา
หลายวันผ่านไป
แดดสายส่องลอดต้นไม้ใหญ่เป็นเงาลายบนพื้นหินอ่อน
น้ำชานั่งคุยหัวเราะกับเพื่อนสนิททั้งสองคนอยู่หน้าตึกคณะบริหาร เสียงจอแจของนักศึกษารอบ ๆ ทำให้บรรยากาศดูคึกคักเหมือนทุกเช้า
ยังไม่ทันตั้งตัว ร่างสูงในชุดช็อปก็เดินเข้ามาพร้อมกับกลุ่มเพื่อนสนิท
ไดม่อนล้วงกระเป๋ากางเกงก้าวมานั่งลงบนม้านั่งหินอ่อนด้านข้างที่ใกล้กันจนแทบจะได้ยินเสียงลมหายใจ
เวย์นั่งลงตามแล้วหันไปมอง สีหน้ากรุ่น ๆ ขำ ๆ
“มึงนี่ทำไมหน้าดูไม่สดชื่นเลยวะ…เมื่อคืนไม่ได้นอนเหรอ?”
ไดม่อนเอนหลัง กอดอกตอบเสียงเรียบ
“เล่นเกมทั้งคืนอ่ะดิ”
“เล่นเกม? หรือว่าไปซุกกับเด็กที่ไหนมามากกว่า”
ปอร์เช่ หันมาถามอย่างออกรส
“ได้ข่าวว่าน้องพลอย ดาว TikTok นั่นอ่ะ…กำลังจีบมึงอยู่หนิ ไม่ใช่เหรอ?”
เสียงหัวเราะแว่วขึ้นจากรอบโต๊ะ แต่ไดม่อนเพียงเอนหลังพิง กอดอกตอบสั้น ๆ
“ไม่ใช่สเปก”
“แล้วสเปกมึงล่ะ…แบบไหนวะ”
ไดม่อนปรายตามองออกไปเงียบ ๆ แต่หางตาคมกลับเหลือบไปทาง น้ำชาที่นั่งอยู่ใกล้ ๆ เพียงเสี้ยววินาที ก่อนที่มุมปากจะยกยิ้มบาง
“สเปกกูน่ะ…ต้องเรียบร้อย พูดน้อย แล้วที่สำคัญ.....ไฟหน้าต้องบึ้ม”
เพื่อนสนิทหัวเราะโห่แซวกันสนั่น แต่เขายังพูดต่อด้วยน้ำเสียงเรียบ ๆ ที่เจือความเย้ยหยัน
“ไอ้ประเภทที่ปากเก่งแต่ดันเหมือนไม้กระดาน…แบบนั้นไม่น่าสนใจ”
คำพูดของไดม่อนจบลงพร้อมเสียงแซวจากกลุ่มเพื่อน แต่บรรยากาศเงียบวูบเมื่อน้ำชายกคางขึ้นเล็กน้อย หันไปพูดกับเพื่อนสาวของตัวเอง แต่จงใจให้เสียงดังพอให้ใครบางคนได้ยิน
