บทที่ 3 ถ้าไม่เคยก็กลับบ้านไปเถอะ

ตอนที่ 3

ถ้าไม่เคยก็กลับบ้านไปเถอะ

“ถ้าไม่กล้า…ถือว่าหมา”

เสียงทุ้มต่ำ ยิ่งทำให้บรรยากาศรอบตัวเงียบกริบจนได้ยินเสียงลมพัดผ่าน

น้ำชาหัวเราะเบา ๆ พลางยักคิ้ว เธอเอื้อมมือหยิบเงินปึกนั้นขึ้นมา ก่อนจะก้าวเข้าใกล้เขาหนึ่งก้าวอย่างไม่เกรงกลัว นิ้วเรียวค่อย ๆ ยัดปึกธนบัตรกลับเข้าไปในขอบกางเกงยีนส์ของเขา เส้นทางปลายนิ้วลากช้า ๆ ไปตามแนวกรอบหน้าคมเข้ม

“พี่ชาย…ฉันไม่ได้ขาดเงินขนาดนั้นหรอก”

เธอกระซิบใกล้ใบหูเขา ยิ้มหวานราวกับกำลังท้าทาย

“ไว้เจอกัน แต่ไม่รู้วันไหน”

สิ้นคำหญิงสาวผละออก เดินก้าวเดินเร็ว ๆ ออกจากตรงนั้นทันที ทิ้งให้ไดม่อนยืนนิ่งอยู่ใต้แสงไฟสนาม รอยยิ้มเย็น ๆ ค้างบนริมฝีปาก ราวกับกำลังเจอคู่ต่อกรที่ทำให้เลือดในกายร้อนขึ้นจริง ๆ

ตัดภาพมาที่ช่วงดึก

เสียงดนตรีหนัก ๆ ยังดังลอดออกมาจากในผับ แสงไฟหลากสีสาดวูบวาบบนถนนด้านนอกที่คนบางตา กลิ่นบุหรี่ผสมกลิ่นเหล้าลอยคลุ้งในอากาศ

น้ำชาเดินโซเซออกมาจากประตูผับ มือเล็กกอดกระเป๋าสะพายแน่น ดวงตากลมโตแดงระเรื่อเพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์ เธอสูดลมหายใจแรง ๆ เหมือนพยายามตั้งสติ

เธอไม่ทันเห็นว่าตรงมุมเงาสลัว มีร่างสูงยืนพิงกำแพงอยู่ในชุดช็อปคุ้นตา ไฟปลายบุหรี่แดงวาบสลับกับเงามืด

ใบหน้าคมเข้มเงยขึ้นนิดหน่อยเมื่อสายตาคมกริบเห็นคนที่ไม่คิดว่าจะเจออีกในคืนนี้

ไดม่อนปรายบุหรี่ออกไปกับพื้น บดปลายมันทิ้งด้วยรองเท้าหนัง ก่อนจะก้าวออกจากเงามืด เสียงฝีเท้าหนัก ๆ ก้องสะท้อนในทางเดินด้านหน้า

น้ำชาชะงักเล็กน้อยเมื่อได้ยินเสียง เธอหันไปมอง ดวงตาพร่าเพราะเมา แต่ยังจำร่างสูงนั้นได้ขึ้นใจ

เขาไม่พูดอะไรในทันที เพียงเดินตรงเข้ามาหยุดอยู่ตรงหน้า เงาสูงใหญ่บังแสงไฟถนนจนร่างเล็กต้องเงยหน้าขึ้นสบตา

กลิ่นควันบุหรี่จาง ๆ ยังติดตามปลายเสื้อผ้า แต่กลับผสมเข้ากับกลิ่นน้ำหอมผู้ชายจนแปลกประหลาดใจ

ริมฝีปากหยักคลี่ยิ้มบาง ๆ เสียงทุ้มต่ำเอ่ยออกมาเรียบ ๆ แต่ชัดเจน

“ไง...วันนี้ก็มาหาลูกค้าเหรอ”

“อ้าวสุดหล่อ....เจอกันอีกแล้วนะ”

เธอเอ่ยด้วยน้ำเสียงเมามาย

ริมฝีปากบางยกขึ้นยั่ว ๆ ก่อนจะเอียงศีรษะเล็กน้อย กระซิบออกมาด้วยน้ำเสียงกึ่งล้อกึ่ง

“ลูกค้าเหรอ...ก็คุณไง…ลูกค้าฉันอีกคน สนใจเปล่า”

ไดม่อนหัวเราะหึในลำคอ สายตาคมวาววับกว่าทุกที

“กล้าเหรอ…แต่เสียดาย ฉันไม่ใช่คนเอาไปทั่วด้วยสิ”

น้ำชาหัวเราะคิกคัก เสียงหัวเราะเมา ๆ แต่สายตากลับตรงแน่วแน่

“ไม่ต้องห่วงหรอก…วันนี้คุณเป็นคนแรก”

เธอยืนกอดอก ท่าทางท้าทาย แต่ร่างเล็กกลับโอนเอนไปเล็กน้อยเพราะฤทธิ์เหล้า ไดม่อนเอื้อมมือมาคว้าแขนเธอไว้ทันทีโดยไม่ต้องคิด ดวงตาคมสบกับดวงตากลมโตอย่างจัง

“ปากเก่งนักนะ”

น้ำชายักคิ้วใส่อย่างไม่กลัว ดวงตากลมโตแดงวาวเพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์ ก่อนที่ร่างเล็กจะขยับเข้าใกล้ เอื้อมแขนขึ้นโอบคล้องรอบคอแกร่งของเขาอย่างถือวิสาสะ

ก่อนที่ริมฝีปากหยักจะบดเบียดขึ้นไปอย่างแนบแน่น เสียงลมหายใจของทั้งคู่สับสนปะปนกับเสียงดนตรีที่เล็ดลอดจากในผับ จูบที่ควรจะสั้นกลับลากยาว ดูดดื่ม ราวกับต้องการลงโทษและครอบครองไปพร้อมกัน ปลายลิ้นร้อนสอดเข้าตามแรงแย้มของเธอ

ร่างเล็กถึงกับสะท้านไหว มือที่คล้องคอเขาเกร็งแน่นยิ่งกว่าเดิม ในขณะที่มือใหญ่ลูบไล้แผ่นหลังบางเหมือนจะไม่ยอมปล่อยให้หลุดรอดไปง่าย ๆ ก่อนจะผละออกพลางยิ้มเยาะ

“ไหนโฆษณาว่าตัวเองช่ำชองนักหนา แค่จูบยังทำไม่เป็นเลย”

หญิงสาวหน้าเสียเล็กน้อย แต่ก็ไม่อาจทำให้ยอมแพ้ลงได้

“จูบไม่เก่ง แต่ว่าอย่างอื่นเก่งนะ”

“อะไรล่ะที่ว่าเก่ง....ถ้าไม่เคยก็กลับบ้านไปเถอะ ไม่ต้องทำมาเป็นแอ๊บ เรื่องแบบนี้มันไม่น่าภูมิใจอะไรนักหรอก”

“ยังไม่ได้ลองเลย...รู้ได้ไงว่าเคยไม่เคย”

“ถ้าเธอเคยลองจริง....ผู้ชายพวกนั้นคงโชคร้ายหน้าดู”

“นี่...”

น้ำชาหน้าแดงจัด ยกมือขึ้นสูงเหมือนจะฟาดใส่แผงอกกว้างด้วยความโมโห แต่ยังไม่ทันที่ฝ่ามือเล็กจะฟาดลงมาไดม่อนก็คว้าแขนเธอไว้แน่น ร่างสูงก้าวเข้ามาใกล้อย่างรวดเร็วแล้วออกแรงลากเธอไปตามทางเดิน

“ปล่อยนะ! จะทำอะไร”

หญิงสาวสะบัดแขน แต่แรงเขาเหนือกว่ามาก จนกระทั่งเขาลากเธอมาหยุดตรงรถสีดำที่จอดอยู่มุมลานสลัว ๆ ไร้ผู้คน ร่างสูงเปิดประตูเบาะหลังแรง ๆ ก่อนดันร่างเล็กเข้าไปติดขอบประตู

ใบหน้าคมโน้มเข้ามาใกล้ เสียงหอบผสมควันบุหรี่ยังอวล

“อยากโดนมากใช่มั้ย เดี๋ยวกูจัดการให้เอง”

ดวงตาคมกริบจ้องเธอจนแทบทะลุหัวใจ มือใหญ่กดแขนเธอติดเบาะไม่ให้ขยับ

น้ำชาเลิกคิ้ว ยกยิ้มอย่างท้าทาย ดวงตากลมโตแม้พร่ามัวเพราะเหล้า แต่กลับแน่วแน่เต็มไปด้วยแรงดึงดูด

“รออะไรอยู่ล่ะ…เข้ามาสิ”

สิ้นประโยคเธอเอื้อมมือขึ้นดึงปกคอเสื้อของเขาลงมา แล้วประกบจูบใส่เต็มแรง ร่างกายเต็มไปด้วยไฟร้อนรุ่ม เธอจูบกดแน่น กวาดลิ้นเข้าหาอย่างไม่เกรงกลัว

ไดม่อนชะงักเพียงเสี้ยววินาที ก่อนเสียงคำรามจะดังขึ้นในลำคอ มือใหญ่รวบเอวบางกดเข้ามาชิดแน่น ริมฝีปากหยักบดขยี้ตอบกลับรุนแรงยิ่งกว่า กวาดชิมทุกมุมจนเธอหอบหายใจแทบไม่ทัน เสียงจูบหนักหน่วงดังสะท้อนในห้องโดยสารแคบ ๆ บวกกับเสียงหอบที่ขาดเป็นห้วง ๆ ทำให้บรรยากาศรอบตัวเร่าร้อนจนเกินควบคุม

มือเรียวจิกคอเสื้อเขาแน่น ในขณะที่มือใหญ่ของเขาเลื่อนลูบแผ่นหลังบางขึ้นลงช้า ๆ ยิ่งทำให้ไฟในอกปะทุแรงขึ้นกว่าเดิม

บทก่อนหน้า
บทถัดไป