บทที่ 6 เรื่องในอดีต

ตอนที่ 6

เรื่องในอดีต

“มึงนี่มันจริง ๆ เลย”

แม้ปากจะพูดไปแบบนั้น แต่สายตาคมกลับยังคงจับจ้องไปยังริมสนาม หญิงสาวร่างเล็กที่กำลังยืนกอดแฟ้มแน่น สีหน้าดูไม่รู้ร้อนรู้หนาวแต่กลับสะดุดตาเขาไม่ต่างจากไฟสว่างในความมืด

จากนั้นไม่นานเสียงทักดังขึ้นตรงกลุ่มม้านั่ง

“อ้าว...น้องน้ำชา”

ชายหนุ่มรูปร่างสูงโปร่งอีกคนเดินตรงเข้ามาหยุดต่อหน้าน้ำชา รอยยิ้มเป็นมิตรบนใบหน้าหล่อเหลาสะดุดสายตาทุกคนแถวนั้นทันที

“คะ...ใครนะคะ”

“อ้าว จำกันไม่ได้แล้วเหรอ เมื่อคืนยังชนแก้วกับพี่ที่ผับอยู่เลย”

“อ๋อ...ขอโทษนะคะ หนูจำไม่ได้แล้ว เมื่อคืนเมาไปหน่อย”

น้ำชายกมือแตะผมแก้เก้อ ใบหน้าขึ้นสีแดงเรื่อ

“ไม่เป็นไร แค่พี่จำหนูได้ก็พอแล้ว...พี่สายลมนะ”

ไม่ไกลนักไดม่อนยืนพาดผ้าเช็ดเหงื่อบนคอ สายตาคมกริบจ้องตรงไปยังภาพตรงหน้านั้นไม่กะพริบเลยแม้แต่นิดเดียว สีหน้าเรียบนิ่ง แต่แววตาแฝงความไม่พอใจอย่างชัดเจน

เวย์ที่ยืนอยู่ข้าง ๆ หัวเราะหึพลางชนแขนเขา

“ดูท่ามึงจะมีคู่แข่งแล้วล่ะ ไอ้ม่อน”

ไดม่อนหัวเราะในลำคอเบา ๆ ริมฝีปากหยักยกขึ้นอย่างเย็นชา

“ให้กูลดตัวลงไปแข่งกับมัน…กูขอตายดีกว่า”

“เห้อ...มึงนี่น่า”

“เอาล่ะ กูออกไปจากตรงนี้ก่อน เห็นหน้าแม่งแล้วอารมณ์เสีย”

ร่างสูงเอามือล้วงกระเป๋ากางเกง ก้าวเดินออกจากสนามไปท่ามกลางสายตาหลายคู่ที่มองตาม ความสูงโปร่งและชุดช็อปที่พาดไหล่ยังคงดึงดูดสายตาได้เสมอ

ก่อนจะพ้นขอบสนาม เขาเหลือบหันกลับไปมองแวบหนึ่ง ดวงตาคมวาวจับจ้องไปที่น้ำชา สีหน้าไม่พอใจชัดเจน ก่อนจะตัดสายตาและก้าวเดินต่อไปโดยไม่หันกลับมาอีก

ช่วงเย็น

ไดม่อนยืนกอดอกพิงเสาเงียบ ๆ ชุดช็อปสีเข้มคลายกระดุมบนสุด ใบหน้าคมเงยขึ้นเล็กน้อยดวงตาคมกริบมองตรงไปอย่างนิ่งสงบ แต่แฝงความกดดันในตัวเอง

ไม่นาน ร่างสูงโปร่งของชายหนุ่มอีกคนเดินเข้ามาใกล้

สายลมคนที่ช่วงบ่ายเพิ่งคุยหยอกล้ออยู่กับน้ำชาในสนามบาส

สายตาของไดม่อนคมวาบทันทีเมื่อเห็น เขาไม่ขยับตัวออกจากเสา เพียงยืนกอดอกนิ่ง ร่างสูงตระหง่านเหมือนตั้งกำแพงกดดันอยู่ตรงนั้น

“...”

จังหวะที่สายลมเดินผ่าน ไดม่อนก็เอ่ยขึ้นด้วยเสียงทุ้มต่ำชัดเจน

“มึงคิดจะทำอะไร”

สายลมชะงักไปเพียงครู่ ก่อนที่ริมฝีปากจะยกขึ้นเป็นรอยยิ้มเยาะ ใบหน้าหล่อเหลาโน้มเข้ามาเล็กน้อย พร้อมเสียงหัวเราะหึในลำคอ

“หึ…มึงหมายถึงอะไร”

“มึงอย่ามาทำเป็นไม่รู้หน่อยเลย”

“ถ้าจะมาพูดอะไรไร้สาระล่ะก็...โทษทีนะวันนี้กูไม่มีเวลาจะคุยกับมึง พอดีนัดหญิงไว้”

“ใคร...”

“แล้วมึงจะยุ่งทำไมไม่ทราบ”

“ถ้าเป็นผู้หญิงที่มึงคุยที่สนามบาสเมื่อช่วงบ่ายล่ะก็....กูขอเตือนมึงไว้เลยนะว่าอย่ายุ่งกับเธอ”

“ใคร....อ๋อน้องคนนั้น ทำไม? เด็กมึงเหรอ”

“เปล่า เธอไม่ใช่คนประเภทเดียวกับมึง”

“ถุย!  แล้วคนอย่างมึงมีสิทธิ์อะไรมาตัดสิน”

“อย่าหาว่ากูไม่เตือน”

“ถ้ากูจะทำแล้วมันจะทำไม....ไม่ชอบเหรอ? ที่มีคนมายุ่งกับผู้หญิงตัวเอง แล้วมึงคิดว่ากูชอบเหรอที่มึงมายุ่งกับคนของกู”

“เรื่องมันผ่านมานานแล้ว มึงจะรื้อฟื้นมันขึ้นมาเพื่ออะไร”

“มึงก็พูดได้หนิ มึงไม่ได้คิดอะไรกับเธอ มึงยังมีความเป็นคนอยู่รึเปล่าวะ”

“จะยังไงก็ช่างเถอะ มึงก็รู้นิสัยกูดีหนิ ลองยุ่งกับเธอดูสิ”

คำพูดสั้น ๆ ทิ้งไว้เหมือนประกาศสงคราม เสี้ยววินาทีนั้นรอยยิ้มเย็นผุดขึ้นบนใบหน้าคมคาย

จากนั้นไดม่อนก็หันหลังเอามือล้วงกระเป๋ากางเกง ก้าวเดินออกไปอย่างไม่ใส่ใจ

วันต่อมา

แดดยามสายลอดผ่านหน้าต่างกระจกบานใหญ่ ส่องลงบนบอร์ดกิจกรรมที่เต็มไปด้วยโปสเตอร์ซีดจางและภาพถ่ายจากรุ่นก่อน ๆ ที่ยังติดเรียงรายอยู่

น้ำชายืนมองภาพเหล่านั้นนิ่ง ๆ สายตาค่อย ๆ ไหลไปตามแถวของใบหน้ารุ่นพี่หลายคนที่เคยสร้างชื่อเสียงให้คณะ จนกระทั่งสะดุดอยู่กับรูปผู้หญิงคนหนึ่ง

รุ่นพี่สาวหน้าตาจิ้มลิ้ม ยิ้มสดใสในชุดนักศึกษาที่เรียบร้อยสะอาดตา ใต้ภาพมีตัวหนังสือเล็ก ๆ เขียนกำกับว่า

“ตัวแทนนิสิตดีเด่น”

หญิงสาวมองค้างอยู่นานเหมือนถูกดึงดูด จนเพื่อนสนิทอย่าง ลีน่าเอียงหน้ามองตาม ก่อนจะถามขึ้นเบา ๆ

“มองอะไรอยู่เหรอชา?”

น้ำชาหลุดยิ้มบาง ๆ ในที่สุด

“พี่คนนี้สวยจังเลยนะ…แถมเรียนเก่งจนได้ขึ้นบอร์ดมหาลัยอีกต่างหาก”

“อื้อ...แต่ว่าเธอก็สวยเหมือนกัน”

“แหม๋...ชมแบบนี้ต้องมีเรื่องอะไรแน่ ๆ”

“เปล่าสักหน่อย”

แป้งหอมเดินเข้ามาข้าง ๆ ก้มมองตามสายตาเพื่อน ก่อนจะเอ่ยเสียงเบาเหมือนกลัวคนอื่นได้ยิน

“ได้ยินมานะ ว่าพี่เขาเสียแล้ว”

“หา...ว่าไงนะ”

“มานี่ เดี๋ยวฉันเล่าให้ฟัง ก่อนจะเข้ามาเรียนที่นี่ ฉันเคยอ่านเรื่องราวต่าง ๆ ของมหาลัยในกระทู้ แล้วก็บังเอิญไปสะดุดกับเรื่องหนึ่งเข้า…”

คำพูดนั้นทำให้ทั้งน้ำชาและลีน่าหันมามองพร้อมกัน ดวงตากลมโตเต็มไปด้วยความอยากรู้

“เรื่องอะไรเหรอ?”

ลีน่าเป็นฝ่ายถามต่อ เสียงเธอเบาลงอย่างอัตโนมัติเหมือนรู้สึกได้ว่ามันไม่ใช่เรื่องธรรมดา

“เมื่อสองปีก่อน…มีผู้หญิงคนหนึ่งที่เพิ่งเข้ามาเรียนปีหนึ่ง เธอเป็นคนเก่งรอบด้าน ทั้งเรียนดี มีความสามารถ หน้าตาก็น่ารักสะดุดตา เรียกได้ว่าพูดง่าย ๆ คือแทบจะสมบูรณ์แบบไปซะทุกอย่าง”

“แล้วตอนนั้นก็มีผู้ชายคนหนึ่งตามจีบเธอมาตลอด เขาอยู่ปีหนึ่งเหมือนกัน เห็นชัดเลยว่าเขาชอบเธอมาก…และเหมือนเธอเองก็ไม่ได้รังเกียจอะไรด้วย หลายคนก็คิดกันไปแล้วว่าน่าจะคบกัน”

“แต่จริง ๆ ไม่ใช่…”

แป้งหอมกดเสียงเบาลงจนแทบเป็นกระซิบ

“ความจริงคือ…ผู้หญิงคนนั้นไปชอบผู้ชายอีกคนต่างหาก”

เธอหยุดเล็กน้อย สบตาเพื่อน ๆ เหมือนอยากเน้นให้รู้ว่ามันไม่ใช่เรื่องเล็กน้อย

บทก่อนหน้า
บทถัดไป