บทที่ 8 ไม่ต้องห่วงฉันหรอก

ตอนที่ 8

ไม่ต้องห่วงฉันหรอก

ช่วงค่ำ

ลมกลางคืนพัดแรง ใบไม้แห้งปลิวกรอบแกรบไปตามทางเดินเงียบ ๆ หน้าอาคารสูง

ไดม่อนยืนพิงรถหรูสีดำ มือหนึ่งกอดอก อีกมือคีบบุหรี่ไว้ ปลายไฟแดงวาบเป็นจังหวะกับการสูดลึก ร่างสูงตระหง่านท่ามกลางแสงไฟถนนที่ส่องเงาให้ยิ่งดูโดดเด่น

ชายหนุ่มปล่อยควันออกช้า ๆ ก่อนสายตาคมจะเหลือบไปเห็นร่างเล็กที่เดินลงมาจากประตูคอนโดพอดี

น้ำชาชะงักกึกทันทีที่เห็นเขา ใบหน้าขึ้นสีเล็กน้อยอย่างตกใจ ดวงตากลมโตมองเขาตั้งแต่หัวจรดเท้า

“พะ…พักอยู่ที่นี่เหมือนกันเหรอ?”

เธอถามออกไปเสียงสั่นเล็กน้อย

ไดม่อนหัวเราะหึในลำคอ คิ้วเข้มเลิกขึ้นนิดหน่อย ริมฝีปากหยักกระตุกเป็นรอยยิ้มบาง ๆ

“คอนโดเล็ก ๆ แบบนี้กูไม่มาอยู่หรอก”

“นี่...แล้วมายืนเก๊กอะไรอยู่ตรงนี้ไม่ทราบ อ๋อหรือว่า....มีเด็กอยู่แถวนี้เหรอ”

“เปล่า มาหามึง”

“มาหาฉัน? มีธุระเหรอ”

“แค่จะมาถามว่ามึงกับไอ้สายลมรู้จักกันได้ยังไง”

“สายลมเหรอ? ...อ๋อรู้จักกันที่ผับ”

“นานยัง”

“ยัง น่าจะหลังคุณ”

“มันชอบมึงเหรอ”

“ไม่รู้สิ ถามทำไม หึงฉันเหรอ”

“เพ้อเจ้อ แค่อยากมาเตือน”

“เตือนเรื่อง?”

“ไอ้สายลมมันไม่ใช่คนดีอะไร มึงอยู่ห่าง ๆ มันไว้จะดีกว่า”

“นี่พวกคุณรู้จักกันเหรอ”

“เปล่า”

“อ้าว...แล้วมาเตือนทำไม แต่ก็ช่างเถอะไม่ต้องห่วงฉันหรอก สายลงสายลมอะไรนั่นไม่ใช่สเปคฉันหรอก ไม่ได้น่าสนใจแต่ถ้าเขาจะจีบจริงก็คงต้องคิดดูก่อน”

“ไม่ต้องคิดหรอกปฏิเสธไปเถอะ”

“นี่เป็นเจ้าของชีวิตเหรอถึงมาสั่ง...”

เสียงเย็นชาพร้อมท่าทางไม่แคร์ ก่อนเธอจะหมุนตัวเดินออกไป

“จะไปไหน”

เสียงทุ้มเอ่ยขึ้นทันที

“หาอะไรกิน”

เธอตอบสั้น ๆ โดยไม่หันกลับมา

เสียงฝีเท้าดังตามหลังมาอย่างชัดเจน ร่างสูงในชุดช็อปเดินตามเธอไปติด ๆ

น้ำชาหยุดหันขวับกลับมามอง

“ตามมาทำไม”

ไดม่อนยกคิ้ว ริมฝีปากหยักกระตุกเป็นรอยยิ้มบาง

“หิวเหมือนกัน”

กลิ่นอาหารตามสั่งลอยคลุ้งไปทั่วร้านเล็ก ๆ ข้างคอนโด ไฟนีออนสีขาวสว่างขับให้บรรยากาศดูบ้าน ๆ แตกต่างจากความหรูหราของตึกสูงที่เพิ่งเดินออกมา

น้ำชานั่งก้มหน้าคลุกข้าวผัดในจาน กินไปเงียบ ๆ พลางแอบเหลือบมองร่างสูงตรงข้ามที่นั่งเอนหลังสบาย ๆ ในชุดช็อปสีเข้ม

ไม่นานนักเสียงทุ้มต่ำของไดม่อนดังขึ้นเป็นคำถาม

“อยู่คนเดียวเหรอ”

น้ำชาเงยหน้าขึ้นนิดหนึ่ง ก่อนพยักหน้าสั้น ๆ

“อื้อ”

“ไม่กลัวเหรอ”

เธอกระพริบตา งุนงง

“กลัวอะไร”

ริมฝีปากหยักยกขึ้นมุมปาก เสียงทุ้มตอบเรียบ ๆ แต่แฝงความน่าขนลุก

“ก็แถวนี้มันมืดจะตายทางกลับคอนโด…ผู้หญิงตัวเล็ก ๆ อยู่คนเดียวไม่กลัวเกิดอะไรขึ้นรึไง”

“เป็นห่วงเหรอ...แสดงว่าพี่ติดใจฉันน่ะสิ”

“ถุ้ย!”

“……”

“ยังไม่ได้ถามเลย…มึงชื่ออะไร”

“อะไรกัน ยังไม่รู้ชื่อฉันอีกเหรอ”

ริมฝีปากหยักคลี่ยิ้มมุมปาก หึเป็นเสียงหัวเราะหึในลำคอที่เต็มไปด้วยความกวนประสาท

หญิงสาวถอนหายใจแรง ๆ ก่อนจะยกคางขึ้นพูดชัดถ้อยชัดคำ

“น้ำชา…จะเรียกน้ำก็ได้ ชาก็ได้”

เธอหยุดนิดหนึ่ง ก่อนแกล้งเอียงหัว ส่งยิ้ม

“หรือว่าจะเรียกว่าที่รักก็ไม่ติด”

“กลัวเรียกซ้ำกับคนอื่น”

น้ำชาหัวเราะคิก เสียงใสติดจะล้อเลียน

“ล้อเล่นน่า ไม่ได้อยากให้เรียกจริง ๆ สักหน่อย”

“เหอะ...”

มือเรียววางช้อนลง กอดอกแน่นแล้วเอนหลังพิงเก้าอี้ สายตากลมโตหรี่ลงมองคนตรงหน้าอย่างจับผิด

“ไม่ใช่สิ…”

เธอพูดช้า ๆ คล้ายจะร้อยเรียงความคิด

“คุณตั้งใจจะมาหาฉัน…ก็เพื่อบอกให้ฉันห่างจากพี่สายลมงั้นเหรอ”

ไดม่อนเอนตัวมาข้างหน้าเล็กน้อย สายตาคมกริบกดลึกลงบนใบหน้าของน้ำชา

“มึงน่ะ…ไม่ทันโลกหรอก”

น้ำชาชะงักไปนิด แต่ยังทำหน้ายั่วใส่ไม่ยอมแพ้

“กลัวจะตกเป็นเหยื่อของคนไม่ดี…แบบมัน”

“สติ! คุณก็ไม่ใช่คนดี”

“ก็แล้วแต่ แค่มาบอก ไม่เชื่อก็ตามใจ วันนี้กูเลี้ยงแล้วกัน ขอตัวนะ”

เขาหยิบธนบัตรวางบนโต๊ะ แล้วลุกขึ้นยืนเต็มความสูง

ร่างสูงในชุดช็อปก้าวออกไปจากร้าน ทิ้งกลิ่นควันบุหรี่และบรรยากาศอึมครึมไว้ข้างหลัง

น้ำชามองตามหลังเขาอย่างไม่เข้าใจนัก ก่อนจะพึมพำเบา ๆ ราวกับพูดกับตัวเอง

“พิลึกคนจริง ๆ …”

วันต่อมา

เสียงลูกบาสกระทบพื้นดัง สะท้อนก้องไปทั่วสนามกลางแดดบ่าย นักศึกษากลุ่มหนึ่งกำลังเล่นกันอย่างสนุกสนาน

น้ำชายืนพิงรั้วเหล็กด้านข้างสนาม มือถือโทรศัพท์ไว้แต่แทบไม่ได้สนใจหน้าจอ เธอเงยหน้าขึ้นเล็กน้อยเมื่อเงาของใครบางคนทอดลงมาข้าง ๆ

ไดม่อนเดินเข้ามาช้า ๆ มือใหญ่ล้วงกระเป๋ากางเกง ชุดช็อปสีเข้มตัดกับบรรยากาศบ่ายแดดแรง ร่างสูงหยุดยืนข้างเธอในท่าทีสบาย ๆ แต่กลับทำให้พื้นที่รอบตัวเต็มไปด้วยแรงกดดัน

หญิงสาวหันไปมอง ดวงตากลมโตฉายแววไม่พอใจนัก

“มายืนใกล้แบบนี้…เดี๋ยวเด็กพี่ก็เข้าใจผิดหรอก”

ไดม่อนเหลือบตามามองนิดหนึ่ง มุมปากยกขึ้นน้อย ๆ

“ไม่เป็นไร…ไม่มีใครคิดหรอกว่ากูได้กับมึง”

คำพูดนั้นทำให้เธอชะงักไปเสี้ยววินาที ก่อนริมฝีปากเล็กจะเม้มเข้าหากันแน่น ดวงตากลับมาจ้องเขาเขม็งเต็มไปด้วยความท้าทาย

น้ำชาหัวเราะในลำคอ เสียงใสปนประชด

“นั่นสิเนอะ…ได้กันครั้งเดียวเอง คงไม่ต้องถือสาอะไรหรอก ก็แค่จิ้ม ๆ กันเฉย ๆ ไม่ได้เรียกว่ามีอะไรด้วยหรอก”

คำพูดนั้นทำให้ไดม่อนหันขวับมามองทันที แววตาคมวาบขึ้นอย่างอันตราย

เสียงทุ้มกดต่ำลอดไรฟัน

“พูดอะไรของมึง…โดนกูจนขาถ่างขนาดนั้น จะมาบอกว่าแค่จิ้มเฉย ๆ ได้ไง”

“นี่...”

“เพื่อนกูมาแล้ว ว่างเปล่าถ้าว่างนั่งดูกูเล่นบาสก่อนสิ”

“เรื่องอะไร เสียเวลา”

“ตามใจ ไม่ได้ง้อสักหน่อย สาว ๆ รอดูกูตั้งเยอะ”

น้ำชาทำปากเบะทันที

“หลงตัวเอง”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป