บทที่ 11 คนอย่างคินน์ชอบลงมือปฏิบัติมากกว่า...
ภายในรถเงียบกริบจนน่าอึดอัด
“ทำไมพี่ต้องไปหาเรื่องเพื่อนหนูด้วยคะ?” ในที่สุดเธอก็ทนไม่ไหว “เขาไม่ได้ทำอะไรผิดเลย ปกติเขาก็ไปส่งหนูตลอด”
คินน์ยังคงมองถนนข้างหน้า นิ่งเงียบเหมือนไม่ได้ยิน
เด็กบื้อเอ๊ย...ไม่รู้จริงๆหรือแกล้งโง่กันแน่วะว่าไอ้หมอนั่นคิดอะไร
เขาไม่คิดจะอธิบาย และไม่อยากยอมรับความรู้สึกหงุดหงิดไร้สาระของตัวเองด้วย
“ก็ไม่ถูกชะตา...”
เขาตอบสั้นๆตัดบทดื้อๆ
ปั้นแป้งอ้าปากค้าง อยากจะเถียงแต่ก็พูดไม่ออก
ไม่ถูกชะตา? เหตุผลบ้าบออะไรของเขาอีกล่ะเนี่ย!
เธอได้แต่ถอนหายใจแรงๆแล้วหันหน้าหนีมองออกไปนอกหน้าต่าง พยายามสงบสติอารมณ์
ท่องไว้ปั้นแป้ง...หนี้แสนแปด...หนี้แสนแปด!
คินน์เหลือบมองคนข้างๆที่นั่งหน้ามุ่ยเป็นตูด แล้วก็เผลอกระตุกยิ้มมุมปากออกมาจางๆ
งอนตุ๊บป่องเป็นเด็กเลยแฮะ
แต่ก็นะ...อย่างน้อยคืนนี้เธอก็อยู่บนรถเขา ไม่ใช่รถไอ้หน้าจืดนั่น
ว่าแต่...แล้วทำไมเขาต้องรู้สึกสะใจด้วยวะ?
“บ้านเธอไปทางไหน?” เสียงทุ้มทำลายความเงียบขึ้นมา
ปั้นแป้งสะดุ้งนิดๆก่อนรีบชี้มือบอกทาง “เลี้ยวซ้ายตรงไฟแดงหน้า แล้วตรงไปอีกสามซอยค่ะ...”
ตลอดทางเธอนั่งตัวเกร็ง มือบีบสายกระเป๋าแน่น ยิ่งเขาเอาแต่ขับรถเงียบๆเธอยิ่งเดาทางไม่ถูกว่าผู้ชายอันตรายคนนี้กำลังคิดอะไรอยู่
ไม่นานนัก รถก็เคลื่อนตัวอย่างนิ่มนวลเข้ามาในซอยเล็กๆทีสองข้างทางเป็นบ้านจัดสรรเก่าๆ
พอแลมโบฯคันงามเบรกจอดสนิทหน้ารั้วอัลลอยสีขาวที่สีเริ่มลอกร่อน ปั้นแป้งก็เตรียมจะพุ่งตัวลงจากรถทันที
“ขอบคุณที่มาส่งค่ะ!”
หมับ!
ยังไม่ทันที่มือจะแตะที่เปิดประตู คินน์ก็เอื้อมมาคว้าแขนเธอไว้ก่อน
“เดี๋ยวก่อน”
“คะ?” เธอหันขวับมองเขางงๆ
“ฉันต้องลงไปสวัสดีพ่อแม่เธอหน่อย” คินน์พูดออกมาหน้าตาย
“อะไรนะคะ!?” ปั้นแป้งร้องเสียงหลง “มะ...ไม่ต้องค่ะ! ไม่ต้องเลย!”
“ทำไม?” เขาเลิกคิ้ว “เราเป็นแฟนกัน คนเป็นแฟนก็ต้องรู้จักพ่อแม่กันไม่ใช่เหรอ? เผื่อวันไหนเธอต้องไปค้างคืนกับฉัน พวกท่านจะได้ไม่เป็นห่วง”
“ค้างคืน!?”
ปั้นแป้งโพล่งออกมาเสียงดังลั่นรถโดยไม่รู้ตัว ความร้อนวูบวาบแล่นพล่านไปทั่วใบหน้าจนแดงก่ำลามไปถึงคอ
“ตะ...ต้องไปค้างคืนด้วยเหรอคะ!?”
“ก็เผื่อไว้” คินน์ตอบหน้าตาเฉย “แกล้งเป็นแฟนกันทั้งที จะให้เจอกันแค่ในมอหรือไง?”
ปั้นแป้งสตันไปสามวิ จินตนาการภาพพ่อกับแม่ยืนลมจับลอยมาแต่ไกล...
จะบ้าเหรอ!
อยู่ๆมีผู้ชายขับรถหลายสิบล้านมาจอดหน้าบ้าน แล้วลูกสาวเดินลงมาบอก ‘พ่อคะ นี่แฟนหนู’ พ่อกับแม่ไม่ช็อกตาตั้งหัวใจวายตายไปก่อนหรือไง!
“พี่คินน์...หนูไหว้ล่ะ อย่าเพิ่งลงไปเลยนะ”
เธอยกมือไหว้ปะหลกๆส่งสายตาเว้าวอนสุดชีวิต
“สภาพอย่างหนูเนี่ยนะจะมีแฟนหล่อวัวตายควายล้ม...แถมขับแลมโบฯมาส่งถึงหน้าบ้านแบบนี้! พ่อแม่หนูไม่มีทางเชื่อหรอกค่ะ มันดูโอเวอร์เกินไป!”
คินน์ฟังคำอวยแบบซื่อๆนั่นแล้วมุมปากก็กระตุกยิ้มอย่างพอใจ
“หึ...ก็จริง” เขายักไหล่ “ถ้าเห็นหน้าฉัน พ่อแม่เธอคงเสียดายแย่ ถ้ามารู้ทีหลังว่าลูกเขยงานดีพรีเมียมขนาดนี้เป็นแค่ตัวปลอม”
โอ๊ย...พ่อคุณ! หลงตัวเองระดับจักรวาล!
ปั้นแป้งอยากจะกรีดร้อง แต่ทำได้แค่มองค้อนไปที่เขา
“พี่นี่มัน...หลงตัวเองที่สุด!”
“พูดมากน่า” คินน์เอื้อมมือไปบีบปากเล็กๆที่กำลังบ่นขมุบขมิบนั่นจนยื่นออกมาเหมือนปากเป็ด
“อ่อยอ้ะ! (ปล่อยนะ!) ”
“วันนี้ฉันยอมให้วันนึง”
เขาโน้มหน้าเข้าไปใกล้จนปั้นแป้งต้องกลั้นหายใจ นัยน์ตาคมจ้องลึกเข้าไปในดวงตาตื่นตระหนกของเธอ
“แต่เตรียมตัวไว้ด้วย...ถ้ามีเหตุให้เธอต้องไปค้างคืนกับฉันจริงๆ ถึงเวลาห้ามอ้างโน่นอ้างนี่เด็ดขาด”
“...” ปั้นแป้งพยักหน้าหงึกหงักทั้งที่โดนบีบปากไว้ หัวใจดวงน้อยเต้นรัวแรงจนกลัวคนตรงหน้าจะได้ยิน
“ดี”
คินน์หัวเราะในลำคออย่างพอใจ ก่อนจะยอมปล่อยมือออกจากแก้มป่องๆนั่นช้าๆ สัมผัสอุ่นจากปลายนิ้วยังทิ้งรอยร้อนผ่าวไว้บนผิวแก้มใส
“ลงไปได้แล้ว...ฝันดีก้อนแป้ง”
ปั้นแป้งรีบผลักประตูรถ เตรียมจะพุ่งตัวออกไปให้ไวที่สุด
ฝันดีบ้าบออะไรกัน คืนนี้คงฝันเห็นหน้าหมอนี่ตามมาหลอกหลอนสิไม่ว่า!
แต่ยังไม่ทันที่เธอจะก้าวลงรถ ก็โดนเสียงทุ้มหยุดไว้ก่อน
“เดี๋ยว”
ปั้นแป้งชะงัก หันขวับมามองตาขวาง “อะไรอีกคะ?”
“พรุ่งนี้วันเสาร์ ฉันว่าง”
“แล้ว...?” คิ้วเรียวกระตุกยิก เริ่มสังหรณ์ใจไม่ดี
“พรุ่งนี้แปดโมงเช้า แต่งตัวรอไว้ ฉันจะมารับ”
“หา!? จะพาหนูไปไหนคะ!?”
“ซ้อมบท” เขาตอบสั้นๆพลางเคาะนิ้วกับพวงมาลัยอย่างสบายอารมณ์ “เธอกำลังแกล้งเป็นแฟนฉันอยู่ไม่ใช่เหรอ? ก็ต้องเรียนรู้นิสัยใจคอกันไว้บ้าง เวลาอยู่ต่อหน้าแม่ฉันจะได้ไม่หลุดโป๊ะ”
ปั้นแป้งอ้าปากค้าง
ซ้อมบท? เห็นเธอว่างมากนักหรือไง!
“แล้วพี่คินน์ไม่ต้องเรียนรู้เรื่องของหนูบ้างเหรอคะ?” เธอย้อนทันควันด้วยน้ำเสียงประชดประชัน “จะได้เนียนๆเหมือนกันไง เดี๋ยวแม่พี่ก็จับได้หรอกว่าแฟนพี่ไม่รู้อะไรเกี่ยวกับหนูเลย”
“หึ” คินน์หัวเราะในลำคออย่างนึกขำ ก่อนจะโน้มตัวข้ามคอนโซลเข้ามาใกล้ จนปั้นแป้งต้องเอนหลังหนีติดเบาะ
“ถ้าฉันจะเรียนรู้เธอ...” เสียงทุ้มเอ่ยชิดริมฝีปากอย่างจงใจแกล้ง “ฉันชอบลงมือปฏิบัติมากกว่าน่ะ...จะรับไหวเหรอ ก้อนแป้ง?”
“ค...คนลามก!” ปั้นแป้งหน้าร้อนวูบ รีบยกมือดันไหล่กว้างออก “พรุ่งนี้หนูไม่ไปได้มั้ยคะ หนูป่วย! หนูจะเขียนใบลาป่วยล่วงหน้าไว้ให้เลย!”
“ก็ตามใจ...” เขายักไหล่แล้วทำท่าจะปลดเข็มขัดนิรภัย “งั้นฉันลงไปแนะนำตัวกับพ่อแม่เธอตอนนี้เลยแล้วกัน จะได้ขออนุญาตพาลูกสาวเขาไปเที่ยวพรุ่งนี้ด้วย”
“พี่คินน์!!” ปั้นแป้งร้องเสียงหลง รีบตะครุบแขนเขาไว้แน่น
นี่เขาไม่เหลือทางรอดให้กันเลยหรือไง!
“โอเคค่ะ! ไปก็ไป! แปดโมงใช่ไหมคะ!” เธอกัดฟันรับคำอย่างจำนน
“ดี...” คินน์ยิ้มกริ่ม “ถ้าช้ากว่าแปดโมง...ฉันจะเข้าไปตามถึงในห้องนอน”
ปั้นแป้งถอนหายใจเฮือกใหญ่ มองเขาด้วยสายตาอาฆาตแค้น ก่อนจะลงจากรถแล้วปิดประตูดัง เดินจ้ำอ้าวเข้าบ้านไปโดยไม่หันกลับมามองอีก
ขืนมองคงได้ประสาทกินตายคาหน้าบ้านแน่ๆ!
คินน์มองตามแผ่นหลังเล็กที่เดินกระแทกส้นปึงปังเข้าบ้านไปแล้วเผลอหลุดขำออกมาอย่างลืมตัว
เวลาโมโหแล้วเหมือนลูกแมวขู่ฟ่อๆ ...
เห็นแล้วมันน่าจับมาบีบปากอีกรอบ
สายตาคมกวาดมองสำรวจบ้านสองชั้นตรงหน้า...
ภาพความธรรมดาที่แสนจะขัดตากับฐานะของเขา มันกลับดูมีชีวิตชีวาและอบอุ่นอย่างน่าประหลาด
ผิดกับบ้านเขาลิบลับ...ใหญ่โตเสียเปล่าแต่โคตรน่าอึดอัด
คินน์ละสายตาจากรั้วบ้านเก่าๆก่อนจะหักพวงมาลัยขับรถออกจากซอยเพื่อมุ่งหน้ากลับคอนโด ที่หลบภัยเดียวที่ทำให้เขารอดพ้นจากคำสั่งของแม่
ปกติเขาชอบขับรถเงียบๆแต่พอต้องอยู่คนเดียว เสียงเถียงฉอดๆของยัยเด็กก้อนแป้งดันลอยแทรกขึ้นมาในหัวเสียอย่างงั้น...
