บทที่ 12 โทรสั่งตอนตีหนึ่ง...เพื่อมาเจอสภาพนี้...

ทันทีที่ถึงห้องชุดสุดหรู คินน์ก็จัดการอาบน้ำจนหัวโล่ง 

 เขาเดินนุ่งผ้าขนหนูผืนเดียวอวดกล้ามหน้าท้องเป็นลอนสวยมาทิ้งตัวลงบนโซฟา หยิบมือถือขึ้นมาไถเล่นฆ่าเวลาไปเรื่อยเปื่อย

 นิ้วเรียวเลื่อนผ่านฟีดข่าวสังคมไฮโซ ภาพงานปาร์ตี้หรูหรา...

 จู่ๆความคิดหนึ่งก็แวบเข้ามาในหัว

 พรุ่งนี้เขามีนัดกับเด็กก้อนแป้งคนนั้น

 คิ้วเข้มขมวดมุ่นทันทีเมื่อภาพเด็กหัวก้อนลอยมาซ้อนทับกับภาพสังคมหรูหราในมือถือ

 เสื้อยืดเก่าๆย้วยๆ กางเกงยีนส์ซีดๆ รองเท้าผ้าใบมอมแมม...

 เดี๋ยวนะ...

 ถึงพรุ่งนี้เขาจะวางแผนพาเธอมาคอนโดเขาเพื่อซ้อมบทก็เถอะ 

 แต่ระหว่างทางล่ะ?

 ขืนยัยนั่นแต่งตัวสภาพนั้นเดินลงจากรถแลมโบฯของเขา หรือเดินผ่านล็อบบี้คอนโดหรู มีหวัง รปภ. นึกว่าเขาพาเด็กเก็บของเก่ามาด้วยแน่ๆ

 ไม่ได้การ...จะให้ภาพลักษณ์เขามามัวหมองเพราะรสนิยมการแต่งตัวของแฟนกำมะลอไม่ได้เด็ดขาด

 นิ้วเรียวจึงกดโทรออกไปยังรายชื่อล่าสุดที่เพิ่งเมมฯไว้เมื่อบ่ายทันที

 ‘ที่รัก’ 

 ชื่อที่เขาเป็นคนบังคับให้เธอตั้งเองกับมือ...

 ทางฝั่งปั้นแป้งที่กำลังหลับอุตุ สะดุ้งตื่นเพราะเสียงเรียกเข้าที่ดังสนั่น มือเล็กควานหาโทรศัพท์ด้วยความงัวเงีย หรี่ตามองหน้าจอที่สว่างจ้า

 ...ที่รัก...

 ชื่อหราบนหน้าจอทำเอาเธอตาสว่างวาบ เบ้ปากมองบนใส่เพดานทันที

 โทรมาทำไมป่านนี้! เจ้ากรรมนายเวรชัดๆ!

 เธอกดรับสายแล้วกรอกเสียงงัวเงียแกมประชดประชันลงไป

 “ฮัลโหล...มีอะไรคะที่รัก โทรมาทวงหนี้ตอนตีหนึ่งเหรอคะ?”

 “เลิกกวน แล้วตั้งใจฟัง”

 ปลายสายตอบกลับมาเสียงห้วน ไม่เล่นด้วยแม้แต่นิดเดียว

 “พรุ่งนี้แต่งตัวให้มันดีๆหน่อย”

 “คะ?” ปั้นแป้งขมวดคิ้ว ปรับอารมณ์ตามไม่ทัน

 “นี่พี่โทรมาปลุกหนูตอนตีหนึ่ง...เพื่อวิจารณ์การแต่งตัวเนี่ยนะ?”

 “ใช่” คินน์ตอบหน้าตาย “ฉันเพิ่งนึกได้ว่ารสนิยมเธอมันแย่”

 เขาเว้นจังหวะเหมือนกำลังหาคำด่าที่สุภาพที่สุด

 “พรุ่งนี้ฉันจะพาไปสถานที่ที่ต้องรักษาภาพลักษณ์หน่อย...ห้ามใส่เสื้อยืดลายการ์ตูนปัญญาอ่อน หรือกางเกงยีนส์ขาดๆมาเด็ดขาด เข้าใจไหม?”

 ปั้นแป้งอ้าปากค้าง

 โอ้โห...พ่อคุณทูนหัว พ่อเทพบุตรจุติ!

 “พี่คินน์! นี่มันตีหนึ่งนะพี่! จะบ้าเหรอ! เรื่องแค่นี้คุยพรุ่งนี้เช้าก็ได้มั้งคะ!”

 “ไม่ได้” คินน์สวนกลับทันที “ขืนบอกหน้างาน เธอเตรียมตัวไม่ทัน แล้วฉันก็ไม่อยากเดินควงกับคนที่แต่งตัวเหมือนเพิ่งหนีน้ำท่วมมา”

 “ปากเหรอนั่น!” ปั้นแป้งแหวลั่น “หนูก็มีเสื้อผ้าแค่นี้แหละค่ะ หนูไม่ใช่ลูกคุณหนูไฮโซเหมือนพี่นะ จะให้ไปขุดชุดหรูๆมาจากไหนตอนนี้!”

 “นั่นมันปัญหาของเธอ”

 เขาตอบอย่างไม่ยี่หระก่อนจะยกขาขึ้นไขว่ห้างอย่างสบายอารมณ์

 “หามาให้ได้ จะยืมเพื่อน หรือจะรื้อตู้เสื้อผ้าแม่มาใส่ก็เรื่องของเธอ...ขอแค่อย่าทำให้ฉันขายหน้าก็พอ”

 “เผด็จการที่สุด! บ้าอำนาจ! หลงตัวเอง!”

 “ด่าจบยัง?”

 คินน์ถามเสียงเรียบ ไม่สะทกสะท้าน

 “ถ้าจบแล้วก็นอนซะ พรุ่งนี้ห้ามมีขอบตาดำเป็นหมีแพนด้าเด็ดขาด หน้าตาเธอยิ่งจืดๆอยู่ ขืนโทรมกว่าเดิมเดี๋ยวคนจะนึกว่าฉันพกซอมบี้ไปเดต”

 “พี่คินน์!!!”

 ติ๊ด

 คินน์กดตัดสายทิ้งดื้อๆปล่อยให้เสียงแว้ดๆของเธอขาดหายไปในอากาศ 

 เขาหัวเราะในลำคออย่างชอบใจ 

 ทีนี้ก็หมดห่วงเรื่องชุด แถมได้กวนประสาทคนขี้เซาแก้เบื่อด้วย

 คุ้มค่าโทรจริงๆ

 คินน์โยนโทรศัพท์ไปบนเตียง ก่อนจะล้มตัวลงนอนด้วยความสบายใจ

 ต่างจากอีกคนที่ปลายสายที่ป่านนี้คงกำลังนั่งทึ้งผมตัวเอง กรีดร้องสาปแช่งเขาจนไม่ได้หลับไม่ได้นอนแน่ๆ

 ท่ามกลางแสงไฟสลัวจากหัวเตียง คินน์ทอดสายตามองโทรศัพท์ที่เพิ่งโยนลงไปข้างตัว

 ความรู้สึกขบขันระคนเอ็นดูยังตกค้างอยู่ในอก...

 เด็กบ้าอะไร เสียงตอนโมโหตลกชะมัด

 มุมปากหยักได้รูปเผลอยกขึ้นเป็นรอยยิ้มบางๆโดยไม่รู้ตัว

 แต่เพียงเสี้ยววินาท พอตระหนักได้ว่าตัวเองกำลังเผลอไผล รอยยิ้มนั้นก็หุบฉับลงทันที

 แววตาที่เคยผ่อนคลายกลับมาเรียบนิ่งและเย็นชา คินน์พลิกตัวนอนหันหลังให้แสงไฟ ข่มตาลงพร้อมกับปัดไล่ความรู้สึกไร้สาระทิ้งไปให้พ้นหัว

 อย่าเผลอไปอินกับละครฉากนี้เด็ดขาด ไอ้คินน์...

 แผลในอดีตตอกย้ำให้เขารู้ดีว่าคนที่ทำทีว่าแสนดีและไม่มีวันใจร้าย สุดท้ายบทจะทิ้งกันไป ก็กล้าเดินหันหลังให้ดื้อๆแบบไม่มีแม้แต่คำร่ำลา

 สำหรับเขา เด็กก้อนแป้งก็เป็นแค่หมากตัวหนึ่งในเกมตบตาแม่

 ไม่มีทางเป็นมากกว่านั้น...และจะไม่มีวันเป็น

 เช้าวันเสาร์

 07.55 น.

 ปั้นแป้งรีบวิ่งกระหืดกระหอบมารอที่ปากซอยตามนัด 

 เธอแอบชะเง้อมองซ้ายขวาอย่างหวาดระแวง กลัวป้าข้างบ้านจะโผล่มาเห็น

 ขืนใครเห็นเธอขึ้นรถหรูไปกับผู้ชายแปลกหน้า มีหวังข่าวลือสะพัดไปถึงหูแม่ภายในสามนาทีแน่!

 ทันทีที่รถสปอร์ตคันคุ้นตาแล่นมาจอดเทียบท่า เธอก็รีบกระชากประตูแล้วแทรกตัวเข้าไปนั่งทันที

 ปัง!

 “ไปเร็วค่ะพี่! เดี๋ยวป้าข้างบ้านเห็น!”

 “หึ...”

 เสียงหัวเราะทุ้มต่ำในลำคอดังขึ้นขัดจังหวะความตื่นตระหนก

 คินน์ละสายตาจากกระจกมองหลัง หันมาไล่มองสำรวจคนตัวเล็กตั้งแต่หัวจรดเท้า...

 ตั้งใจเต็มที่ว่าจะตำหนิเรื่องรสนิยมถ้าเธอกล้าใส่เสื้อยืดกางเกงยีนส์ขาดๆมาให้เขาขายหน้า

 แต่ภาพที่เห็นตรงหน้า...ทำเอาคำด่าที่เตรียมไว้จุกอยู่ที่คอ

 ดวงตาคมเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย ก่อนที่มุมปากจะกระตุกเหมือนคนพยายามกลั้นอะไรบางอย่างสุดชีวิต

 ชุดเดรสลายดอกไม้สีสดใสที่ดูเหมือนหลุดมาจากนิตยสารแม่บ้านยุค 80...

 บวกกับผมเปียสองข้างที่มัดมาอย่างตั้งใจนั่น...

 พรืดดด!

 “ฮ่ะๆๆ! นี่ชุดบ้าอะไรของเธอเนี่ยก้อนแป้ง!”

 คินน์ระเบิดหัวเราะออกมาอย่างหมดมาด ความหงุดหงิดเรื่องภาพลักษณ์หรือความตั้งใจที่จะวางมาดเข้มใส่เธอหายวับไปทันที

 เหลือแต่ความขบขันจนท้องคัดท้องแข็ง

 ให้ตายเถอะ...

บทก่อนหน้า
บทถัดไป