บทที่ 14 ก้าวแรกในถ้ำเสือ...
เมื่อมาถึงหน้าลิฟต์ที่เปิดรออยู่พอดี ร่างสูงก็เดินดุ่มๆเข้าไปข้างในโดยไม่ฟังเสียงทัดทาน ก่อนจะยอมปล่อยร่างเล็กลงสู่พื้นเมื่อประตูลิฟต์ปิดลงกั้นสายตาคนภายนอก
ทันทีที่เข้ามาด้านใน ปั้นแป้งก็รีบถอยกรูดไปยืนตัวเกร็งอยู่มุมสุด พยายามทิ้งระยะห่างจากเขาให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้
คินน์กอดอกพิงผนังอีกฝั่ง ปรายตามองท่าทางตื่นตูมนั่นด้วยความระอา
“ทำหน้าเหมือนคนกำลังจะโดนเชือด...เลิกจินตนาการเพ้อเจ้อได้แล้ว”
“ใครจะไปรู้ล่ะคะ!” ปั้นแป้งเถียงอุบอิบโดยไม่กล้าสบตา
“อยู่กับผู้ชายสองต่อสองในที่รโหฐานแบบนี้...ข่าวอาชญากรรมก็มีให้เห็นเยอะแยะไป”
“หึ...” เขาแค่นเสียงในลำคอ
สายตาคมกริบกวาดมองเธอตั้งแต่หัวจรดเท้าอีกครั้งอย่างพิจารณา
“วางใจเถอะ สภาพเด็กอนุบาลหลงทางแบบนี้...ไม่ทำให้ฉันเกิดอารมณ์อาชญากรหรอก”
ปั้นแป้งอ้าปากค้าง อยากจะด่าแต่ก็ด่าไม่ออก ได้แต่ยืนหน้าแดงก่ำด้วยความเจ็บใจผสมอับอาย
ติ้ง...
เสียงสัญญาณลิฟต์ดังขึ้นพร้อมประตูที่เปิดออก
ปั้นแป้งใจหล่นวูบ ขาแข็งทื่อก้าวไม่ออก
“ออกไปสิ”
คินน์ไม่พูดเปล่า มือหนาดันแผ่นหลังเล็กให้เดินออกจากลิฟต์
ปั้นแป้งเซถลาออกมาอย่างเสียไม่ได้ ขาที่ก้าวเดินสั่นพั่บๆจนแทบจะพันกัน
คินน์เดินนำไปหยุดที่หน้าประตูห้องบานใหญ่สุดทางเดิน มือแตะคีย์การ์ดปลดล็อก ก่อนจะผลักประตูเปิดกว้างเผยให้เห็นความมืดสลัวภายในห้อง
เขาก้าวเข้าไปก่อนอย่างคุ้นเคย แต่พอหันกลับมา...
กลับพบว่ายัยตัวดียังยืนเกาะขอบประตูอยู่ข้างนอก ไม่ยอมก้าวเข้ามาแม้แต่ครึ่งก้าว
“จะเข้าดีๆหรือจะให้ฉันอุ้มรอบสอง?”
เขาเลิกคิ้วถามเสียงกดดัน
“คือ...หนู...” ปั้นแป้งละล่ำละลัก
มือเล็กกำขอบประตูแน่น เหงื่อซึมเต็มฝ่ามือ
เข้าไปไม่ได้นะปั้นแป้ง! เข้าไปเท่ากับอ้อยเข้าปากช้างชัดๆ!
“หนู...หนูขอรอข้างนอก...”
“ไร้สาระ”
คินน์ตัดบทอย่างหมดความอดทน
หมับ!
มือหนาคว้าข้อมือเล็กแล้วกระชากวูบเดียว ร่างบางก็ปลิวถลาเข้ามาในห้องโดยไม่ทันตั้งตัว
ปัง!
เสียงประตูปิดล็อกอัตโนมัติดังสนั่นหวั่นไหวตามหลังมาติดๆ
ตัดขาดโลกภายนอกและความปลอดภัยทิ้งไปจนหมดสิ้น...
ปั้นแป้งยืนตัวแข็งทื่ออยู่กลางห้องชุดสุดหรู ความเงียบสงัดรอบตัวทำให้เสียงหัวใจที่เต้นรัวก้องจนน่ากลัว
จบกัน ชีวิตสาวน้อยผู้ใสซื่อของเธอ!
ทันทีที่ประตูห้องปิดล็อกอัตโนมัติ คินน์ก็เดินตรงดิ่งเข้าไปในโซนครัวโดยไม่เหลียวหลังมามองแขกรับเชิญ ทิ้งคำสั่งสั้นๆไว้ลอยๆ
“ไปนั่งรอที่โซฟา”
ปั้นแป้งพยักหน้าอย่างคนว่าง่าย ดวงตากลมโตลอบกวาดมองไปรอบห้องด้วยความตื่นตาตื่นใจ
ผิดคาด...ในหัวเธอจินตนาการไว้ว่าห้องของเศรษฐีอย่างคินน์ต้องหรูหราอลังการแบบในละครหลังข่าว...
แต่สิ่งที่เห็นกลับตรงกันข้าม
ภายในห้องกว้างคุมโทนสีเข้มดูหรูหรา แต่ข้าวของกลับน้อยชิ้นและจัดวางเนี้ยบกริบจนน่าขนลุก ไม่มีของจุกจิก ไม่มีรูปถ่าย
มันดูอ้างว้างเหมือนโชว์รูมเฟอร์นิเจอร์มากกว่าบ้านคนเสียอีก
แอร์เย็นฉ่ำบวกกับความเงียบในห้อง ทำเอาปั้นแป้งเกร็งจนแทบลืมหายใจ
ร่างเล็กค่อยๆ ย่องไปทิ้งตัวลงนั่งหมิ่นเหม่ตรงมุมสุดของโซฟาหนัง
สองมือกอดกระเป๋าผ้าแนบอกราวกับเป็นโล่กำบัง สายตาล่อกแล่กมองซ้ายขวาอย่างระแวดระวัง
ฟุ่บ!
จู่ๆ วัตถุเย็นเฉียบก็ลอยละลิ่วข้ามมาจากฝั่งครัว!
“ว้ายย!”
ปั้นแป้งร้องเสียงหลง สัญชาตญาณสั่งให้ยกมือคว้าหมับเข้าที่วัตถุนั้นทันที
ขวดน้ำแร่เย็นเจี๊ยบอยู่ในมือเธอ...เฉียดหน้าผากไปแค่นิดเดียว
“รับได้ด้วยแฮะ...นึกว่าจะซุ่มซ่ามเอาหัวรับซะอีก”
ร่างสูงเดินก้าวสบายๆตามออกมาจากโซนครัว สีหน้านิ่งเรียบแต่แววตาฉายความขบขันอย่างปิดไม่มิด
ปั้นแป้งหน้ามุ่ย รีบกำขวดน้ำแน่นแก้เก้อ
“พี่คินน์! ส่งให้ดีๆไม่ได้เหรอคะ ตกใจหมด”
“ก็เห็นนั่งเกร็งเหมือนรูปปั้น...” เขากวาดตามองท่าทางตื่นๆของเธอ ก่อนจะกระตุกยิ้มมุมปาก “ผิดหวังล่ะสิ”
“คะ?” ปั้นแป้งชะงัก
“หน้าเธอฟ้อง...คงจินตนาการว่าห้องฉันต้องมีโคมไฟระย้ากับเก้าอี้หลุยส์ทองคำเหมือนในละครน้ำเน่าแน่ๆ”
เขารู้ทันอย่างกับมานั่งอยู่ในใจ!
“ปะ...เปล่านะคะ!” ปั้นแป้งรีบปฏิเสธเสียงสูง ทั้งที่โดนแทงใจดำเข้าเต็มเปา “หนูแค่...แค่เห็นว่าห้องพี่มันเรียบร้อยกว่าที่คิดก็เท่านั้นเอง นึกว่าจะรกๆตามประสาผู้ชายอยู่คนเดียว” เธอแถสีข้างถลอก
คินน์แค่นหัวเราะในลำคอ ไม่คิดจะต่อล้อต่อเถียง ร่างสูงเดินตรงมาทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟาตัวเดียวกัน...
แรงยุบตัวของเบาะหนังราคาแพงทำให้ปั้นแป้งเผลอเกร็งตัวขึ้นมาทันที
ถึงเขาจะนั่งห่างออกไปอีกฟาก ไม่ได้เบียดเสียด แต่ในความรู้สึกของเธอมันเหมือนโลกทั้งใบหดแคบลงถนัดตา
กลิ่นน้ำหอมจางๆจากตัวเขาลอยมาแตะจมูก มันเป็นกลิ่นของผู้ชายอันตรายที่ชวนให้ใจสั่นแปลกๆ
ปั้นแป้งรีบเปิดขวดน้ำแล้วยกขึ้นดื่มอึกใหญ่เพื่อดับความประหม่าที่พลุ่งพล่านในอก
บ้าจริง...โซฟาก็ตั้งกว้าง ทำไมเธอถึงรู้สึกเหมือนออกซิเจนรอบตัวมันน้อยลงแบบนี้เนี่ย!
คินน์ไม่สนใจอาการเลิ่กลั่กของคนตัวเล็กเลยสักนิด เขาโน้มตัวไปหยิบซองเอกสารปึกใหญ่ออกจากลิ้นชักโต๊ะกลาง
แล้วเอนหลังพิงโซฟาสบายๆ ก่อนจะโยนมันลงตรงหน้าเธอแบบไม่ให้สุ้มให้เสียง
ตุบ!
เสียงปึกกระดาษที่กระแทกลงบนโต๊ะอย่างแรงทำเอาปั้นแป้งสะดุ้ง ขวดน้ำในมือเกือบจะร่วงใส่เท้า
เธอกะพริบตาปริบๆมองซองหนาเตอะนั่นด้วยความมึนงง
“อะไรคะเนี่ย...”
“การบ้านของเธอ” คินน์ตอบสั้นๆ
มือเล็กเอื้อมไปหยิบแผ่นบนสุดขึ้นมาอ่าน...แล้วก็ต้องเบิกตาโพลงจนแทบถลนเมื่อเห็นเนื้อหาข้างใน
ข้อมูลของ คินน์ อัศวเหมสกุล...อัดแน่นเอี๊ยดทุกบรรทัด!
ตั้งแต่วันเดือนปีเกิด กรุ๊ปเลือด น้ำหนัก ส่วนสูง
อาหารที่แพ้ (แพ้กุ้งแม่น้ำแต่กินกุ้งมังกรได้?)
ยี่ห้อกาแฟที่ดื่ม (ต้องคั่วกลาง บดละเอียด อุณหภูมิน้ำ 92 องศา?)
ไปจนถึงชื่อหมาตัวแรกที่เลี้ยงตอนสามขวบ!
บ้าไปแล้ว...
นี่กะจะให้เธอจำหมดนี่เลยเหรอ? ปึกนี้มันหนาเกือบครึ่งนิ้ว นี่มันไม่ใช่แค่ข้อมูลพื้นฐานแล้ว
นี่มันวิทยานิพนธ์ว่าด้วยเรื่อง ‘เทิดพระเกียรติคุณชายคินน์’ ชัดๆ!
“จำให้หมด...”
เจ้าของวิทยานิพนธ์ออกคำสั่งเสียงเรียบ พลางยกขาขึ้นไขว่ห้าง
“ห้ามตกหล่นแม้แต่บรรทัดเดียว”
