บทที่ 17 เบาได้เบา...

“นี่เธอ...แอบนอกใจพี่เหรอ?”

 ปั้นแป้งตกใจสุดตัวจนมือถือแทบร่วง

 หันขวับไปมองคินน์ที่ยืนค้ำหัวเธออยู่ด้วยสายตาตกใจสุดขีด

 “พ...พี่คินน์!”

 เธอร้องลั่น พยายามเอามืออุดลำโพงโทรศัพท์ แต่ดูเหมือนจะไม่ทันการ

 “แป้ง?” เสียงของน้ำหนึ่งเปลี่ยนไปทันที จากนุ่มนวลกลายเป็นตื่นตระหนก “นั่นเสียงใคร? แป้งอยู่กับผู้ชายเหรอ?”

 “มะ...ไม่ใช่! คือ...เอ่อ ใช่ แต่ไม่ใช่อย่างที่คิดนะ! อย่าเข้าใจผิด!”

 ปั้นแป้งละล่ำละลักอธิบาย ลิ้นพันกันจนฟังไม่ได้ศัพท์

 คินน์เลิกคิ้วมองท่าทางลนลานนั้นด้วยความขบขัน

 มุมปากหยักยกยิ้มร้ายกาจ ก่อนจะยื่นหน้าเข้าไปใกล้โทรศัพท์ในมือเธออีกนิด แล้วพูดด้วยน้ำเสียงยียวนชวนให้คนฟังประสาทกิน

 “บอกมันไปสิ...ว่าเธอกำลังใช้หนี้ฉันอยู่ ยุ่งมาก วางสายไปซะ”

 “พี่คินน์!!!”

 ปั้นแป้งแหวใส่เขาหน้าแดงก่ำ รีบกดตัดสายทิ้งทันทีก่อนที่เรื่องจะบานปลายไปมากกว่านี้

 เธอหันมาจ้องหน้าตัวต้นเหตุเขม็ง

 “พี่พูดบ้าอะไรเนี่ย! เพื่อนหนูเข้าใจผิดหมดแล้วนะ!”

 คินน์ยักไหล่ ไม่สะทกสะท้านกับเสียงแว้ดๆนั่นสักนิด หนำซ้ำยังดูชอบใจที่ปั่นหัวเธอได้สำเร็จ

 “ก็ช่วยไม่ได้...ใครใช้ให้เธอแอบมาคุยกับผู้ชายลับๆล่อๆ ต่อหน้าเจ้าหนี้อย่างฉันล่ะ” เขากอดอก มองเธอด้วยสายตารู้ทัน “ทำไม? กลัวไอ้หน้าจืดนั่นจะรู้หรือไงว่าเธออยู่กับผู้ชาย?”

 “เขาชื่อน้ำหนึ่งค่ะ! และเขาก็เป็นเพื่อนสนิทหนู!” ปั้นแป้งเถียงคอเป็นเอ็น “แล้วเราก็ไม่ได้เป็นอะไรกันจริงๆสักหน่อย พี่จะมาแกล้งหนูทำไมเนี่ย”

 คินน์หรี่ตาลงเล็กน้อย

 ความหงุดหงิดแล่นริ้วขึ้นมาโดยไร้สาเหตุ...

 เพื่อนสนิทงั้นเหรอ? สนิทกันแค่ไหนถึงต้องโทรรายงานตัว โทรชวนดูหนัง?

 “หิวแล้ว”

 เขาตัดบทดื้อๆ เดินหนีกลับไปทิ้งตัวลงบนโซฟาอย่างเอาแต่ใจ

 ...

 ไม่นานนัก อาหารเดลิเวอรี่จากร้านหรูที่คินน์สั่งก็มาส่ง

 บรรยากาศบนโต๊ะอาหารกลางห้องรับแขกที่ควรจะผ่อนคลาย กลับมาคุชอบกล

 ปั้นแป้งก้มหน้าก้มตาจัดการอาหารตรงหน้าอย่างตั้งใจ หวังจะใช้ของกินกลบเกลื่อนความฟุ้งซ่าน

 มีดในมือหั่นชิ้นสเต๊กเข้าปากเคี้ยวตุ้ยๆ 

 จนกระทั่งปลายส้อมเลื่อนไปหยุดอยู่ที่ไส้กรอกเยอรมันชิ้นโต

 จู่ๆมือเล็กก็ชะงักไป

 ดวงตากลมโตจ้องมองเจ้าแท่งเนื้อบดรมควันสีเข้มที่นอนนิ่งอยู่อย่างพินิจพิเคราะห์โดยไม่ได้ตั้งใจ

 ขนาด...ความยาว...และความแน่นตึงของผิวสัมผัส...

 ภาพความทรงจำที่อยากลืมกลับฉายวาบเข้ามาในหัวของเธอทันที ไอร้อนผ่าวที่ยังหลอนติดอยู่บนผิวแก้ม...

 ความนูนแน่นภายใต้กางเกงยีนส์ที่เธอเพิ่งเอาหน้าไปจุ่ม...

 เหมือน...

 เหมือนเกินไปแล้ว!

 หน้าหวานแดงเถือกจนควันแทบออกหู

 ไอ้ไส้กรอกบ้า! แกจะมานอนยั่วสายตาตอกย้ำความทรงจำทำไม!

 ฉึก!

 ด้วยความอับอายระคนสติแตก ปั้นแป้งง้างมือปักส้อมลงกลางชิ้นไส้กรอกเต็มแรงเหมือนโกรธแค้นกันมาสิบชาติ!

 “เบาได้เบา...”

 เสียงทุ้มดังขึ้นทำลายความเงียบ

 คินน์เท้าคางมองเธอด้วยแววตากรุ้มกริ่ม พลางปรายตามองซากไส้กรอกในจานเธอสลับกับเป้ากางเกงตัวเอง

 “เห็นเธอจ้วงแทงไส้กรอกซะเละขนาดนั้น...ฉันรู้สึกเจ็บแทนพิกล”

 “แค่กๆ!”

 ปั้นแป้งสำลักน้ำเปล่าจนหน้าดำหน้าแดง

 “หะ...หนูเปล่าซะหน่อย! ก็แค่หั่นให้มันกินง่ายๆ!”

 “เหรอ...”

 เขาลากเสียงยาว ยิ้มมุมปากแบบที่ทำให้คนมองใจสั่น

 “นึกว่ากำลังแค้นที่ไม่ได้...กินมันแบบเป็นชิ้นเป็นอันซะอีก”

 “พี่คินน์!!!”

 เธอร้องเสียงหลง ยกมือปิดหูตัวเองแน่น

 “คนลามก! หยุดพูดจาสองแง่สองง่ามเดี๋ยวนี้นะ!”

 คินน์หัวเราะร่าอย่างอารมณ์ดี

 การได้แกล้งยัยเด็กหัวก้อนให้เขินจนตัวบิดนี่มันบันเทิงใจชะมัด

 ยิ่งเห็นแก้มแดงๆนั่นพองลมอย่างขัดใจ...เขายิ่งรู้สึกว่าการจ้างเธอมาอยู่ใกล้ๆเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้องที่สุด

 สุดท้ายวันนั้น...

 จบลงที่ปั้นแป้งอยู่ในห้องของเขาจนเกือบเย็น โดยไม่มีเหตุการณ์หน้าจุ่มเป้ารอบสองให้หัวใจวายเล่น

 คินน์ขับรถไปส่งเธอที่บ้าน

 แต่ก็นั่นแหละ...

 ถึงตัวจะแยกย้าย แต่ความทรงจำบ้าๆนั่นกลับตามหลอกหลอนไม่เลิก

 คืนนั้น...

 ร่างบางทิ้งตัวลงบนเตียงนุ่มด้วยความอ่อนเพลีย

 แต่ข่มตายังไงก็ไม่ลง...เพราะภาพบ้าๆในหัวไม่มีทีท่าว่าจะหยุดวนเวียน

 “กรี๊ดดด! ออกไปนะ! ออกไปจากหัวเดี๋ยวนี้!”

 ปั้นแป้งดิ้นพล่านบนเตียง ถีบเท้าไปมาจนผ้าห่มร่วงลงไปกองกับพื้นด้วยความอัดอั้น

 ทำไมต้องจำแม่นขนาดนี้ด้วยวะไอ้แป้ง!

 แค่ภาพหน้าจุ่มเป้าก็อยากจะกลั้นใจตายแล้ว...นี่ดันจำได้ยันกลิ่นน้ำหอมจางๆกับไออุ่นจากตัวเขาอีก!

 บ้าที่สุด!

 ทำไมคนนิสัยเสียปากกรรไกรแบบนั้นต้องตัวหอมขนาดนั้นด้วย!

 เธอกลิ้งตัวมุดหมอนแทบมิดหัว พยายามข่มใจไม่ให้เต้นแรงไปกว่านี้

 โลกนี้ช่างไม่ยุติธรรมเลยจริงๆให้ความหล่อกับกลิ่นตัวหอมๆมาอยู่บนตัวคนนิสัยแย่แบบนี้ได้ยังไงกัน!

 เธอคว้าตุ๊กตาน้องหมาตัวโตมากอดแน่นอย่างคนหาที่ระบาย

 นี่ขนาดยังไม่ได้เริ่มงานแฟนปลอมๆจริงจัง เธอยังเสียอาการจนไปไม่เป็นขนาดนี้

 แล้วถ้าต้องไปอยู่ใกล้ๆต้องโดนเขาถึงเนื้อถึงตัวมากกว่านี้ล่ะ?

 “ไม่รอดแน่...”

 เสียงหวานพึมพำกับตัวเองอย่างสิ้นหวัง

 พร้อมกับ ย้ำเตือนตัวเองให้จำใส่สมองไว้เลยว่าต้องอยู่ห่างจากรัศมีเป้ากางเกงเขาอย่างน้อยสามเมตร!

 กว่าจะข่มตาหลับลงได้ก็ปาเข้าไปเกือบตีสอง

 ผิดกับคู่กรณี...

 ที่ร่างสูงเหยียดกายยาวไปบนเตียงคิงไซส์อย่างผ่อนคลาย ขาแกร่งไขว่ห้างกระดิกเบาๆท่ามกลางความเงียบสงัด

 ดวงตาคมจ้องมองเพดานห้อง...แต่แทนที่ภาพจะมืดสนิท กลับมีภาพเด็กหัวก้อนหน้าแดงแจ๋เด้งออกจากตัวเขาเหมือนสปริงฉายชัดขึ้นมา

 เวรเอ๊ย...

 มุมปากหยักยกขึ้นช้าๆอย่างห้ามไม่ได้

 “ฮึ...”

 เสียงหัวเราะทุ้มต่ำหลุดออกจากลำคอ

 ไม่รู้สิ...เขาควรจะโกรธไหมที่โดนหน้าคนอื่นกระแทกจนจุกพูดไม่ออก

 แต่พอนึกถึงหน้าเหวอๆนั่นแล้วมันดันขำซะอย่างนั้น

 แปลกคน...กลัวจะโดนทำอะไร แต่ดันเป็นฝ่ายพุ่งใส่เขาก่อน

 คินน์หลับตาลงอย่างผ่อนคลาย ปล่อยให้เรื่องราวของวันนี้ฉายซ้ำขึ้นมาในหัวเป็นฉากๆ ...

 ตั้งแต่ตอนที่เธอทำหน้ามุ่ย แก้มพองลมเป็นปลาทอง

 ตอนที่พยายามถัดตัวหนีไปนั่งเบียดชิดมุมโซฟาอย่างหวาดระแวง

 ไหนจะตอนที่จ้วงแทงไส้กรอกระบายอารมณ์นั่นอีก

 “ยัยเด็กเพี้ยน...”

 ก็ไม่รู้ว่าพรุ่งนี้จะสรรหาเรื่องอะไรมาให้ปวดหัวอีก 

 แต่ที่แน่ๆวีรกรรมบ๊องๆพวกนั้น มันดันทำให้คนอย่างเขาเผลอยิ้มออกมาเป็นครั้งที่เท่าไหร่ของวันแล้วก็ไม่รู้...

บทก่อนหน้า
บทถัดไป