บทที่ 6 ขอต่อรอง...ไม่แลกลิ้นได้ไหมคะ?

พอเห็นเขาขมวดคิ้วมองมาเหมือนเจอของแปลก ปั้นแป้งก็เริ่มใจคอไม่ดี

ตายแล้ว...เขาต้องคิดว่าเธอเพี้ยนแน่ๆ!!!

เดี๋ยวเขาจะหงุดหงิดแล้วดึงหูเธอเหมือนที่ดึงกระเป๋าอีกไหมเนี่ย?

“เอ่อ...แต่ชาก็ดีนะคะ” เธอรีบแถ “ชาเขียว ชาแดง ชาอะไรหนูก็กินหมด! ขนมก็ชอบด้วยค่ะ ขนมปัง ปาท่องโก๋ หรือเค้กมะพร้าวก็ได้! หนูทานง่ายมากเลยค่ะ!”

พูดจบ เธอก็ยกมือปัดเหงื่อบนหน้าผากทั้งที่จริงไม่มีเหงื่อสักหยด พร้อมกับฝืนยิ้มแห้งๆกะพริบตาปริบๆเหมือนลูกหมาที่กลัวโดนตี

ในใจก็แอบภาวนาให้เขาอย่าได้หยุมหัวเธอเลย...

คินน์เงียบสนิท ไม่ออกเสียงแม้แต่คำเดียว เพียงแค่ปรายตามองคนช่างพูด

เด็กนี่พูดเยอะชะมัด...

ไทป์กับกัสมองตามทั้งสองคนที่เดินไปด้วยกัน แล้วหันมามองหน้ากันยิ้มๆ

“กูว่านะ...กัดกันแบบนี้...เดี๋ยวเผลอๆได้เป็นแฟนกันจริง” ไทป์พูดขำๆ

“มึงจะบ้าเหรอ ไอ้คินน์เนี่ยนะจะชอบเด็กแบบนั้น...” กัสพูดก่อนเงียบไปหนึ่งจังหวะ “เออ แต่กูก็อยากเห็นว่ะว่าถ้าเป็นแฟนกันมันจะเป็นยังไง น่าสนุกชะมัด...”

กลิ่นหอมของเมล็ดกาแฟคั่วใหม่ลอยอบอวลไปทั่วคาเฟ่เล็กๆหลังตึกคณะ คินน์พาปั้นแป้งเดินเลี่ยงผู้คนตรงไปยังมุมในสุดของร้าน มุมที่ค่อนข้างเป็นส่วนตัวและลับตาคน

เขาลากเก้าอี้นั่งลงแบบสบายๆก่อนหันไปสั่งอเมริกาโน่เย็นจากพนักงาน แล้วปรายตาให้เธอสั่งเองตามใจ

“เอ่อ...เอาโกโก้เย็นค่ะ ขอวิปครีมด้วยนะคะ” ปั้นแป้งค่อยๆชูมือสั่งออเดอร์ด้วยท่าทางเจียมเนื้อเจียมตัวสุดชีวิต

พอสั่งเสร็จ หันกลับมาก็เจอสายตาของคินน์ที่นั่งไขว่ห้างมองเธออยู่ก่อนแล้ว

สายตานิ่งๆของเขาไล่สำรวจจนปั้นแป้งทำตัวไม่ถูก เธอรู้สึกตัวลีบเล็กลงถนัดตาเมื่อต้องอยู่ต่อหน้าเขา

“คือว่า...พี่คินน์คิดว่าแม่พี่จะเชื่อเหรอคะ?” เธอถามเสียงอ่อยด้วยความไม่มั่นใจ “แล้ว...หนูต้องทำอะไรบ้างเหรอ?”

คินน์เงียบไปครู่หนึ่ง นัยน์ตาคมปรายมองคนตรงหน้าโดยไม่ตอบคำถามในทันที

การแต่งตัวก็เชยๆ แถมซอมซ่อ...

แต่บางที แม่อาจจะเชื่อก็ได้ ว่าเขาเลิกนิสัยเดิมๆแล้วหันมาคบผู้หญิงเรียบร้อยธรรมดาแทน

“เธอต้องไปเจอแม่ของฉัน” เขาพูดเรียบๆพลางเอนหลังกับเก้าอี้ “แล้วต้องทำให้แม่ฉันเชื่อว่าเรารักกันจริง ต้องมีทั้งโอบกอด...แล้วก็อาจจะจูบ ถ้าจำเป็น”

ปั้นแป้งตาโตแทบจะถลนออกมาทันที

“จูบ!?”

เสียงเธอสูงจนคนโต๊ะข้างๆหันมามองแวบหนึ่ง ก่อนที่ปั้นแป้งจะรีบปิดปากตัวเองเอาไว้ หน้าเธอแดงลามถึงใบหู

“หนูไม่เคยจูบใคร...แล้วถึงพี่จะหล่อก็เถอะ แต่หนูก็...”

“เธอมีสิทธิ์ต่อรองด้วยเหรอ?” คินน์เอ่ยเสียงเรียบขณะกอดอกเอนตัวพิงพนักเก้าอี้ พร้อมกับใช้สายตามองเธออย่างเหนือกว่า

ปั้นแป้งทำหน้าจะร้องไห้ปนฮึดสู้ “ก็...อย่างน้อย ขอไม่เอาแบบ...เอ่อ แลกลิ้นได้มั้ยคะ?”

คินน์ชะงักไปชั่วอึดใจ ก่อนถอนหายใจหงุดหงิดเล็กน้อย

“เธอนี่มัน!! ฉันก็ไม่ได้อยากแลกลิ้นกับเธออยู่แล้ว”

ปั้นแป้งเบ้ปากทันที “งั้นก็ดีแล้วค่ะ หนูก็ไม่อยาก...”

ชิ! คิดว่าเธออยากจะจูบกับเขามากหรือไง อย่ามาหลงเธอทีหลังก็แล้วกัน

ปั้นแป้งก้มมองโกโก้ที่เพิ่งเสิร์ฟมา ทำหน้าย่นใส่ฟองวิปครีมอย่างหงุดหงิดที่เหมือนโดนดูถูก

คินน์มองท่าทางนั้นแล้วหัวคิ้วกระตุกนิดๆพยายามไม่หลุดยิ้ม

เด็กนี่...ตลกเป็นบ้า แต่ก็เอาเถอะ อย่างน้อยแม่เขาอาจจะเชื่อว่าเขารักเดียวใจเดียวกับผู้หญิงใสซื่อแบบนี้ก็ได้

“อีกสองอาทิตย์ ฉันจะพาเธอไปหาแม่” ดวงตาคมกริบมองเธอไม่วางตา “ระหว่างนี้ เราต้องเรียนรู้กันให้มากที่สุด เริ่มตั้งแต่วันนี้เลย แกล้งเป็นแฟนตั้งแต่วันนี้”

ปั้นแป้งอ้าปากค้าง “ห๊ะ!?”

โกโก้เย็นในมือสั่นน้อยๆราวกับกลัวอนาคตที่กำลังจะมาถึง

“ก็ทำเหมือนเป็นแฟนกันจริงๆไง” เขาพูดหน้าตายเหมือนมันเรื่องปกติสุดๆ “ฉันจะไปรับไปส่งที่คณะ...แล้วก็ที่บ้านเธอด้วย”

“ทำไมต้องทำขนาดนั้นด้วยล่ะคะ!?” เธอเผลอโวยเสียงสูง “แค่แสดงต่อหน้าแม่พี่ ไม่พอเหรอคะ?”

คินน์ขมวดคิ้วอย่างไม่พอใจ “ไม่พอ แม่ฉันจับตาดูฉันอยู่ มันต้องเนียนตั้งแต่ชีวิตประจำวัน”

น้ำเสียงเขาทั้งเข้มและกดดันจนปั้นแป้งเถียงไม่ออก

ตายแล้ว...ชีวิตวัยเรียนของเธอต้องจบแล้วแน่ๆ

เธอแทบอยากมุดใต้โต๊ะหนีความจริง

ต่อไปนี้ทุกคนในคณะคงมองเธอเป็นแฟนของเสือผู้หญิงตัวพ่อ เป็นผู้หญิงแอ๊บแบ๊วที่จริงๆแล้วแรดเงียบ...นี่มันเลวร้ายชัดๆ!!

คินน์หรี่ตา มุมปากกระตุกเหมือนอ่านความคิดเธอออก

ป๊อก!

เขาดีดนิ้วใส่หน้าผากเธอเต็มแรงจนปั้นแป้งร้องเสียงหลง

“โอ๊ยยยย! พี่คินน์นนน!!”

เธอลูบหน้าผากป้อยๆ ทำตาเคืองใส่เขาเหมือนลูกแมวน้อยที่โดนเหยียบหาง

“ทำหน้าน่ารำคาญ” เขาพูดเรียบๆแล้วหยิบแก้วกาแฟขึ้นมาจิบต่อราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น

ปั้นแป้งงอนปากยื่น บ่นอุบอิบเสียงเบา

“พี่นี่มัน...ใจร้ายที่สุดเลย...”

แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ นอกจากนั่งขมวดคิ้วกับวิปครีมในแก้วโกโก้ของตัวเอง

ชีวิตเธอต่อจากนี้คงไม่ต่างจากละครน้ำเน่าที่พระเอกเป็นเสือผู้หญิง และเธอ...เป็นเหยื่อที่ต้องแกล้งเป็นนางเอกจำเป็น

หลังจากตกลงกันได้ ทั้งคู่ก็หยิบโทรศัพท์ออกมาแลกเบอร์กัน

“เมมชื่อฉันว่า ที่รัก” คินน์สั่งเสียงเรียบ

ปั้นแป้งแทบหลุดสำลักน้ำลาย “ห๊าาา!? หนู...หนูเมมแบบนั้นไม่ได้หรอกค่ะ! มันแบบ...โอ๊ยยย จะอ้วก!”

คิ้วคินน์กระตุก เขาโน้มตัวมาหาเธออย่างช้าๆด้วยสายตาดุดัน

“จะอ้วกใส่ฉันเหรอ?”

เธอสั่นหัวเป็นพัลวัน ก่อนจะเมมชื่อเขาว่า ที่รัก อย่างเสียไม่ได้

พอหันไปเห็นว่าเขาเมมชื่อเธอว่า ที่รัก เหมือนกัน ปั้นแป้งถึงกับเอาโทรศัพท์แนบหน้าหนีแทบไม่ทัน

คินน์มองก้อนผมยุ่งๆของเธอแล้วคันมืออยากหยุมเต็มแก่ แต่ยั้งไว้ได้

ทำไมเด็กนี่ถึงน่าหงุดหงิดชะมัด...

ก่อนจะออกจากคาเฟ่ คินน์ยื่นมือมาตรงหน้าเธออย่างไร้คำพูด

ปั้นแป้งชะงักนิ่งไปเล็กน้อย ดวงตากลมโตจ้องมองมือใหญ่ที่ยื่นมาราวกับเป็นของต้องห้าม หัวใจเต้นรัวแรงจนคุมไม่อยู่

นี่เป็นครั้งแรกในชีวิตที่ต้องจับมือผู้ชาย...แถมผู้ชายคนนั้นดันเป็น พี่คินน์ มนุษย์เสาไฟฟ้าหน้าหล่อที่ดีกรีความเจ้าชู้ทะลุปรอท!

ทำไมจู่ๆฝ่ามือมันร้อนวูบวาบแบบนี้เนี่ย!

มือเล็กค่อยๆยื่นออกไปอย่างกล้าๆกลัวๆ

ปลายนิ้วสั่นระริกเหมือนเจ้าเข้า ปากก็เม้มแน่น พยายามรวบรวมความกล้าที่จะวางมือลงไป

แต่มันช่างดูอืดอาดเชื่องช้าจนคนรอมันเขี้ยว

บทก่อนหน้า
บทถัดไป