บทที่ 7 สกินชิพแรก...กับรอยจูบ(ทิพย์)
คินน์ขมวดคิ้วมุ่น...
ลีลาชักช้าไม่ทันกิน! จะจับก็จับสิ กว่าจะขยับได้แต่ละมิลลิเมตร ยัยเด็กนี่มัน...
หมับ!
ไม่รอให้เสียเวลา มือหนาเอื้อมไปคว้าหมับเข้าที่มือนุ่มนิ่มนั่นทันที รวบกลืนฝ่ามือเล็กไว้เต็มกำมือโดยไม่ให้อีกฝ่ายตั้งตัว
“อุ๊ย!” ปั้นแป้งสะดุ้งตัวโยน
ความร้อนแล่นริ้วขึ้นไปกองรวมกันที่สองแก้มจนแดงแปร๊ดลามไปถึงใบหู ร่างเล็กรีบก้มหน้างุดมองปลายเท้าตัวเอง ไม่กล้าแม้แต่จะชายตามองมือที่ถูกกุมไว้แน่น
แค่จับมือเองนะยัยแป้ง! ทำไมมันถึงรู้สึกเหมือนวิญญาณจะหลุดออกจากร่างแบบนี้!
เดินจับมือกันไปได้ไม่ทันไร ความประหม่าก็ทำพิษจนฝ่ามือเล็กเริ่มมีเหงื่อชื้นซึมออกมา
คินน์เหลือบมองคนข้างๆด้วยสายตากึ่งระอากึ่งขำขัน ก่อนจะบีบกระชับมือนุ่มนิ่มนั้นเบาๆ
“เหงื่อแตกขนาดนี้...ตื่นเต้นหรือกลัวฉันจับกินฮะ?” น้ำเสียงทุ้มเอ่ยแหย่
ปั้นแป้งหน้าเหวอ รีบชักมือที่ชุ่มเหงื่อกลับมาเช็ดกับกระโปรงอย่างลนลาน ก่อนจะค่อยๆยื่นส่งคืนไปให้เขาจับใหม่อย่างเก้ๆกังๆ
ฮือออ อายแทบแทรกแผ่นดินหนี! แต่ถึงยังไงก็ต้องจับอยู่ดีนี่นา!
คินน์ลอบถอนหายใจกับท่าทางทุลักทุเลนั้น
เด็กนี่คงไม่เคยมีแฟนเลยสินะ ชีวิตนี้เคยมีใครมาจีบบ้างหรือเปล่าเถอะ...
ทว่าทันทีที่ก้าวพ้นประตูคาเฟ่ เสียงซุบซิบนินทาก็ดังแว่วมาตามสายลมทันที
"นั่นใครน่ะ เด็กคณะไหน?"
"สภาพแบบนั้นยังกล้าเดินควงพี่คินน์เหรอ? ดูเชยจะตาย!"
"ไม่สวยแล้วยังกล้า...โคตรน่าขำเลยว่ะ"
คำพูดเหยียดหยามพวกนั้นลอยมากระทบหูจนคนฟังตัวลีบเล็กลงถนัดตา ปั้นแป้งก้มหน้าต่ำ ความรู้สึกขมปร่าตีตื้นขึ้นมาจุกที่คอหอย
ไม่จริง...เธอไม่ได้อยากมายืนตรงนี้สักหน่อย!
โดยไม่รู้ตัว มือเล็กเผลอบีบฝ่ามือแกร่งแน่นขึ้นราวกับต้องการหาที่ยึดเหนี่ยว
คินน์สัมผัสได้ถึงแรงบีบและแรงสั่นน้อยๆจากคนข้างตัว
เมื่อปรายตามองก็เห็นว่าไหล่เล็กนั้นห่อเหี่ยวลงอย่างเห็นได้ชัด ความหงุดหงิดก่อตัวขึ้นในอกอย่างรวดเร็ว...
ต้นเหตุที่เธอต้องมาโดนคนพวกนี้ด่า ก็เพราะเขาไม่ใช่หรือไง
นัยน์ตาคมตวัดขวับไปทางต้นเสียง เพียงแค่ปรายตามองแวบเดียว แววตาดุดันแผ่รังสีคุกคามก็ทำเอากลุ่มไทยมุงชะงัก หุบปากเงียบกริบทันที
แต่แค่นั้นยังไม่พอ...
คินน์ปล่อยมือที่จับไว้ เปลี่ยนเป็นตวัดวงแขนโอบหมับเข้าที่เอวบาง ดึงร่างเล็กให้ปลิวมาปะทะอกแกร่งอย่างจงใจ ประกาศกร้าวผ่านการกระทำว่า...
ผู้หญิงคนนี้ของเขา ใครก็ห้ามแตะ!
“อ๊ะ!” ปั้นแป้งอุทานเสียงหลง
กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเฉพาะตัวของเขาลอยแตะจมูก ทำเอาระบบการเต้นของหัวใจรวนไปหมดจนต้องเผลอกลั้นหายใจ
งื้อ...ใกล้ขนาดนี้ เธอจะขาดใจตายก่อนเรียนจบไหมเนี่ย!
คินน์ก้มมองก้อนผมยุ่งๆด้วยหางตา เดาได้ไม่ยากว่าเธอคงกำลังโวยวายสติแตกอยู่ในหัวแน่ๆ แต่ก็ช่างเถอะ อย่างน้อยไอ้พวกปากหอยปากปูก็จะได้หุบปากเสียที
แม้จะกำลังตื่นตระหนก ทว่าไออุ่นที่แผ่มาจากแผ่นอกกว้างกลับทำให้รู้สึกปลอดภัยอย่างประหลาด...
เดี๋ยวก่อน! หยุดหวั่นไหวเดี๋ยวนี้นะ! ท่องไว้ว่านั่นคืออีตาเจ้าหนี้หน้าเลือด เขาก็แค่เล่นละครใหญ่ตบตาคนอื่นไงยัยแป้ง!
คินน์ไม่ได้พูดอะไรออกมาสักคำ เขาเพียงแค่กระชับอ้อมแขนรั้งเอวบางให้เดินก้าวไปพร้อมกัน
ท่าทีปกป้องอย่างออกนอกหน้านั้นช่วยปัดเป่าความหวาดหวั่นของปั้นแป้งไปได้เกือบครึ่ง ร่างเล็กที่เคยหดเกร็งเริ่มยืดตัวตรงขึ้นมาทีละนิด
ตลอดทางเดิน เสียงนินทาเงียบกริบราวกับเป่าสาก
คินน์กวาดสายตามองกลุ่มผู้หญิงที่เคยส่งยิ้มยั่วยวนให้เขา ตอนนี้พวกเธอพากันหลบตาเป็นพัลวัน
ภาพนางฟ้าหน้าสวยที่เอาแต่พ่นคำพูดดูถูกเหยียดหยามคนอื่น ทำเอาริมฝีปากหยักได้รูปเม้มเข้าหากันแน่น
คำพูดพวกนั้นไม่ได้แค่ดูถูกยัยก้อนแป้ง...แต่มันเหมือนตบหน้าเขาฉาดใหญ่
นี่รสนิยมเขาต่ำตมขนาดนี้เลยเหรอวะ...
ที่ผ่านมาเขาเคยไปนอนคลุกคลีกับคนประเภทนี้ลงไปได้ยังไง...
ความรู้สึกสะอิดสะเอียนตีตื้นขึ้นมาจนต้องขมวดคิ้ว รู้สึกหงุดหงิดตัวเองอย่างบอกไม่ถูก
เมื่อเทียบกันแล้ว...เด็กเฉิ่มๆที่เอาแต่หน้าแดงอยู่ข้างๆเขายังดูน่ามองกว่าเป็นร้อยเท่า
เมื่อเดินมาถึงหน้าตึกคณะของปั้นแป้ง คนตัวเล็กก็ทำท่าจะขืนตัวออกและสะบัดมือทิ้งเหมือนโดนของร้อน
แต่ฝันไปเถอะ...
คินน์กระชับมือหนายึดกุมเอาไว้แน่น แกล้งทำเป็นไม่สะทกสะท้านกับแรงต้านทานอันน้อยนิดนั่น
ร่างสูงจงใจโน้มตัวลงมาหา...
รอยยิ้มร้ายกาจผุดขึ้นที่มุมปาก เรียกความสนใจจากสายตาคนทั้งคณะให้หันมามองเป็นจุดเดียว
ปลายนิ้วเรียวข้างที่ว่างเลื่อนขึ้นมาเกลี่ยปอยผมที่ปรกหน้าออกให้อย่างเบามือ
สัมผัสแผ่วเบาที่ข้างแก้มทำเอาปั้นแป้งสะดุ้งเฮือก ขนลุกซู่ไปทั้งแผ่นหลัง ร่างบางแข็งทื่อเป็นหิน ขยับไม่ได้แม้แต่ปลายนิ้ว
ลมหายใจอุ่นร้อนของคนตัวโตเป่ารดผิวหน้าใกล้เข้ามาเรื่อยๆจนปลายจมูกแทบจะชนกัน
ห๊ะ!...จะจูบจริงดิ?!
สมองของปั้นแป้งขาวโพลนไปหมด สัญชาตญาณเอาตัวรอดสั่งให้หลับตาปี๋โดยอัตโนมัติ ไหล่เล็กหดเกร็งจนปวด เตรียมรับชะตากรรม!
หนึ่งวินาที...สองวินาที...
สัมผัสจาบจ้วงที่หลับตารอ กลับกลายเป็นเพียงความว่างเปล่า
คินน์เพียงแค่โน้มหน้าเข้าไปใกล้แก้มใส ปรับองศาให้คนรอบข้างมองเห็นเหมือนว่าเขาเพิ่งจะหอมแก้มแฟนสาวแสนรัก
ริมฝีปากหยักขยับเข้าประชิดใบหู ก่อนจะทิ้งประโยคสั้นๆให้ได้ยินกันแค่สองคน...
“อย่าเกร็งขนาดนั้นสิ เล่นให้เนียนหน่อย”
พูดจบ เขาก็ผละตัวออกด้วยสีหน้าราบเรียบเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
ทิ้งให้ปั้นแป้งยืนตัวแข็งทื่อ ทำอะไรไม่ถูกไปชั่วขณะ
แก้มเนียนและใบหูร้อนฉ่า ดวงตากลมโตเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนกปนขัดเขิน
กรี๊ดดด! ไอ้พี่คินน์คนผีทะเล!
เธอได้แต่กรีดร้องอัดอั้นอยู่ในใจ
ไม่ชิน! ให้ตายยังไงก็ไม่มีทางชินกับการใกล้ชิดแบบนี้!
ปากก็ท่องว่าเขาคือเสืออันตราย...เป็นแค่เจ้าหนี้จอมเผด็จการ!
แต่พอโดนดาเมจความหล่อกระแทกตาในระยะประชิด หัวใจทรยศดันเต้นรัวจนแทบระเบิด
ให้ตายเถอะ...เจอสกิลอ่อยระดับพี่คินน์เข้าไป ใครไม่หวั่นไหวก็บ้าแล้ว!
