บทที่ 2 บทที่ ๑ ❝รองสารวัตรคนใหม่❞

“ผมสัญญา ผมจะเอาทุกอย่างที่เป็นของเราคืนมา!” เจ้าของร่างสูงยืนประจันหน้ากับรูปถ่ายขาวดำของพ่อและแม่ รูปถ่ายขาวดำที่มีคำว่า ชาตะ มรณะ ติดอยู่ รูปถ่ายถูกแขวนอยู่หน้าห้องพระ กัลปพฤกษ์เอ่ยให้สัญญากับพ่อและแม่ด้วยถ้อยคำที่จริงจัง น้ำเสียงที่แน่วแน่

จะต้องทวงทุกอย่างที่เป็นของเขาคืนมา ชื่อเสียง เกียรติยศ และน้องสาวคนสำคัญ จะไม่ยอมให้ใครพรากมันไปจากเขาได้อีก

“นายครับ รถพร้อมแล้ว”

“อืม” กัลปพฤกษ์พยักหน้ารับ ไม่แม้แต่จะหันกลับมาดูหน้าลูกน้อง สองขาเดินไปปลดรูปถ่ายขาวดำออกมาทั้งสองใบ

“กลับไปอยู่ด้วยกันนะครับ” เขากอดรูปถ่ายขาวดำไว้แนบอก เดินออกมาจากตึกที่เป็นบ้านพักของนายตำรวจ รถหรูจอดเทียบอยู่หน้าบ้านพักแล้ว เขาไม่แม้แต่จะหันกลับมามองบ้านพักที่ตนอยู่อาศัยมาเกือบสิบปี วันนี้เป็นวันสุดท้ายที่กัลปพฤกษ์จะอาศัยอยู่ที่นี่ ลูกน้องคนสนิทไม่รอให้เจ้านายเปิดประตูรถเอง รีบมาเปิดให้ทันทีที่เจ้านายเดินมาถึงอย่างรู้งาน

“ไปกรม”

“ครับนาย” รถคันหรูแล่นขับออกจากบ้านพักนายตำรวจ ตรงดิ่งสู่ถนนสายหลัก มุ่งหน้าสู่กรมตำรวจที่อยู่อีกจังหวัดหนึ่ง จังหวัดที่เป็นบ้านเกิดของกัลปพฤกษ์

หนังสือพิมพ์รายวันทุกฉบับพาดหัวข่าวถึงรองสารวัตรหนุ่มคนใหม่ที่ย้ายมาประจำการที่เมืองใต้ว่า นายตำรวจหนุ่มคนนี้นี่แหละที่จะมาปราบผู้มีอิทธิพลในภาคใต้อย่างเสี่ยเพชร กัมปนาท และ เสี่ยเหม ลุ่มพระนคร

ทุกย่างก้าวที่เจ้าของส่วนสูงกว่าหนึ่งร้อยแปดสิบห้าเซนติเมตรเดินเข้ามาในอาคารปกครองของกรมบังคับปราบปราม ทุกท่าทาง กิริยา ล้วนอยู่ในสายตาของ ‘เสี่ยเพชร’

เสี่ยเพชรนั่งพิงหน้าต่างภายในห้องของผู้บังคับบัญชาการคนหนึ่ง เอนตัวไขว่ห้างกระดิกเท้าอย่างไม่เกรงกลัว เพราะมั่นใจว่าจะไม่มีใครมองเห็นตน ไม่มีใครล่วงรู้มาก่อนว่าเจ้าพ่อที่เป็นคนไทยเชื้อสายจีน มีคาถาอาคม

เอียงคอจ้องมองนายตำรวจเล็กน้อย สายตามองพิจารณานายตำรวจหนุ่ม

รูปพรรณสัดส่วนทรวดทรงสมบูรณ์แบบ อกผายไหล่ผึ่ง ดูองอาจสมชายชาตรี รูปเอวเว้าโค้งบางพอดีมือ ใบหน้าหล่อเหลาคมคาย ผิวพรรณขาวดุจหยวกกล้วย

“ฮ่า ๆ แม่งรูปงามเหมือนที่สาว ๆ ในตลาดชมเลยว่ะ” เสี่ยเพชรเผลอเอ่ยปากชมหลังจากที่ได้เห็นหน้านายตำรวจหนุ่มคนใหม่ที่พึ่งย้ายมา อีกฝ่ายดูดีจนเสี่ยเพชรอดมองไม่ได้ แต่ก็อดที่จะหัวเราะออกมาไม่ได้เหมือนกัน ก็ไอ้ตำรวจนี่…มันเป็นสเปกของสาว ๆ นี่หว่า แล้วแบบนี้หนุ่มใต้อย่างเขาก็ขายไม่ออกน่ะสิวะ ฮ่า ๆ เสี่ยเพชรคิดเองตลกเองอยู่ในใจ

‘เอาเถอะ ต่อให้ลื้อรูปงามยังไง ลื้อก็ต้องตายด้วยฝีมืออั๊วอยู่ดี’ ใบหน้าคมคาย จมูกโด่งรับกับริมฝีปากบาง เรือนคางงามพอดี อวดสันกรามที่น่าเชยชม เส้นผมถูกแต่งจัดทรงเสยไปด้านหลังอย่างเนี้ยบ ไม่ได้ตัดสั้นเกรียนเหมือนตำรวจทั่วไป

กัลปพฤกษ์ดูภายนอกมากด้วยภูมิฐาน อำนาจ และบารมี สมแล้วที่ใจกล้าบ้าบิ่นย้ายมาประจำการที่ภาคใต้

การที่เสี่ยเพชรแอบมาในครั้งนี้ ไม่ใช่ว่าเขาเป็นโรคจิตชอบถ้ำมอง แต่ได้ยินชื่อเสียงเรียงนามของอีกฝ่ายมาสักพักแล้ว วันนี้เพียงแค่อยากจะเห็นหน้าค่าตาก็เท่านั้น อยากจะมาดูหน้านายตำรวจหนุ่มคนใหม่ที่พึ่งย้ายมาประจำการสักหน่อย ว่าจะเก่งสมชื่อกับที่โดนพาดหัวข่าวไหม

‘เดี๋ยวป๋าจะต้อนรับอย่างดีเลยอีหนู หึ’

“กระผมร้อยตำรวจเอก กัลปพฤกษ์ กัญจน์ชลเนตร รายงานตัวครับ!” สุรเสียงก้องกังวานชัดเจนของนายตำรวจหนุ่ม รายงานตัวต่อผู้เป็นนาย

เขายืนทำความเคารพต่อผู้เป็นนายคนใหม่ กัลปพฤกษ์จะต้องมารายงานตัวที่กรมก่อนจะย้ายไปประจำการอยู่ที่สถานีตำรวจภูธรในจังหวัด กัลปพฤกษ์ไม่ได้ย้ายเพื่อรับตำแหน่ง แต่ย้ายมาเพื่อดูแลน้องสาวเพียงคนเดียวของเขา

“นายคิดดีแล้วใช่ไหมที่ย้ายมา” พลตำรวจโท เสกสรรค์ ดำรงตำแหน่งผู้บังคับการ เอ่ยปากถามลูกน้องคนใหม่ ชายวัยกลางคนนั่งเท้าคางมองนายตำรวจหนุ่มไฟแรงตรงหน้า อยากจะรู้นักว่าอีกฝ่ายจะอยู่ได้นานแค่ไหน เขาเห็นมานักต่อนักแล้วว่าตำรวจดี ๆ จะต้องมาตายที่นี่

“ครับท่าน”

“ที่นี่ไม่เหมือนพระนครที่นายย้ายมา ที่นี่มีแต่เสือแต่สิงห์ มีแต่พวกเจ้าพ่อใหญ่ ๆ นายคิดเหรอว่าจะอยู่ได้”

“ที่นี่เป็นบ้านเกิดผม ไม่ว่ายังไงผมก็ต้องอยู่ให้ได้ครับ”

“หึ นายจะบอกว่านายกล้าท้าชนกับคนที่มีอำนาจพวกนั้นสินะ”

“ครับ”

“ฉันเห็นมานักแล้ว คนที่ดีแต่พูดแบบนี้ล้วนตายมานักต่อนัก นายอย่าทำให้ฉันผิดหวังล่ะ”

“ครับท่าน” กัลปพฤกษ์รู้สึกเหมือนโดนตบหัวแล้วลูบหลัง

กัลปพฤกษ์ไม่เคยเกรงกลัวผู้มีอำนาจ เขามีทุกวันนี้ได้เพราะความสามารถของตัวเอง แม้บางครั้งจะพ่ายแพ้ให้กับคนมีอำนาจ แต่เขาก็ไม่เคยที่จะเกรงกลัวพวกมัน กลับกัน ยิ่งอยากกำจัดพวกมันให้หมดสิ้นไป

กัลปพฤกษ์ได้ชื่อว่าเป็นนายตำรวจที่ตงฉิน รักความถูกต้อง และความยุติธรรม ย่อมไม่มีทางที่จะยำเกรงต่อผู้มีอิทธิพล

“นี่คำสั่งใหม่ นายไปจัดการซะ”

“ตรวจค้น?” เขารับเอกสารขึ้นมาอ่าน มาวันแรกก็ได้รับงานเสียแล้ว งานที่ได้รับมอบหมายคืองานตรวจค้น ภายในคำสั่ง คือให้ตรวจค้นหาสิ่งผิดกฎหมายจากหอเฟื่องฟ้า

กัลปพฤกษ์ทำหน้าฉงน หมายนี้ออกก่อนที่เขาจะย้ายมา แต่ทำไมพอย้ายมาวันแรกถึงได้งานนี้ กัลปพฤกษ์คิดว่ามันผิดปกติ จริง ๆ ควรจะต้องตรวจค้นไปแล้ว ทำไมต้องรอเขามา

‘มันเป็นยังไงกันแน่ ?’

“ทำไม่ได้หรือไงกัน” พลตำรวจโท ถามลูกน้องคนใหม่ด้วยสายตาที่บ่งบอกถึงความไม่พอใจ

“ทำได้ครับ”

“อืม นายกลับไปได้แล้ว” กัลปพฤกษ์ที่ไม่อยากมีปัญหา จึงตกปากรับคำไป สุดท้ายก็ถูกไล่ออกมา

‘สักวันเถอะมึง กูจะเลื่อยขาเก้าอี้ไอ้พวกตำรวจแก่ไม่มีน้ำยา ไอ้พวกบ้าอำนาจ คอยดูเถอะมึง’

“ครับท่าน”

“มาวันแรกก็ปากแจ๋วเลยนะ” คล้อยหลังนายตำรวจหนุ่มเดินออกไป เสี่ยเพชรก็พูดออกมา เสี่ยเพชรเองก็เห็นมานักต่อนักแล้วไอ้คนที่ปากดีแบบนี้ มันไม่ได้ตายดีสักคน

เมื่อจ้องมองไปยังถนนหน้าอาคาร เห็นรถยุโรปคันหรูจอดเทียบ นายตำรวจหนุ่มที่เสี่ยเพชรตั้งใจมาดูหน้าก็ขึ้นรถไป ใจอยากจะตามไปให้เห็นถึงหน้าบ้าน ว่ามันเป็นลูกเต้าเหล่าใคร ไยจึงกล้าถึงเพียงนี้ แต่เดาแล้วคงไม่พ้นลูกคุณหนูสักบ้าน ที่พ่อแม่ตามใจตั้งแต่เด็ก แต่เอาไว้ก่อน เขาจดจำแค่ทะเบียนรถมันก็พอ ทั่วทั้งจังหวัดคนขับรถหรูแบบนี้มีไม่มาก และทั่วจังหวัดคงมีบ้านไม่ถึงสามสิบหลังที่มีรถหรูเช่นนี้

สักวันคงได้เจอ

รถคันหรูขับเข้ามาจอดเทียบหน้าบ้านทรงขนมปังขิงหลังใหญ่ ตัวบ้านสีเหลืองอ่อนตัดกับหลังคาสีน้ำตาลแดง ดูหรูหรา โอ่อ่า สมกับเป็นบ้านผู้ดีเก่าแก่ รายรอบตัวบ้านถูกตกแต่งด้วยไม้ดอกไม้ประดับหลากหลายชนิด แถมยังมีต้นไม้ใหญ่ให้ความร่มรื่น

กัลปพฤกษ์ไม่ได้กลับมาที่บ้านนานกว่าห้าปี นับตั้งแต่ที่พ่อและแม่ของเขาเสียไป เขารับราชการเป็นตำรวจ นับมาก็เกือบสิบปี โดนสั่งย้ายไปนู่นมานี่ กว่าจะสร้างผลงานจนมีชื่อ และได้ย้ายกลับมาอยู่ที่บ้านเกิดก็นับว่านานโข สองขาเรียวยาวเดินเข้ามาในตัวบ้าน ยื่นหมวกและกระเป๋าเดินทางให้แม่บ้านคนสนิทอย่างป้าแสง

‘นี่แม่กุหลาบหายไปไหนกัน พี่กลับบ้านมาทั้งคน ทำไมไม่มาต้อนรับ’ นึกคิดตามฉบับคนเป็นพี่ชาย กัลปพฤกษ์ถูกเลี้ยงดูโดยพ่อแท้ ๆ จึงมีนิสัยที่เคร่งขรึม และบ้าอำนาจอยู่เนือง ๆ พออายุถึงเกณฑ์ก็ถูกส่งไปสอบและเรียนโรงเรียนนายร้อย ทุกวันนี้ไม่ว่ากัลปพฤกษ์จะกินหรือนอน ล้วนเคร่งกับกฎระเบียบของตัวเอง

“แม่กุหลาบอยู่ที่ไหนครับ”

“เอ่อ คุณหนู...” ป้าแสงอึกอักไม่กล้าพูด เธอไม่รู้จะบอกคุณชายของเธออย่างไรว่าคุณหนูกุหลาบแอบไปนัดพบกับคนรัก

ท่าทีของป้าแสงทำให้คุณชายใหญ่ของบ้านต้องขมวดคิ้ว

‘หรือเรื่องที่เขาได้ยินมาจะเป็นเรื่องจริง?’

“ไปไหนครับ?” เขากดเสียงต่ำทุ้มถามอีกครั้ง ต้องการจะคาดคั้นเอาคำตอบ ป้าแสงในเวลานี้ไหล่สั่นเบา ๆ เธอไม่ได้เจอคุณชายที่เธอเลี้ยงมาเพียงห้าปี ไม่คิดว่าคุณชายของเธอจะเติบโตและได้นิสัยของคุณท่านมาเต็ม ๆ

ป้าแสงคงจะลืมไปว่า คุณชายของบ้านอย่าง กัลปพฤกษ์ อายุอานามปีนี้ย่างเข้าสามสิบแล้ว คงจะไม่ได้อ่อนโยนหรือเป็นเด็กน้อยเหมือนเดิม

“คุณหนูออกไปข้างนอกค่ะ” ป้าแสงไม่ได้จงใจที่จะพูดโกหก แต่จำเป็นจะต้องพูดเลี่ยงออกไป อย่างไรเสียเธอก็เป็นแค่แม่บ้าน ไม่สามารถพูดออกไปได้ทั้งหมด เพราะเป็นเรื่องของเจ้านาย กัลปพฤกษ์พยักหน้ารับ เขาเดินขึ้นไปชั้นสอง ตรงดิ่งไปห้องพักส่วนตัวของเขาที่ป้าแสงเตรียมให้ ในใจล้วนรู้อยู่เต็มอก ว่าน้องสาวของตัวเองหายไปไหน

คงจะไปกกอยู่กับไอ้อันธพาลนั่น กัลปพฤกษ์ได้ยินข่าวเสีย ๆ หาย ๆ ของแม่กุหลาบมาก็มาก ตอนอยู่พระนครบรรดาเพื่อน ๆ ของเขาที่ย้ายมาประจำการภาคใต้ ทุกคนล้วนบอกว่าเห็นน้องสาวของเขากำลังคบหาดูใจกับอันธพาล คราแรกก็ไม่ได้เชื่อ จนเมื่อกี้ที่ได้เห็นท่าทีของป้าแสงยามที่แม่กุหลาบหายไป ก็พอเดาได้ว่าอาจเป็นเรื่องจริง

และการที่เขาย้ายมาประจำการอยู่ที่บ้านเกิด ก็เพื่อต้องการที่จะกลับมาดูแลน้องสาว ไม่ให้ออกนอกลู่นอกทางไปมากกว่านี้

...ช่วงเวลาดึก...

กัลปพฤกษ์ยังคงนอนไม่หลับเพราะน้องสาวตัวดียังคงไม่กลับบ้าน ในใจร้อนรุ่มจนจะลุกเป็นไฟ อยากจะบุกไปตามหาให้รู้แล้วรู้รอด มันกล้ามากที่หยามคนอย่างกัลปพฤกษ์ แม่กุหลาบก็ดื้อไม่น้อย ไม่มีรสนิยม เลือกคบหาดูใจกับอันธพาลอย่างนั้นหรือ ใช้อะไรคิดกัน จากที่จะพากันรุ่งโรจน์ เหตุใดถึงพากันตกต่ำ

กัลปพฤกษ์ไม่อยากให้น้องสาวตัวเองคบหากับโจรร้าย และเชื่อว่าไม่มีบ้านไหนยอมให้ลูกสาวหรือลูกชายคบหากับพวกอันธพาลเป็นแน่ พวกนั้นมันไว้ใจไม่ได้ อยู่ด้วยก็เหมือนอยู่ใกล้กองไฟ มีแต่จะรนหาที่ตาย

เขาสัญญากับตัวเองเอาไว้แน่วแน่ด้วยความเป็นพี่ชายไม่ว่าอย่างไรก็จะปกป้องน้องสาวให้ได้ และจะเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้แก่น้องสาว

ทั่วทั้งเรือนในเวลานี้มีเพียงแต่ไฟสลัว ๆ อย่างโคมไฟตามทางเดิน กัลปพฤกษ์นั่งรอแม่กุหลาบอยู่ที่โซฟาตรงโถงบ้าน เขาสั่งให้แม่บ้านปิดไฟจนหมด ให้เหลือแต่เพียงไฟสลัว ๆ เท่านั้น จุดที่กัลปพฤกษ์นั่งอยู่ ค่อนข้างมืด เขาตั้งใจจะมานั่งรอแม่กุหลาบตรงนี้ อยากจะดูซิว่าแม่กุหลาบจะทำสีหน้าอย่างไร

“มาแล้วสินะ” กัลปพฤกษ์มองออกไปยังประตูรั้วหน้าบ้านที่อยู่ห่างจากตัวบ้านเกือบสิบห้าเมตร เห็นแสงไฟจากรถมอเตอร์ไซค์ทรงคลาสสิกจอดอยู่ คนทั้งคู่พูดคุยกันอยู่ครู่เดียว ไม่นานร่างระหงของคนที่คุ้นตาก็เดินเข้ามาในบ้าน

กัลปพฤกษ์นั่งไขว่ห้างกับโซฟาด้วยท่าทีที่องอาจ ยังคงมาดของนายตำรวจอยู่แม้ในใจตอนนี้อยากจับโจรเสียให้รู้แล้วรู้รอด ดวงตาคมจ้องมองไปยังน้องสาวของตัวเองที่จงใจหลีกเลี่ยงหนีขึ้นบ้านไปอีกทางหนึ่ง บ้านของเขามีจุดขึ้นบันไดถึงสามจุด ปีกซ้าย ปีกขวา และทางขึ้นตรงกลาง กุหลาบจงใจจะขึ้นบันไดทางปีกซ้าย เพราะมันตรงกับห้องนอนเธอ เลือกที่จะไม่ใช้บันไดโถง เพราะกลัวจะมีใครมาเห็นเข้า

“อย่าหลบพี่แบบนั้นแม่กุหลาบ เรามีเรื่องต้องคุยกัน” น้ำเสียงทุ้มเจือปนความโกรธ กัลปพฤกษ์จ้องมองน้องสาวด้วยแววตาที่อ่านไม่ออก แม่กุหลาบย่อมรู้ดีว่าพี่ชายของตนเวลาที่ใช้น้ำเสียงแบบนี้ย่อมมีเรื่องไม่ดีเกิดขึ้นเป็นแน่

“พี่พฤกษ์!” กุหลาบตกใจเมื่อเห็นผู้เป็นพี่ชาย คนงามหน้าเจื่อน ไม่คิดว่าผู้เป็นพี่ชายจะมาดักรอเธอเช่นนี้ แม่กุหลาบรู้ดีว่าพี่ชายของเธอนิสัยอย่างไร เธอปรับสีหน้าให้เป็นปกติ เหมือนว่าเธอไม่ได้ทำอะไรผิด ใช่ เธอก็ไม่ได้ทำอะไรผิดจริง ๆ เธอแค่ออกไปกับคนรักของเธอก็เท่านั้น แม้ว่ามันจะไม่ใช่เรื่องที่ผิด แต่สำหรับกัลปพฤกษ์มันคือการทำผิดอย่างมหันต์ ทำผิดจารีตประเพณี

“พี่พฤกษ์มาตั้งแต่เมื่อไหร่” กุหลาบพยายามทำตัวให้เป็นปกติ เธอถามพี่ชายเพียงคนเดียวของเธอ กลั้นเสียงไม่ให้สั่น มือเรียวสวยเผลอจิกเข้าหากันอย่างลืมตัว

ใช่ เธอพยายามทำใจดีสู้เสือ เธอรู้ดีว่าพี่ชายของเธอขี้หวงขนาดไหน

“เมื่อเที่ยงแม่กุหลาบไปไหนมา” กัลปพฤกษ์พยายามถามด้วยน้ำเสียงที่อ่อนกว่าเดิม สายตาคมลอบมองไหล่คนเป็นน้อง กุหลาบไหล่สั่น แม้จะอยู่ในที่ที่มองไม่ชัด แต่ก็พอมองออกว่าน้องสาวตัวเองกำลังกลัว

“กุหลาบไปธุระมาค่ะ”

“ธุระกับไอ้อันธพาลนั่นน่ะเหรอ”

สุดท้ายเขาก็ต้องถามออกไปตรง ๆ พยายามที่จะไม่ใส่อารมณ์แต่ก็ทำไม่ได้ มือหนากำมือเข้าหากันแน่น เผลอกัดกรามด้วยความโมโห

“พี่พฤกษ์รู้?” ‘แสดงว่าเป็นเรื่องจริงสินะ’ อยากจะให้น้องสาวของตัวเองปฏิเสธออกมา เขาจะได้สบายใจ ทั้ง ๆ ที่รู้อยู่เต็มอก และเห็นอยู่เต็มสองตาว่าน้องสาวตัวเองหายไปกับใคร จนกลับบ้านมาดึก ๆ ดื่น ๆ

“ใช่ค่ะ กุหลาบรักกับเฮียเพชร เราสองคนรักกัน” กุหลาบสารภาพออกมาตามตรง เธอไม่อยากปิดบังพี่ชายเธออีกต่อไปแล้ว เป็นอย่างไรเป็นกัน ไม่ว่าหัวเด็ดตีนขาดอย่างไร เธอก็ต้องบอกให้พี่ชายของเธอรับรู้

เธอและเพชรรักกัน บริสุทธิ์ใจต่อกัน พี่ชายของเธอไม่มีสิทธิ์มาก้าวก่ายเรื่องนี้

“พี่จะให้กุหลาบแต่งงานกับผู้กองภู ตามคำสั่งของคุณพ่อ” กัลปพฤกษ์กุมขมับด้วยความเครียด เหลืออดกับน้องสาวของตัวเอง เขาคงจะทิ้งให้แม่กุหลาบอยู่คนเดียวนานไปหน่อย จึงได้ขาดการอบรมสั่งสอน ไม่คิดว่าน้องสาวที่เคยน่ารัก เรียบร้อย ถือตัว จะไปคบหากับไอ้คนชั้นต่ำนั่น เขาตัดสินใจแล้ว ไม่ว่าอย่างไรก็จะให้กุหลาบแต่งงานให้เร็วที่สุด กุหลาบรู้ตัวดีว่าเธอมีคู่หมั้นในวัยเด็กอยู่แล้ว แต่เธอก็ยังเลือกคบหากับคนอื่น นั่นทำให้กัลปพฤกษ์ผู้ซึ่งเป็นพี่ชายโกรธมาก

“ไม่ได้นะคะ! กุหลาบจะไม่แต่งงานกับใครทั้งนั้นนอกจากเฮียเพชร”

“กุหลาบจะแต่งงานกับไอ้อันธพาลนั่นไม่ได้ มันไม่มีอนาคต วันหนึ่งหากแต่งงานกันไปกุหลาบก็มีแต่จะตกอยู่ในอันตราย”

“แต่กุหลาบรักเฮียเพชร พี่พฤกษ์ไม่เคยมีความรัก พี่พฤกษ์ไม่เข้าใจหรอก!” กัลปพฤกษ์เป็นห่วงกุหลาบมาก เขายอมเป็นพี่ชายที่เลว ดีกว่าให้น้องสาวของตัวเองไปตกอยู่ในอันตราย หากแม่กุหลาบเป็นอะไรไป เขาก็ไม่รู้จะอยู่อย่างไร

“พรุ่งนี้พี่จะไปคุยกับผู้ใหญ่”

“ฮึก พี่พฤกษ์ พี่อย่าทำแบบนี้กับกุหลาบเลยนะ กุหลาบขอร้อง” กุหลาบทรุดตัวนั่งกับพื้น กอดขาผู้เป็นพี่ชายทั้งน้ำตา จนสุดท้ายผู้เป็นพี่ชายอย่างเขาก็ใจอ่อนยวบเมื่อเห็นน้ำตาคนที่รัก

“รักมันมากเหรอ” กัลปพฤกษ์ถามด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลงกว่าเดิม เขาพยายามสงบสติและอารมณ์ให้เย็นลงกว่าเดิม

“ฮึก ใช่ กุหลาบรักเฮียเพชร เฮียเพชรก็รักกุหลาบ”

“พามันมาสิ พามันมาให้พี่ดูหน้าหน่อย ถ้ามันรักกุหลาบจริง มันต้องมา แล้วพี่จะลองคิดดูอีกที” กัลปพฤกษ์ยื่นคำขาดไปแบบนั้น เขาอยากจะเห็นหน้าไอ้คนที่ทำให้น้องสาวเขาพร่ำเพ้อบอกว่ารักนักรักหนา มือหนากำหมัดเอาไว้แน่น แววตาแข็งกร้าวด้วยอารมณ์ที่หงุดหงิดและโกรธแค้น

‘พามันมา แล้วพี่จะบอกเองว่ามันควรจะมีชีวิตอยู่ต่อไหม’

บทก่อนหน้า
บทถัดไป