บทนำ
ฉากหน้าเป็นเจ้าพ่อสัมปทานรังนกที่รวยที่สุด ฉากหลังเป็นหัวหน้าพรรคมังกรนิล ทำธุรกิจมืด ค้ายา ค้าอาวุธ ร่วมทั้งเปิดบ่อนและโรงโสเภณี เพราะมีอิทธิพล จึงไม่เกรงกลัวต่อกฎหมายบ้านเมือง
ร้อยตำรวจเอก กัลปพฤกษ์ กัญจน์ชลเนตร ขอย้ายมาประจำการอยู่ที่ภาคใต้เพื่อกลับมาดูแลครอบครัว และได้รับคำสั่งให้มาปราบผู้มีอิทธิพลในภาคใต้ ตัวจุดฉนวนในการเปิดศึกไม่ใช่แค่คำสั่งที่ได้รับมอบหมาย แต่มันมีอะไรที่มากกว่านั้น...มันมากเกินจนเขาทนไม่ไหว ถึงขั้นประกาศเปิดศึก
❝กูจะจับตายไอ้เสี่ยเพชร หากที่นี่มีกู จะต้องไม่มีมัน!❞
บท 1
พุทธศักราช ๒๔๘๒
ในยุคที่บ้านเมืองเริ่มปรับตัวเข้าสู่ระบบการปกครองสมัยใหม่ แม้ความเจริญจะเริ่มเข้าถึง แต่ทว่ากลับยังมีชาวบ้านบางพื้นที่ที่ยังขัดสน ตะเกียกตะกายหาทางเอาชีวิตรอดจากสภาวการณ์เข้าสู่สงคราม สงครามทำให้ชาวบ้านที่โดนลูกหลงล้มตายกันเป็นเบือ คนที่อยู่รอดกลับอยู่แบบอด ๆ อยาก ๆ
คนที่มีอิทธิพล ทรัพย์สิน และเงินทอง มักเป็นคนที่อยู่รอดอย่างแท้จริง กล่าวถึงผู้มีอิทธิพลแถบภาคใต้ในเวลานี้คงไม่พ้น เสี่ยเพชร กัมปนาท แห่งพรรคมังกรนิล
ชาวบ้านที่พอจะมีเงินอยู่บ้างในเวลานี้ ต่างฝากตัวอยู่ใต้อาณัติของเสี่ยเพชร เพื่อที่พวกมันจะได้มีชีวิตอยู่ต่อโดยมีนายคุ้มกะลาหัว พวกมันจะคอยส่งของกำนัลติดไม้ติดมือให้พรรคมังกรนิลเสมอ ในเวลานี้การเข้าร่วมกับพรรคต่าง ๆ ย่อมเป็นทางออกที่ดีที่สุด สำหรับคนไม่มีทางสู้
บ้างก็ส่งของกำนัลเป็นเงินเป็นทอง บ้างก็ส่งตัวลูกสาวลูกชายมาขัดดอก คนที่ไม่มีเงินแต่ยังพอมีไร่มีนาก็เก็บเกี่ยวผลผลิตส่งมาเป็นของกำนัลอยู่เสมอ ไม่ว่าจะชาวบ้านตาดำ ๆ หรือแม้กระทั่งข้าราชการชั้นผู้เล็กผู้ใหญ่ก็เข้ามาอยู่ใต้อาณัติของเสี่ยเพชร หวังจะใช้อำนาจและอิทธิพลของเสี่ยเพชรในการไต่เต้า หรือแม้กระทั่งทำธุรกิจ
อิทธิพลและอำนาจของเสี่ยเพชร กัมปนาท เริ่มแผ่ไพศาลไปแทบจะทุกวงการธุรกิจ ทั้งทางตรงและทางอ้อม
ฉากหน้าเป็นเจ้าพ่อสัมปทานรังนกที่ประมูลได้ทุกปี ฉากหลังเป็นเจ้าพ่อพรรคมังกรนิล ทำธุรกิจในเงามืด ค้ายา ค้าอาวุธ บ่อนพนัน และโรงโสเภณี ต่างก็มีเสี่ยเพชรคอยหนุนอยู่เบื้องหลัง
ในยามกลางคืนของหอเฟื่องฟ้า
อึกทึกครึกโครมเต็มไปด้วยผู้คนมากหน้าหลายตา โคมแดงถูกจุดตั้งแต่หน้าทางเข้าหอ จนถึงในตัวโถงขนาดใหญ่ ที่มีแขกเหรื่อและจีนเจ๊กกำลังนั่งเมามายโดยมีสาว ๆ ของหอเฟื่องฟ้าดูแลเอาอกเอาใจอยู่ข้างกาย
บ้างก็เมาแอ๋ บ้างก็พากันขึ้นห้อง บ้างก็ร้องรำทำเพลง
ควันเขม่าสีเทาลอยฟุ้งไปทั่วหอเฟื่องฟ้า จนคนที่เผลอสูดกลิ่นเมามายไปกับมัน ทั้งไม้จันทน์ ไม้แขก แลพวกสารเสพติดอย่างฝิ่น กัญชา ล้วนผสมปรนเปรอจนคนที่ได้กลิ่นตาลอยค้างด้วยสติที่เลื่อนลอย
ทันทีที่รองเท้าหนังคัตชูราคาเหยียบหมื่นก้าวเท้าแตะหอเฟื่องฟ้า แขกเหรื่อทุกคนต่างมองมายังผู้มาใหม่ไม่วางตาด้วยสายตาที่ไม่เป็นมิตร บ้างก็พูดคุยซุบซิบกัน
‘ตำรวจเข้ามาในนี้ได้ไงวะ’
‘ไอ้ตำรวจหน้าอ่อนนี่ไม่รู้หรือไง ว่าไม่ควรมาเข้ามาในเขตของเสี่ยเพชร’
‘แม่งเข้ามาได้ไงวะ แม่งหาเรื่องตายชัด ๆ’
เจ้าของร่างสูงกว่าหนึ่งร้อยแปดสิบห้าเซนติเมตร เดินเข้ามาในหอเฟื่องฟ้าด้วยท่าทีที่องอาจ รูปพรรณสัดส่วนทรวดทรงสมบูรณ์แบบ อกผายไหล่ผึ่ง ดูองอาจสมชายชาตรี รูปเอวเว้าโค้งบางพอดีมือ ใบหน้าหล่อเหลาคมคาย ผิวพรรณขาวดุจหยวกกล้วยทรงผมถูกแต่งทรงปาดเจลเซ็ตไปด้านหลัง เผยใบหน้าหล่อคม ดูสะอาดสะอ้านตามฉบับผู้ดี
แต่งกายเต็มยศด้วยชุดสีกากี ดาวประดับยศติดอยู่บนบ่าแกร่ง พกปืนสั้นคู่กายเหน็บไว้ข้างเอว
‘หึ มีหมาเฝ้าด้วยว่ะ’ มือหนาตั้งท่าจับปืนสั้น คิ้วเรียวกระตุกขึ้นพร้อมกับรอยยิ้มยียวน
‘ลองยั่วตีนพวกแม่งหน่อยดีกว่า’ ดวงตาเฉี่ยวคมมองไปยังเบื้องหน้า กลุ่มชายฉกรรจ์นับสิบกว่าคนยืนประจันหน้าอยู่กับนายตำรวจหนุ่ม เมื่อเห็นว่านายตำรวจหนุ่มพกปืนมาด้วย เขาแสร้งตบกระบอกปืนกลุ่มชายฉกรรจ์นับสิบก็เข้ามาประชิดตัวทันที
‘หึ กุ๊ยข้างถนนชัด ๆ’
“จุ๊ ๆ กูไม่ได้มาหาเรื่อง”
“ไม่ได้มาหาเรื่องแล้วพกปืนมาทำไมวะ ฮะ ไอ้หน้าอ่อน” กุ๊ยเถื่อนคนหนึ่งตั้งท่าจะมาเข้ามาต่อย แต่กลับโดนขัดขึ้นมาเสียก่อน
“พวกมึงดูนี่” มือหนาตบเข้าที่ไหล่ของกุ๊ยเถื่อนที่ยืนอยู่ตรงหน้า ริมฝีปากสวยกระตุกยิ้ม หรี่ตามองพวกอันธพาลด้วยสายตาที่ยียวน หยิบเอาเอกสารที่ถูกม้วนมาคลี่ออก ยื่นไปตรงหน้าคนนั้นทีคนนี้ที เรียกได้ว่ากวนตีนขั้นสุด
“กวนตีนนักนะมึง” กุ๊ยเถื่อนคนหนึ่งตั้งท่าเข้ามาหวังจะถีบนายตำรวจหนุ่ม ทว่าเขากลับเบี่ยงตัวหลบได้ทัน จนกุ๊ยเถื่อนถลาหน้าทิ่มไปกับพื้น
“หึ กูรู้ว่าพวกมึงไม่กล้าทำหรอก” ตำรวจหนุ่มใช้นิ้วชี้จุปากตัวเองพร้อมกับส่ายหน้า รอยยิ้มยียวนค่อย ๆ หุบลงอย่างช้า ๆ พร้อมกับใบหน้าที่เริ่มตึง ทันทีที่ทุกอย่างอยู่ในความสงบ บรรดาตำรวจชั้นผู้น้อยต่างพากันวิ่งกรูเข้ามายืนเรียงแถวหน้ากระดานอยู่ข้างหลังคนเป็นนาย นายตำรวจนับสิบคนยืนมาดมั่นด้วยแววตาที่เปี่ยมไปด้วยความแน่วแน่ ไม่ได้เกรงกลัวถึงอำนาจของเจ้าของหอเฟื่องฟ้าเลยแม้แต่น้อย
“กูร้อยตำรวจเอก กัลปพฤกษ์ กัญจน์ชลเนตร กูได้รับรายงานมาว่ามีการซุกซ่อนสิ่งผิดกฎหมายในหอเฟื่องฟ้าแห่งนี้! กูจะค้นทุกซอกทุกมุม หากมีใครรบกวนการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ กูจะจับเข้าซังเตให้หมด!” รองสารวัตรหนุ่มประกาศกร้าวอย่างไม่นึกเกรงกลัว น้ำเสียงทุ้มเข้มราวกับเป็นคนละคนที่เมื่อก่อนหน้ากำลังกวนเบื้องล่างไอ้พวกกุ๊ยอยู่
“จะค้นที่นี่ มีหมายค้นหรือเปล่า” กลุ่มชายฉกรรจ์เบี่ยงตัวหลบออกซ้ายขวาเว้นทางให้นายหญิงของพวกมันได้เดิน
เสียงส้นสูงดังเป็นจังหวะการเดินที่มั่นคง ดวงตาเฉี่ยวคมมองจับจ้องผู้หญิงที่ยืนประจันหน้าอย่างไม่วางตา
ริมฝีปากที่ถูกทาด้วยลิปสีแดงสดเชิดยิ้มมุมปาก ดวงตาคู่สวยถูกแต่งแต้มด้วยอายแชโดว์สีแดง กรีดตาจนคม คันคิ้วโก่ง แก้มชมพูพริ้งทั้งสองข้าง หล่อนก็งามอยู่หรอก แต่แต่งหน้าจัดไปหน่อย
ร่างระหงสวมใส่ชุดกี่เพ้าสีดำปักด้วยลวดลายมังกรทอง รองสารวัตรหนุ่มมองหญิงตรงหน้าตั้งแต่หัวจรดเท้า พร้อมกับร้องอ๋ออยู่ในใจ
“แม่เล้าสินะ?”
“หึ ลื้อมันหยาบคาย ที่นี่ไม่ใช่ซ่อง และอั๊วก็ไม่ใช่แม่เล้า” หล่อนปฏิเสธเสียงแข็ง ‘หึ จะไม่ใช่ซ่องได้ยังไงวะ’ สายตาคมมองซ้ายทีขวาที แล้วหันมาจ้องหน้าหญิงสาว ทั้ง ๆ ที่ก็เห็นอยู่ ไม่ว่าจะดูอย่างไร มันก็ซ่องชัด ๆ ไหนจะเสียงครางที่ดังออกมาจากห้องตามมุมต่าง ๆ อีก ไม่ให้เรียกว่าซ่อง แล้วจะให้เรียกว่าอะไร ป่าช้าหรืออย่างไรกัน
‘โกหกหน้าด้าน ๆ’ นายตำรวจหนุ่มคิดด้วยความไม่พอใจ มือหนาเท้าสะเอวจ้อง คิ้วเรียวย่นเข้าหากันอย่างหงุดหงิด ก่อนพยักหน้าให้ลูกน้องคนสนิทเอาหมายศาลไปให้นายหญิงของหอเฟื่องฟ้า
“หมายค้น พอใจหรือยังเจ้?”
“จิ๊ ไอ้คนปากหมา!” เจ้าหล่อนจิ๊ปากด้วยความไม่พอใจใส่นายตำรวจหนุ่มตรงหน้าที่เรียกเธออย่างไม่สุภาพ เดี๋ยวก็แม่เล้า เดี๋ยวก็เจ้ แค่เห็นหน้าก็รู้สึกไม่ถูกชะตาแล้ว หน้าตาก็ออกจะหล่อเหลา แต่นิสัยนี่สิ กวนเบื้องล่างสุด ๆ
แม่เล้าของหอเฟื่องฟ้าพาพวกตำรวจให้เดินตามมาชั้นสองของหอ และหยุดเดินเมื่อถึงหน้าห้องห้องหนึ่ง ก่อนหันไปคุยพร้อมกับชักสีหน้าใส่
“ให้ลูกน้องลื้อทำงานไป ส่วนลื้อ ตามอั๊วมา” สำหรับกัลปพฤกษ์ นี่ไม่ได้เรียกว่าคุย แม่เล้าคนนี้กำลังสั่งเขาต่างหาก
“เฮ้ย พวกมึงแยกย้ายกันไปทำงานตามหน้าที่ ค้นให้ทั่วทุกซอกทุกมุม หากเจออะไรผิดปกติให้รีบมาบอกกู”
“ครับนาย”
“หากใครขัดขวางการทำงาน ให้จับเข้าซังเตให้หมด!” ท่าทีการสั่งงานลูกน้อง ดูป่าเถื่อน ไร้อารยะ ขัดกับบุคลิกท่าทางที่สง่างาม แต่ไม่ว่าจะดูป่าเถื่อนอย่างไร กัลปพฤกษ์ยังคงได้ชื่อว่าเป็นชายที่องอาจและชาตรีมากที่สุดในกองปราบ
ชื่อเสียงของรองสารวัตรหนุ่มนามว่า กัลปพฤกษ์ นั้นย่อมไม่ธรรมดา สมดังฉายาที่ว่า รองเผด็จ เพราะเขานั้นเผด็จการ บุ่มบ่าม แม้จะไม่ใช่นิสัยที่ดีของคนที่จะเป็นตำรวจ แต่เขากลับสร้างชื่อเสียงให้วงการตำรวจมากมาย เพราะนิสัยที่กัดไม่ปล่อย หากรองสารวัตรคนนี้ได้หมายตาใครแล้ว มันไม่มีทางที่จะหลุดรอดไปได้
“ครับนาย!”
“ลื้อจะจับใครเข้าซังเตกัน” เสียงทุ้มหนักแน่น ดูมีอำนาจ ดังออกมาจากอีกฝั่งหนึ่งของห้อง เบื้องหน้าคือประตูไม้บานใหญ่กว่าสี่เมตร ถูกสลักเป็นลวดลายแบบจีน ที่สำคัญ บานประตูถูกลงรักเป็นสีดำ ตรงกลางสลักมังกรตัวใหญ่สีทอง ดวงตาเป็นเพชรแท้ที่ถูกติดประดับไว้โดยไม่กลัวว่าจะถูกขโมย ใต้มังกรตัวใหญ่มีคำว่า ‘หลง’ ที่แปลว่ามังกรติดอยู่
“หลง ที่แปลว่ามังกร”
“ไม่ยักรู้ด้วยว่าอ่านภาษาจีนออก”
“ไม่ใช่เรื่องของเธอ”
“จิ๊!” เจ้าหล่อนถามด้วยน้ำเสียงที่แปลกใจ ไม่นานพอได้ยินประโยคต่อหน้าก็ทำเธอจิ๊ปากด้วยความไม่พอใจ ไอ้ตำรวจนี่ จะคุยดี ๆ กับเธอไม่ได้หรืออย่างไรกัน
ร่างหนาจ้องมองไปยังประตูบานนั้นก่อนจะค่อย ๆ ผลักมันให้เปิดออกอย่างช้า ๆ ภายในห้องถูกประดับตกแต่งด้วยข้าวของสไตล์จีนทั้งห้อง ไม่เว้นแม้แต่โคมไฟดวงเล็ก ๆ ทั้งห้องเหมือนยกมาจากเมืองจีน ควันเขม่าคละคลุ้งไปทั่วทั้งห้อง ทำให้มองเห็นใบหน้าเจ้าของเสียงที่เอ่ยทักได้ไม่ชัด
“อาหยก ลื้อออกไปก่อน ให้อีอยู่กับอั๊ว”
“แต่อีเป็นตำรวจนะเฮีย”
“ไม่เป็นไร”
“ค่ะ” ทันทีที่เจ้าหล่อนเดินออกจากห้องไป บานประตูก็ถูกปิดตายอีกครั้ง
“เชิญ”
“ใคร?” กัลปพฤกษ์สาวเท้าไปยืนประจันหน้าเจ้าของเสียงทุ้ม พอลองมายืนอยู่ใกล้ ๆ ก็ทำให้เห็นรูปร่างของอีกฝ่าย แต่ทว่าควันที่ลอยออกมาจากไปป์ ยังคงบดบังใบหน้าอีกฝ่ายไว้ เห็นแต่เพียงเลือนรางก็เท่านั้น แม้จะถูกเชิญให้นั่ง แต่ทว่ารองสารวัตรหนุ่มยังคงยืนจ้องหน้าอีกฝ่ายอย่างไร้มารยาท
“เชิญนั่งก่อน”
อีกครั้งที่เชิญชวนแขกที่ไม่ได้รับเชิญให้นั่งลง สารวัตรหนุ่มนั่งลงอย่างว่าง่าย กัลปพฤกษ์เองก็ไม่ใช่คนหัวดื้อหรือไร้มารยาทขนาดนั้น จึงยอมนั่งลงที่โซฟาแต่โดยดี
ทันทีที่นั่งลง เป็นจังหวะเดียวกันที่ชายคนนั้นได้วางไปป์ลง เผยให้เห็นใบหน้าหล่อเหลา คมคาย ดวงตาคมรับกับจมูกโด่งรั้น ไว้หนวดทรง Handlebar
เสี่ยหนุ่มย่นจมูก ริมฝีปากค่อย ๆ ฉีกยิ้มอย่างเลือดเย็น หนวดของเจ้าพ่อกระตุกยามที่ยิ้ม ทำให้ใบหน้าหล่อเหลาดูเจ้าเล่ห์มากขึ้น
“จะไม่แนะนำตัวหน่อยหรือไงคุณตำรวจ”
“คนถามไม่ใช่หรือไงที่ต้องแนะนำก่อน”
“หึ” กัลปพฤกษ์จ้องมองสำรวจใบหน้าอีกฝ่ายตั้งแต่หัวจรดเท้า คาดการณ์จากภายนอกตามประสาคนเป็นตำรวจที่ช่างสังเกต อีกฝ่ายน่าจะมีอายุมากกว่าเขาสองถึงสามปี แถมยังมีหุ่นและเค้าโครงที่ดูดีกว่าเขามาก
เสี่ยหนุ่มสวมใส่เสื้อคอจีนสีดำ ลวดลายมีลายมังกรทองเหมือนหญิงแม่เล้าคนนั้น หรือจะเป็นผัวเมียกัน กัลปพฤกษ์เอียงคอมองด้วยความสงสัย ฉับพลันก็สลัดความคิดนั้นทิ้ง เพราะมันไม่เกี่ยวกับเขา
ดวงตาคมจ้องมองแขกไม่ได้รับเชิญอย่างไม่วางตา ใบหน้าคมคายแต่กลับดูอ่อนเยาว์ นั่งไขว่ห้าง เอนหลังพิงโซฟาอย่างสบายใจ คนเป็นเจ้าพ่อยกยิ้มอย่างชอบใจ เขาไม่ได้พบคนที่มันบ้าบิ่นไม่เกรงกลัวเขาแบบนี้มานานแล้วสิ
“เพชร กัมปนาท”
“?”
“นั่นชื่ออั๊ว”
“หึ ที่แท้ก็เจ้าพ่อคนดัง” กัลปพฤกษ์หัวเราะในลำคอ ที่แท้อีกฝ่ายก็เป็นเจ้าพ่อคนดังนี่เอง ได้ยินชื่อเสียงเรียงนามมานานแล้วก่อนจะย้ายมา ไม่คิดว่าพอมาเจอตัวจริง จะไม่ใช่พวกเสี่ยแก่ ๆ พุงพลุ้ย
“ลื้อล่ะ ชื่ออะไร?”
“ดูปากกูนะ” กัลปพฤกษ์เปลี่ยนจากท่านั่งไขว่ห้าง วางเท้าตัวเองบนโต๊ะรับแขกอย่างไม่เกรงกลัว หลังจากได้รู้จักเจ้าพ่อคนดังแล้ว ก็อยากจะรู้นัก ว่าจะแน่สักแค่ไหน จะล้มตำรวจพระนครแบบเขาลงหรือเปล่า
“กู ไม่ บอก” กัลปพฤกษ์ตั้งใจพูดทีละคำแบบไม่มีเสียงหลุดออกมา จงใจกวนเบื้องล่างเจ้าพ่อ พริบตาเดียวเจ้าพ่อผู้มีอิทธิพลก็ถึงตัวของตำรวจหนุ่ม มือหนาบีบสันกรามคนกวนบาทาเอาไว้แน่น
“อั๊วไม่ใช่เพื่อนเล่นลื้อ” ริมฝีปากหนากระซิบลงข้างหู มือหนายังคงบีบกรามอีกฝ่ายเอาไว้แน่น เขาชักจะหมดความอดทนกับไอ้เด็กนี่เสียแล้วสิ
“กัลปพฤกษ์ กัญจน์ชลเนตร ลูกชายของท่านพนิจที่ตายไปแล้ว บ้านอยู่ที่...”
“มึง!” กัลปพฤกษ์ผลักอีกฝ่ายออก เสี่ยหนุ่มหัวเราะในลำคอ ทว่าใบหน้ากลับเรียบตึงยิ่งกว่าเดิม ทั้งคู่ยืนประจันหน้ากัน สายตาจ้องมองกันและกันอย่างไม่มีใครยอมแพ้
นายตำรวจหนุ่มรู้สึกเหมือนถูกหยาม ที่บ้านและประวัติพ่อของเขาถูกรื้อค้น เขามั่นใจว่าเขาลบประวัตินั่นทิ้งไปแล้ว และได้สร้างประวัติตัวเองใหม่ ไม่คิดว่าจะมีใครล่วงรู้อดีตนั้นได้ แล้วมันรู้ได้อย่างไรกัน
“มึงรู้ได้ยังไง!” เขาคว้าหมับที่เสื้อของเสี่ยหนุ่ม มือหนาอีกข้างที่ว่างล้วงปืนข้างเอวขึ้นจี้ขมับฝ่ายตรงข้าม
“กู ไม่ บอก”
เสี่ยเพชรจงใจพูดทีละคำแบบไม่มีเสียงหลุดออกมา จงใจกวนอีกฝ่ายคืน ไม่ได้เกรงกลัวปืนที่จ่อเข้าที่ขมับตัวเองอยู่
“กวนตีนนักนะมึง” มือหนาปัดปืนนั้นออกอย่างง่ายดาย ต่างจากกัลปพฤกษ์ในเวลานี้ที่ดวงหน้าขาวแปรเปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำ ขบกรามตัวเองเอาไว้แน่น เพื่อสะกดอารมณ์ที่คุกรุ่น
“น้องสาวลื้อน่ะ ดูแลให้ดีล่ะ” เสี่ยหนุ่มตั้งใจพูดแหย่อีกฝ่าย เขารู้ดีว่านายตำรวจหนุ่มตรงหน้ารักและหวงแหนน้องสาวขนาดไหน กัลปพฤกษ์กำหมัดตัวเองเอาไว้แน่น จนสุดท้ายเขาทนไม่ไหว
“ได้ยินมาว่างามสมชื่อ”
ผลัวะ! กัลปพฤกษ์ประเคนหมัดหนัก ๆ ประทับบนใบหน้าหล่อเหลาของเสี่ยหนุ่มทันที แล้วตามมาด้วยอีกหลายหมัด เสี่ยเพชร กัมปนาท หัวเราะในลำคอ แม้จะรู้สึกแสบที่มุมปาก แต่ก็รู้สึกดี เขาจี้มันได้ถูกจุดจริง ๆ สินะ
“กุหลาบน่ะ อีก็ยิ่งสวย ๆ อยู่ด้วย”
“มึงจะทำอะไรน้องกู!”
“หึ ทำอะไรดีนะ ให้น้องสาวลื้อมาเป็นนายหญิงของพรรคมังกรนิลดีไหมนะ หรือจะเรียกง่าย ๆ ให้มาเป็นเมียอั๊ว คอยรับใช้อั๊ว ลื้อว่าดีหรือเปล่า หื้ม”
บทล่าสุด
#42 บทที่ 42 บทพิเศษ จบบริบูรณ์
อัปเดตล่าสุด: 7/30/2026#41 บทที่ 41 บทพิเศษ ๓
อัปเดตล่าสุด: 7/30/2026#40 บทที่ 40 บทพิเศษ ๒
อัปเดตล่าสุด: 7/30/2026#39 บทที่ 39 บทพิเศษ ๑
อัปเดตล่าสุด: 7/30/2026#38 บทที่ 38 บทที่ ๓๗ จบบริบูรณ์
อัปเดตล่าสุด: 7/30/2026#37 บทที่ 37 บทที่ ๓๖ ❝ ด้วยรักและห่วงใย ❞
อัปเดตล่าสุด: 7/30/2026#36 บทที่ 36 บทที่ ๓๕ ❝ ผู้ร้ายตัวจริง ❞
อัปเดตล่าสุด: 7/30/2026#35 บทที่ 35 บทที่ ๓๔ ❝ ดูแลตัวเองให้ดี❞
อัปเดตล่าสุด: 7/30/2026#34 บทที่ 34 บทที่ ๓๓ ❝ ดีกันนะพฤกษ์ ❞
อัปเดตล่าสุด: 7/30/2026#33 บทที่ 33 บทที่ ๓๒ รู้สึกผิด
อัปเดตล่าสุด: 7/30/2026
คุณอาจชอบ 😍
ม่านหมอก
ภรรยาลับที่ท่านประธานไม่เห็นค่า
เธอเป็นภรรยาที่เขาซ่อนไว้ในเงามืด เป็นผู้หญิงที่มีทะเบียนสมรส แต่ไม่มีสิทธิ์ยืนข้างเขาต่อหน้าผู้คน
เป็นคนที่รักเขาหมดหัวใจ…ในวันที่เขามองเธอเป็นเพียงเงื่อนไขของพินัยกรรม
ม่านไหมเคยคิดว่า หากเธออดทนมากพอ สักวันภาคินจะหันมาเห็นค่าความรักของเธอ แต่สิ่งที่เธอได้รับกลับมีเพียงความเย็นชา ข่าวหมั้นของเขากับผู้หญิงที่เหมาะสมกว่า และคำถามที่ทำลายหัวใจที่สุดในชีวิต“เด็กในท้องเป็นลูกของใคร”
คืนนั้นเอง เธอจึงเดินออกจากชีวิตเขา พร้อมลูกน้อยในครรภ์และหัวใจที่แตกสลาย
ภาคินเคยคิดว่าการเสียม่านไหมไปเป็นเพียงเรื่องเล็กจนวันที่เขารู้ว่า ผู้หญิงที่เขามองข้ามมาตลอดคือคนที่รักเขาจริงที่สุดและลูกในท้องของเธอ…คือลูกสาวของเขาแต่เมื่อเขาตามไปขอโอกาส ความลับในอดีตก็ถูกขุดขึ้นมา พ่อของม่านไหมถูกใส่ร้าย ศักดิ์ศรีของเธอถูกเหยียบซ้ำ หญิงอีกคนพร้อมทำลายเธอให้ย่อยยับ และความรักที่มาช้าเกินไปของภาคิน อาจไม่พอจะเยียวยาบาดแผลที่เขาได้เป็นคนสร้างเอาไว้
คุณหมอโหด ในโหมดหวงรัก
“ก็เอาสิ ผมก็มานี่แล้วไง ตายให้ผมดูสิ”
"ภูวินทร์" แม้จะเป็นศัลยแพทย์ แต่เขากลับเย็นชาและโหดเหี้ยมกว่าที่ใคร ๆ คิดเอาไว้
“ในเมื่อวันนี้คุณหมอไม่พร้อม ก็ยกเลิกงานหมั้นวันนี้ไปเถอะค่ะ ฉันไม่มีเวลาว่างมานั่งเล่นกับพวกคุณนะคะ”
"ศินีนารถ" ฟาดฝ่ามือไปที่ใบหน้าของคู่หมั้น หลังจากที่เขาปล่อยให้งานหมั้นวุ่นวาย เพียบตบเดียวจากเธอ ถึงกับเรียกสติของเขากลับมาทันที
“ไม่ได้ครับ! ผมไม่มีทางยกเลิกงานหมั้นนี้ ผมจะไปคุยกับเธอเอง"
แม้งานหมั้นจะผ่านไปได้วยดี แต่ทว่า.... ทุกอย่างไม่ได้ง่ายแบบนั้น
ทั้งเรื่องมือที่สาม และความไม่เข้าใจกัน ความดื้อดึงของเธอ เจอกับความเย็นชา เผด็จการและดุดันของเขา
เปลี่ยนคนที่โหดอย่างเขา กลายเป็นเริ่มคลั่งรักเธอ เริ่มขาดไม่ได้ และตามมาด้วยความหึงหวง
ซึ่งเป็นความหึงแบบไม่ธรรมดา ในเมื่อเขาคือ "สายโหด" ความขี้หึง ก็ต้อง "หึงโหด" เช่นกัน
"คู่หมั้นก็ถือเป็นสามีไปแล้วครึ่งหนึ่ง บอกมาว่ามันเป็นใคร แล้วให้มันแตะต้องตรงไหนบ้าง คืนนี้ผมจะลบออกไปให้หมด แล้วอย่าได้ให้ผู้ชายคนอื่นแตะต้องอีก คุณเป็นของผมคนเดียวเข้าใจมั้ย!"
"หมอคะคุณใจเย็น ๆ ก่อน อ๊าา!!!"
"คืนนี้ต่อให้ร้องขอชีวิต ก็อย่าคิดจะคลานลงจากเตียงนี้ไปได้เลย!"
รัก(ลับ)นายวิศวะ
"เงินนายอาจจะซื้อคนอื่นได้
แต่...ซื้อคนอย่างฉัน...ไม่ได้"
"คำพูดเธอแม่งโครตจะดูแพง
เลยวะ..." เจมส์เสมองร่างบางราวกับดูถูกผู้หญิงที่ตนกำลังสนใจ
"แต่ที่จริงถูกยิ่งกว่าแจกฟรี..."
"เพียะ"
อันนาฟาดฝ่ามือเรียวเข้ากับใบหน้าอันหล่อเหลาของเจมส์ด้วยถ้อยคำที่ดูถูกและเหยียดหยาม
"เธอ..."
เจมส์จ้องอันนามาด้วยสายตาอันดุดัน ยัยนี้กล้าดียังไงมาตบหน้าเขาถึงสองครั้ง
พันธะร้ายนายวิศวะ
"_" คนรัก ความรัก แฟน มันเป็นแบบไหนกัน เพราะฉันไม่เคยมีแฟน แค่....ข้ามขั้นไปเท่านั้นเอง
"พี่... เป็นคนพูดเองนะคะ ว่าอยู่มหาลัยห้ามทำตัวสนิท ห้ามทำเป็นรู้จักกัน จำไม่ได้เหรอ" รีนลดาพูดพร้อมกับเชิดหน้าใส่เขา อย่างท้าทาย
***********************
เรียวตะมองคนตรงหน้าอย่างใกล้ชิด พร้อมกับยื่นหน้าอันเหล่อเหลาของตนเข้ามาใกล้ๆ ใบหน้าหวานของเธอรีนลดา คนโดนล็อกมือเธอเอาไว้ คนตัวเล็กรู้สึกถึงลมหายใจอุ่นๆ ของเขา ทั้งสองใบหน้าห่างกันไม่ถึงคืบ รีนลดาพยายามจะขัดขืนแต่ก็ไม่เป็นผล
"ทำไมกลัวเหรอ ที่เมื่อกี้ยังปากเก่งว่าฉันเป็นหมา ไม่เห็นจะกลัว" เรียวตะกดน้ำเสียงที่ไม่น่าฟังนัก
" ตึก ตึก " คนตัวเล็กรู้สึกใจเต้นแรงขึ้นมาอย่างไม่ทราบสาเหตุ เธอไม่ชอบเลยที่เขาเข้าใกล้แบบนี้
เรียวตะยังคงโน้มหน้าคม เข้ามาใกล้จนแทบจะชิดกัน คนโดนกดตัวได้แต่หลับตาพริบๆ
"_" อย่าคิดจะอะไรบ้าๆนะพี่เรียวพูดเองว่ารีนใช่สเปกพี่ อย่าทำอะไรที่มันกลืนน้ำลายตัวเองนะคะ" รีนลดากลั้นใจพูดออกไป แม้ในใจแอบจะกลัวเขาบ้างก็เถอะ เธอรู้ว่าเรียวตะนั้นเกลียดขี้หน้าเธอมากขนาดไหน แต่ครั้งนี้รีนลดากลับคิดผิด
(ผัว) เด็กมันร้าย BAD LOVE
“ตุลดูรถให้พี่หน่อยสิรถเป็นอะไรไม่รู้ติดๆ ดับๆ”
“วันก่อนแอร์เสีย เมื่อวานยางรั่ว วันนี้ติดๆ ดับๆ ถ้าจะเป็นบ่อยขนาดนี้แนะนำให้ซื้อใหม่!!” เขาบอกแบบไม่สบอารมณ์ คงจะดูออกมาฉันจงใจมาเจอ
“จะซื้อใหม่ให้เปลืองเงินทำไม พี่ชอบรถคันนี้นะมีปัญหาบ่อยดี ^_^”
“ไม่ชอบคนแก่…มากประสบการณ์”
คำพูดของตุลทำให้ฉันหน้าเหวอกันเลยทีเดียว ครั้งแรกที่มีคนพูดว่าฉันแก่ แถมยังบอกว่ามากประสบการณ์อีก ฉันยังบริสุทธิ์อยู่นะไอ้เด็กบ้า!!
พี่ชายที่รัก
จนหัวใจและร่างกายของฉันมันบอบช้ำ แต่หัวใจเจ้ากรรมกลับไม่รักดีเผลอรักพี่ชายคนนี้ จนหมดใจ
เกิดใหม่: เทพธิดาแห่งการแก้แค้น
ฉันถูกทั้งคู่หมั้นและพี่สาวทรยศ
ที่น่าเศร้ายิ่งกว่านั้น พวกเขาตัดแขนขาฉัน ตัดลิ้นฉัน มีเพศสัมพันธ์ต่อหน้าฉัน และฆ่าฉันอย่างโหดเหี้ยม!
ฉันเกลียดพวกเขาเหลือเกิน...
โชคดีที่โชคชะตาพลิกผัน ฉันได้เกิดใหม่อีกครั้ง!
ด้วยโอกาสครั้งที่สองในชีวิต ฉันจะมีชีวิตอยู่เพื่อตัวเอง และฉันจะได้เป็นราชินีแห่งวงการบันเทิง!
และฉันจะแก้แค้น!
คนที่เคยรังแกและทำร้ายฉัน ฉันจะชดใช้คืนให้พวกเขาเป็นสิบเท่า...
(อย่าเปิดนิยายเรื่องนี้โดยไม่ไตร่ตรอง ไม่งั้นคุณจะติดใจจนหยุดอ่านไม่ได้สามวันสามคืน...)
สัญญารักประธานร้าย
So Sick รักษาหัวใจนายเจ้าเล่ห์
"ฉันไปทำเธอตอนไหน?"
"ตอนไหนเหรอ ก็เมื่อคืนไงไอ้คนทุเรศ!"
"เมื่อคืนฉันเมาเละ อย่ามาใช้มุกตื้น ๆ จับฉันมันไม่สำเร็จ"
"จับบ้าอะไรฮะ ฉันโดนข่มขืนฉันเสียหายนะไอ้ชั่ว"
"ก็บอกว่าไม่ได้ทำไงวะ"
"เมาเหมือนหมาแล้วจำไม่ได้ว่าข่มขืนผู้หญิงเหรอ!"
"ก็บอกว่าไม่ได้ทำไงวะ!"
"ก็บอกว่าทำไงวะ!!"
หลังคืนหนึ่งกับอัลฟ่า
ฉันคิดว่าฉันกำลังรอคอยความรัก แต่กลับกลายเป็นว่าฉันถูกอสูรร้ายย่ำยี
โลกของฉันควรจะเบ่งบานในเทศกาลคืนจันทร์เต็มดวงที่อ่าวมูนเชด แชมเปญซาบซ่านอยู่ในสายเลือด ห้องพักในโรงแรมที่จองไว้เพื่อให้ฉันกับเจสันได้ข้ามเส้นความสัมพันธ์นั้นเสียทีหลังจากรอมาสองปี ฉันสวมชุดชั้นในลูกไม้ตัวสวย แง้มประตูทิ้งไว้ แล้วเอนกายลงบนเตียง หัวใจเต้นรัวด้วยความตื่นเต้นระคนประหม่า
แต่ชายที่ปีนขึ้นมาบนเตียงของฉันไม่ใช่เจสัน
ภายในห้องที่มืดสนิท อบอวลไปด้วยกลิ่นเครื่องเทศร้อนแรงชวนมึนหัว ฉันรู้สึกถึงมือคู่หนึ่ง...ร้อนรุ่มและเร่งเร้า...ที่ลูบไล้แผดเผาผิวของฉัน แก่นกายร้อนผ่าวที่กำลังตุบๆ ของเขากดเบียดอยู่กับความอ่อนนุ่มที่เปียกชื้นของฉัน และก่อนที่ฉันจะทันได้อ้าปากคราง เขาก็กระแทกกายเข้ามาอย่างแรง ฉีกกระชากความบริสุทธิ์ของฉันอย่างไร้ความปรานี ความเจ็บปวดแผดเผาไปทั่ว ช่องทางของฉันบีบรัดแน่นขณะที่ฉันจิกเล็บลงบนบ่าที่แข็งแกร่งราวกับเหล็กของเขา พยายามกลั้นเสียงสะอื้น เสียงเฉอะแฉะดังก้องไปกับทุกจังหวะการสอดใส่ที่รุนแรง ร่างกายของเขาโหมกระหน่ำไม่หยุดยั้งจนกระทั่งเขากระตุกเกร็ง ปลดปล่อยความอุ่นร้อนเข้ามาลึกล้ำในตัวฉัน
“สุดยอดไปเลยค่ะ เจสัน” ฉันเปล่งเสียงออกไปอย่างยากลำบาก
“เจสันคือใครวะ”
เลือดในกายฉันเย็นเฉียบ แสงไฟสาดส่องใบหน้าของเขา—แบรด เรย์น อัลฟ่าแห่งฝูงมูนเชด เป็นคนหมาป่า ไม่ใช่แฟนของฉัน ความหวาดผวาจุกอยู่ที่ลำคอเมื่อฉันตระหนักได้ว่าตัวเองทำอะไรลงไป
ฉันวิ่งหนีสุดชีวิต!
แต่หลายสัปดาห์ต่อมา ฉันก็ตื่นขึ้นมาพร้อมกับทายาทของเขาในครรภ์!
ว่ากันว่าดวงตาสองสีของฉันเป็นเครื่องหมายบ่งบอกว่าฉันคือ ‘ทรูเมท’ ที่หาได้ยาก แต่ฉันไม่ใช่หมาป่า ฉันเป็นแค่แอล คนธรรมดาจากเขตมนุษย์ ที่ตอนนี้ต้องมาติดอยู่ในโลกของแบรด
สายตาเย็นชาของแบรดตรึงฉันไว้ “ในตัวเธอมีสายเลือดของข้า เธอเป็นของข้า”
ฉันไม่มีทางเลือกอื่นใดนอกจากยอมรับกรงขังนี้ ร่างกายของฉันเองก็ทรยศ มันกลับโหยหาสัตว์ร้ายที่ทำลายชีวิตฉัน
คำเตือน: เหมาะสำหรับผู้ใหญ่อายุ 18 ปีขึ้นไป
หยุดเสือ
จนต้องมาเจอกับผู้หญิงที่ไม่สนใจเขาอย่างเธอ ความอยากเอาชนะจึงเริ่มต้นขึ้น ทำให้เขาและเธอต้องเข้าไปพัวพันกันในเกมส์หยุดเสือนี้













