บทที่ 5 บทที่ ๔ ❝เจ้าของหอเฟื่องฟ้า❞
“อื้อออ สะ…เสร็จแล้ว อึก” เสียงร้องครวญครางดังออกมาจากห้องโคมแดงของหอเฟื่องฟ้า ร่างที่คุ้นเคยของรองสารวัตรหนุ่มอย่างกัลปพฤกษ์กำลังทำกิจกรรมรักอยู่กับนางคณิกา
กัลปพฤกษ์ไม่ได้มาที่นี่เพราะมาระบายความใคร่ แต่เขามาเพื่อสืบข่าว การที่จะมานั่งดื่มเหล้าสืบข่าวคงจะเป็นไปได้ยาก ถ้าไม่แฝงตัวมาเป็นลูกค้า คงจะไม่ได้ข้อมูลที่ตัวเองต้องการ
“อึก อืมม” หลังจากที่ปลดปล่อยเสร็จ หญิงงามก็ล้มตัวลงนอนข้าง ๆ นิ้วเรียวสวยเขี่ยหยอกเย้ากับแผงอกแกร่ง กัลปพฤกษ์ปล่อยให้เจ้าหล่อนเล่นไปอย่างนั้น แกล้งกอดอีกฝ่ายเล่น เพื่อให้อีกฝ่ายตายใจว่าเขาเสร็จสม
ต่างจากความเป็นจริง กัลปพฤกษ์ไม่ได้มีรสนิยมทางเพศที่ร่วมหลับนอนกับผู้หญิง แต่ก็ใช่ว่าจะทำไม่ได้ ตราบใดที่ต้องทำเพราะเป็นงาน เขาก็ต้องทำ
“ต่อกันอีกรอบไหมจ๊ะ” หญิงคนงามเอ่ยถามพร้อมกับแนบใบหน้าหลับตาพริ้มลงกับแผงอกแกร่ง หล่อนพึ่งจะเคยเจอลูกค้าหล่อและหุ่นดี ลีลาเด็ดแบบนี้เป็นครั้งแรก พอได้ลองก็เริ่มติดใจ ปกติเธอรับแต่ลูกค้าแก่ ๆ พุงพลุ้ย พานทำให้เธอไม่มีอารมณ์
“อั๊วขอถามอะไรหน่อยสิ”
“ถามแล้วจะทำต่อหรือเปล่า ถ้าไม่ทำจะไม่ตอบ”
“ทำสิคะ” เขาแกล้งจุ๊บหน้าผากอีกฝ่ายไปหนึ่งที หวังให้เจ้าหล่อนตายใจ หากหล่อนเป็นผู้ชายร่างเล็กนอนอยู่ใต้ร่าง เขาคงจะทำต่อ โดยไม่ต้องให้อีกฝ่ายร้องขอ
“งั้นถามมาได้เลยค่ะ”
“หอนี่เป็นของใคร”
“อ่าาา อยากรู้ไปทำไมกันคะ” เจ้าหล่อนถามกลับด้วยความสงสัย แต่มีหรือกัลปพฤกษ์จะไหวตัวให้รู้ทัน มือหนาลูบไล้ไปทั่วเอวบางจนร่างกายของทั้งคู่แนบชิดติดกันมากขึ้น บีบขยำสะโพกสาวงามจนสติเธอเริ่มเตลิด
“ขะ…ของเสี่ยเพชร อื้ออ”
“แล้วรู้ไหม โรงฝิ่นของเสี่ยเพชรอยู่ที่ไหน”
“ไม่รู้ค่ะ”
เพียะ! กัลปพฤกษ์ฟาดมือแกร่งลงบนสะโพกมน ทำให้หญิงงามสะดุ้งเกร็ง ยิ่งฟาดเธอมากเท่าไร เธอก็ยิ่งเสียวซ่านมากเท่านั้น
“รู้หรือไม่รู้ หื้ม”
เพียะ!
“ระ…รู้ อ้าาา... อยู่ที่...”
“เล่าเรื่องของเสี่ยเพชรมา แล้วฉันจะสนองเธอทุกอย่าง”
กว่าจะล้วงข้อมูลมาได้ ก็เล่นเอารองสารวัตรหนุ่มแทบจะเอียน ไม่ใช่แค่สนองความใคร่ถึงจะได้ข่าว แต่กัลปพฤกษ์ต้องถึงขั้นมอมเหล้า มอมสมุนไพรเธอ กว่าเธอจะปริปากบอก เล่นเอาเขาเกือบหมดแรง
แม้กัลปพฤกษ์จะหลับนอนได้ทั้งชายทั้งหญิง แต่เขาก็ไม่ได้มีรสนิยมนอนกับหญิงโสเภณี ไม่ได้รังเกียจเจ้าหล่อน หากแต่เขาไม่ชอบร่วมหลับนอนกับคนแปลกหน้า อาจเพราะเขาค่อนข้างที่จะระวังตัวเป็นพิเศษ
ช่วงเวลาเกือบตีสองกว่า
รถมอเตอร์ไซค์ทรงคลาสสิกขับมาจอดบริเวณตรอกแคบ ๆ แห่งหนึ่งที่อยู่ใกล้โกดังฝิ่นของเจ้าพ่อผู้มีอิทธิพลอย่างเสี่ยเพชร กัมปนาท พื้นถนนเต็มไปด้วยน้ำขัง พวกหนูสกปรกส่งเสียงร้องระงมในเวลาออกหากิน มือหนายกขึ้นปิดจมูกตัวเอง เพราะตรอกแห่งนี้ทั้งคับแคบและเหม็นอับ
กัลปพฤกษ์ไม่ชอบกลิ่นแบบนี้ มันสกปรก ขัดกับรสนิยมของเขา รองเท้าราคาเหยียบหมื่นแตะลงบนพื้นถนน ใบหน้าหล่อเหลาเบ้ปากด้วยความไม่ชอบใจ อ่า ทั้งเหม็น ทั้งสกปรกที่สุด
“ไปจัดการให้เรียบร้อย”
“ค่ะนาย”
ครู่เดียวที่กัลปพฤกษ์เดินทางมาถึง ลูกน้องคนสนิทอย่างหว่านหยา ก็เดินตามเข้ามาในตรอกเปลี่ยว หล่อนเป็นตำรวจหญิงคนเดียวที่กัลปพฤกษ์เชื่อใจและไว้ใจได้ โชคดีที่ย้ายกลับมาอยู่ใต้แล้วได้เจอลูกน้องคนสนิท เขาจึงทำงานได้ง่ายขึ้น
เขาให้หว่านหยาแต่งตัวเป็นสาวสวย ขัดกับบุคลิกที่ห้าวหาญของเธอ เพื่อต้องการให้เธอเป็นเหยื่อล่อให้ลูกน้องของเสี่ยเพชรอยู่ห่างจากโกดัง แล้วเขาจะได้กวาดล้างทำลายโรงฝิ่นนั่นเสีย ถามว่าเขาทำแบบนี้แล้วได้อะไร หึ ก็ได้ความสะใจ ลูกน้องอย่างหว่านหยาก็ได้เงิน
วิน-วินกันทั้งคู่
“พี่จ๊ะ ช่วยฉันด้วยจ้ะ” หว่านหยาสวมใส่เสื้อผ้ารัดรูป เธอแต่งหน้าให้แก้มแดงระเรื่อให้เหมือนคนเมาเหล้า แกล้งเดินโซซัดโซเซตรงไปหาชายฉกรรจ์ที่เป็นลูกน้องของเสี่ยเพชร ที่ตอนนี้พวกมันกำลังนั่งก๊งเหล้ากันอยู่หน้าโกดัง
“วี้ดวิ้ววว น้องสาวมาจากไหนจ๊ะเนี่ย” ทันทีที่พวกมันเห็นสาวงามก็ร้องแซวอย่างออกรสออกชาติ นาน ๆ ทีจะได้เห็นอาหารตา นอกจากอยู่เฝ้าโกดังฝิ่นแล้ว พวกมันก็ออกไปที่ไหนไม่ได้ นอกจากจะผลัดเวรกัน
วันนี้มีอาหารจานเด็ดมาเสิร์ฟถึงที่ มีหรือพวกมันจะปล่อยให้หลุดมือไป
“อึก พอดีว่าฉันหลงทาง พี่ ๆ ช่วยไปส่งฉันที่บ้านหน่อยสิจ๊ะ” หว่านหยายืนบิดกระมิดกระเมี้ยน แสดงสีหน้าที่อ่อนต่อโลก แสร้งทำว่าตัวเองหลงทางมา แต่ในใจล้วนนึกรังเกียจ
“ได้จ้ะ เดี๋ยวพวกพี่ไปส่ง”
“ไปกันหมดเลยได้ไหมจ๊ะ ฉันกลัว” เธอกัดริมฝีปากตั้งใจยั่วไอ้พวกกุ๊ยเถื่อน กุ๊ยพวกนี้สวมใส่เสื้อคอจีนสีกรมกับกางเกงผูกเอว รูปร่างกำยำ ดูน่าสะอิดสะเอียนสำหรับตำรวจสาว หากไม่ติดว่าเป็นคำสั่งของเจ้านาย เธอไม่มาอ่อยไอ้กุ๊ยพวกนี้แน่
“ได้จ้ะ ไปจ้ะ” พวกมันพาหว่านหยาออกไปนอกเขตโกดัง ตั้งใจพาหลีกเลี่ยงไปอีกทาง หว่านหยาที่เห็นผู้เป็นนายซุ่มอยู่ในเงามืดก็ให้สัญญาณมือ
“ทางสะดวก” เธอล่อไอ้พวกกุ๊ยเถื่อนออกจากพื้นที่โกดังจนหมดแล้ว เปิดทางให้กัลปพฤกษ์เดินสาวเท้าเข้ามาในโกดังเก็บฝิ่นขนาดใหญ่
สายตาคมเหลือบมองกล่องไม้ที่สูงเท่าภูเขา ภายในบรรจุฝิ่นที่ตีมูลค่าไม่ได้ ไม่รู้ว่ากี่พันตันกัน
“เฮ้อ แม่งใหญ่ฉิบหาย” เขาเดินสำรวจโกดังอย่างสบายใจ ไม่ต้องกลัวใครมาเห็น เดิมทีฝิ่นนั้นหากใช้แต่พอดีก็เป็นยา หากใช้มากก็เป็นสารเสพติด คนที่ค้าฝิ่นในเวลานี้ล้วนกลายเป็นเศรษฐีกันหมด
“ถ้าขายหมดนี่ รวยเละ” มีแต่ไอ้พวกคนเสพเท่านั้นแหละที่จนลง แล้วชีวิตฉิบหายเข้าใกล้ยมบาลไปทุกวัน
มือหนายืนเท้าสะเอวมองฝิ่นตรงหน้าอย่างไม่ละสายตา มิน่าล่ะที่ไอ้เสี่ยเพชรมันถึงรวยเอา ๆ ที่แท้ก็รับมาจากเหนือ ส่งลงใต้ ผ่านประเทศเพื่อนบ้าน
มันเป็นคนมีอิทธิพล ถึงว่ายังไม่เคยถูกจับสักครั้ง และกัลปพฤกษ์เองก็ไม่คิดจะจับไอ้เจ้าพ่ออย่างเสี่ยเพชรเข้าซังเตด้วย เพราะอะไรน่ะเหรอ เพราะต่อให้จับมันเข้าคุก อย่างไรมันก็หลุดพ้นออกมาได้อยู่ดี
ความยุติธรรมหรือจะสู้เงิน
สู้หาโอกาสฆ่ามันให้ตายเสียยังดีกว่า
“หึ โชคดีละกันไอ้เพชร”
กัลปพฤกษ์เทราดน้ำมันที่เตรียมการไว้รอบ ๆ บริเวณโกดังฝิ่น เขายืนชื่นชมผลงานตัวเองอยู่ครู่หนึ่ง ก็หยิบไฟแช็กขึ้นมาจุดแล้วโยนเข้ากองน้ำมันทันที
ไฟค่อย ๆ ลุกโชนขึ้นตามน้ำมันที่ถูกราดไว้ ทันทีที่ได้กลิ่นเหม็นควันก็รีบวิ่งมาที่มอเตอร์ไซค์ทันที ก็เห็นลูกน้องคนสนิทอย่างหว่านหยานั่งคร่อมมอเตอไซค์รออยู่แล้ว
“นะ…นาย”
“จัดการหมดแล้วเหรอ”
“ค่ะ เรียบร้อยค่ะ” ใช่ จัดการหมดแล้ว หว่านหยาจัดการไอ้กุ๊ยเถื่อนพวกนั้นด้วยการประเคนมวยจีนและมวยไทยให้หลายกระบวนท่า จนพวกมันหมดสติไป จึงได้มัดรวมไว้กับเสา แม้จะแอบแทงข้างหลัง แต่ก็ไม่ได้ต้องการให้ใครตาย
“ไป กลับ”
ตู้มมม สิ้นเสียงที่ขับมอเตอร์ไซค์ออกมา ระเบิดลูกใหญ่ก็ดังขึ้นสนั่นโกดัง ไฟลุกโหมกระหน่ำ จนท้องฟ้าบริเวณนั้นแปรเปลี่ยนเป็นสีแดงสร้างความตกใจให้ชาวบ้านที่อยู่ใกล้เคียง
กัลปพฤกษ์เป็นงาน เขาไม่ได้ทิ้งร่องรอยไว้ในที่เกิดเหตุเลยแม้แต่น้อยและก็ไม่คิดจะเอาผลงานให้ตัวเอง ที่ทำไปทั้งหมดเพื่อความสะใจล้วน ๆ
ณ คฤหาสน์ตระกูลแซ่เฮ้ง
คฤหาสน์หลังใหญ่ตั้งตระหง่านอยู่ในใจกลางฮวงจุ้ยที่ดี ด้านหลังเป็นภูเขามีผาชัน ด้านหน้าติดกับแม่น้ำขนาดไม่เล็กไม่ใหญ่
ตัวคฤหาสน์ถูกสร้างและออกแบบโดยช่างชาวจีน ตัวคฤหาสน์สร้างไว้สองชั้น ภายนอกร่มรื่นด้วยต้นไม้ที่ถูกนำเข้าจากต่างประเทศ ทั้งโต๊ะ เฟอร์นิเชอร์ ทุกสิ่งทุกอย่างล้วนถูกยกมาจากเมืองจีน
เสี่ยเพชร กัมปนาท ตั้งใจทำบ้านหลังนี้ให้เหมือนกับบ้านของแม่ที่อยู่เมืองจีน ทว่าตอนนี้พ่อและแม่ของเสี่ยเพชร ทั้งคู่ได้จากไปแล้ว และจากไปแบบไม่ดีด้วย ทำให้แผลใจถูกส่งต่อให้ผู้เป็นลูกชาย เสี่ยเพชร ที่นั่งเหม่ออยู่ในห้องทำงานเป็นอันต้องตั้งสติใหม่ มองไปยังลูกน้องคนสนิทอย่าง หยิน และ หยง ลูกน้องผู้ซึ่งภักดี
“เฮียเพชรครับ ทองที่หลอมได้มาแล้วครับ”
หยงแจ้งข่าวต่อผู้เป็นนาย ทองที่ขโมยมาก่อนหน้าถูกหลอมและหล่อขึ้นใหม่ พร้อมประทับตรามังกรนิลเรียบร้อยแล้ว ต่อให้โดนตราหน้าว่าเป็นคนชั่วเสี่ยเพชรกลับไม่สนใจ เพราะทองนี้เขาก็ขโมยมาจากไอ้พวกที่ชั่วช้ายิ่งกว่าเขาอยู่เหมือนกัน
“ไหน ลื้อเอามาดูซิ”
“ครับ” เสี่ยเพชรหยิบทองคำแท่งที่ถูกตีขึ้นมาใหม่มาเชยชม ทองคำหนักกว่าห้าสิบบาทถูกจัดเรียงใส่หีบเอาไว้เป็นอย่างดี สร้างความพอใจให้เขาผู้ซึ่งเป็นเจ้านายอย่างมาก
“เฮียเพชรครับ! แย่แล้วครับ” คราวนี้เป็นตาของลูกน้องอีกคนที่วิ่งมาแต่ไกล อ่า อาหยาง พอเป็นมันทีไร เสี่ยเพชรต้องกุมขมับรอทุกที เพราะหากอาหยางวิ่งหน้าตาตื่นมาแบบนี้ คงมีแต่เรื่องร้าย
“มีข่าวครับเฮีย แฮก ๆ ข่าวร้ายด้วย”
“เล่ามา”
“ข่าวแรกครับ อึก คุณหนูกุหลาบจะแต่งงานในอีกสองวันกับไอ้ผู้กองภูครับ”
ปัง!เสี่ยเพชรตบโต๊ะด้วยความไม่พอใจ จนเส้นเลือดบริเวณที่แขนและสันกรามปูดขึ้นจนเห็นได้ชัด
เขาพึ่งไปเยี่ยมแม่กุหลาบมาเมื่อวันก่อน วันนี้มีข่าวแม่กุหลาบจะแต่งงานแล้วอย่างนั้นหรือ ต้องเป็นฝีมือไอ้ตำรวจนั่นแน่ ๆ มันต้องบังคับฝืนใจแม่กุหลาบให้แต่งงานกับคนที่ไม่ได้รัก นั่นทำให้ไฟในอกของเสี่ยเพชรลุกโชน ตั้งท่าจะลุกบุกไปบ้านว่าที่เจ้าสาว ทว่ากลับโดนลูกน้องขัดขึ้นมาเสียก่อน
“เฮียฟังข่าวที่สองก่อนนะครับ”
“อะไรของลื้ออีก!”
“โกดังฝิ่นของเรา ถูกใครไม่รู้เผาจนไม่เหลืออะไรแล้วครับ!”
ปัง!
“ฉิบหาย ฉิบหายหมดแล้ว!” คราวนี้ไม่ใช่แค่ตบโต๊ะ แต่ทว่าเสี่ยเพชรกลับถีบโต๊ะทำงานจนมันล้มไปกับพื้น ทั้งหมดนี่ต้องเป็นฝีมือของไอ้พฤกษ์แน่
“เล่นกับใครไม่เล่น มาเล่นกับคนอย่างกู เดี๋ยวมึงจะไม่ได้ตายดีแน่ไอ้รอง!”
“ใจเย็น ๆ ก่อนนะเฮีย”
“อาหยิน ลื้อส่งจดหมายไปหากุหลาบ บอกว่าคืนวันเข้าหออั๊วจะไปรับ ส่วนอาหยงกับอาหยาง ลื้อไปโรงฝิ่นกับอั๊ว!” เสี่ยเพชรหันไปสั่งลูกน้องคนสนิท เวลานี้เขาไม่มีมาดเค้าของเจ้าพ่อหนุ่มอีกต่อไป คำหยาบที่ไม่เคยคิดจะหลุดออกมาจากปากของเสี่ยเพชร ทว่ามันกลับหลุดออกมาแล้ว
เห็นทีเงาหัวของนายตำรวจหนุ่มจะขาดก็วันนี้
