บทที่ 13 เหตุผลของคนทำผิด

รถ Porsche สีขาวป้ายแดงจอดนิ่งอยู่หน้าโรงแรมม่านรูดชื่อว่าเดอะพาราไดซ์ วีรพัทธ์จ้องมองเลขที่ห้องที่เขาเจาะจงกับพนักงาน แต่มันไม่ว่างเขาจึงต้องมาจอดอยู่หน้าห้องข้างกัน สายตาของวีรพัทธ์จ้องมองไปที่ตัวเลขสิบเก้าที่อยู่ตรงหน้า แต่สมองและหัวใจกำลังจดจ่ออยู่ที่ห้องข้าง ๆ ห้องหมายเลขสิบแปดตามที่เพื่อนของสหัสสะบอก

แม้ในใจจะไม่เชื่อแต่สมองบอกว่าต้องพิสูจน์ เขาจึงตัดสินใจลงจากรถ พร้อมกับเรียกพนักงานที่มาเปิดห้องให้มาซักถาม

“เพื่อนผมที่อยู่ห้องสิบแปดกลับไปหรือยัง?” เขาพยายามทำทีว่ารู้จักกับคนในนั้น

พนักงานชายคนนั้นมองกลับมาอย่างไม่ค่อยไว้ใจนัก เพราะไม่เคยมีผู้ชายคนไหนเข้ามาที่นี่เพียงลำพัง แถมยังมาถามหาคนอีกด้วย “ไม่ใช่ว่าคุณมาหลอกถามผมเพราะกำลังตามหาแฟนกับชู้นะครับ”

คำพูดดักคอแบบนั้นทำให้วีรพัทธ์ใจเสีย แต่ก็พยายามกลบเกลื่อนด้วยรอยยิ้มและท่าทีขบขัน “เปล่า แฟนผมยังทำงานอยู่เลย ผมถึงได้หนีมาเที่ยวกับเพื่อนได้ไง”

“แล้วทำไมคุณมาคนเดียวล่ะครับ?”

“ก็…”

วีรพัทธ์ยกฝ่ามือขึ้นเกาท้ายทอย พลางก็ก้มหน้าลงเพื่อซ่อนพิรุธ แต่พนักงานคนนั้นกลับคิดว่าชายหนุ่มเขินอายที่จะใช้คู่นอนคนเดียวกันกับเพื่อน

“อ้อ… ผมเข้าใจแล้วครับ” พนักงานโคลงศีรษะแล้วมองมาที่วีรพัทธ์ยิ้ม ๆ หนุ่มหล่อตรงหน้าไม่ใช่คนแรกที่มีรสนิยมแบบนั้น “3P สินะ” เขาพูดกับตัวเองเสียงเบา

แต่ยังไม่ทันที่พนักงานคนนั้นจะพูดอะไรต่อ ทั้งสองก็ได้ยินเสียงเคลื่อนไหวจากห้องข้าง ๆ

“สงสัยคงกำลังจะกลับกันแล้วมั้งครับ” พนักงานคนนั้นยกข้อมือขึ้นมาดูเวลาบนหน้าปัดนาฬิกา “ครบสองชั่วโมงพอดี”

ห้องทั้งสองมีกำแพงที่ทำเป็นช่องจอดรถคั่น ทำให้วีรพัทธ์ไม่ได้ยินเสียงจากห้องข้าง ๆ มากนัก

“จะให้ผมเรียกให้มั้ยครับ?” พนักงานคนนั้นเสนอเมื่อเห็นว่าวีรพัทธ์ยังยืนอยู่ที่เดิม ทั้ง ๆ ที่บอกว่าจะมาหาเพื่อน

“ไม่เป็นไรครับพี่ เดี๋ยวผมไปคุยกับพวกเขาเอง”

วีรพัทธ์เดินตามพนักงานออกมาจนถึงม่านพลาสติกสูงตั้งแต่ชายคาจนระพื้น เขายื่นมือไปกำม่านเอาไว้แต่ยังไม่ยอมเปิดออก ชายหนุ่มเงี่ยหูฟังการสนทนาของคนในนั้น แต่เขาก็ไม่ได้ยินอะไรนอกจากเสียงปิดประตูและเสียงเครื่องยนต์

รถยนต์คันนั้นกำลังจะถอยออกจากช่องจอด หลังพนักงานชายอีกคนดึงม่านเปิดให้ วีรพัทธ์จึงตัดสินใจกระชากม่านห้องของตัวเองออกมา ในตอนนั้น รถยนต์คันนั้นก็ถอยมาอยู่ตรงหน้าห้องของเขาพอดี วีรพัทธ์จึงได้เห็นใบหน้าของคนขับอย่างชัดเจน และเขาก็ได้เห็นรูปร่างเลือนรางของคนที่นั่งอยู่อีกฝั่งที่มีลักษณะคล้ายกับสหัสสะเพียงแต่เขาเห็นหน้าไม่ชัดเท่านั้นเอง

“ไมล์!” เขาตะโกนเรียกชื่อคนรักออกไป นั่นทำให้คนขับรถคันนั้นหันกลับมามอง ก่อนจะรีบเหยียบคันเร่งขับออกไปในทันทีราวกับมีคนบอกว่าต้องหนี

วีรพัทธ์รีบกดโทรศัพท์มือถือต่อสายหาสหัสสะอีกครั้ง หรือบางทีเขาอาจจะเข้าใจผิดไปเอง เห็นหน้าไม่ชัดสักหน่อย อาจแค่หน้าคล้ายก็ได้ ตอนนี้อีกฝ่ายอาจกลับไปรอเขาอยู่ที่ห้องแล้ว

ไม่มีสัญญาณตอบรับจากหมายเลขที่ท่านเรียก วีรพัทธ์เพียรกดโทรออกหลายต่อหลายครั้งก็ได้ยินแต่ประโยคซ้ำ ๆ เดิม ๆ ชายหนุ่มอยากจะกลับไปขึ้นรถแล้วขับตามไปเหลือเกินแต่เขาก็ก้าวขาไม่ออก จึงได้แต่ยืนตัวแข็งทื่ออยู่ตรงนั้นนานหลายนาที จนกระทั่งมีพนักงานคนหนึ่งเข้ามาเก็บห้อง

วีรพัทธ์มองลอดช่องผ้าม่านเข้าไปในนั้น ในห้องหมายเลขสิบแปด แววตาของเขาเจ็บปวด หัวใจก็ถูกบีบอย่างหนักหน่วง ในขณะที่สมองกำลังคิดหาเหตุผลว่าหากคนในรถคันนั้นเป็นสหัสสะจริง ๆ แล้วมีเหตุผลอะไรที่ชายคนรักจะต้องทำแบบนั้น เรื่องเงินคงตัดไปได้เลยเพราะเขาเองก็รวยล้นฟ้า เพียงแค่สหัสสะเอ่ยปากเขาก็พร้อมจะให้ แล้วทำไมถึงต้องทำแบบนั้นด้วย

เมื่อหาเหตุผลไม่ได้วีรพัทธ์ก็ใจชื้นขึ้นมาบ้าง เพราะบางทีเขาอาจจะเข้าใจผิดหรือคิดไปเอง เอาไว้ให้สหัสสะกลับมาแล้วเขาค่อยถามดีกว่า คนน้องไม่น่าจะทำเรื่องแบบนั้นได้อย่างแน่นอน

แต่ก่อนที่วีรพัทธ์จะหมุนตัวกลับไปที่จอดรถของตัวเอง เขาก็ได้ยินเสียงบางอย่างเล็ดลอดออกมาจากในห้องนั้น ห้องหมายเลขสิบแปดที่มีพนักงานชายเดินเข้าไปเพียงลำพัง แล้วทำไมจึงมีเสียงดังราวกับคนกำลังร่วมรักกันดังออกมาจากในนั้น

“นั่นอะไร?”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป