บทนำ
วีรพัทธ์ทั้งเจ็บทั้งแค้นที่สหัสสะทิ้งไปโดยไม่บอกเหตุผล
แถมยังฝากภาพจำแห่งการนอกใจด้วยการไปมีสัมพันธ์กับใครอีกคน
3 ปีผ่านไปแผลในใจยังไม่ถูกเยียวยา
สหัสสะก็กลับเข้ามาในชีวิตอีกครั้งในฐานะผู้จัดการส่วนตัวชั่วคราว
เขาจึงประกาศกร้าวว่าจะเอาคืนให้สาสม!
สหัสสะยอมหักหลังคนรักอย่างวีรพัทธ์เพื่อคนที่เขารักมากกว่า
และอยากให้วีรพัทธ์ก้าวไปข้างหน้าโดยที่ไม่มีเขาเป็นตัวถ่วง
แต่ไม่คิดว่า 3 ปีผ่านไปความจำเป็นในชีวิตจะทำให้พวกเขาได้กลับมาพบกันอีก
สหัสสะจึงยอมเป็นเบี้ยล่างเพื่อหวังชดใช้ความผิดในอดีต
บท 1
เสียงแจ้งเตือนข้อความเข้าจากโทรศัพท์มือถือช่วยดึงให้สหัสสะตื่นจากภวังค์ เขายกหลังมือขึ้นปาดน้ำตาที่กำลังจะเอ่อล้นจากกระบอกตาทิ้งไป แล้วรีบเอื้อมมือไปหยิบต้นกำเนิดเสียงนั้นขึ้นมากดรหัสผ่าน เขาไม่ได้กดเข้าไปอ่านข้อความเพราะรู้อยู่แล้วว่ามันแจ้งเตือนเรื่องอะไร แต่เขารีบกดเข้าไปในแอปพลิเคชันของธนาคารแห่งหนึ่ง เหลือบมองยอดเงินในบัญชีที่เพิ่มขึ้นมาจากเมื่อชั่วโมงก่อน ก่อนจะกดมันโอนต่อไปให้ใครบางคนทันที
ชายหนุ่มระบายลมหายใจออกมาอย่างโล่งอก เมื่ออีกฝ่ายส่งข้อความกลับมาว่าทุกอย่างเรียบร้อยดีในอีกไม่ถึงห้านาทีถัดมา แต่พอเขาเหลือบเห็นเวลาบนหน้าจอโทรศัพท์มือถือก็ต้องเบิกตากว้างแล้วรีบสะบัดผ้าห่มออกจากร่างทันที
สหัสสะก้าวยาว ๆ เข้าไปในส่วน walk in closet พลางสายตาก็จ้องไปที่ตารางหลากสีแผ่นหนึ่งที่แปะเอาไว้หน้าตู้เสื้อผ้า
“วันอังคาร โชคลาภเงินทอง ต้องใส่สีส้ม”
เขาคว้าเอาเสื้อยืดคอวีสีส้มแบรนด์ดังออกมาแขวนไว้หน้าตู้ ก่อนจะกวาดตามองหากางเกงที่จะใส่คู่กัน
“ใส่กับกางเกงสีขาวดีมั้ยนะ” คิดพลางก็ถอยเท้ามาดูสีมงคลอีกครั้ง “ไม่ได้ ๆ สีขาวเป็นกาลกิณีอับโชค ไม่ดี ๆ” เขาคิดอยู่ชั่วครู่ด้วยสีหน้าหนักใจ “แต่จะใส่กางเกงสีม่วงหรือสีแดงกับเสื้อสีส้มก็ไม่ไหวป๊ะ”
ตารางสีเสื้อผ้าเสริมดวงตามวันวันนี้มีแต่สีฉูดฉาด ซึ่งมันตรงกันข้ามกับรสนิยมของคนใส่เสียเหลือเกิน สหัสสะจึงตัดสินใจคว้าเอากางเกงยีนสีดำที่ไม่ได้ระบุอยู่ในวันอังคารออกมา เอามันแขวนไว้คู่กับเสื้อสีส้มตัวก่อนหน้า แล้วเขาก็รีบหันมาจัดการเรื่องของตัวเองแข่งกับเวลาที่งวดเข้ามาทุกที
ชายหนุ่มวัยยี่สิบสามปีที่จบการศึกษามาปีกว่าแต่ยังไม่มีงานประจำทำอย่างสหัสสะจำต้องรับงานดูแลศิลปินชั่วคราวระหว่างที่ผู้จัดการตัวจริงไปเตรียมตัวคลอดลูกเป็นเวลาสามเดือน ด้วยเหตุผลว่าเขาจะได้ค่าจ้างเป็นเงินก้อนมาใช้ก่อนล่วงหน้า ตอนนั้นสหัสสะรีบรับปากทันทีเพราะมีเรื่องต้องใช้เงินด่วน หลังเซ็นสัญญาจึงได้รู้ว่าศิลปินที่ตัวเองต้องมาดูแลเป็นวีรพัทธ์ นักแสดงหนุ่มชื่อดังดีกรีนักเรียนนอก
“รสนิยมต่ำ!”
คนที่เพิ่งเดินออกมาจากห้องน้ำชำเลืองมองเสื้อสีส้มกับกางเกงยีนสีดำที่เขาต้องใส่พร้อมกับคำต่อว่าที่ไม่คิดจะรักษาน้ำใจคนฟัง ก่อนจะคว้ามันปาใส่หน้าสหัสสะ แล้วเปิดตู้เสื้อผ้าหยิบเสื้อสีขาวออกมาแทน
“วันนี้ใส่สีขาวไม่ได้นะครับ” แต่สหัสสะก็รีบห้าม พลางเข้าไปแย่งเสื้อสีขาวตัวนั้นมาถือไว้
“ทำไม?” วีรพัทธ์ถามกลับด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ แววตาของเขาขุ่นมัวยามมองไปที่ร่างขาวที่มีเพียงผ้าเช็ดตัวพันลำตัวช่วงล่างกับเสื้อสีขาวที่แย่งจากมือเขาไปบดบังแผงอกที่เต็มไปด้วยรอยคิสมาร์กจากปากของเขาเอง
“มันอัปมงคลสำหรับวันอังคาร”
สหัสสะตอบด้วยสีหน้าจริงจัง ทำเอาคนฟังถึงกับต้องกระตุกมุมปาก วีรพัทธ์ส่งเสียงเยาะในลำคอ พร้อมกับกวาดสายตามองไปทั่วร่างขาวตั้งแต่หัวจรดเท้าอีกครั้ง
“มีตัวกาลกิณีอยู่ในห้องฉันยังไม่กลัวเลย จะกลัวอะไรกับอีแค่สีเสื้อ” แล้วเขาก็กระชากเอาเสื้อสีขาวตัวนั้นมาสวมทันที
“ใส่สีส้มดีกว่านะครับ”
สหัสสะลดเสียงลงอย่างขอร้อง นอกจากสะเทือนใจที่อีกฝ่ายต่อว่าดูถูก เขาก็ยังสำนึกได้ว่าตัวเองเป็นอะไรในสายตาของวีรพัทธ์
“ไม่ต้องเสือก!”
คนตัวเล็กกว่าเม้มริมฝีปากแน่นอย่างพยายามที่จะสะกดกลั้นความโกรธและความน้อยใจ แม้ว่าวีรพัทธ์จะไม่เคยพูดดีด้วยตั้งแต่วันแรกที่ได้พบกันในฐานะผู้จัดการส่วนตัวชั่วคราวกับศิลปินในความดูแล แต่สหัสสะก็ทำทุกอย่างตามที่ดาวิกาผู้จัดการของวีรพัทธ์สอนไว้ รวมทั้งเพิ่มความจริงใจของตัวเองเข้าไปด้วยเสมอ เขาจึงอดที่จะโกรธหรือน้อยใจไม่ได้ที่อีกฝ่ายไม่เคยมองเห็นเลย เอาแต่ด่าว่าและดูถูก ไม่ว่าเขาจะทำอะไร วีรพัทธ์ก็มักจะขัดไปเสียทุกเรื่อง
“ก็ตามใจครับ ถ้าเกิดเรื่องซวยอะไรขึ้นมาก็อย่ามาโทษผมก็แล้วกัน”
ทันทีที่ถ้อยคำประชดประชันจบลง ร่างของคนพูดก็ลอยหวือไปปะทะกับบานประตูตู้เสื้อผ้าด้วยน้ำมือของวีรพัทธ์
ฝ่ามือแข็งราวกับคีมเหล็กล็อกลำคอขาวจนเจ้าของมันใบหน้าแดงก่ำ ร่างบางดิ้นพล่านเพราะความกลัวและตกใจที่อีกฝ่ายใช้กำลังกับตน แม้ว่านี่จะไม่ใช่ครั้งแรกก็ตาม
“มันไม่มีอะไรซวยเท่ากับที่ฉันต้องมาเจอคนอย่างนายแล้วไม่รู้หรือไง! ไม่ต้องกลัวว่าที่นี่จะมีอะไรทำให้ฉันอับโชคไปมากกว่านี้ เพราะแม้แต่ตัวกาลกิณีอย่างนายฉันยังเอาได้ เพราะงั้น มันก็ไม่มีอะไรทำร้ายฉันได้อีกแล้ว”
ทันทีที่สิ้นประโยคที่หาคำระรื่นหูไม่ได้เลยสักนิดนั้น ริมฝีปากของคนพูดก็ประทับลงมาอย่างหนักหน่วงไร้ซึ่งความปรานี ไม่มีสักเสี้ยววินาทีที่จะปล่อยให้สหัสสะได้โต้แย้งหรือแม้แต่หายใจ วีรพัทธ์บดขยี้ทั้งร่างกายและหัวใจดวงน้อย ๆ ที่พยายามจะเข้มแข็งทุกครั้งที่ต้องเผชิญกับด้านมืดของเขา
สหัสสะได้แต่ปลอบตัวเองด้วยน้ำตาทุกครั้งว่านี่อาจเป็นกรรมที่เขาเคยทำกับคนตรงหน้าให้เจ็บช้ำ เมื่อถึงเวลาที่วีรพัทธ์เอาคืนบ้าง และตัวเขาเองอยู่ในฐานะที่ไม่อาจขัดขืนได้จึงจำต้องฝืนใจยอมสยบแทบเท้า
“ถือว่าเป็นของแถมก็แล้วกัน เมื่อคืนนายบริการไม่ดีเท่าไร ไม่คุ้มกับเงินที่ฉันโอนเข้าบัญชีให้”
บทล่าสุด
#97 บทที่ 97 บทส่งท้าย
อัปเดตล่าสุด: 8/26/2026#96 บทที่ 96 ตอนพิเศษ 2
อัปเดตล่าสุด: 8/26/2026#95 บทที่ 95 ตอนพิเศษ 1
อัปเดตล่าสุด: 8/26/2026#94 บทที่ 94 #สหัสสวีร์
อัปเดตล่าสุด: 8/26/2026#93 บทที่ 93 ที่แท้ก็แค่หมูหัน
อัปเดตล่าสุด: 8/26/2026#92 บทที่ 92 ผู้ชายอะไรใจอำมหิต
อัปเดตล่าสุด: 8/26/2026#91 บทที่ 91 ของต้องห้าม
อัปเดตล่าสุด: 8/26/2026#90 บทที่ 90 คู่ที่ควร
อัปเดตล่าสุด: 8/26/2026#89 บทที่ 89 ทนไม่ไหว
อัปเดตล่าสุด: 8/26/2026#88 บทที่ 88 แสนงอน
อัปเดตล่าสุด: 8/26/2026
คุณอาจชอบ 😍
เมียเด็กของท่านประธานร้ายรัก
เธอเป็นเพียงนักศึกษาฝึกงานธรรมดา ส่วนเขาคือท่านประธานผู้สูงส่ง เย็นชา และอันตรายเกินกว่าที่หัวใจดวงเล็ก ๆ ของเธอจะรับมือไหว
น้ำขิงไม่เคยคิดเลยว่า การเข้ามาฝึกงานในบริษัทวัฒนากร กรุ๊ป จะเปลี่ยนชีวิตของเธอไปตลอดกาลเพราะเพียงคืนเดียว...เธอกลายเป็นผู้หญิงของเขา
ภูริช วัฒนากร คือผู้ชายที่ใคร ๆ ก็เกรงกลัว
เขาร้าย เขาเย็นชา เขาไม่เคยอ่อนข้อให้ใคร แต่กับเด็กฝึกงานตัวเล็ก ๆ อย่างเธอ เขากลับทั้งหวง ทั้งหึง ทั้งร้ายกาจ และไม่ยอมปล่อยมือ
“เธอเป็นของฉัน น้ำขิง จำไว้ให้ดี”คำพูดของเขาเหมือนโซ่ตรวนผูกเธอไว้กับความรักที่ทั้งหวาน ทั้งเจ็บ และหนีไม่พ้น
ทว่าเมื่อความลับและคำกล่าวหาร้ายแรงถาโถมเข้ามาผู้ชายที่เคยกอดเธอแน่น กลับเป็นคนเดียวกันที่ทำให้เธอเจ็บจนแทบขาดใจ เธอไม่ได้ต้องการเงินของเขาไม่ได้ต้องการตำแหน่งเมีย ท่านประธาน เธอต้องการเพียงความเชื่อใจจากผู้ชายที่เธอรักสุดหัวใจแต่เมื่อเขาไม่ฟัง...เธอจึงเลือกจากไป
พร้อมหัวใจที่แตกสลาย และอีกหนึ่งชีวิตน้อย ๆ ที่เขายังไม่รู้ว่ามีอยู่จริง
บ่วงรักกับดักแค้น
เมื่อรักแรกที่จบลงด้วยการทรยศอย่างเลือดเย็น กลับวนมาเจอกันอีกครั้งในสถานะประธานบริหารคนใหม่กับพนักงานขายตัวท็อป ภีม (ภีมากร) กลับมาพร้อมความเย็นชาและแผนการทำลายชีวิตคนที่เคยทิ้งเขาไป ขณะที่พริก (พริมา) ทำได้เพียงก้มหน้ายอมรับการกลั่นแกล้ง เพราะความลับที่เธอซ่อนไว้ในอดีตนั้นมีราคาที่ต้องจ่ายสูงเกินกว่าที่ใครจะคาดคิด
พันธะร้ายท่านประธานปล้นรัก
เขาคือผู้ชายที่เธอเคยรักสุดหัวใจ และเป็นผู้ชายคนเดียวกันที่เธอเชื่อว่า…เคยเหยียบย่ำหัวใจเธอจนไม่เหลือชิ้นดี
แปดปีก่อน อธิชาเดินออกจากชีวิตชยุตม์ด้วยน้ำตา ทิ้งไว้เพียงคำพูดที่ว่า “เราไม่เหมาะกัน”
โดยไม่รู้เลยว่า ผู้ชายที่เธอคิดว่าไร้หัวใจ ไม่เคยหยุดตามหาเธอแม้แต่วันเดียว
แปดปีต่อมา เธอกลับมาเจอเขาอีกครั้ง
ไม่ใช่ในฐานะคนรัก แต่ในฐานะ “ลูกหนี้”และเขา…คือเจ้าหนี้คนเดียวที่มีสิทธิ์กำหนดชีวิตเธอ
“แต่งงานกับฉันสามปี แล้วหนี้ทั้งหมดของครอบครัวเธอจะจบลง”
ข้อเสนอของชยุตม์เย็นชา ร้ายกาจ และไร้ทางถอย อธิชาจึงต้องยอมสวมแหวนของผู้ชายที่เธอเกลียด ยอมเป็นภรรยาตามสัญญาของท่านประธานผู้ขึ้นชื่อว่าเพลย์บอยที่สุดในวงการธุรกิจ
เขามีข่าวกับผู้หญิงไม่ซ้ำหน้า ยิ้มเก่ง หว่านเสน่ห์เก่ง ปากร้าย และทำให้เธอเจ็บได้ทุกครั้งที่เข้าใกล้ แต่ในคืนที่เธอกลัว เขากลับนั่งเฝ้าอยู่หน้าประตูทั้งคืนในวันที่ครอบครัวเธอล้ม เขากลับเป็นคนยื่นมือมาช่วยโดยไม่เคยเอ่ยความดีและในวันที่เธอพยายามเกลียด เขากลับทำให้หัวใจเธอทรยศตัวเองซ้ำแล้วซ้ำเล่า
ใต้เงาเสน่หา
ทว่าสิ่งที่เธอต้องรับมือกลับไม่ใช่เพียงเมนูอาหารรสเลิศ แต่เป็น ‘ไทม์’ CEO หนุ่มผู้เย็นชา เย่อหยิ่ง และกินยากที่สุดในสามโลก! จากความระแวงแคลงใจในคราแรก แปรเปลี่ยนเป็นความสิเน่หาอันลุ่มหลงที่ซ่อนเร้นอยู่ภายใต้เงามืดของคฤหาสน์
ท่ามกลางสายตาผู้ใหญ่และคำครหาเรื่องชนชั้น เขาตีตราจองเธอไว้ด้วยความหึงหวงอันบ้าคลั่ง ขณะที่เธอพยายามเจียมตัวและหลบหนี...
แต่ยิ่งเธอถอยห่าง เขากลับยิ่งก้าวเข้ามาประชิด และพร้อมจะบดขยี้ทุกคนที่กล้าพราก ‘ยอดดวงใจ’ ไปจากเขา!
เมียเด็กของภาคินทร์
หลังคืนหนึ่งกับอัลฟ่า
ฉันคิดว่าฉันกำลังรอคอยความรัก แต่กลับกลายเป็นว่าฉันถูกอสูรร้ายย่ำยี
โลกของฉันควรจะเบ่งบานในเทศกาลคืนจันทร์เต็มดวงที่อ่าวมูนเชด แชมเปญซาบซ่านอยู่ในสายเลือด ห้องพักในโรงแรมที่จองไว้เพื่อให้ฉันกับเจสันได้ข้ามเส้นความสัมพันธ์นั้นเสียทีหลังจากรอมาสองปี ฉันสวมชุดชั้นในลูกไม้ตัวสวย แง้มประตูทิ้งไว้ แล้วเอนกายลงบนเตียง หัวใจเต้นรัวด้วยความตื่นเต้นระคนประหม่า
แต่ชายที่ปีนขึ้นมาบนเตียงของฉันไม่ใช่เจสัน
ภายในห้องที่มืดสนิท อบอวลไปด้วยกลิ่นเครื่องเทศร้อนแรงชวนมึนหัว ฉันรู้สึกถึงมือคู่หนึ่ง...ร้อนรุ่มและเร่งเร้า...ที่ลูบไล้แผดเผาผิวของฉัน แก่นกายร้อนผ่าวที่กำลังตุบๆ ของเขากดเบียดอยู่กับความอ่อนนุ่มที่เปียกชื้นของฉัน และก่อนที่ฉันจะทันได้อ้าปากคราง เขาก็กระแทกกายเข้ามาอย่างแรง ฉีกกระชากความบริสุทธิ์ของฉันอย่างไร้ความปรานี ความเจ็บปวดแผดเผาไปทั่ว ช่องทางของฉันบีบรัดแน่นขณะที่ฉันจิกเล็บลงบนบ่าที่แข็งแกร่งราวกับเหล็กของเขา พยายามกลั้นเสียงสะอื้น เสียงเฉอะแฉะดังก้องไปกับทุกจังหวะการสอดใส่ที่รุนแรง ร่างกายของเขาโหมกระหน่ำไม่หยุดยั้งจนกระทั่งเขากระตุกเกร็ง ปลดปล่อยความอุ่นร้อนเข้ามาลึกล้ำในตัวฉัน
“สุดยอดไปเลยค่ะ เจสัน” ฉันเปล่งเสียงออกไปอย่างยากลำบาก
“เจสันคือใครวะ”
เลือดในกายฉันเย็นเฉียบ แสงไฟสาดส่องใบหน้าของเขา—แบรด เรย์น อัลฟ่าแห่งฝูงมูนเชด เป็นคนหมาป่า ไม่ใช่แฟนของฉัน ความหวาดผวาจุกอยู่ที่ลำคอเมื่อฉันตระหนักได้ว่าตัวเองทำอะไรลงไป
ฉันวิ่งหนีสุดชีวิต!
แต่หลายสัปดาห์ต่อมา ฉันก็ตื่นขึ้นมาพร้อมกับทายาทของเขาในครรภ์!
ว่ากันว่าดวงตาสองสีของฉันเป็นเครื่องหมายบ่งบอกว่าฉันคือ ‘ทรูเมท’ ที่หาได้ยาก แต่ฉันไม่ใช่หมาป่า ฉันเป็นแค่แอล คนธรรมดาจากเขตมนุษย์ ที่ตอนนี้ต้องมาติดอยู่ในโลกของแบรด
สายตาเย็นชาของแบรดตรึงฉันไว้ “ในตัวเธอมีสายเลือดของข้า เธอเป็นของข้า”
ฉันไม่มีทางเลือกอื่นใดนอกจากยอมรับกรงขังนี้ ร่างกายของฉันเองก็ทรยศ มันกลับโหยหาสัตว์ร้ายที่ทำลายชีวิตฉัน
คำเตือน: เหมาะสำหรับผู้ใหญ่อายุ 18 ปีขึ้นไป
พี่ชายที่รัก
จนหัวใจและร่างกายของฉันมันบอบช้ำ แต่หัวใจเจ้ากรรมกลับไม่รักดีเผลอรักพี่ชายคนนี้ จนหมดใจ
รักไม่หลอก
โซ่สวาทร้อนรัก
“มันเรื่องของฉัน ตัวฉันของฉันนมก็นมของฉัน คุณไม่มีสิทธิ์มายุ่ง”
“ก็สิทธ์ของความเป็นผัวคนแรกของคุณไง นมคุณน่ะเป็นของผม ทั้งตัวคุณก็เป็นของผม...เข้าใจไหม? ”
คาเรน เซนโดริก อายุ 32 ปี
หนุ่มลูกครึ่งอเมริกา-อาหรับ ที่มีบุคลิกสุขุมเยือกเย็น เจ้าเล่ห์แสนกล และยังเป็นCEO บริษัทไอทีอินเตอร์เนชั่นกรุ๊ปชื่อดังในอเมริกาที่มีสาขาอยู่ทั่วโลก ในแต่ละวันจะมีสาวๆมาคอยปนเปรอสวาทให้เขาในทุกค่ำคืน และในที่สุดเขาก็จัดการเหยื่อสาวผิดคน เพราะคิดว่าเธอคือคนที่ลูกน้องหามา จึงใช้เงินปิดปากเธอให้จบเรื่อง แต่ใครจะคิดว่าเขาต้องมาเจอกับเธออีกครั้ง
ทับทิม รินลดา ชลวัตร อายุ 25 ปี
สาวแว่นช่างเพ้อ ที่มีความสามารถรอบด้าน พ่วงด้วยวาจาอันจัดจ้านไม่ยอมใคร จนถูกคัดเลือกให้ไปดูงานที่ดูไบ ต้องมาเปลี่ยนตัวเองให้กลายเป็นสาวสวยสุดมั่นสำหรับงานครั้งนี้ แต่พอไปถึงเธอกลับถูกซาตาน พรากพรหมจรรย์ไปตั้งแต่วันแรกที่ไปถึง และซาตานคนนั้นก็ดันเป็นเจ้าของบริษัทที่เธอทำงานอยู่ แล้วเธอจะทำอย่างไรต่อไปเมื่อต้องเจอกับเขาอีกครั้ง
บ่วงรักสายใยพิศวาส: Oath of Love
เธอคือดาราสาวที่โลกรู้จักในฐานะนางร้าย แต่หัวใจข้างในเก็บรักชายคนเดียวมาทั้งชีวิต
ไฟระหว่างพวกเขาปะทุขึ้นคืนหนึ่งที่สมุย และมันก็ไม่มีวันดับลงได้อีกแล้ว แม้เขาจะพยายามบอกตัวเองว่า "ไม่รัก" สักแค่ไหนก็ตาม
แต่แล้วคำพูดที่โหดเหี้ยมที่สุดในชีวิตเธอก็หลุดออกมาจากปากเขา
"ต่อให้แพมเป็นผู้หญิงคนเดียวในโลกนี้ พี่ก็ไม่เอาแพมมาเป็นแม่ของลูก"
เธอเก็บคำนั้นไว้ในใจ พร้อมกับชีวิตน้อยๆ ในท้องที่เขาไม่รู้ แล้วหายตัวไปจากชีวิตเขาสามปีเต็มๆ
สามปีต่อมา เธอกลับมาพร้อมบุตรสาวตัวน้อยที่มีดวงหน้าเหมือนเขาราวกับแกะ
และในที่สุด อนาวรรธน์ก็รู้ว่าตัวเองรักเธอ
แต่กว่าจะรู้...มันสายไปแล้วหรือเปล่า?
บ่วงรักสายใยพิศวาส — เรื่องราวของรัก ความเจ็บ สัญญา และสายใยที่ไม่มีสิ่งใดตัดขาดได้
เด็กดื้อคนโปรด (ของมาเฟีย) BAD
หนุ่มหล่อ ลูกชายมาเฟียตระกูลใหญ่ผู้เย็นชาไร้ความรู้สึก เขาถูกผู้หญิงหลายคนตราหน้าว่าไร้หัวใจ ถึงอย่างนั้นเพราะความหล่อก็ยังมีผู้หญิงอีกมายมายที่พร้อมจะขึ้นเตียงกับเขา
แต่มีผู้หญิงเพียงคนเดียวที่เขารังเกียจและไม่อยากเจอหน้าถึงแม้เธอจะพยายามเท่าไรก็ไม่มีวันมีค่าในสายตาของเขา
“อยากเป็นเมียฉันมากไม่ใช่หรือไง ฉันกำลังจะสนองให้เธอเป็นอยู่นี่ไง แต่ไม่ใช่ในฐานะเมียแต่ง อย่าคิดหวังสูงเกินไป!!”
มิลิน
เธอถูกคนที่ตัวเองแอบรักมาตั้งแต่เด็กรังเกียจเพียงเพราะเขาคิดว่าแม่เธอคือเมียน้อยของพ่อเขา ถึงแม้เขาจะไม่สนใจใยดีอะไรเธอเลย แต่เธอก็ยังรักเขาหมดหัวใจ
ทั้งที่คิดว่าหากยอมยกร่างกายให้เขาแล้วจะได้ความรักกลับคืนมา แต่สุดท้ายก็ได้เพียงความเกลียดชัง
กรงรักจำนน
เขามีคนรักอยู่แล้ว ทว่าเพื่อย่า เขายอมแต่งงานปลอม ๆ กับเธอ และยอมทำทุกอย่างยกเว้น “อยู่ด้วยกันจริง ๆ”
เมื่อย่าเร่งรัดอยากได้หลาน เขาเสนอให้เธอตั้งครรภ์ด้วยสเปิร์มของคนอื่นเพื่อไม่ต้องแตะต้องกันสักนิด และนั่นคือวันที่หัวใจของเธอแตกละเอียด
จนกระทั่งแผนชั่วของใครบางคนทำให้เขาและเธอต้องนอนบนเตียงเดียวกันโดยไม่ตั้งใจ
และนั่น…ทำให้ชีวิตทุกคนพังครืน
เธอถูกใส่ร้าย ถูกขับไล่ ถูกเหยียบย่ำจนแทบไม่เหลือศักดิ์ศรี













