บทที่ 18 ไม่ขอแก้ตัว

คำว่า ‘รักนายนะ’ ดังก้องอยู่ในหู พาให้อารมณ์หงุดหงิดและขวางหูขวางตากับทุกสิ่งทุกอย่างที่เดินผ่านมา แม้แต่ชานนท์ที่เดินสวนกันแล้วร้องทักวีรพัทธ์ก็ไม่สนใจ เขามุ่งหน้าไปที่รถยนต์ของตัวเองแล้วขับออกไปอย่างรวดเร็ว

“เป็นเหี้ยอะไรอีกเนี่ย!”

ชานนท์สบถเบา ๆ ก่อนจะรีบก้าวไปยังห้องพักของสหัสสะเพราะคิดว่าสองคนน่าจะมีปัญหากัน เขาเป็นห่วงว่าวีรพัทธ์จะลงไม้ลงมือกับคนน้องถึงได้มีอาการเหมือนหมาบ้าแบบนั้น

“ก็ไม่มีอะไรนี่ครับ”

แต่เมื่อมาถึงห้องและถามกับสหัสสะ คนป่วยกลับยิ้มหวานพร้อมกับส่ายหน้าปฏิเสธ และยังบอกอีกด้วยว่าสงสัยเพราะฤทธิ์ยาที่หมอฉีดให้ จึงทำให้วีรพัทธ์ในเช้านี้น่ารักกว่าช่วงเวลาสองเดือนที่ผ่านมา

“หมายความว่าปรับความเข้าใจกันแล้วเหรอ?” ชานนท์รีบถามอย่างยินดี

“ก็… ไม่มีอะไรต้องปรับนี่ครับ”

พอคนที่เอนหลังพิงหัวเตียงปฏิเสธ ชานนท์ก็หุบยิ้มแล้วถอนหายใจเฮือกใหญ่ ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงแสดงความห่วงใย

“พี่ไม่รู้หรอกนะว่าเมื่อสามปีก่อนมันเกิดอะไรขึ้น แล้วไมล์ก็ไม่จำเป็นต้องบอกพี่ แต่พี่ว่าไมล์ควรบอกไอ้วีร์มันนะ”

เมื่อถูกรุ่นพี่ยืนจ้องมองมาในท่ากอดอกจริงจัง สหัสสะก็ผสานนิ้วมือทั้งสองข้างเข้าหากันบนหน้าขา พลางก็ก้มหน้าหลบสายตา

“มันก็เป็นอย่างที่พวกพี่เข้าใจนั่นแหละครับ”

“แค่นั้นจริง ๆ เหรอไมล์” ชานนท์คาดคั้นเพราะเขาไม่เชื่อว่าสหัสสะจะรับงานเอนท์หรือขายตัว หรือแม้แต่สวมเขาให้วีรพัทธ์แบบนั้น พอถูกจับได้คาหนังคาเขาก็หนีหายไปเฉย ๆ โดยไม่อธิบายไม่มีคำแก้ตัว ทิ้งให้เพื่อนของเขาจมอยู่กับกองน้ำตาเป็นปี ๆ “ไมล์ไม่มีเหตุผลอย่างอื่นแน่เหรอ”

“ไม่มีครับ”

ปลายนิ้วเรียวจิกลงบนหลังมือที่ประสานเข้าหากันในทันที ราวกับในกำมือนั้นมันกุมความลับอะไรเอาไว้ ความลับที่ไม่อาจให้ใครล่วงรู้ได้โดยเฉพาะวีรพัทธ์

“เอาเถอะ ๆ ไม่มีก็ไม่มี พี่หวังว่าสักวันมันจะมีนะ เพราะพี่เชื่อว่าไมล์ไม่ได้เป็นคนแบบนั้น”

สหัสสะค่อย ๆ ช้อนสายตาขึ้นสบกับหนุ่มรุ่นพี่ เพื่อนสนิทของอดีตคนรัก ชานนท์อยู่ในทุกช่วงเวลาที่สหัสสะกับวีรพัทธ์คบหากัน หนุ่มรุ่นพี่จึงรักและเอ็นดูเขามาก เขาเองก็รักชานนท์เหมือนพี่ชายคนหนึ่งเช่นกัน

หากเป็นเมื่อสามปีก่อน สหัสสะคงไม่มีความลับกับรุ่นพี่คนนี้ แต่ถึงตอนนี้ มันไม่มีอะไรเหมือนเดิมอีกแล้ว เพราะเขาเลือกแล้ว และสิ่งที่เลือกก็น่าละอายใจเกินกว่าจะร้องขอให้วีรพัทธ์ให้อภัย ดังนั้นการที่ปล่อยให้ทุกอย่างมันเป็นอย่างนั้นมันคงเป็นทางที่ดีที่สุดแล้ว

ชานนท์อยู่คุยกับสหัสสะอีกพักใหญ่ เมื่อเห็นว่าหนุ่มรุ่นน้องหน้าตาสดใสขึ้น และน้ำเกลือขวดสุดท้ายได้หมดลง เขาก็ขอตัวกลับ

“อ้อ พี่เจอมันตกอยู่หน้าห้องน่ะ ไอ้วีร์อาจจะทำตกไว้ก็ได้นะ” ก่อนจะออกจากห้องยังวางธนบัตรใบละพันที่มันยับย่นไว้ให้สหัสสะด้วย

“ของคนอื่นที่เดินผ่านหรือเปล่าครับ พี่นนท์เอาไปให้พี่พยาบาลไปตามหาเจ้าของดีกว่าครับ”

“แบงก์พันเปล่า ๆ ใบเดียวจะรู้เจ้าของได้ยังไง”

“กล้องวงจรปิดไงครับ มันพิสูจน์ได้”

ชานนท์คิดตามก่อนจะพยักหน้าอย่างเห็นด้วย เขาจึงเอาธนบัตรใบนั้นไปให้ที่เคาน์เตอร์พยาบาลเพื่อตามหาเจ้าของ เผื่อบางทีเจ้าของมันอาจจะกำลังตามหามันอยู่ก็ได้

ระหว่างที่ชานนท์เดินออกมาจากอาคารผู้ป่วย เขาก็กวาดสายตามองไปรอบ ๆ บริเวณที่มีกล้องวงจรปิดติดอยู่ถี่ยิบแล้วก็คิดอะไรขึ้นมาได้

“ใช่สิ กล้องวงจรปิด ทำไมไม่คิดได้ตั้งแต่เมื่อสามปีที่แล้ววะ”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป