บทที่ 8 คนรักเก่า
“เหยียบเบรก เข้าเกียร์ แล้วค่อย ๆ ปล่อยเบรก อย่าเพิ่งเหยียบคันเร่งนะครับ”
สหัสสะลองทำตามที่วีรพัทธ์สอนอย่างช้า ๆ แต่ท่าทางก็ยังดูเก้กังกลัว ๆ กล้า ๆ
“ถ้าไมล์ปล่อยเท้ามันจะพุ่งไปข้างหน้ามั้ยครับพี่วีร์”
วีรพัทธ์ยกยิ้ม แล้วสอนคนรักที่นั่งอยู่ในหว่างขาหลังพวงมาลัยอย่างใจเย็น “ค่อย ๆ ปล่อยช้า ๆ อย่างนั้น เก่งมากครับ” พอสหัสสะทำได้เขาก็เอ่ยชม “ทีนี้ขยับเท้าไปแตะที่คันเร่ง ค่อย ๆ นะครับ อย่าเพิ่งกดลงไป”
รถยนต์คันหรูเคลื่อนตัวไปข้างหน้าอย่างเชื่องช้า ห่างไกลจากสมรรถนะที่มันทำได้ เพราะคนขับยังเป็นมือใหม่
“ตั้งพวงมาลัยตรง ๆ ก่อนนะครับ อื้มอย่างนั้น” คนสอนก็ใจเย็นและใจดีให้รางวัลมือใหม่หัดขับอยู่บ่อยครั้งด้วยการหอมลงบนหัวไหล่บ้างข้างแก้มบ้าง
“ฮื่อพี่วีร์ อย่ารบกวนสมาธิไมล์สิครับ” คนขับต้องคอยย่นคอหนี จะผละมือออกจากพวงมาลัยมาตีก็ไม่กล้าเพราะกลัวว่าจะบังคับล้อไม่ได้
“ไม่ต้องกลัวน่า พี่นั่งอยู่ตรงนี้ ไม่ปล่อยให้ไมล์ขับตกถนนแน่” แม้จะเป็นถนนกว้างขวางขนานกับชายหาดริมทะเลที่ไม่ค่อยมีรถผ่านสักเท่าไรก็ตาม
คู่รักวัยมหาวิทยาลัยอาศัยวันหยุดสุดสัปดาห์ขับรถมาพักผ่อนต่างจังหวัดสองวันหนึ่งคืน และสถานที่โปรดที่วีรพัทธ์กับสหัสสะมาบ่อยที่สุดก็คือชายหาดอันเงียบสงบในจังหวัดจันทบุรี เพราะที่นี่เป็นสถานที่แห่งความทรงจำ เป็นที่ที่วีรพัทธ์ขอสหัสสะเป็นแฟนเมื่อครั้งที่ทั้งสองมาร่วมกิจกรรมรับน้องคณะนิเทศศาสตร์ของมหาวิทยาลัยชื่อดังที่พวกเขาเรียนอยู่
เมื่อมือใหม่หัดขับเริ่มขับคล่องขึ้น ก็ใจกล้าขอคนรักขับกลับไปยังโฮมสเตย์ที่พักที่เป็นถนนแคบ ๆ ด้านหนึ่งเป็นป่าอีกด้านเป็นนากุ้ง
ในขณะที่สหัสสะนั่งตัวเกร็ง สายตาเล็งมองทางเบื้องหน้าเพราะกลัวว่าจะพารถยนต์คันหรูของวีรพัทธ์ตกลงไปในนากุ้ง ฝ่ายวีรพัทธ์ก็เอาแต่นั่งขำกับท่าทางน่ารักของอีกฝ่าย เขาแกล้งด้วยการเอื้อมมือมาจากด้านหลัง ลูบ ๆ คลำ ๆ อยู่บนหน้าขาของคนข้างหน้า
“พี่วีร์อย่า!” คนขับก็เกร็งมือบังคับพวงมาลัย คนขี้แกล้งก็ไม่ยอมหยุด ยังขยับลำตัวมาเบื้องหน้า เอาแผงอกแนบกับแผ่นหลังบอบบาง จมูกโด่งเฝ้ากดลงตรงข้างขมับบ้าง ข้างแก้มบ้าง บางทีก็ทำเป็นซุกไซ้ จนมือใหม่หัดขับถึงกับร้องโวยวาย “ถ้าไมล์ทำรถป้ายแดงของพี่วีร์ตกลงไปในนากุ้ง จะมาว่าไมล์ไม่ได้นะครับ”
“พี่ให้คุณแม่ซื้อคันใหม่ให้ก็ได้” ไม่ได้อวดรวยหรอกนะ แต่วีรพัทธ์คิดว่ามันเป็นเรื่องเล็กน้อยสำหรับลูกชายคนเดียวทายาทเจ้าของธุรกิจมูลค่าหมื่นล้านอย่างเขา
“เหม็นคนรวย”
สหัสสะต่อว่าอย่างไม่จริงจังนัก เพราะแม้วีรพัทธ์จะรวยล้นฟ้า แต่ก็ไม่เคยแสดงตนข่มคนที่ด้อยกว่าโดยเฉพาะกับเขาที่เป็นแค่ลูกคนงานเย็บผ้าหาเช้ากินค่ำ วีรพัทธ์สามารถจอดรถคันหรูไว้ข้างถนนแล้ววิ่งตามเขาขึ้นรถเมล์ กินข้าวแกงข้างทาง หรือแม้แต่ไปนั่งรอเขาทำงานพิเศษเพื่อหาเงินมาจ่ายค่าเทอม
ตัวสหัสสะเองก็ไม่เคยแบมือขอเงินแม้รู้ว่าวีรพัทธ์จ่ายทุกอย่างให้ได้ และนั่นอาจเป็นหนึ่งในเหตุผลที่วีรพัทธ์ชอบเขา เพราะชายหนุ่มรุ่นพี่คนนี้เกลียดนักพวกหิวเงินและเข้าหาเพราะหวังรวยทางลัด
ทั้งสองตกอยู่ในห้วงแห่งความรักเป็นเวลากว่าสองปี ก่อนที่ทุกอย่างจะเปลี่ยนไป…
“ขับช้าแบบนี้อีกกี่ปีจะถึง เหยียบให้มันเร็ว ๆ หน่อยไม่ได้หรือไง”
วีรพัทธ์ตะคอกใส่คนที่นั่งอยู่ในหว่างขาหลังพวงมาลัย เมื่อทั้งสองผ่านด่านตรวจมาได้โดยที่ไม่ต้องเป่าแอลกอฮอล์ แต่ตำรวจก็มองบนนิดหน่อยที่พวกเขาอยู่ในท่าล่อแหลม และตักเตือนว่ามันไม่ควร หลังสหัสสะยิ้มหวานให้ตำรวจก็เคลื่อนรถออกมา แต่ขับช้าราวกับว่าสติไม่ได้อยู่กับตัว
เสียงตะคอกที่ดังอยู่หลังใบหูปลุกให้สหัสสะตื่นจากภวังค์ความหวานเมื่อสี่ปีก่อน ก่อนที่จะคิดได้ว่าวีรพัทธ์คนเดิมไม่มีอีกต่อไปแล้ว และเขาเองก็ไม่ใช่คนเดิมอีกต่อไป เพราะทุกลมหายใจเข้าออกของสหัสสะคือเงินเท่านั้น และที่เขาต้องเข้ามาในชีวิตของวีรพัทธ์อีกครั้งก็เพราะต้องการหาเงิน!
หลังสะกดจิตตัวเองไม่ให้เคลิ้มไปกับสัมผัสของคนด้านหลังแม้ว่ามันจะไม่ได้อ่อนโยนนักก็ตาม สหัสสะก็เริ่มเหยียบคันเร่งเพิ่มความเร็ว ไม่นานทั้งสองก็กลับมาถึงคอนโดที่พัก
หลังเข้ามาในห้องชุดวีรพัทธ์ก็ทำท่าจะล้มตัวลงนอนบนโซฟากลางห้อง ในขณะที่สหัสสะกำลังอ่านข้อความจากหน้าจอโทรศัพท์มือถือด้วยสีหน้ากังวล เขาสูดลมเข้าปอดแล้วปิดหน้าจอก่อนจะหันมาพูดกับวีรพัทธ์ด้วยน้ำเสียงเรียบที่พยายามบังคับไม่ให้มันสั่น
“ผมอยากได้เงินสองหมื่น”
วีรพัทธ์ที่เพิ่งล้มตัวลงบนโซฟาหรี่ตามอง เขากระตุกยิ้มเยาะ ก่อนจะบอกด้วยน้ำเสียงเรียบไร้ความรู้สึก
“อย่างนั้นก็ทำอย่างที่นายถนัดสิ แล้วฉันจะโอนเศษเงินนั่นให้”
“ตรงนี้เหรอครับ?”
“ตรงนี้! และ เดี๋ยวนี้!”
