บทที่ 9 สถานะใหม่

สถานะใหม่

ร่างขาวเปลือยเปล่าที่ยืนอยู่ใต้เรนชาวเวอร์กำลังสะท้านไหว ไม่ใช่เพราะความเย็นจากสายน้ำแต่เป็นเพราะความเหน็บหนาวในหัวใจ หนุ่มน้อยที่เคยร่าเริงสดใส เคยผ่านช่วงเวลาอิ่มเอมใจกับใครอีกคนที่วาดหวังว่าจะจับมือกันตลอดไป บัดนี้ไม่เหลือแล้วแม้แต่วี่แววจะให้มันกลับมาเป็นแค่คนคนหนึ่งที่จะทำดีต่อกันได้

สหัสสะยกสองแขนขึ้นมากอดตัวเองพร้อมกับเงยหน้าขึ้นมารับสายน้ำ หวังให้มันพาหยาดน้ำตาออกไปพร้อมกับล้างคราบความหยาบคายที่ร่างกายบอบบางถูกกระทำ น้ำเป็นสายที่ไหลลงมาช่วยชำระล้างร่างกายได้ก็จริง แต่ไม่สามารถบรรเทาความเจ็บปวดในหัวใจของหนุ่มน้อยได้เลย

คืนนี้สหัสสะใช้เวลาในห้องน้ำนานกว่าทุกครั้งจนวีรพัทธ์แปลกใจ ร่างสูงที่ยังคงนอนอยู่บนเตียงจึงเฝ้าจับจ้องไปที่บานประตูที่อีกคนขังตัวเองไว้ เขาเงี่ยหูฟังเสียงน้ำไหล ใจหนึ่งกังวลว่าคนในนั้นจะเป็นอะไรไป แต่อีกใจก็เจ็บปวดกับการกระทำของตัวเองเมื่อชั่วโมงก่อน เขารุนแรงกับสหัสสะมากกว่าทุกครั้งหลังอีกฝ่ายเอาตัวมาแลกกับเงินสองหมื่น ทั้ง ๆ ที่เขาเพิ่งโอนเข้าบัญชีให้ในจำนวนเดียวกันไปเมื่อวานนี้เอง

“นอนกับคนหนึ่งเพื่อเอาเงินไปเปย์ผู้ชายอีกคน โคตรขยะแขยง”

คนพูดกัดฟันกรอด แววกังวลในดวงตาเปลี่ยนเป็นแข็งกร้าวโกรธเกลียด ยามนึกถึงชื่อและนามสกุลของปลายทางรับโอนเงินจากบัญชีของสหัสสะที่เขาบังเอิญเห็นเมื่อสัปดาห์ก่อน ชื่อไม่คุ้น นามสกุลก็ไม่ใช่คนที่จะอนุมานได้ว่าเป็นพี่น้องหรือเครือญาติกัน แล้วมันจะเป็นใครไปได้นอกจากผู้ชายที่สหัสสะเลี้ยงเอาไว้ ‘แพศยา’ คำที่เขาใช้เรียกสหัสสะระหว่างร่วมรักจึงไม่เกินจริง

ยิ่งคิดยิ่งแค้นยิ่งเจ็บปวด และน่ากลัวเกินกว่าจะเค้นถามหาความจริง วีรพัทธ์กลัวว่าตัวเองจะรับไม่ได้ และกลัวว่าจะลงมือทำร้ายอีกคนจนตายคามือ เขาจึงเลือกที่จะทรมานทั้งสองฝ่าย ในเมื่อเขาเจ็บ สหัสสะก็ต้องเจ็บด้วยกัน ต่อให้มันจะเป็นเพียงร่างกายเท่านั้นก็ตาม

“ทนได้ก็ทนไป”

ชายหนุ่มสะบัดผ้าห่มผืนหนาออกจากร่างกายเปลือยเปล่า แล้วก้าวเข้าไปยืนอยู่หน้าประตูห้องน้ำ

ปัง ปัง ปัง

เขาออกแรงทุบเสียงดัง จนคนที่ยืนอยู่ในนั้นสะดุ้งเฮือก สหัสสะรีบยกหลังมือขึ้นปาดน้ำตาที่มันยังไม่ยอมหยุดไหลแม้ว่าสายน้ำจะชะออกไปตลอดเวลาแล้วก็ตาม

“ครับ” เขาตะโกนขานรับ

“ทำบ้าอะไรอยู่ ฉันจะใช้ห้องน้ำ”

ห้องชุดสุดหรูมีสองห้องนอนสองห้องน้ำ และนี่ก็เป็นห้องนอนเล็กของสหัสสะและเป็นห้องน้ำที่เขาใช้เป็นปกติ แต่แทนที่วีรพัทธ์จะเดินกลับห้องนอนใหญ่ของตัวเองแล้วใช้ห้องน้ำที่นั่น กลับมาต่อว่าและขู่บังคับอย่างเอาแต่ใจ

สหัสสะถอนลมหายใจเฮือกใหญ่ เขาเอื้อมมือไปปิดน้ำ แล้วคว้าผ้าเช็ดตัวมาพันช่วงล่าง ก่อนจะเดินออกไปเปิดประตู

แต่ทันทีที่ช้อนสายตาขึ้นสบกับคนตัวสูงกว่าราวสักสามเซ็นต์ สหัสสะก็ต้องเบิกตากว้างเพราะอ่านออกว่าคนตรงหน้าต้องการใช้ห้องน้ำทำอย่างอื่นมากกว่าที่จะใช้เพื่ออาบน้ำ

ทันใดนั้นร่างบางก็ถูกผลักเข้าไปด้านในอย่างไม่เบาแรงเพราะคนทำกำลังกรุ่นโกรธ

“คุณวีร์!” พอทรงตัวได้สหัสสะก็ร้องประท้วง แต่ตอนนั้นวีรพัทธ์ก็จับเขาขึงพืดกับผนังเสียแล้ว

“ฉันจะจ่ายให้อีกสองหมื่น”

“ไม่นะครับ”

คนตัวเล็กกว่าร้องห้ามอย่างไรวีรพัทธ์ก็ไม่ยอมหยุด และดูท่าจะทำรุนแรงกว่าตอนที่อยู่บนโซฟาในห้องโถง หรือกระทั่งตอนที่ลากสหัสสะมาโยนลงบนเตียง

ฝ่ามือเรียวยกขึ้นดันแผงอกกว้างเพื่อป้องกันไม่ให้อีกฝ่ายฝังใบหน้าลงมา เพราะวีรพัทธ์ไม่ได้หมายใจจะจูบนุ่มนวลอย่างที่ควรกระทำ แต่เขาใช้ฟันคม ๆ กัดไปทั่วผิวเนื้อสีขาวจนบัดนี้มันมีแต่รอยช้ำและบาดแผล

“อ๊ะ!”

แต่ก็หาได้ช่วยอะไรได้ เป็นเพราะแรงที่มีน้อยกว่าสหัสสะจึงต้องเจ็บอีกครั้ง หนุ่มน้อยอุทานเสียงหลงเพราะวีรพัทธ์ขบกัดลงไปบนแผลเดิมตรงบริเวณบ่า

“เจ็บเหรอ?” คนทำผละใบหน้าออกไปแล้วเลิกคิ้วถาม

“ครับ” สหัสสะจึงพยักหน้าตอบรับทั้งน้ำตาที่เอ่อขึ้นมาคลอหน่วยอีกครั้ง

“ดี! เพราะฉันต้องการให้นายเจ็บ”

แล้วคนใจร้ายก็กัดลงไปที่เดิมซ้ำ ๆ พร้อมกับการกระชากผ้าเช็ดตัวที่พันช่วงล่างของร่างเล็กกว่าตวัดออกไป เขารวบข้อมือของสหัสสะขึ้นไปขึงไว้เหนือศีรษะ จับยึดไว้ด้วยมือเพียงข้างเดียว แล้วใช้มืออีกข้างบีบขยำเอวบอบบางราวกับคนอดอาหาร สัมผัสนั้นยิ่งทำชายหนุ่มนึกโมโห

สหัสสะใช้เงินอย่างกระเบียดกระเสียร จะซื้ออะไรกินสักอย่างก็คิดแล้วคิดอีก กินข้าววันละมื้อหรือเต็มที่ก็ไม่เกินสองมื้อ ไม่เคยซื้อของฟุ่มเฟือย กาแฟแก้วละห้าสิบบาทอย่าหวังจะได้กินเงินของอีกฝ่าย ให้ง่วงแค่ไหนอย่างมากก็กาแฟดำชงกินเอง ทั้ง ๆ ที่หน้าด้านมาขอเงินเขาแทบจะวันเว้นวัน แต่ทุกบาททุกสตางค์ก็จะถูกโอนออกไปในทันทีอย่างที่เรียกได้ว่าแค่ผ่านบัญชีเฉย ๆ มันน่าปล่อยให้อดให้ตาย

“กินให้มันเยอะ ๆ หน่อย ฉันไม่ชอบเอากับพวกผอมแห้งเป็นไม้เสียบผี” วีรพัทธ์บีบเอวเล็กพร้อมกับจับกดจนแนบกับผนังห้องน้ำ “ถ้านายผอมไปกว่านี้ฉันจะจ่ายแค่ครั้งละพัน เพราะมันไม่คุ้ม”

คนที่รู้สึกด้อยค่าอยู่ก่อนหน้าได้ยินแล้วก็ยิ่งสะเทือนใจ คิดว่าตัวเองคงเป็นได้แค่สินค้าชิ้นหนึ่งที่ถูกใช้ซ้ำจนไร้มูลค่า แต่จะว่าวีรพัทธ์ฝ่ายเดียวก็คงไม่ถูกต้องนัก เพราะสหัสสะเองต่างหากที่เป็นคนด้อยค่าตัวเองด้วยการยอมรับข้อเสนอที่จะปรนเปรอเขาเพื่อแลกกับเงิน ทุกอย่างมันเริ่มตั้งแต่คืนนั้น…

บทก่อนหน้า
บทถัดไป