บทที่ 14 ตอนที่14 ตัดกันไม่ขาดหรอก
พิมพ์ดาวนั่งคุกเข่าหลับตาไหว้ขอพรอยู่นานสองนาน เมื่อลืมตาขึ้นมาก็เห็นโปรดนั่งกอดอกมองจ้องเธอไม่วางตา ทำเอาเธอตกใจจนแทบผงะ
“มองอะไรขนาดนั้นคะ”
“ขอท่านเยอะไปรึเปล่าคุณ เดี๋ยวท่านก็จำไม่ได้หรอก”
“ขอแค่เรื่องเดียวค่ะ แต่ฉันแค่แจกแจงรายละเอียดให้ท่านฟังเท่านั้น”
“ขออะไร”
“อยากรู้เรื่องคนอื่นเหมือนกันนะคะ ถึงคุณโปรดอยากจะรู้แต่ฉันก็บอกไม่ได้ค่ะ ฉันถือว่าถ้าพูดออกไปคำขอจะไม่ได้ผลค่ะ”
“โอเค ผมไม่อยากรู้ก็ได้”
“หนูสองคนเป็นคู่ที่น่ารักกันจังเลยนะ” ระหว่างที่ทั้งสองกำลังนั่งสนทนากันสองคนในศาลเจ้าโบราณจู่ๆ ก็มีหญิงชราแต่งตัวด้วยชุดกิโมโนสีเทาเดินเข้ามานั่งคุกเข่าคุยกับพวกเขาในภาษาญี่ปุ่นด้วยท่าทางที่เป็นมิตร
“คู่ของหนูเหรอคะ” พิมพ์ดาวค้อมหัวให้หญิงชราเล็กน้อยก่อนจะพูดตอบหญิงชราในภาษาญี่ปุ่น ทำเอาโปรดตกตะลึงในความสามารถของเธอพอสมควร
“ใช่สิจ๊ะ”
“หนูกับเขาเป็นแค่เจ้านายกับลูกน้องเท่านั้นค่ะ แล้วคุณยายอยู่แถวนี้เหรอคะ”
“ฉันมาดูแลศาลนี้เป็นประจำ หนูรู้ไหมคนที่มาไหว้ศาลกันเป็นคู่ที่นี่ กลับไปจะได้ครองคู่กันตลอดชีวิต”
“จริงเหรอคะ”
“ฉันกับสามีมาขอพรกันที่นี่ประจำ จนถึงวันที่เขาจากไปแล้วฉันก็ยังมาดูแลที่นี่บ่อยๆ เชื่อฉันนะ หนูกับเจ้านายของหนูตัดกันไม่ขาดหรอก”
“อาจจะไม่เป็นแบบนั้นก็ได้ค่ะ ยังไงหนูขอให้คุณยายสุขภาพแข็งแรงแล้วก็ขอบคุณที่เอ็นดูพวกเราสองคน เราต้องขอตัวก่อนนะคะ”
“โชคดีนะ”
“ลาคุณยายสิคะ” พิมพ์ดาวสะกิดโปรดให้ค้อมหัวให้หญิงชราก่อนจะดึงมือเขาให้ลุกเดินออกไปจากศาลเจ้า
“คุณพูดภาษาญี่ปุ่นเป็นด้วยเหรอ” ออกมาข้างนอกได้โปรดก็ไม่รีรอที่จะพูดเรื่องที่เขากำลังตะลึงในความสามารถของผู้หญิงของเขา
“เป็นสิคะ ฉันคิดว่าคุณโปรดรู้แล้วซะอีกเพราฉันเขียนเอาไว้ตรงความสามารถพิเศษตอนสมัครงานค่ะ”
“อ๋อ...ผมน่าจะอ่านไม่ถี่ถ้วน ตอนผมเห็นคุณผมก็คิดว่า...”
“อยากรับฉันมาทำหน้าที่อื่นนอกจากผู้ช่วยเลขาใช่ไหมคะ”
“อืม ตามตรงก็อย่างที่คุณเข้าใจ อ่อ...แล้วคุณเรียนภาษาตอนไหน ตอนเรียนอยู่เหรอ หรือพูดได้ตั้งแต่เด็ก”
“ฉันพูดได้ตั้งแต่อยู่ม.ปลายแล้วค่ะ พอดีว่าฉันอยากได้ทุนเรียนต่อเลยต้องสอบแข่งขันด้านภาษา คุณครูของฉันมีสามีเป็นคนญี่ปุ่นเลยให้สามีของเธอกับลูกชายมาช่วยสอนฉันค่ะ”
“คุณคงเป็นเด็กดีมากๆ เลยสินะคุณครูถึงได้เอ็นดู”
“ค่ะ ครูชอบชมฉันว่าฉันเป็นเด็กตั้งใจเรียน ฉันเกิดมาไม่ได้มีพร้อมเหมือนคนอื่น ฉันคิดว่าการศึกษาจะทำให้ฉันแล้วก็ครอบครัวพ้นจากสิ่งที่เป็นอยู่ได้”
“ฟังเรื่องชีวิตคุณแล้วผมรู้สึกว่าผมเกิดมาสบาย แต่ก็ยังมีเรื่องทุกข์ใจอยู่ได้”
“วันนี้มีปัญหาให้เราแก้เราก็แก้ไปเดี๋ยววันหน้ามันก็มีมาอีก คิดให้มันเป็นเรื่องธรรมดาของมนุษย์ค่ะ”
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า คุณนี่ทำให้ผมทึ่งกับคำพูดของคุณได้ตลอดเลยนะ จริงสิ แล้วคุณยายท่านพูดกับคุณว่าอะไรเหรอ”
“อ๋อ...ก็แค่ถามว่าเรามาไหว้ที่นี่บ่อยไหม เธอมาดูแลที่นี่ประจำค่ะ”
“แค่นั้นเองเหรอ ดูเหมือนยาวกว่านั้นนะ”
“เธอบอกว่าเธอกับสามีมาที่นี่บ่อยๆ จนสามีเสียไปก็ยังมาค่ะ ไม่มีอะไรมากกว่านั้นค่ะ ฉันฟังแบบนั้นแล้วก็แอบคิดถึงแม่ฉันนะคะ แม่ฉันก็ชอบไปที่ที่เคยไปกับพ่อฉันอยู่บ่อยๆ คงคิดถึงพ่อมากน่ะค่ะ”
“พ่อของผมก็เสียแล้วเหมือนกัน” โปรดเอ่ยออกมาเสียงอ่อน
“เหรอคะ แล้วคุณแม่คุณโปรดล่ะคะ ท่านชอบไปที่ที่เคยไปกับคุณพ่อคุณไหม”
“ผมเองก็ไม่รู้เหมือนกัน พอดีผมไม่ค่อยได้อยู่กับคุณแม่น่ะ” แววตาของเขาเต็มไปด้วยความเศร้า เอ่ยจบก็เดินทิ้งห่างน้ำหน้าคนตัวเล็กไป
“เป็นอะไรของเขา” พิมพ์ดาวขมวดคิ้วมองตามหลังประธานหนุ่มที่เดินดุ่มๆ ไม่คิดจะรอ เมื่อกี้แววตาของเขาค่อนข้างเศร้าเป็นพิเศษ
“หรือว่าเขากำลังเศร้าเรื่องพ่อไม่หาย ไม่น่าพูดเลยเรา” สาวเจ้าพึมพำก่อนจะสาวเท้าตามประธานหนุ่มให้ทัน อุตส่าห์อยากให้เขาได้พักเรื่องหนักใจเธอก็กลับหาเรื่องปวดใจมาให้เขาอีกเรื่อง เห็นทีต้องรีบเปลี่ยนเรื่องคิดให้กับเขาแล้ว
“คุณโปรดคะ”
“มีอะไรเหรอ”
“คุณคิดจะกินข้าวนอกบ้านไหมคะ หรือว่าอยากให้ฉันทำให้ทุกมื้อ”
“ทำไมเหรอ หรือคุณอยากกินข้าวข้างนอก จริงสิ มาเที่ยวทั้งทีคุณก็คงอยากกินอาหารในร้านที่นี่ใช่ไหม”
“ค่ะ ตอนที่เราเดินออกมาจากบ้านไม่เท่าไรฉันเห็นมีร้านข้าวหน้าเนื้อด้วย อยากลองชิมค่ะว่ามันจะเหมือนร้านที่เขาไปเปิดที่ไทยรึเปล่า”
“ได้สิ ผมก็หิวอยู่เหมือนกัน”
ตกลงกันเรียบร้อยทั้งสองก็มุ่งหน้าไปยังร้านข้าวหน้าเนื้อ ร้านนี้เป็นร้านเล็กๆ แต่ตกแต่งในสไตล์ญี่ปุ่น ด้านหน้าเป็นประตูไม้และปิดทับด้วยม่านสีขาว เข้าไปข้างในร้านบรรยากาศดูอบอุ่น แต่ละโต๊ะจะกั้นด้วยระแนงไม้ไผ่ให้ความเป็นส่วนตัว ทั้งสองก้าวเข้าไปในร้านได้ไม่นานนักก็มีผู้ชายตัวโตในชุดเชฟสีขาวสวมผ้ากันเปื้อนสีดำออกมาต้อนรับ
“ยินดีต้อนรับครับ”
เสียงที่คุ้นหูทั้งรูปร่างหน้าตาของคนตรงหน้าเรียกรอยยิ้มหวานๆ ให้เปื้อนที่หน้าของพิมพ์ดาว “พี่ไค พี่ไคจริงๆ ด้วย” พิมพ์ดาวกระโดดเข้าไปกอดแขนเชฟหนุ่มด้วยท่าทางดีใจสุดชีวิต ผู้ชายผิวขาวรูปร่างสูงใหญ่คิ้วเข้มตาตี่อย่างกับนายแบบญี่ปุ่นคนนี้จะเป็นใครไปไม่ได้นอกจากไคโตะ พี่ชายคนสนิทที่เธอเคยสอนภาษาให้กับเธอ หากตอนเข้ามหาวิทยาลัยโทรศัพท์มือถือของเธอไม่พังก็คงยังมีช่องทางการติดต่อกันอยู่ ได้ยินว่าหลังจากเธอเรียนจบมัธยมปลายครอบครัวของไคโตะก็ย้ายไปอยู่ญี่ปุ่น เธอคิดแล้วว่าเธอคงไม่ได้เจอกับผู้มีพระคุณอีก ทว่าก็คิดผิด ตอนนี้ดีใจเหลือเกินที่ได้เจอไคโตะอีกครั้ง
“ดาวเหรอเนี่ย สวยขึ้นมากจนพี่แทบจำไม่ได้เลยนะ” ไคโตะได้มองหญิงสาวข้างตัวเต็มตาใกล้ๆ ก็คลายจากสีหน้าตกใจเป็นดีใจ
“ดาวคิดถึงพี่ไคจังเลยค่ะ แล้วพี่ไคมาทำอะไรที่นี่คะ หรือว่านี่ร้านพี่ไค”
“ใช่ นี่ร้านพี่เอง”
“โห แสดงว่าทำตามความฝันสำเร็วจแล้วใช่ไหมคะ”
“ใช่”
“อะ แฮ่ม...” โปรดอดไม่ได้ที่จะส่งเสียงขัดจังหวะ เพราะเขาไม่ค่อยชอบถูกเมินเหมือนธาตุอากาศ อีกทั้งพฤติกรรมที่พิมพ์ดาวกระทำตอนนี้ยังทำให้เขาไม่ค่อยสบอารมณ์ ทว่าก็ต้องเก็บอาการเอาไว้
