บทที่ 4 สืบรัก 4

วีรินทร์โมโหเด็กสาวที่ยังพูดเพ้อเจ้อจึงหวีดใส่อีกฝ่าย ก่อนไล่ไปให้พ้นๆ หน้า

เมื่อเด็กสาวขอตัวลงไปด้านล่าง วีรินทร์ก็สืบเท้าตรงไปยังบานหน้าต่างซึ่งเปิดรับลม

สายลมอ่อนๆ พัดผ่านกาย หอบกลิ่นหอมของดอกไม้เข้าจมูก หล่อนสูดกลิ่นหอมและรู้สึกผ่อนคลายเป็นพิเศษ เบื้องหน้าคือต้นหอมหมื่นลี้มีพวงสีส้มสดใส

แวบหนึ่งหญิงสาวนึกถึงเรื่องที่เคยผ่านตาทั้งจากหนังสือนิยายรักและภาพยนตร์จีนชุดที่เคยดูกับบิดา ความสุขในวันเก่าก่อนคล้ายคืนกลับสู่หัวใจ

หญิงสาวหมุนตัวกลับ แล้วก้าวไปหาเตียงนอนสี่เสา กลิ่นผ้าที่สะอาดเรียกร้องให้พักผ่อนร่างกาย และความนุ่มของเตียงก็รองรับสัดส่วนอวบอัดเย้ายวนได้เป็นอย่างดี

“ขอฝันหวานถึงหนุ่มหล่อสักคนนะเจ้าคะ ตื่นขึ้นมาจะได้มีแรงทำงาน”

หล่อนว่าแล้วก็หัวเราะคิก พลางคิดถึงเรื่องราวข้ามภพข้ามชาติของนางเอกในนิยายและภาพยนตร์ดังๆ หลายต่อหลายเรื่อง แต่ละนางล้วนพบหนุ่มหล่อและได้ครองคู่กันตราบนานเท่านาน

หนังตาวีรินทร์ที่หนักอึ้งอยู่แล้วทำงานอย่างเป็นอัตโนมัติ หล่อนเป็นคนหลับง่ายตั้งแต่ไหนแต่ไร ยิ่งมีอาการไข้รุมเร้ายิ่งทำให้ง่วงหนัก

ดังนั้น ไม่นานหลังจากล้มตัวลงนอนจึงถูกดังเข้าสู่ภวังค์พิศวง!!

นางรำในชุดบางเบาอวดความงามพร้อมจอมยุทธ์ที่ร่ายรำเพลงดาบ ฉากต่อสู้ดุเดือดฉายขึ้นพร้อมเสียงผีผาหวานซึ้งสลับเสียงกลองดังทุ้มในใจ ก่อนตัดมายังใบหน้าหล่อเหลาของชายหนุ่มผมยาวสีดำราวกับน้ำหมึก เป็นตอนนั้นที่หล่อนนึกขำตนเอง สุดท้ายก็พ่ายแพ้แก่ชายงาม แถมเป็นชายงามที่เพียงแค่แรกเห็นหน้า หัวใจก็กระตุกไหว

เสียงนักเล่านิทานพเนจรดังขึ้น มันอยู่ในชุดคลุมยาว ปกปิดใบหน้ามิดชิด เสียงมันแหบพร่าหากมีเสน่ห์ชวนฟัง

“ถึงเวลาของเจ้าเสียที ข้ารอคอยมานานเหลือเกิน”

วีรินทร์ยังสับสนต่อทุกสรรพสิ่งรอบตัว ก่อนหันมาสนใจเสียงที่เอ่ยทัก

“รอหนู...รอทำไมคะ”

มันหัวเราะเสียงน่าเกลียด ก่อนเอ่ยถึงชายงามผู้นั้น และเรื่องราวสุดโลดโผนของอีกฝ่าย

“คุณชายผู้ต่ำต้อย อาศัยอยู่ในเรือนเล้าหมูข้างโรงเก็บฟืนร้าง ใครจะรู้ว่าภายนอกที่เหมือนคนไม่เอาถ่าน เนื้อแท้เขาคือผู้ที่สร้างสรรค์ศิลปะชั้นเยี่ยม ผ่านภาพวาดสาวงามในหอหูเตี๋ยฮวา”

วีรินทร์ตั้งใจฟังสิ่งที่นักเล่านิทานกล่าว พลางจดจ้องหนุ่มรูปงามที่สวมชุดยาวสีฟ้าอ่อนสลับขาว เขาผูกผมยาวสลวยด้วยผ้าสีเข้ม สองแก้มนวลใส ริมฝีปากชุมชื้นเป็นกระจับสวย

“จะว่าหล่อก็หล่อลากดิน จะว่างามก็งามล่มบ้านล่มเมือง โลกนี้มีคนแบบนี้อยู่ด้วยจริงๆ หรือ”

ยามเขายิ้มและหัวเราะยิ่งขับให้ใบหน้าดูอ่อนหวานงดงาม ชวนให้นึกถึงเทพจากสรวงสวรรค์

“นี่ถ้าได้อยู่ใกล้ชิด กะหนุงกะหนิงทั้งวัน ชาตินี้คนสวยคงนอนตายตาหลับ” หล่อนว่าไปด้วยความคึกคะนอง

“ความต้องการของเจ้า มิไกลเกินเอื้อม บุรุษผู้นี้ผูกพันต่อเจ้า ฟ้าดินลิขิตโชคชะตาไว้ ผิดแต่ยามนี้ดวงตาเจ้ามืดบอด จึงมองไม่เห็นด้ายแดงที่ร้อยรัดกัน”

“ฝัน! แก้มอุ่นต้องฝันไปแน่ๆ คนหล่อขนาดนี้จะมาเป็นผู้ชายของแก้มอุ่นได้ยังไง” หล่อนสงสัยหนัก

“คำตอบมีอยู่ที่ตัวเจ้า ไม่มีผู้ใดล่วงรู้” สิ่งที่นักเล่านิทานกล่าว สร้างความสงสัยแก่วีรินทร์

“หมายความว่ายังไง”

“ข้าไม่ได้มีหน้าที่ตอบ สิ่งที่เจ้าผูกพันกับคุณชายจะนำพาให้ได้พบกันอีกครา และขึ้นอยู่กับว่าบุญแลวาสนาจะเกื้อกูลกันหรือไม่”

“โอ้ เหมือนพวกละครหลังข่าวแนวข้ามภพข้ามชาติเปี๊ยบ!”

วีรินทร์ว่าเสียงสนุก หล่อนชอบเรื่องรักๆ ใคร่ๆ ที่เพ้อฝันเป็นทุนอยู่แล้ว

“ทุกสิ่งเจ้าก็รู้ดี ดังนั้นจงพยายามเอาตัวรอดให้ได้ในโลกที่เจ้าไม่เคยพบเห็นมาก่อน”

“อูย จริงจังอะไรขนาดนั้น นี่แค่ความฝันนะคะ”

หล่อนว่าพลางมองรอบตัว เห็นต้นหอมหมื่นลี้ซึ่งยามนี้ดอกของมัน

เคลื่อนไหวไปมา ดูงดงามเกินจะอยู่ในโลกแห่งความจริง

“แต่อย่าลืมว่าเกิดมามีชีวิตเดียว ดังนั้นจงรักษาเอาไว้ให้ดี สิ้นลมหายใจเมื่อไร ทุกอย่างเป็นอันมอดดับ”

“พูดเป็นลางแบบนี้แสดงว่ามีเรื่องชวนขนหัวลุกรอแก้มอุ่นอยู่ใช่ไหม แบบนั้นไม่เอาด้วยหรอก ยังไงที่นี่ก็มีผู้ชายหล่อล่ำให้แก้มอุ่นเสวยสุขเพียบ”

“อย่าเอาแต่พูดจาเหลวไหล เจ้าหารู้ไม่ว่าในชาติภพก่อน เจ้ากระทำสิ่งชั่วช้าใดไว้บ้าง ฉะนั้นจงกลับไปแก้ไขเสีย มิเช่นนั้น ชีวิตนี้จะ

ไม่ได้พบความสุข”

“หืม สรุปว่าท่านเป็นผู้ใดกันแน่ ยมทูตในขุมนรก หรือนักเล่านิทาน”

“ข้าเป็นสิ่งใด เจ้าอย่าได้นำพา ให้รู้เพียงแต่ว่าเจ้าจะเกิดใหม่ในร่างอื่น และหนทางอยู่รอดนั้น ขึ้นอยู่ว่าเจ้าจะสามารถใช้สติและปัญญาที่มีอยู่นี้ ช่วยตนเองได้มากน้อยแค่ไหน”

“โอเค คนสวยเข้าใจ แต่ยังไงขอให้เกิดใหม่ในร่างผอมเพรียวและสวยแซ่บนะเจ้าคะ อีกอย่าง ขอให้ผู้ชายทั้งแผ่นดินก้มหัวให้หนูแบบถวายชีวิตเลยยิ่งดี”

หล่อนพลั้งปากต่อรองอีกฝ่ายอย่างคะนอง พอมันวางสีหน้าเข้ม และปิดปากเงียบเลยถามย้ำ

“ขอแบบนี้ ไม่ผิดกติกาใช่ไหมเจ้าคะ”

“ย่อมกระทำได้ ทั้งหมดที่กล่าวมาคือความปรารถนาที่แท้จริงอย่างนั้นรึ”

“แน่นอน ผู้หญิงที่ไหนจะไม่อยากสวยพร้อมมีผู้ชายล้อมหน้าล้อมหลัง ยิ่งให้หลงรักแบบหัวปักหัวปำได้ นับว่าเยี่ยมยอด”

ร่างในชุดคลุมยาว ยกมือข้างหนึ่งลูบเคราที่ปลายคาง ก่อนหัวเราะเสียงทุ้มกังวาน

“เอาอย่างนี้ ข้าจะให้สองสิ่งตามที่เจ้าขอ แต่เจ้าต้องยอมรับเงื่อนไขอื่นที่จะตามมาด้วย ทุกสิ่งล้วนมีด้านตรงกันข้าม” น้ำเสียงในปลายประโยคของอีกฝ่ายชวนหวาดหวั่นใจ

วีรินทร์นิ่วหน้าอยู่เล็กน้อย นึกแปลกใจต่อสิ่งที่อีกฝ่ายกล่าว แต่วินาทีนี้ หล่อนถูกภาพหนุ่มรูปงามมอมเมาจนยากจะถอนใจ โดยเฉพาะตอนที่เขายิ้มกว้าง และส่งสายตาเจ้าชู้ฝากรักมาให้

“ตกลงค่ะ การค้าขายครั้งนี้ แก้มอุ่นยอมรับข้อเสนอ”

จากนั้นหญิงสาวก็ล่องลอยอยู่ในความฝันอันแสนยาวนาน...

บทก่อนหน้า
บทถัดไป