บทนำ
นิยายเรื่องนี้เดินทางผ่านรูปวาดของ ‘ฉีหยางซิ่ว’ และสาวหุ่นอวบอัด ‘วีรินทร์’ ซึ่งกลายเป็นวิญญาณเข้าไปสิงร่างหญิงสาวรูปร่างเพรียวสมส่วน และในยุคสมัยนั้น หนุ่มๆ ต่างคลั่งไคล้หญิงสาวหุ่น เนื้อ นม ไข่ ดังนั้น คนที่หวังจะเฉิดฉายในยุคโบราณด้วยหุ่นนางแบบจึงเหมือนถูกสวรรค์กลั่นแกล้ง หล่อนกลายเป็นสตรีอัปลักษณ์ที่ชายใดเห็นแล้วต่างส่ายหน้าหนี เพราะกลัวว่าจะเป็นการนำความอัปมงคลมาสู่ลูกตาเมื่อได้พบโฉม ‘หงเซ่อ’
บท 1
เปลวไฟเบื้องหน้าชายหนุ่มกำลังเผาไหม้ภาพวาดและหนังสือ
ชุนกง[1] ศิลปะต้องห้ามในยุคสมัยโบราณเมื่อเกือบ 800 ปีก่อน ถึงฝีมือหนุ่มรูปงามล่มเมืองนามว่า ฉีหยางซิ่ว จะหาผู้ใดเทียบเท่าได้ในใต้หล้า กระนั้นมันก็มิถูกยอมรับ อีกทั้งการกระทำดังกล่าวเป็นอาญาต่อแผ่นดิน หากผู้ใดครอบครองมีโทษให้ริบทรัพย์ หรืออาจร้ายแรงถึงขั้นถูกตัดหัวเสียบประจานไว้หน้าประตูเมือง ส่วนผู้สร้างสรรค์ศิลปะอันต่ำช้าอัปมงคล ต้องจบชีวิตลงด้วยการถูกแยกร่างออกเป็นห้าส่วน!!
ภาพวาดหญิงและชายคณิกาในอิริยาบถไร้อาภรณ์ ถูกมองอย่าง
เหยียดหยาม หากแต่ยังมีกลุ่มคนที่คลั่งไคล้จนเกิดการซื้อขายอย่างลับๆ ในราคาสูงลิบ โดยเฉพาะผลงานจากปลายพู่กันของฉีหยางซิ่ว ผู้ที่ได้รับการกล่าวขวัญว่าเป็นบุรุษชั่วช้า
ทว่าเมื่อภาพเหล่านี้เป็นที่ต้องการของตลาดก็เกิดความโลภและผลประโยชน์ จากศิลปะงดงามกลายเป็นภาพอาถรรพ์ มีคนสร้างเรื่องหลอกลวงและอ้างว่าปีศาจกำลังพิโรธจนเกิดเรื่องสยองขวัญแพร่สะพัดไปทั่วเมืองจิ่นสือ
หลังจากเศรษฐีผู้หนึ่งที่ครอบครองรูปนางคณิกาจากหอเตี๋ยฮวา กลายเป็นศพถูกควักหัวใจ ส่วนนางผู้เป็นแบบให้ฉีหยางซิ่ววาดได้หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย ก่อนมีคนพบตุ๊กตาหิมะที่ด้านบนมีศีรษะมนุษย์เสียบไว้ ซึ่งผู้เคราะห์ร้ายคือหญิงงามเริงเมืองคนนั้น
ทั้งที่เป็นเรื่องเขย่าขวัญสั่นประสาท แต่กลับสร้างชื่อเสียงแก่คุณชายไร้เกียรติอย่างฉีหยางซิ่วให้มีตัวตนในฐานะของ เฟิ่งหวงสีแดงเพลิง ศิลปินเทวดาผู้รังสรรค์ผลงานที่หาใครเทียบได้ในใต้หล้า
ฉีหยางซิ่วยืนมองการไหม้ของสิ่งอันเป็นที่รักแล้วใจหาย เขา
เก็บภาพเหล่านี้มาหลายปีนับแต่ล่วงรู้ว่าฉีเจียนหลิวคิดทำลายมัน เขานำภาพวาดอันสำคัญใส่กล่องไม้แล้วนำไปเก็บไว้ในพื้นที่ลับตาคน ทว่ายังมีภาพส่วนหนึ่งที่ถูกทำลายไปในตอนที่เรือนเล้าหมูถูกเผา จวบจนได้กลับมาเยือนหมู่ตึกเทพเซียนอักษรอีกครั้ง จึงระลึกถึงความหลังเลยนำสมบัติล้ำค่าเหล่านั้นออกมาเชยชม
ทว่าบ่อยครั้งที่เขาตกเข้าไปอยู่ในภวังค์ ราวกับภาพวาดดูดเขาหลุดเข้าไปในโลกเร้นลับ และนั่นเป็นเหตุให้คู่ชีวิตบ่นน้อยใจ
“หรือผู้น้อยไม่งดงามพอให้สามีเรียกหา” น้ำเสียงเง้างอน พร้อมการแสดงออกของภรรยาทำให้เขาตัดสินใจเลือกคนที่มีเนื้อหนังแทนรูปวาดสุดรักและหวงแหน
“ข้าผู้เป็นสามีย่อมเห็นว่าเจ้าสำคัญกว่าผู้ใด เพียงแต่...บางครั้งอดคิดถึงอดีตมิได้” เพราะชีวิตเขาก้าวผ่านเรื่องราวมากมายที่น้อยคนจะพานพบ ทั้งหมดล้วนเกิดขึ้นจากรูปวาด มันคือเหตุผลที่ทำให้เขาถวิลหาช่วงเวลาเหล่านั้น
“ทุกอย่างผ่านมาแล้ว จะดีหรือร้าย อย่าจดจำมันเลย ในเมื่อวันนี้ ท่านพี่มีข้า เพียงแค่นี้มิเพียงพอหรือ”
ด้วยถ้อยคำตัดพ้อของภรรยา เขาจึงบอกต่อนางผู้เป็นที่รักว่าจะจัดการรูปภาพเหล่านั้นให้สาบสูญ
ภาพวาดทั้งบนกระดาษและผืนผ้าไหมนับพัน ค่อยๆ ถูกเปลวเพลิงเผาไหม้ เมื่อเห็นดังนั้นก็ใจหาย ทั้งหมดคือช่วงเวลาที่ทำให้เขาได้ค้นพบความสามารถที่แท้จริงของตน มิใช่คุณชายไร้ค่าที่อาศัยอยู่ในเรือนเล้าหมู รอคอยเศษเงินจากตระกูลฉีที่ยามนั้นถูกพี่ชายต่างมารดาครอบครอง
ฉีหยางซิ่วสลัดความคิดในอดีตทิ้ง ก่อนร้องหาคู่ชีวิต
“ภรรยาที่รัก เจ้ามัวทำการใดถึงไม่ออกมาพบหน้าสามีรูปงาม”
“โปรดรอประเดี๋ยว ผู้น้อยกำลังยุ่ง” นางร้องตอบเสียบหอบเหนื่อย
“เอ ไหนเจ้าเร่งเร้าให้ข้าทำลายพวกมัน เหตุใดถึงเอาแต่หมกตัวอยู่ในครัว...” คนเป็นสามีถามเสียงติดจะเข้มงวดสักหน่อย ส่งผลให้หญิงสาวที่หมู่นี้เดินเหินลำบากต้องทิ้งงานในมือ ก่อนสั่งสาวใช้ทำหน้าที่แทนตน
นางเคลื่อนตัวออกจากครัวใหญ่อย่างระมัดระวัง มิได้คล่องแคล่วเหมือนก่อนหน้า สองขาตรงไปหาสามีกลัวเขาจะหาเหตุผลมาอ้าง และหยุดทำลายรูปวาดแสนน่าชิงชังเหล่านั้น
ณ ลานโล่งใกล้ๆ ด้านข้างเรือนครัว ร่างสูงสง่ายืนอย่างผ่าเผย แสงแดดอ่อนๆ ทาบทับผู้เป็นสามีนาง เขามิใช่นักรบผู้เกรียงไกร มิใช่ชายในราชสำนัก หรือจอมยุทธ์ผู้เก่งกาจ เป็นเพียงชายธรรมดาผู้หนึ่งที่มีสิ่งพิเศษซ่อนอยู่ในรูปโฉมอันงดงามที่สะกดสายตาทุกคนในใต้หล้า
“...ข้าร้อนใจจะแย่ เหตุใดยังมัวชักช้า เดี๋ยวข้าเปลี่ยนใจมิทำลายพวกมัน จะเป็นเจ้าที่เสียใจ”
สตรีนางนั้นสูดลมหายใจลึก ก่อนส่งค้อนวงใหญ่ให้เขา “มิได้เด็ดขาด ท่านให้สัญญาแล้ว เมื่อครู่ข้าติดงานในครัว” นางว่าพร้อมกับใช้หลังมือเช็ดเหงื่อบนหน้าผาก
“ยังจะต้องทำสิ่งใด ข้าบอกแล้ววางมือเสียบ้าง” กล่าวจบก็มองเนื้อตัวภรรยา ก่อนวางสีหน้าขึงขัง พร้อมส่งเสียงเข้มกว่าเดิม “เฮ้อ...หากเจ้ายังกินไม่หยุดเช่นนี้ ข้าจะมีอนุให้เจ้าสักสองสามคนเป็นอย่างไร”
ภรรยาทำหน้าบึ้งตึงยิ่งกว่าเดิม ก่อนจะส่งเสียงแหลมๆ แสดงออกถึงความขัดใจ
“ท่านพี่กล่าวเช่นนั้น คิดดีแล้วหรือ หากท่านมีอนุเมื่อไร ผู้น้อยภรรยาก็จะ...” นางว่าแล้วก็แสร้งบีบน้ำตา และส่งเสียงสะอื้นไห้ กิริยาเช่นนั้นน่ารักน่าชังเป็นที่สุด
“การมีอนุของข้า เป็นสิ่งที่เจ้าเคยพร่ำบอกให้กระทำมิใช่หรือ ไยถึงต้องร้องห่มร้องไห้ปิ่มจะขาดใจ”
เขาก้าวมาหา โอบกอดนางผู้เป็นที่รักอย่างถวิลหา พร้อมใช้จมูกโด่งสวยสูดกลิ่นกายหอมเคล้ากินเหงื่อจางๆ ก่อนกระทำการซุกซนหนักด้วยการใช้ริมฝีปากสีสดขบเบาๆ บนลำคอระหง จนร่างในอ้อมกอดสะดุ้งเฮือก ก่อนส่งเสียงอู้อี้ประท้วงอย่างขัดเขิน
“ผู้น้อยแค่ลองใจท่าน ถึงต้องตาย ผู้น้อยมิอาจใช้สามีร่วมกับสตรีนางใด แม้แต่คนในรูปวาด!”
นางว่าพร้อมมองผลงานชั้นเยี่ยมของเขาซึ่งอยู่ในเปลวเพลิง และน้ำเสียงแสดงความหึงหวงชัดแจ้ง
“ขี้หึง เอาแต่ใจ...และยังบ้าอำนาจ...” เขาเย้าแหย่ ก่อนบีบปลายจมูกเชิดรั้นของนางด้วยความมันเขี้ยว
บทล่าสุด
#145 บทที่ 145 รักหวนคืนใจ
อัปเดตล่าสุด: 1/31/2026#144 บทที่ 144 หวนรัก 3
อัปเดตล่าสุด: 1/31/2026#143 บทที่ 143 หวนรัก 2
อัปเดตล่าสุด: 1/31/2026#142 บทที่ 142 หวนรัก
อัปเดตล่าสุด: 1/31/2026#141 บทที่ 141 หงเซ่อ 25
อัปเดตล่าสุด: 1/31/2026#140 บทที่ 140 หงเซ่อ 24
อัปเดตล่าสุด: 1/31/2026#139 บทที่ 139 หงเซ่อ 23
อัปเดตล่าสุด: 1/31/2026#138 บทที่ 138 หงเซ่อ 22
อัปเดตล่าสุด: 1/31/2026#137 บทที่ 137 หงเซ่อ 21
อัปเดตล่าสุด: 1/31/2026#136 บทที่ 136 หงเซ่อ 20
อัปเดตล่าสุด: 1/31/2026
คุณอาจชอบ 😍
เกลียดรัก
อารญากับธีรเดชก็เช่นกัน
แต่เกลียดกันไปเกลียดกันมาดันท้องเฉยเลย
พลาดรักร้ายนายวิศวะ
"พี่สาวฉันไม่ใช่ผู้หญิงขายตัว อย่างที่พี่เข้าใจ" มิริณสวนกลับอรัณอย่างไม่ยอมทันที
"เป็นเด็กN มันไม่ได้ต่างกับผู้หญิงขายตัว" อรัณจับข้อมือเรียวเล็กของมิริณเอาไว้แน่น ด้วยความโกรธและโมโห ใบสวยหวานไร้กรอบแว่นตา จ้องมองคนปากร้ายโดยไม่เกรงกลัวแต่อย่างใด
"ถ้าเกลียดผู้หญิงขายตัว เกลียดพี่สาวฉัน เกลียดฉันมากนัก พี่ก็เลิกยุ่งกับฉันเสียทีสิ" มิริณกดน้ำเสียงโดยความไม่พอใจ พร้อมกับสะบัดมือออกจากแขนของอรัณ
"ถ้าอยากเป็นเด็กขายตัวตามพี่สาวของเธอนัก ก็มาขายให้ฉันเสียสิ จะได้ไม่ต้องวิ่งหาคนอื่นให้มันเหนื่อย แค่นอนให้ฉันกระแทกก็พอ"
"พี่รัณ" มิริณตระโกนใส่หน้าอรัณด้วยความโกรธจัด
!! เพี๊ยะ !! พร้อมกับตะเบ่งฝามือฝาดใบหน้าอันหล่อเหลาของอรัณด้วยที่เขานั้นดูถูกเธอไม่หยุด
ใบหน้าของอรัณหันไปตามแรงตบและมอง มิริณมาด้วยสายตาดุดัน
"ขอซื้อดีๆ ไม่ขาย งั้นก็โดนฉันกระแทกก่อน แล้วค่อยคิดราคามาละกัน" พูดจบอรัณก็ระดมจูบคนตัวเล็กไปทั่วทั้งใบหน้าด้วยความโมโห
คลั่งรักร้ายนายวิศวะ
"ปล่อยนะพี่ริว พี่ไม่ใช่ ผัว..." เสียงเล็กถูกกลื้นหายในลำคอ เมื่อโดนคนใจร้ายตรงหน้าระดมจูบไปทั้งใบหน้า อย่างไม่ทันตั้งตัว ริวถอนจูบออก เสมองคนตรงหน้าอย่างเย้ยหยัน
"ผัว...ที่เอาเธอคนแรกหนะ"
"พี่ริว..." เจนิสตะเบ่งเสียงด้วยสีหน้าอันโกรธจัด
"ทำไม เรียกชื่อพี่บ่อยแบบนี้ละครับ" ริวเอ่ยพร้อมกับสบตาคนตรงหน้าด้วยสายตาดุดัน
"คิดว่าคืนนี้เธอจะรอดเหรอ" ริวตะเบ่งเสียงขึ้นมา จนร่างบางถึงกับชะงัก
"ปล่อย...นะ คนเลว" ยิ่งเธอต่อต้านเขายิ่งรุนแรงกับเธอมากขึ้น
"เอาดิ...เธอตบ ฉันจูบ..." ริวเอ่ยพร้อมกับจ้องมองด้วยสายตาดุดัน
Dangerous Engineering เขตรักอันตราย นายวิศวะ
“หยุดมโนเลยอ้วน กูแค่ให้เกียร์ ไม่ได้คิดจะเอาทำเมีย” ชิ! เบรกซะฉันล้อลากเลยไอ้พี่บ้านี่
ใครจะอยากไปเป็นเมียนักเลงแบบพี่ล่ะ
“ไม่รู้ล่ะ ใจพี่อยู่ที่นิ่มแล้ว” ฉันพูดออกไป
ก็ฉันเคยได้ยินพี่ ๆ พูดว่าใจอยู่เกียร์ เพราะงั้นเขาก็ให้ฉันแล้ว สรุปแล้วหัวใจเขาอยู่ที่ฉัน
“มโนล้วน ๆ เลยนะมึง” พี่เคลิ้มเขาส่ายหัวใส่ฉัน แล้วจากนั้นเขาก็ขับรถออกจากข้างทางที่อยู่ข้างบ้านหลังใหญ่ที่เขาเดินหายเข้าไป
“เดี๋ยวนิ่มจะดูแลให้ดีเลยนะจ๊ะ” ฉันฉีกยิ้มใส่พี่เคลิ้ม
ก็ตอนนี้พี่เขาอกหัก ฉันก็แค่อยากเห็นพี่เขายิ้มก็แค่นั้น
“เรื่องของมึง เพราะกูไม่สนใจ มึงจะทิ้งก็ได้นะถ้ามันเกะกะลูกตามึง หรือจะให้กูโยนทิ้งตอนนี้ก็ได้นะ”
“อย่ามายุ่งกับของนิ่มนะ! ตอนนี้มันเป็นของนิ่มแล้ว พี่ห้ามยุ่ง”
“มโนอะไรก็มโนไป แต่อย่ามโนว่ากูเป็นผัวมึงก็พอ เพราะมันเป็นไปไม่ได้”
“ชิ! คิดว่านิ่มอยากเป็นเมียพี่หรือไง ฝันไปเถอะ นักเลงอย่างพี่เคลิ้ม นุ่มนิ่มไม่เอามาเป็นผัวหรอก ปวดหัวเรื่องผู้หญิงที่เยอะอย่างกะฝูงวัวฝูงควาย แล้วนิ่มก็ไม่มีปัญญาวิ่งหนีคู่อริพี่ด้วย นิ่มอ้วน นิ่มเหนื่อย”
“มึงมโนไปไกลแล้วนะอ้วน หยุดต่อมมโนมึงเดี๋ยวนี้”
(ผัว) เด็กมันร้าย BAD LOVE
“ตุลดูรถให้พี่หน่อยสิรถเป็นอะไรไม่รู้ติดๆ ดับๆ”
“วันก่อนแอร์เสีย เมื่อวานยางรั่ว วันนี้ติดๆ ดับๆ ถ้าจะเป็นบ่อยขนาดนี้แนะนำให้ซื้อใหม่!!” เขาบอกแบบไม่สบอารมณ์ คงจะดูออกมาฉันจงใจมาเจอ
“จะซื้อใหม่ให้เปลืองเงินทำไม พี่ชอบรถคันนี้นะมีปัญหาบ่อยดี ^_^”
“ไม่ชอบคนแก่…มากประสบการณ์”
คำพูดของตุลทำให้ฉันหน้าเหวอกันเลยทีเดียว ครั้งแรกที่มีคนพูดว่าฉันแก่ แถมยังบอกว่ามากประสบการณ์อีก ฉันยังบริสุทธิ์อยู่นะไอ้เด็กบ้า!!
พันธะร้ายนายวิศวะ
"_" คนรัก ความรัก แฟน มันเป็นแบบไหนกัน เพราะฉันไม่เคยมีแฟน แค่....ข้ามขั้นไปเท่านั้นเอง
"พี่... เป็นคนพูดเองนะคะ ว่าอยู่มหาลัยห้ามทำตัวสนิท ห้ามทำเป็นรู้จักกัน จำไม่ได้เหรอ" รีนลดาพูดพร้อมกับเชิดหน้าใส่เขา อย่างท้าทาย
***********************
เรียวตะมองคนตรงหน้าอย่างใกล้ชิด พร้อมกับยื่นหน้าอันเหล่อเหลาของตนเข้ามาใกล้ๆ ใบหน้าหวานของเธอรีนลดา คนโดนล็อกมือเธอเอาไว้ คนตัวเล็กรู้สึกถึงลมหายใจอุ่นๆ ของเขา ทั้งสองใบหน้าห่างกันไม่ถึงคืบ รีนลดาพยายามจะขัดขืนแต่ก็ไม่เป็นผล
"ทำไมกลัวเหรอ ที่เมื่อกี้ยังปากเก่งว่าฉันเป็นหมา ไม่เห็นจะกลัว" เรียวตะกดน้ำเสียงที่ไม่น่าฟังนัก
" ตึก ตึก " คนตัวเล็กรู้สึกใจเต้นแรงขึ้นมาอย่างไม่ทราบสาเหตุ เธอไม่ชอบเลยที่เขาเข้าใกล้แบบนี้
เรียวตะยังคงโน้มหน้าคม เข้ามาใกล้จนแทบจะชิดกัน คนโดนกดตัวได้แต่หลับตาพริบๆ
"_" อย่าคิดจะอะไรบ้าๆนะพี่เรียวพูดเองว่ารีนใช่สเปกพี่ อย่าทำอะไรที่มันกลืนน้ำลายตัวเองนะคะ" รีนลดากลั้นใจพูดออกไป แม้ในใจแอบจะกลัวเขาบ้างก็เถอะ เธอรู้ว่าเรียวตะนั้นเกลียดขี้หน้าเธอมากขนาดไหน แต่ครั้งนี้รีนลดากลับคิดผิด
ขย่มรักมาเฟีย
"ความทรงจำบ้าบออะไรของคุณ ฉันไม่อยากจะทบทวนอะไรทั้งนั้น ออกไปห่างๆฉันเลยนะ...อื้อ...ปล่อยฉันสิ ไอ้มาเฟียบ้า...จะมายุ่งกับฉันทำไมห้ะ!...."
"ไม่ยุ่งกับเมีย...แล้วจะให้ไปยุ่งกับหมาแมวที่ไหนล่ะหึ...ไม่ได้เจอตั้งนาน...คิดถึงดุ้นของผมไหม...อยากจะอม...อยากจะเลียเหมือนที่เคยทำหรือเปล่า...."
"ไม่....ถ้าคุณเสี้ยนมากนักก็ไปเอากับผู้หญิงของคุณสิ..ผู้หญิงพวกนั้นเขาเต็มใจทำให้คุณแบบถึงอกถึงใจ คุณจะมาบีบบังคับฉันให้เสียแรงทำไม"
"ก็ผู้หญิงพวกนั้นมันไม่ตื่นเต้นเหมือนกับคุณนิ....ผมชอบใช้แรง...โดยเฉพาะกับคุณ....ชอบเยแรงๆ....ตอกแบบจุกๆ และที่สำคัญผมชอบตอนที่คุณครางเหมือนคนกำลังจะตายตอนที่ผมกำลังเอาคุณ"
"ใครโดนคุณเอาก็ต้องครางเหมือนจะตายกันทั้งนั้นแหละ ใหญ่เกินบ้านเกินเมืองซะขนาดนั้น ไปผู้หญิงเอาพวกนั้นไป อย่ามายุ่งกับฉัน...อื้อ...ปล่อยฉันสิ"
"ทำไมชอบไล่ให้ผมไปเอาคนอื่นนักหึ....ไม่เข้าใจเหรอว่าผมจะเอาคุณ....ผมชอบหอยฟิตๆของคุณมากกว่า...ผมหลง...ผมคลั่งไคล้...และผมก็อยากจะได้มันอีก...หลายๆครั้ง....ซ้ำแล้วซ้ำเล่า....จนกว่าหอยน้อยๆของคุณมันจะรับไม่ไหว...อืม....ไม่ได้เอามานานแล้ว....คุณให้ใครมาซ้ำรอยผมหรือเปล่า...."
ลิขิตรักนายสุดหื่น
เรื่องย่อ....
“คุณอัสลาน… คุณออกไปห่างๆฉันหน่อยได้ไหม…ห้องครัวนี่มันก็กว้างมากเลยนะคุณ ทำไมคุณต้องมาใกล้ฉันขนาดนี้ด้วย…”
“ก็ผมอยากจะดูว่าคุณใส่ยาเสน่ห์อะไรลงไปในอาหารหรือเปล่า เพราะช่วงนี้ผมรู้สึกโหยหาคุณตลอดเลย…”
“ใครจะบ้ามาใส่ยาเสน่ห์ให้คุณกินล่ะ แค่นี้ฉันก็แทบไม่ได้นอนแล้ว… ขืนใส่ยาเสน่ห์ให้คุณกิน ฉันไม่นอนแกผ้าให้คุณเอาทั้งวันเลยเหรอ…”
“หึๆ…ก็คุณมันน่ามั่นเขี้ยวนิ จะจับจะตบตรงไหนก็แน่นไปหมดเลย…แถมกลิ่นตัวก็หอมไปยันหอยเลย…อืม…พูดไปแล้วขอผมดมให้ชื่นใจหน่อยสิ วันนี้ทำงานมาโคตรเหนื่อยเลย…”
“อื้อ…คุณจะทำอะไรน่ะคุณฮัสลาน นี่มันในห้องครัวนะคุณ…เดี๋ยวพวกแม่บ้านเดินเข้ามาจะทำยังไงคะ…ลุกขึ้นมาเดี๋ยวนี้เลยค่ะ จะมาดมอะไรตรงนี้”
“ก็ผมอยากดมตอนนี้ไงคุณ…เห็นหน้าคุณแล้วผมก็รู้สึกเสี้ยนจนทนไม่ไหวแล้วเนี่ย…ขอผมดมให้ชื่นใจหน่อยเถอะ”
“อ้ะ….คุณอัสลาน….อื้อ….ทำไมคุณมันหื่นแบบนี้เนี่ย….เอามือของคุณออกไปนะ เดี๋ยวคนมาเห็น….อ้ะ…ซี๊ด…อ่าส์….”
บ่วงรักบ่วงเสน่หา
พิษรักคุณหมอ
มนต์มีนาคือหญิงสาวที่ครอบครัวของพิชยะให้ความช่วยเหลือตอนเธอไร้ที่พึ่ง นอกจากนี้เธอยังเป็นเพื่อนสนิทของน้องสาวตัวแสบ
การได้อยู่ร่วมชายคากันทำให้เขาและเธอเกิดความชิดใกล้ จนอยู่มาวันหนึ่ง..เพื่อนของน้องสาวดันริจะมีแฟน เขี้ยวเล็บที่พิชยะซ่อนเอาไว้อย่างดีจึงค่อย ๆ งอกออกมา
เขารุกและอ่อยเธออย่างหนักจนหัวใจของมนต์มีนาอ่อนปวกเปียกเหลวเป็นวุ้น ยอมเป็นแมงเม่าโบยบินเข้าไปในกองไฟด้วยตัวเองสปอยล์เนื้อหาบางส่วน
“เฮียไม่ชอบให้มีนสนิทสนมกับผู้ชายคนอื่น หวง…เข้าใจไหม” เขากระซิบชิดริมหูของเธอ
"แต่เราสองคนไม่ได้เป็นอะไรกันนะคะ”
"ต้องเป็นก่อนใช่ไหมถึงจะหวงได้” สายตาที่มองลงมาเจิดจ้าลุกวาวชวนให้มนต์มีนาหนาวเยือกเย็นขึ้นมา ทั้งที่อุณหภูมิในห้องไม่ได้ส่งผลต่อร่างกาย
“ทำไมไม่ตอบล่ะ” เสียงของพิชยะใกล้เข้ามาลมหายใจร้อนผ่าวเจือกลิ่นเหล้ากรุ่นอยู่ข้างแก้ม แล้วฉวยโอกาสหนึ่งสอดแทรกลิ้นเข้ามาในโพรงปากแล้วบดเบียด ลิ้นอุ่นครูดสีไปกับเรียวลิ้นเล็กอย่างเนิบช้าแต่ไม่อ่อนโยน
โปรดระวัง คืนหมาหอน แต่จะเป็นหมาหรือหมอต้องดูดี ๆ













