บทที่ 7 สืบรัก 7

“อร๊าย คนในรูปสิยะ อย่างแก้มอุ่นนี่อวบพองาม แต่ยายช้างน้ำในรูปนั่น ตูดก็งอน นมก็ใหญ่ แถมท่าทางคลั่งจัด อย่างกับสามีไม่ยอมชวนขึ้นเตียง บอกตามตรง สภาพนาง ผู้ชายที่ไหนเห็นแล้วจะมีอารมณ์”

สาวอวบจำได้ดี ผู้หญิงปากแดงเถือก ซึ่งมีทรงผมสุดประหลาดล้ำคิดจะเลี้ยงต้อยเด็กหนุ่มผิวขาวละเอียดผู้งดงาม และยังเจรจาการค้ากับเขาอีกด้วย ท่าทางอย่างนั้นมองเผินๆ เหมือนตนยามหว่านเสน่ห์ใส่ผู้ชายมิผิดเพี้ยน

“ใครจะมีอารมณ์อย่างนั้นหรือ ถามได้ก็คนที่วาดสิเว้ย ดูสิ สายตาผู้หญิงหยาดเยิ้มขนาดนั้น และท่าทางนางก็ชวนสยิว โดยเฉพาะหน้าอกหน้าใจ โดดเด้งสะดุดตา!”

พี่ชายหล่อนว่าแล้วก็มองเข้าไปรูปภาพ แต่แรก เขาอยากนำออกไปแร่ขายในตลาดมืดแต่วีรินทร์ไม่ยอม และยืนยันว่าจะเก็บเอาไว้จวบจนเกิดเรื่อง

“และถ้ามันเป็นรูปชวนหลอนขนาดนี้ แกจะเก็บเอาไว้ทำไม”

สาวอวบถอนลมหายใจแรงๆ ออกมาหนึ่งเฮือก ก่อนจะมองไปยังภาพวาด แล้วอ้อมแอ้มตอบว่า…

“ก็นอกจากยายอวบในรูป ยังมีของดีโผล่มาให้แก้มอุ่นฝันหวานถึงเจ้าบ่าวในอนาคตด้วย”

ปกติหญิงสาวไม่นิยมชมชอบหนุ่มน้อย แต่เขาคนนั้นช่างมีเสน่ห์ดึงดูดเหลือเกิน

วีรินทร์คิดไปถึงใบหน้างดงามของบุรุษผมยาว  ผิวขาวจัด ริมฝีปาก

สีแดงสด เรือนกายเขาน่าสัมผัส น้ำเสียงก็ทุ้มเข้ม และมีรอยยิ้มแสนเกียจคร้าน ซึ่งกระชากหัวใจหล่อนได้ตั้งแต่ครั้งแรกที่พบเห็น

ปองคุณมองหน้าน้องสาวด้วยความฉงน ก่อนจะระเบิดเสียงหัวเราะลั่น

“ฮ่าๆ ๆ แกนี่มันอยู่กับของโบราณเกินไปแล้วใช่ไหม และยังคิดเป็นตุเป็นตะไปเรื่อย เชื่อเฮียนะนังหนู ทั้งชาตินี้ และชาติก่อน...ไม่มีผู้ชายที่ไหนเขาจะชอบผู้หญิงปลิ้นปล้อน กะล่อน และอ้วนตัวเป็นตุ่มอย่างแกแน่”

วีรินทร์โกรธหัวฟัดหัวเหวี่ยง หล่อนเชื่อว่าตนเองไม่ได้บ้า หลายวันที่ผ่านมา หล่อน...พบเด็กหนุ่มคนนั้น กับภาพวาดสุดล่อแหลมของเขา แม้จะเป็นในฝันแต่ก็เหมือนจริงเหลือเกิน

“อีเฮียปองไม่รู้อะไร อย่าทำมาเป็นพูดดี แก้มอุ่นเสน่ห์แรงจะตาย และมีดีพอที่จะทำให้ผู้ชายตายคาอก!”

ปองคุณหัวเราะออกมาพรืดใหญ่ เขาดูแลน้องสาวคนนี้มาตั้งแต่ตีนเท่าฝาหอย รู้จักหล่อนดีกว่าใคร จึงอดไม่ได้ที่จะฉุดคนที่กำลังหลงตัวเองให้ยอมรับความจริง

“เฮียว่าแล้ว ทำไมแกถึงหายหน้าหายตาไปหลายวันตั้งแต่เก็บรูปลามกนั่นมา...”

“หมายความว่าไง” สาวอวบถามเสียงเข้ม สีหน้าสีตาเอาเรื่องน่าดู

“หึๆ ก็เพราะวันๆ เอาแต่ฝันเปียก จนไม่มีแรงโผล่หน้ามาให้ใครเห็นน่ะสิ”

เมื่อสิ้นคำพูดนั้น วีรินทร์ก็กรี๊ดลั่น ก่อนส่งกำปั้นอวบๆ ซัดใส่แผ่นหลังพี่ชายจนเขาร้องโอดโอย


วีรินทร์เก็บภาพวาดบนผืนผ้าไหมไว้ในห้องนอน หล่อนมักมอง

ดูรูปวาดด้วยความสนใจ แต่มิใช่รูปสาวอวบเปลือยกาย หญิงสาวกำลังนึกถึงคนวาดหนุ่มน้อยผู้นั้นซึ่งมีนามว่า ฉีหยางซิ่ว คิดแล้วพลอยเกิดอาการหึงหวง

หล่อนอยากรู้ว่าเหตุการณ์ต่อจากวันนั้นจะเป็นเช่นไร แม่สาวทรงเสน่ห์ในรูปภาพยั่วยวนเขามากแค่ไหนถึงได้กลายเป็นแบบให้อีกฝ่ายวาด และสุดท้ายภาพก็โผล่มาหลอกหลอนผู้คนจนถึงวันนี้

เมื่อคิดไปคิดมา หล่อนก็อยากเป็นนางแบบให้เด็กหนุ่มได้ใช้สายตาคมๆ โลมเลียเรือนร่างอวบอัดของตนลงบนผืนผ้าไหมบ้าง จากนั้น...คงจะมีกิจกรรมสุดหวามบนเตียงไม้ โดยมีเสียงลั่นเอี๊ยดอ๊าดประกอบจังหวะ

หญิงสาวหัวเราะอยากสุขสมใจอยู่ประเดี๋ยวก็ต้องหยุด เมื่อหูแว่วได้ยินเสียงทุ้มๆ ของใครคนหนึ่งเรียกขานคนรักของเขา เสียงนั้นคล้ายเจาะจงมาที่หล่อน

“เจ้าอยู่หนใด...”

เป็นเวลาเช้าตรู่ที่สาวอวบมีนัดกับลูกค้าใจกลางเมืองหลวง หลังจากใส่บาตรที่หน้าบ้านเรียบร้อย จิตใจก็ปลอดโปร่ง หล่อนฮัมเพลงเข้าไปในห้องน้ำ สระผมยาวสลวยด้วยความเพลิดเพลิน สักพักรู้สึกคล้ายมีสายตาใครบางคนจับจ้องจากทางด้านหลัง

สาวอวบเอื้อมมือไปปิดฝักบัว ยามนั้นไอน้ำอุ่นทำให้ห้องน้ำอบอ้าวเล็กน้อย หล่อนยื่นมือไปหยิบผ้าขนหนู หวังเช็ดผมที่เปียกชื้น แต่จังหวะนั้นก้าวพลาดร่างเลยโงนเงนไปมาหวิดจะล้มคว่ำ จู่ๆ ก็มีสัมผัสอุ่นจัดช่วยประคองร่างอวบอัดไว้

“ข้า...เป็นห่วงเจ้า เมื่อครู่ต้องขออภัย ที่ข้า...เอ่อ ดื้อรั้น เอาแต่ใจตนเอง จนทำให้เจ้า...เจ็บ...เจ็บจนร่ำไห้ และไม่อยากอยู่ใกล้ชิดกัน”

หญิงสาวขนลุกเกรียว ไม่ใช่มาจากภาษาแปลกหูของอีกฝ่าย หากเป็นเพราะแขนล่ำๆ ที่มีกล้ามเนื้อแกร่ง และมือใหญ่ที่โอบประคองร่างเปลือยเปล่าของหล่อนไว้เต็มไม้เต็มมือเขา

บทก่อนหน้า
บทถัดไป