บทที่ 10 ตอนที่ 9 นับวันยิ่งทำตัวเหมือนเมียจริง ๆ

ตอนที่ 9 นับวันยิ่งทำตัวเหมือนเมียจริง ๆ

เวลาล่วงเลยผ่านจนกระทั่งถึงวันที่การันต์ต้องเข้ารับตำแหน่งประธานบริษัท 

"เกือบตื่นสาย.." การันต์พูดพร้อมติดกระดุมเสื้อหันมองภรรยาในสมรสที่ยืนเลือกเสื้อสูทให้เข้ากับเขาในวันนี้ ก่อนจะหยุดชะงักมองท่าทางคล่องแคล่วของมินนีราที่ผูกไท ขยับจัดและใส่เสื้อสูทให้ 

"สีนี้เหมาะกับคุณค่ะ" 

"..ต้องทำขนาดนี้เลยเหรอ" 

"ฉันเป็นภรรยา หน้าที่ดูแลสามีให้ฉันทำเถอะค่ะ" 

"ดูคล่องแคล่ว..เคยทำให้คนก่อนหรือเปล่า" 

"ฉันยังไม่เคยมีสามี" 

"แฟนน่ะ แฟนเก่า" การันต์ขมวดคิ้วมองมินนีราที่นิ่งเงียบไป 

"เราลงไปทานมื้อเช้ากันเลยดีไหมคะ อีกอย่างคุณคงมีเวลาไม่มากเท่าไหร่" ว่าแล้วหันไปหยิบนาฬิกาหรูที่สามีชอบใส่ขึ้นมาใส่ให้เขา 

"..นับวันยิ่งทำตัวเหมือนเมียจริง ๆ" 

"มันเป็นหน้าที่ค่ะ" 

"ถ้าเป็นหน้าที่จริง ๆ ขาดอีกอย่างที่ยังไม่ได้ทำ" 

"..." 

"ผมยังไม่เคยส่งการบ้าน ยังไม่เคยขึ้นเตียงกับคุณ.."

"เรื่องนั้นคงไม่จำเป็นมั้งคะ.." 

"คุณเป็นภรรยาที่บกพร่องนะ"

"ยอมบกพร่องค่ะ" ถ้ามัวแต่ต่อปากต่อคำมีหวังไม่รอดเนื้อมือเสือหิวอย่างเขาแน่ หลายวันมานี้โกหกว่าเป็นวันนั้นของเดือน คุณสามีปลอม ๆ เลยไม่ได้ยุ่มย่ามกับร่างกายสักเท่าไหร่ รู้สึกสบายใจขึ้นเยอะ จนอยากใส่ผ้าอนามัยนอนทุกวัน 

"ตื่นตั้งแต่กี่โมง" การันต์มองอาหารสามสี่อย่างบนโต๊ะสลับกับคนทำที่ดูไม่ได้เหนื่อยล้าหรือสะทกสะท้าน มีอาการง่วงนอนเหมือนอย่างเขาบ้างเลย 

เธอตื่นเช้าเพื่อมาทำอาหารเช้าให้ นี่ถ้าไม่ได้แต่งงานปลอม ๆ จะคิดว่าแอบชอบแล้วนะ ดูแลเทคแคร์ดีเหมือนเมียจริง ๆ เลยแฮะ 

"ตื่นเช้ากว่าทุกวันค่ะ อยากให้อาหารมื้อนี้เป็นมื้อที่มีประโยชน์ บำรุงสมอง ช่วยให้การทำงานราบรื่น" 

"คุณไม่ต้องตื่นเช้าแบบนี้ทุกวันก็ได้นะ สั่งแม่บ้านแทน"  ไม่ใช่ว่าไม่รู้สึกดี แต่ทุกอย่างมันผิดแปลกไป จากที่ทำอะไรเอง หิวก็สั่งรอกิน กลายเป็นตื่นมามีคนดูแลตั้งแต่ในห้องน้ำมาจนถึงชุดที่จะใส่ในแต่ละวัน อาหารเช้า ระหว่างวัน ไหนจะชุดนอนก่อนนอนแบบนี้ไม่ชินเลย 

ไม่ชินกับการมีคนทำให้ แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าดีกว่ารื้อหาเองเยอะ..

"ตื่นเช้ากว่าเดิมหน่อยเพื่อที่จะได้ทำอาหารหลายอย่างขึ้น นอกจากมีประโยชน์ต่อฉันแล้วก็มีต่อคุณด้วย แม่บ้านก็ส่วนของแม่บ้านค่ะ ฉันไม่อยากเข้ามาเปลี่ยนแปลงอะไรมากนัก เผื่อวันหนึ่งต้องหย่า..จะได้ไม่รู้สึกผิดแปลก" 

"อะไร แต่งมาไม่ถึงเดือนอยากหย่าแล้วหรือไง" 

"..พูดได้เหรอคะ"

"ถ้าบอกว่าอยากหย่าเซ็นเลยไหมล่ะ มีนะ มีพร้อม" 

"ฉันไม่ติดนะคะ แต่เกรงว่าผู้ใหญ่จะติด"

"ก็ไม่ต้องพูด ผมไม่พูดคุณไม่พูด" 

"ฉันขอทำหน้าที่ภรรยาให้สุดความสามารถก่อนดีกว่าถ้าวันหนึ่ง..มันหมดแล้วจริง ๆ ถึงวันนั้นฉันจะรีบบอกคุณค่ะ"

"เร็วหน่อยนะ ใจร้อน"

"อยากให้เป็นแบบนั้นเหมือนกันค่ะ" มินนีราตอบกลับด้วยรอยยิ้มแฝงความหวัง 

บางทีอิสรภาพอาจจะมาไวกว่าที่คิด แค่รออะไรลงตัวหน่อย คนตรงหน้าก็ดูไม่ได้มีปัญหาอะไรเรื่องหย่า แถมยังออกตัวพูดเรื่องแบบนี้มาก่อน 'ดีเลย!' จะได้ไม่ต้องลำบากใจ

มินนีราเดินไปส่งสามีในนามขึ้นรถ ยืนยิ้มมองรถที่เคลื่อนออกไปก่อนจะหุบยิ้มลงทันที 

เดินกลับไปเก็บถ้วยจานชามบนโต๊ะ ทว่าเหล่าแม่บ้านพากันเก็บกวาดไปหมดแล้ว เธอถอนหายใจเล็กน้อยที่มาไม่ทัน ก่อนจะกลับขึ้นห้องไปนั่งทำงานต่อเงียบ ๆ ในไอแพด 

ดูเหมือนว่าวันนี้จะเป็นวันดี เป็นวันที่สามีจอมปลอมออกไปรับตำแหน่งพ่วงด้วยหุ้นบริษัทคุณประภาสขึ้นสูงกว่าเมื่อเดือนก่อน คนทำงานเบื้องหลังอย่างมินนีรามีหรือจะยิ้มไม่ออก เธอแทบจะร้องกรี๊ดเลยด้วยซ้ำ 

ตกเย็น 

มินนีรานั่งทานอาหารมื้อเย็นเหมือนอย่างเคย มีบ้างที่คุณสามีลงมาด้วย บ้างก็ไม่ คงออกไปหากินดึก ๆ ดื่น ๆ ตามประสาชายโฉดของเขา 

แอบแปลกใจที่เวลาล่วงเลยไปกว่าสี่ทุ่ม สามีปลอม ๆ ยังไม่กลับถึงบ้านทั้งที่ออกไปตั้งแต่เช้า..

ทางด้านการันต์ที่เพิ่งเข้ารับตำแหน่งประธานบริษัท 

เขามางานเลี้ยงสังสรรค์ต้อนรับประธานบริษัทคนใหม่อย่างเกร็ง ๆ ด้วยความที่อายุน้อยกว่ากลัวจะเข้ากันกับเหล่าผู้ใหญ่ที่มาก่อนไม่ได้ เลยไม่ได้สนิทใจมากนัก 

มีกินมีดื่มตามประสา ก่อนจะเจอรองประธานที่อายุมากกว่าหน่อยสองสามปีที่พอจะคุยถูกคออยู่บ้าง 

"ยินดีด้วยนะครับคุณการันต์ เมื่อไม่กี่วันก่อนเพิ่งแต่งงาน วันนี้รับตำแหน่งท่านประธาน มีแต่ข่าวดีนะครับเนี่ย" 

"ขอบคุณครับคุณธวัช" ประธานหมาด ๆ เอ่ยขอบคุณคนด้านข้างก่อนจะอ้าแขนรับเด็กเอนที่เข้ามาในงานให้นั่งอยู่ข้างกัน 

ใจจริงอยากรีบดื่มรีบลากคนข้าง ๆ ไปสังหาร แต่อีกใจก็ต้องนึกถึงหน้ามินนีราเข้าไว้ อย่างน้อยก็เมียในนาม เมียที่ต้องยกย่องเชิดหน้าชูตา 

"รับน้องมานั่งแบบนี้ภรรยาคุณจะเคืองผมไหม" 

"คุณมินนี่เหรอครับ ไม่น่า เขาเข้าใจครับ คุยง่าย"

"..ดีเลยครับ ภรรยาคุยง่ายเชื่อฟังแบบนี้" 

การันต์ได้แต่พยักหน้ารับ ดื่มกับคนด้านข้างชนแก้วกับเด็กเอนรัว จนตอนนี้ในตาเริ่มพร่ามัวมองคนสองคนเป็นสามเป็นสี่..

จะว่าเด็กเอนมอมเหล้าก็คงไม่ได้ ยกดื่มเองชนแก้วกับคุณธวัชรัว เหมือนคนไม่เคยกิน สภาพเขาตอนนี้ก็คงไม่ต่างจากคนที่เมามากจนแทบไม่ได้สติ แค่พยุงตัวเองขึ้นรถยังยาก..

การันต์ลืมตามองทางจนเมื่อเห็นว่าใกล้ถึงบ้านเต็มทีเขาเลยพักสายตาอีกสักหน่อย รู้สึกตัวอีกครั้งก็ตอนคนขับรถสะกิดแขนขาให้รู้สึกตัวตื่น 

"..อืม" เขาครางรับในลำคอ ดันตัวเองออกจากรถเซ ๆ มีคนขับรถช่วยพยุงอีกแรงจนขึ้นไปหยุดที่ประตูห้องนอน 

ไม่รู้ตอนนี้กี่โมงกี่ยามแต่เห็นมินนี่เปิดประตูให้ ทำเขาแค่นหัวเราะพลางคิดว่าที่เธอไม่ยอมนอนก็เพราะอยู่รอกัน 

"คุณผู้ชายเมามากครับ" คนขับรถยืนกุมมือก้มหน้าบอกคุณผู้หญิงของบ้านที่อยู่ในชุดเข้านอน 

"ไม่เป็นไรค่ะ ขอบคุณนะคะ" มินนี่พยักหน้ารับเข้าใจ ช่วยพยุงคนเมาไปยังเตียงนอน 

"ดื่มไปเยอะเหรอคะ ถึงกลับมา..สภาพนี้" 

"..เป็น ไง ?" การันต์ดันตัวเองลุกขึ้นถามภรรยาปลอม ๆ 

"ดูไม่เหมือนคุณเวลาปกติเลยค่ะ อีกอย่างงานเลี้ยงดื่มเมาขนาดนี้พรุ่งนี้เช้าคงตื่นไม่ไหว.."

"..." คนเมาหันมองและล้มตัวลงนอนเหมือนเดิม 

ก่อนจะรู้สึกหงุดหงิดรำคาญใจตอนโดนผ้าเปียกหมาดเช็ดหน้า เช็ดลำตัว..

บทก่อนหน้า
บทถัดไป