บทที่ 3 ตอนที่ 2 อย่าก้าวก่ายเรื่องส่วนตัว
ตอนที่ 2 อย่าก้าวก่ายเรื่องส่วนตัว
ณ บ้านธรรมมาธิศาล
ภายในบ้านเงียบสงบเหมาะแก่การพักผ่อน หันมองรอบ ๆ ดูสะอาดตา โล่งตาสบายใจ ทว่าเมื่อแหงนมองด้านบน ใบหน้าที่เคยยิ้มแย้มวันก่อนตอนนี้บอกบุญไม่รับ ประหนึ่งว่าเป็นผีเจ้ากรรมนายเวรก็ไม่ปาน
มินนีราเดินตามหลังหญิงสาวคนใช้ของบ้านเงียบ ๆ หันมองรอบด้านเป็นระยะจนหยุดอยู่หน้าห้องหนึ่ง..
"ให้ดิฉันช่วยเข้าไปจัดของไหมคะ คุณผู้หญิง"
"เดี๋ยวฉันจัดการเอง ขอบคุณนะ" มินนีรายิ้มจาง ๆ ส่งให้หญิงสาวคนใช้ ก่อนจะเคาะประตูสองถึงสามครั้ง ดันกระเป๋าใบใหญ่นำหน้าเข้าไปและย้ายเรือนร่างเข้าไปหยุดยืนในห้องขนาดใหญ่
"ขนอะไรมา ?" น้ำเสียงคล้ายไม่พอใจดังขึ้น
"ของใช้จำเป็นค่ะ"
"เอาไปไว้ห้องอื่น"
"ของใช้จำเป็นค่ะ ของ ใช้ จำ เป็น.." มินนีราหันไปตอบเจ้าของห้องเสียงดังฟังชัดจนเจ้าของห้องชักสีหน้าใส่ แตกต่างกับวันก่อนสิ้นเชิง
การันต์กระแทกลมหายใจดัง หันมองภรรยาของตัวเองสีหน้าไม่พอใจ เดินเลี่ยงไปนั่งที่โซฟาเพื่อมองหญิงสาวตรงหน้าเปิดกระเป๋าและหยิบข้าวของออกมาจัดเรียง
"สวัสดีอีกครั้งนะคะ" มินนีราหันไปยิ้มให้เจ้าของใบหน้าบูดบึ้งที่อีกมุมของห้อง
"..ชื่ออะไร ?"
"เราแต่งงานจดทะเบียนสมรสกันแล้วนะคะ ก่อนเซ็นคุณไม่ได้อ่านก่อนเหรอ"
"อ่าน แต่จำไม่ได้ แล้วก็ช่วยพูดชื่อมาด้วยครับคุณ"
"ฉันขออนุญาตแนะนำตัวอย่างเป็นทางการเลยแล้วกันค่ะ นางสาวมินนีรา อัศวชัย อายุ 24 ปี ชื่อเรียกติดปากก็มินนี่ มินประมาณนี้ค่ะ" หญิงสาวเจ้าของชื่อแนะนำตัวเองให้อีกฝ่ายได้รู้จัก ใบหน้าเขาตอนนี้ไม่ต่างอะไรกับคนไม่ตั้งใจฟังเลยสักนิด
"มิน มินนี่ จำแค่นี้ก็พอ.." การันต์พึมพำในลำคอ หันไปสบตาเจ้าของชื่อที่มองหน้าเขาไม่ละสายตาด้วยความแปลกใจ
"เราไม่ได้สนิทกันขนาดนั้น มีคำนำหน้าด้วยก็ดีค่ะ"
"น่ารำคาญนะ" ชายหนุ่มขมวดคิ้วแทบชนกันไม่สบอารมณ์
"ตอนนี้เราต่างก็ตกอยู่ในสถานการณ์ที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออก คุณการันต์ ธรรมมาธิศาล อายุ 27 ปี มากกว่าฉันสามปีมีความคิดเห็นอย่างไรบ้างคะ"
"มีอะไร ก็ถูกจับคลุมถุงชนเหมือนกันไหม ?"
"เปล่าค่ะ ไม่ได้หมายถึงเรื่องที่แต่งงาน แต่หมายถึงการอยู่ร่วมกัน"
"..." การันต์หันขวับไปมองเจ้าของคำพูด
ที่พูดแบบนี้คือต้องการเข้ามาบงการ หรือต้องการเปลี่ยนแปลงอะไร บอกเลยไม่มีวัน ไม่มีทาง!
"เราแต่งงานกันโดยที่ผู้ใหญ่เห็นชอบ คุณการันต์คิดเหมือนกันกับฉันไหมคะ"
"ผมคิดแบบนั้นอยู่แล้ว คิดว่าผมอยากมีภรรยา อยากมีคนมาผูกมัดเหรอ บอกไว้เลย 'ไม่มีอยู่ในสมองสักนิด!' ไร้สาระ"
"แบบนั้นดีเลยค่ะ ฉันจะให้เกียรติคุณ เคารพคุณในฐานะที่เป็นสามีในนาม เพราะฉะนั้นหวังว่าคุณการันต์คง..."
"ก็ให้เกียรติ เคารพ ในฐานะภรรยาปลอม ๆ เหมือนกันนั่นแหละ อย่าเรียกร้องให้มันมาก ผมรำคาญ" สามีจอมปลอมอย่างการันต์ตอบเสียงดังฟังชัด
"คุณสามารถใช้ชีวิตแบบเดิมได้โดยที่ฉันจะไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยว เว้นแต่ว่าผู้ใหญ่นัดไปร่วมโต๊ะอาหาร แบบนั้นเราคงต้องปรองดองกันค่ะ"
"คุณกำลังจะบอกให้เราสร้างภาพลักษณ์ปลอม ๆ ?"
"ก็ปลอมตั้งแต่แรกอยู่แล้วหรือเปล่าคะ"
"ทำไมไม่แสดงจุดยืนให้จบ ๆ ไป ยิ่งทำแบบนี้ผู้ใหญ่ก็ยิ่งอยากผูกมัด หรืออยากจะจับผมครับคุณมินนี่"
"ฉันแทบจะหาเหตุผลจับคุณเป็นสามีไม่เจอเลยค่ะ นอกจากผลประโยชน์ที่มีร่วมกันแล้วก็แทบมองไม่เห็นทาง"
"พูดเหมือนผมไม่มีดีเลยนะ หึหึ.."
"ก็อย่างที่คุณเข้าใจเลยค่ะ ฉันมาที่นี่ทำหน้าที่ภรรยาในนามแค่นั้น"
"อย่าวุ่นวาย อย่าก้าวก่ายเรื่องส่วนตัว ผมเตือนคุณไว้ก่อนตั้งแต่ตอนนี้!"
"วางใจได้เลยค่ะ ฉันไม่เหมือนผู้หญิงของคุณแน่นอน"
"แบบนี้พอจะคุยกันได้หน่อย" การันต์พูดและทิ้งตัวลงนอนบนโซฟา ล้วงหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมากดเล่นเกมไม่สนใจอีกคนที่กำลังนั่งวุ่นอยู่กับของส่วนตัว
ก่อนจะมาเป็นเมียการันต์คงต้องรู้อะไรมาบ้างแหละ ท่าทางดูจะหยิ่งผยองพอตัว แต่ไม่ถือ ถ้าไม่มายุ่งวุ่นวายเรื่องส่วนตัว ก็ต่างคนต่างอยู่ไปวัน ๆ แค่นั้น..
มินนีรานั่งบนพื้นพรมหันมองเจ้าของห้องที่เล่นเกมเสียงค่อนข้างดัง หลับตาลงส่ายหน้าไปมา รีบเก็บข้าวของเข้าที่เบียดเสียดอยู่ในตู้เสื้อผ้าเดียวกันกับเจ้าของห้อง
"นี่คุณ..ของในห้องใช้ได้ แต่อย่าใช้ร่วมกันผมไม่อยากติดโรค"
"..." มินนีราหันมองเจ้าของประโยคเมื่อครู่ เผยอปากตกใจเล็กน้อยก่อนจะเริ่มหยิบย้ายข้าวของที่เตรียมมาไปจัดวางในห้องน้ำ
ไม่วายหันมองหลัง พูดมาได้ว่ากลัวติดโรค ตัวเองควรไปตรวจโรคก่อนดีไหม! กินเล่นมั่วซั่ว มั่วไม่เลิก ควงคนนู้นคนนี้..
"ปลอดภัย ?" เป็นไปได้ยังไง ผู้ชายมักมากแบบเขาผลตรวจออกมาปลอดภัย ปกติ! เกินจริงไปมาก อย่างเขาควรมีเชื้ออะไรสักอย่าง ยิ่งมีเชื้อที่ทำให้หยุดมักมากได้จะดีมาก
"มายืนคุยอะไรคนเดียว รีบจัดรีบออกไปผมจะเข้าห้องน้ำ"
"เราสามารถคุยกันดีกว่านี้ได้นะ..คะ" ถ้าหากเขาเข้าใจคงรู้ความหมายที่เธอต้องการสื่อ เพราะนอกจากคำที่เขาใช้แล้วก็ยังมีคำอื่นที่สามารถใช้แทนกันได้อีก แถมยังรื่นหูไม่ระแคะระคาย อย่างเช่น.. 'ผมขอเข้าห้องน้ำก่อนได้ไหม' 'คุณจัดเสร็จหรือยัง' ไม่เห็นจะพูดยาก!
