บทที่ 4 ตอนที่ 3 ไม่ให้เอาก็จบ
ตอนที่ 3 ไม่ให้เอาก็จบ
บ้านหลังนี้เงียบแปลกชอบกล..แทบไม่ได้ยินเสียงแม่บ้านหรือพ่อบ้านเลยด้วยซ้ำ ทั้งที่ก็มีอยู่มาก..
เวลาล่วงเลยไปจนกระทั่งมืดค่ำ..
มินนีราอาบน้ำแต่งตัวจัดการตัวเองเตรียมเข้านอน รวมไปถึงการแบ่งที่นอน จำกัดพื้นที่ของกันและกัน เธอมองหมอนข้างที่วางอยู่กลางเตียงอย่างภาคภูมิใจแล้วก็ต้องหันขวับเมื่อเจ้าของห้องพูดเสียงดังขึ้น
"แต่งงานแล้วหนิ เอาหมอนมากั้นทำไม"
"แต่งแค่ในนามเท่านั้นค่ะ"
"แต่ผมมีสิทธิ์ในตัวคุณ"
"ฉันว่าคุณต้องเข้าใจอะไรผิดแน่ ๆ เราแต่งงานกันทางนิตินัยอย่างเดียวค่ะ"
"สรุปก็คือนอนด้วยกันไม่ได้ ?"
"ฉันพูดชัดแล้วนะคะ"
"ก็ดี ไม่อยากมองหน้าไม่ติดเหมือนกัน"
"ค่ะ ทางพฤตินัยไม่ควร"
"เลิกพูดภาษาทางการเถอะ ไม่ให้เอาก็จบ" การันต์ไหวไหล่ เดินมาหยุดที่ตู้เสื้อผ้ามองชุดนอนที่ถูกจัดวางให้เรียบร้อยด้วยรอยยิ้มมุมปาก
อยากทำก็ทำ ไม่ได้ขอ ปกติทำเองได้
ร่างสูงเดินไปหยุดยืนมองเตียงนอนที่มีหมอนข้างกั้นกลาง ย้ายตัวเองขึ้นไปนอนในที่คับแคบกว่าเคยอย่างไม่คุ้นชิน ขยับตัวพิงหัวเตียงเปิดเกมเมื่อกลางวันเล่นต่อหน้าตาเฉย
"ช่วยเบาเสียงลงหน่อยได้ไหมคะ พรุ่งนี้ฉันต้องตื่นเช้า"
"อดทนหน่อย เล่นไม่นานไม่กี่ชั่วโมง"
"..คุณไม่สามารถเบามันได้ ฉันพูดถูกไหม"
"เบาเสียงแล้วเล่นไม่มัน"
"นี่ห้าทุ่มแล้วนะคุณการันต์"
"อย่าบงการขอร้อง อยู่ได้ก็อยู่ อยู่ไม่ได้มีอีกหลายห้องนะ"
"รบกวนให้เกียรติ เคารพ..แบบที่คุณพูดเมื่อกลางวันด้วยค่ะ"
การันต์หันขวับไปมองหญิงสาวที่นอนตะแคงข้างหันหลังพูดปาว ๆ ไม่ขาดปาก สีหน้าไม่สบอารมณ์ กระแทกลมหายใจดัง ปิดเกมและวางโทรศัพท์คว่ำจอลงกระแทกโต๊ะข้างเตียงนอนเสียงดัง
"เออ! ทำก็ทำ" เขาตอบไม่เต็มใจเอนตัวลงนอนปิดไฟและพยายามข่มตานอน
ใช่เรื่องไหมที่ต้องเข้านอนไวขนาดนี้ ใช่เรื่องที่ต้องยอมเหรอ อีกหน่อยไม่ก้าวก่ายมากกว่านี้หรือไง ?
กว่าเจ้าของห้องจะหลับ เอาเรื่องพอสมควร เขาไม่ชินกับการมีใครอีกคนมานอนข้างกาย ไม่ชินกับการมีหมอนวางกั้น เดิมทีชอบนอนที่นอนกว้าง ๆ สามารถขยับพลิกตัวได้ตามสบายไม่จำกัดพื้นที่
กลิ่นหอมโชยผ่านลมแอร์ปะทะปลายจมูกจนต้องขยับมองหาความหอม จนเมื่อเข้าใกล้คนข้างกาย.. 'กลิ่นผม ?' 'กลิ่นตัว ?' ทำความสงสัยเมื่อครู่หายเป็นปลิดทิ้ง ขยับศีรษะตัวเองไปนอนหมอนข้างเธอ หลับตาลงเชื่องช้าพร้อมกับกลิ่นหอมที่ทำให้รู้สึกผ่อนคลาย
จนสามารถนอนหลับได้อย่างไม่ต้องกังวล..
เช้าวันต่อมา..
มินนีราขยับตัวเล็กน้อยเพราะความเคยชิน เธอมักจะตื่นเช้าทุกวันเพื่อจัดเตรียมมื้อเช้าและจัดการตัวเอง ทว่าสิ่งที่แปลกไปวันนี้คืออ้อมกอดของคนด้านหลัง แขนเขาที่วางพาดบนเอว
ความจริงเธอไม่ได้มีปัญหาอะไรกับเรื่องแตะเนื้อต้องตัว เพราะรู้ว่าคนด้านหลังเป็นเสือผู้หญิง ไม่ตรงนั้นตรงนี้ก็ต้องมีสักตรง ก่อนหน้านี้ทำใจยอมรับในส่วนนี้มาบ้างแล้ว ไม่อย่างนั้นคงไม่เลือกนอนเตียงเดียวกันอยู่ใกล้กันขนาดนี้
เธอจับแขนที่วางพาดเอวออก ขยับตัวเชื่องช้าลงจากเตียงเข้าไปจัดการตัวเองในห้องน้ำพักใหญ่ ก่อนจะออกมาเตรียมเสื้อผ้าให้คนนอนหลับเผื่อว่าวันนี้เขาอาจจะเข้าบริษัท..
หญิงสาวลงไปด้านล่างหันมองซ้ายขวา..งุนงงกับความเงียบสงบของบ้านหลังนี้ จนเมื่อไปหยุดยืนที่ห้องครัว เสียงผู้คนก็เริ่มดังขึ้น
"สวัสดีค่ะ มื้อเช้า..ทำอาหารอะไรคะ"
"สวัสดีค่ะคุณผู้หญิง มื้อเช้า..เอ่อคือ ไม่มีอาหารมื้อเช้าค่ะ คุณผู้ชายไม่ทานมื้อเช้า"
"คุณการันต์ดื่มกาแฟเหรอคะ.."
"เปล่าค่ะ"
"แล้วมื้อเช้า.."
"คุณรันตื่นเที่ยงค่ะ ไม่ก็บ่าย คุณเขาไม่ทานอาหารเช้าเพราะตื่นไม่ทันค่ะ" เสียงใสตอบกลับมั่นอกมั่นใจ ยืนมองผู้เป็นนายหญิงด้วยรอยยิ้ม
"คุณผู้หญิงคะ.."
"คะ.." มินนี่หันกลับไปสบตาแม่บ้านที่เธอคุยด้วยเมื่อครู่ โดยละสายตาจากผู้หญิงตัวเล็ก ๆ ที่คาดว่าอายุคงน้อยกว่า
"ดิฉันชื่อน้ำหนาวค่ะ เป็นพี่สาวของน้ำมนต์"
"ทำไมน้ำมนต์.." มินนีราหันกลับไปมองเจ้าของชื่อน้ำมนต์ด้วยความแปลกใจ
"น้ำมนต์ห่างกับดิฉันหลายปีค่ะ เลยดูเด็กกว่า"
"ไม่เรียนเหรอ"
"ไม่ค่ะ จบ ม.6 ก็เริ่มเข้ามาช่วยงานที่นี่แล้วค่ะ"
"อายุเท่าไหร่ ยังดูเด็กอยู่เลย อยากเรียนต่อหรือเปล่าน้ำมนต์ ฉันสามารถส่งเธอเรียนได้นะ" ไม่รู้อะไรดลใจทำให้พูดประโยคนี้ออกไป อาจเป็นเพราะเห็นใบหน้าจิ้มลิ้มของคนตรงหน้า และเล็งเห็นถึงอนาคตที่ไปได้ไกลกว่าคนรับใช้..
"ไม่ค่ะ ไม่อยากเรียนแล้ว เรียนไปก็ไม่มีอะไรดีขึ้น สู้อยู่ตรงนี้ไม่ได้ค่ะ ดีกว่าตั้งเยอะ" น้ำมนต์ตอบกลับเสียงแน่วแน่หมุนตัวกลับไปมองหาอย่างอื่นทำ
"..ย อย่าไปถือสามันเลยนะคะ มันยังเด็กเพิ่งยี่สิบเองค่ะ" น้ำหนาวรีบเข้าไปจับมือคุณผู้หญิงของบ้านให้หันมาสนใจเธอแทน เพราะกลัวว่าคนตรงหน้าจะสังเกตเห็นความผิดปกติในบ้านหลังนี้
"เธออายุเท่าไหร่"
"ยี่สิบแปดแล้วค่ะ"
"เป็นพี่ตั้งสี่ปี.." มินนีราพึมพำออกมาเสียงเบา ระบายยิ้มให้ก่อนจะขอลงมือทำอาหารเช้าเอง และอาจจะลงมาทำเองแบบนี้ทุกวัน ขอแค่มีของสด ผัก ผลไม้เตรียมพร้อมไว้ให้ แค่นี้พอ..
