บทที่ 13 ตอนที่ 11.1 ด้วยความยินยอม

ปอรัก Part

"ฮืออ"

"ปอไอ้ปอ ปอรักครับตื่นเถอะครับ" ผมค่อย ๆ ลืมตาตามเสียงเรียกที่ได้ยินมาแต่ไกลเสียงอ่อนโยนดังแว่วมาจนหัวใจผมมันรู้สึกอุ่นขึ้น

"พี่โปรด" ผมมองใบหน้าอ่อนโยนตรงหน้าแต่พอกะพริบตาคนตรงหน้าก็กลับเป็นพี่โปรดที่เฉยชาเหมือนเดิม สงสัยเมื่อกี้ผมเมาขี้ตาอยู่มั้ง

"เมื่อไหร่มึงจะหยุดร้องไห้แล้วลุกมากินข้าวกินยาสักที" ร้องไห้? เพราะพี่โปรดทักคำนี้ผมถึงรู้สึกว่าแก้มตัวเองชื้นจนถึงหมอนที่เปียกชุ่มไปด้วยน้ำตาทำไมผมถึงร้องไห้เยอะขนาดนี้วะ

"ปออยู่ที่ไหนแล้วทำไมปอถึงร้องไห้เยอะขนาดนี้อะพี่? " ผมใช้แขนยันตัวเองขึ้นก่อนจะมองรอบ ๆ ห้องนอนใหญ่ หรูชะมัดเลยเหมือนที่เคยเห็นในละครที่ร้านลุงเลิศเปิดบ่อย ๆ แฮะ

"นี่มึงจำอะไรไม่ได้เลยเหรอ" ผมหันไปมองพี่โปรดที่ยืนกอดอกทิ้งสะโพกกับโต๊ะคอมหมิ่นเหม่อย่างสงสัย

"จำเรื่องอะไรอะ แล้วปอลืมอะไรเหรอปอมาอยู่ที่นี่ได้ไงครับพี่" พี่โปรดถอนหายใจยาว ๆ เดินมานอนข้าง ๆ แล้วไล่ผมไปล้างหน้าแปรงฟันอะไรของพี่เขาวะ ผมเดินเข้าห้องน้ำที่พี่โปรดชี้แล้วเดินไปยืนหน้ากระจกบานใหญ่ที่ฝังกับผนังห้องน้ำโอ้โหมันสูงกว่าผมอีก ขณะที่กำลังจะถอดเสื้อยืดตัวใหญ่ออกก็ต้องชะงักกับรอยแผลบนหน้าจากนั้นเรื่องเมื่อคืนก็ไหลเข้ามาจนผมแทบตั้งตัวไม่ติด

โครม! เคร้ง!

ปัง ๆ ๆ "ไอ้ปอเปิดประตู ปอ! "

แกรก "ไอ้ปอมึงเป็นอะไร เฮ้ยได้ยินที่กูเรียกมั้ยปอ ปอรักครับนี่พี่โปรดนะครับ" ผู้ชายตัวใหญ่ข้างหน้าเรียกผมด้วยเสียงที่อ่อนโยนกว่าเดิม เขาดึงผมเข้าไปโอบกอดมือใหญ่ลูบหน้าลูบหลังให้ไม่หยุด

"พี่โปรด ฮืออ ปอโดนข่มขืนอะ ฮึก พี่ปะ..โปรด พาปอไปล้างตัวหน่อยมัน ฮึกก มันสกปรกไปหมดเลย ฮืออ พี่โปรด"

"ไม่เป็นไร ๆ ปอยังไม่โดนทำอะไรพี่ไปทันก่อนไงปอจำไม่ได้เหรอ พอแล้วไม่ต้องร้องปอไม่เชื่อพี่รึไง" ผมส่ายหน้าในอ้อมแขนอุ่นอย่างสับสนกลัวไปหมดทุกอย่างจนไม่กล้าแม้แต่จะลืมตา

"ปอไม่เชื่อปอโดนพวกมันชก ฮึกก โดนพวกมันแก้ผ้าโดนพวกมันจับกดหน้ากับพื้น ฮืออ พี่โปรดอาบน้ำให้ปอหน่อยนะปอจะล้างพวกมันออก ฮืออ พี่โปรดช่วยปอหน่อย" ผมหลับหูหลับตาดิ้นจะไปล้างตัวแต่พี่โปรดก็กอดไว้จนแน่น

"อ..อื้อ" ผมทั้งสะอื้นทั้งหายใจไม่ออกเมื่อจู่ ๆ พี่โปรดก็ทาบปากลงมาสอดลิ้นดูดดึงตามรัดตามเกี่ยวพันผมไม่หยุด ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับเราต่อจากนั้นผมรู้แต่ว่าพี่โปรดจับมือผมไปรูดถุงยางอนามัยใส่กับลำเนื้อใหญ่ของพี่เขาจากนั้นความเจ็บปนจุกก็ถาโถมเข้ามา

"ซี้ดด โคตรฟิตเลยว่ะ" เสียงครางทุ้มของพี่โปรดแรงดูดดึงจนเจ็บจี๊ดที่คอก่อนความรู้สึกเสียววูบจะเข้ามาแทนความเจ็บปวดทุกอย่าง จากห้องน้ำลามมาถึงบนเตียงแรงสั่นสะเทือนของเตียงที่โยกไหวเสียงหอบหายใจแรง ๆ ของเรา ทุกแรงกระแทกกระทั้นทุกความสุขบนร่างกายทุกความอุ่นในหัวใจที่ผมได้รับจากพี่โปรดมันกำลังค่อย ๆ คืบคลานมาแทนเหตุการณ์ที่ผมเจอเมื่อคืน

แผ่นหลังผมที่ถูกพวกมันจับกดและพยายามจะทาบทับร่องรอยน่าขยะแขยงชวนอาเจียนถูกแทนที่ด้วยความจี๊ดปนเสียววูบ เพราะแรงดูดเม้มไปทั่วแผ่นหลังจากคนที่ขยับโยกอยู่ด้านหลังผมอย่างไม่หยุดพัก ไม่รู้ว่าพวกเราทำกันตั้งแต่กี่โมงเพราะเราสองคนกำลังลุ่มหลงมัวเมากับรสกามที่เกิดขึ้นทั่วทุกซอกทุกมุมของห้อง หูผมแว่วได้ยินพี่โปรดสบถเรื่องถุงยางหมดก่อนที่จะล้มตัวนอนทับลงมาจนเสียงหอบหายใจแรง ๆ ของเรามันดังใกล้ชิดกัน

แฮก ๆ ๆ "ตอนนี้มั่นใจรึยังว่ามึงโดนพวกนั้นหรือยังไม่โดน" ผมหันไปสบตากับคนที่นอนข้าง ๆ นี่เป็นครั้งที่สองที่ผมได้สบตากับพี่โปรดหลังเรามีอะไรกัน แววตาร้อนระอุเหมือนพร้อมจะเผาไหม้ทุกสิ่งทุกอย่างมันทำให้ผมอดร้อนไปทั้งหน้าทั้งตัวไม่ได้

"อืม มั่นใจแล้วครับขอบคุณครับพี่โปรด" ผมหลับตาลงอย่างเหนื่อยอ่อนแขนอ่อนล้าพยายามยกขึ้นไปจับมือคนที่นอนข้าง ๆ คนที่เป็นเหมือนมือของพระเจ้าช่วยให้ผมไม่ต้องเผชิญกับความเลวร้าย คนที่เป็นเหมือนอัศวินขี่ม้าขาวในนิยายก่อนนอนที่ผมปรารถนาจะให้ใครสักคนเล่าให้ฟัง คนที่เป็นเหมือนโลกใบใหม่ของผมโลกที่มีพี่โปรดเป็นครอบครัวอยู่ในนั้น เหมือนพี่โปรดจะรู้ว่าตอนนี้ผมกำลังหวาดกลัวกำลังท้อแท้กับโชคชะตาและกำลังไขว่คว้าอะไรบางสิ่งบางอย่างเพื่อยึดเหนี่ยวในนาทีนั้นพี่เขาถึงเอื้อมมือมาจับผมไว้เช่นกัน

"ไอ้ปอมึงมาเป็นเด็กของกูมั้ย? " เราทั้งคู่ต่างคนต่างนอนจับมือกันจมอยู่กับความเงียบเพื่อใช้เวลาในการทบทวนคำตอบและคำถามเมื่อกี้ ผมไม่รู้นะว่าจู่ ๆ ทำไมพี่โปรดถึงเอ่ยคำถามนี้ผมไม่เข้าใจคำว่าเด็กในที่นี้หมายถึงอะไรและสิทธิ์ของมันมีมากแค่ไหน คำชักชวนที่แฝงมากับคำถามเมื่อกี้ทำให้ผมหวั่นไหวจนหัวใจตัวเองเต้นรัวแรง

"มีเงื่อนไขอะไรที่ปอต้องรับรู้และต้องทำบ้างมั้ยครับ"

"ก็ไม่ต่างจากเงื่อนไขเดิมที่เราคุยกันไว้ครั้งแรกเท่าไหร่แต่ครั้งนี้กูเพิ่มรายละเอียดนิดหน่อย ไม่ต้องกลัวว่ามึงจะขาดทุนหรอกน่ายังไงกูก็ไม่เอาเปรียบมึงอยู่แล้ว อีกอย่างที่กูจะรับปากกับมึงได้ตราบใดที่มึงอยู่ในความดูแลของกูมันจะไม่มีเหตุการณ์อะไรที่ทำให้มึงต้องเจอเรื่องเหมือนเมื่อคืนอีกแน่ แต่กูเองก็ไม่เคยเลี้ยงดูใครสักคนเป็นเรื่องเป็นราวมึงเป็นคนแรกในชีวิตกูเลยก็ว่าได้ ฉะนั้นมึงต้องรู้ไว้อย่างนึงที่สำคัญมาก กูไม่ชอบให้คนอื่นมาใช้แปรงสีฟันอันเดียวกับกูเพราะมันเป็นของส่วนตัวนอกจากกูจะเลิกใช้แล้วถ้าคนอื่นจะเอาไปแปรงต่อก็ไม่ว่ากัน อีกอย่างที่มึงต้องจำให้ขึ้นใจ ถ้ามึงตอบตกลงเรื่องในอนาคตที่มึงต้องระวังมากที่สุดก็คือเรื่องความรู้สึกของมึงเองไม่ว่ามึงจะดีใจเสียใจมีความสุขหรือผิดหวังก็ตาม

"มึงจงอย่าลืมว่ามึงเป็นใครและอย่าลืมสถานะของตัวเอง เรื่องความรู้สึกกูไม่อยากใจดำกับมึงมากนะปอแต่กูเองก็ไม่อยากให้มึงมีกับกูจริง ๆ เพราะสักวันหนึ่งถ้ากูไปมีความรู้สึกกับใครอีกคนคนที่ต้องเจ็บปวดก็คือมึง คิดให้ดี ๆ ก่อนค่อยให้คำตอบก็ได้คนที่เสี่ยงกับเรื่องนี้น่าจะเป็นมึงมากกว่ากู มึงคิดแค่ว่าตัวเองควบคุมความรู้สึกของมึงเองได้มากแค่ไหน เท้าของมึงพร้อมจะก้าวเดินออกไปทุกเวลาที่วันนั้นมาถึงมั้ย วันนั้นของกูอาจไม่ได้หมายถึงวันที่กูเจอกับคนนั้นของกูเสมอไปแต่มันรวมถึงวันที่กูไม่อยากมีมึงในฐานะนี้แล้วต่างหาก นี่เป็นเรื่องสำคัญที่มึงต้องรับรู้นอกนั้นค่อยว่ากันอีกที

"จำที่กูบอกได้มั้ยอย่าใช้อารมณ์ในการตัดสินปัญหา เรื่องนี้จะเป็นบททดสอบความมีสติของมึงอีกครั้งคิดให้ดี ๆ กูไม่รีบ" ผมนอนนิ่งฟังคำพูดเอื่อยๆ ของพี่โปรดไม่ได้มีความกระตือรือร้นแต่ก็ไม่ได้มีความเฉยชามากเกินไปในน้ำเสียงนั้น เหมือนว่าตอนนี้ไม่ใช่แค่ผมเพียงฝ่ายเดียวที่กำลังสับสนผมคิดว่าพี่โปรดเองก็กำลังว้าวุ่นใจไม่ต่างกัน แต่สิ่งหนึ่งที่ผมมั่นใจก็คือในประโยคนั้นมันไม่ได้แฝงด้วยความเสน่หาเลยสักนิด พี่เขาคงสมเพชเวทนาผมมากกว่าแต่ก็ไม่อยากหว่านพืชโดยไม่ได้ผลเช่นกัน

ลุงเลิศบอกว่าพี่โปรดเป็นเจ้าของผับ อืม นี่สินะที่เขาเรียกกันว่านักธุรกิจทุกข้อต่อรองมักจะนึกถึงผลได้ผลเสียในเรื่องนั้น ๆ ก่อนเสมอ และที่พี่โปรดพูดเมื่อกี้ก็คงต้องการย้ำถึงหัวใจสำคัญของเงื่อนไขพร้อมกับต้องการให้ผมใช้สติตัดสินใจอย่างรอบคอบที่สุด แต่ตอนนี้ผมก็แค่อยากมีคนไปไหนมาไหนด้วยกันจูงมือกันข้ามถนนคิดถึงเป็นห่วงพูดคุยเป็นกำลังใจให้กัน ถึงทั้งหมดนี้ผมจะไม่ได้รับมันจากพี่โปรดก็ไม่เป็นไรแค่ไออุ่นเล็ก ๆ ที่ได้สัมผัสจากมือใหญ่ในตอนนี้มันก็ดีที่สุดแล้ว

"ปออยากเป็นคนในความดูแลของพี่โปรด" ผมเอ่ยตอบอย่างยินยอมด้วยความรู้สึกมั่นใจทั้งหมดที่มี ไม่มีอะไรการันตีได้ว่าพรุ่งนี้ผมต้องเจอเรื่องเจ็บปวดอะไรบ้าง ไม่มีอะไรรับรองได้ว่าพรุ่งนี้ผมต้องเจอเรื่องเลวร้ายอะไรอีก ไม่มีอะไรรับประกันได้ว่าพรุ่งนี้ผมจะยังเป็นไอ้ปอรักอยู่ไหมเพราะงั้นวันนี้ผมจะทำในสิ่งที่ผมคิดว่าผมมีความสุข ผมจะอยู่กับคนที่ทำให้ผมรู้สึกว่าผมยิ้มได้อย่างอุ่นใจ ผมจะหัวเราะมากที่สุดเท่าที่จะยังมีเรื่องราวดี ๆ ให้ยึดไว้ เผื่อวันข้างหน้าผมอาจจะโชคดีได้เป็นความสุขของใครสักคน และอาจจะมีใครสักคนก้าวเข้ามาเป็นความสุขของผมหรือว่าทั้งชีวิตผมจะไม่พานพบกับคนนั้นเลยก็ได้

สายตาผมทอดมองคนที่นอนมองมาในระยะประชิดมืออีกข้างของพี่โปรดยื่นมาให้ ผมเองก็ไม่รีรอจะไขว่คว้าจับมือข้างนั้น ก่อนที่ร่างสูงใหญ่จะรั้งตัวผมไปกักขังในอ้อมแขนแข็งแรงอ้อมแขนที่เหมือนเป็นจุดเริ่มต้นของทุกเรื่องราวนับจากนี้ ผมหลับตายิ้มรับกับการตัดสินใจของตัวเอง อืม..ถ้าความสุขของผมคือเจ้าของอ้อมแขนนี้และถ้าความสุขของเจ้าของอ้อมแขนนี้คือผมก็คงดีสินะ

บทก่อนหน้า
บทถัดไป