หลงลืมรัก

หลงลืมรัก

By ฟาง · กำลังอัปเดต · 352.8k คำ

791
ยอดนิยม
796
การดู
0
เพิ่มเมื่อ
เพิ่มไปยังชั้นวาง
เริ่มอ่าน
แชร์:facebooktwitterpinterestwhatsappreddit

บทนำ

โปรดปราณ : ไอ้เด็กเอ๋อ มึงนี่ตัวภาระจริงๆ จะไปไหนก็ไปรำคาญ!

หลง (ปอรัก) : หลงไม่ใช่เด็กเอ๋อ คุณแหละคนนิสัยไม่ดีไปเลยไป๊ ชิ๊วๆ หลงจะฟ้องหลวงตา!

จะรักจนกว่าลมหายใจสุดท้าย จากปอรักถึงโปรดปราณ

บท 1

ปอรัก Part

ผมชื่อปอรัก นามสกุล สุรดิษ เป็นเด็กชายที่ถูกอุปถัมภ์โดยหลวงพ่อ นานมาแล้วตอนผมป.สามมั้งจำได้วันนั้นผมถูกเพื่อนที่ห้องล้อว่าเป็นเด็กไม่มีพ่อไม่มีแม่เป็นเด็กที่ถูกทิ้งไว้ข้างถนนแล้วหลวงพ่อเก็บมาเลี้ยง วันนั้นผมร้องไห้โฮวิ่งกลับไปถามหลวงพ่ออย่างเอาเป็นเอาตายถามว่าผมเป็นเด็กที่พ่อแม่ไม่รักจริง ๆ เหรอ หลวงพ่อท่านถามว่าผมอายไหมที่เป็นเด็กวัดและอายไหมที่ถูกอุปถัมภ์เลี้ยงดูโดยท่าน น้อยใจไหมที่ท่านไม่อาจมอบวัตถุสวยงามทันสมัยเหมือนที่เพื่อนในโรงเรียนหลายๆ คนมี

สายตาท่านทอดมองมายามเอ่ยถามประโยคเหล่านั้นถึงผมจะยังเด็กนักแต่ผมก็รับรู้ได้ว่าท่านคงจะคิดมาก ด้วยกลัวว่าผมจะน้อยเนื้อต่ำใจที่ไม่มีอะไรเหมือนหลายคนเขา ตั้งแต่วันนั้นผมก็ได้แต่บอกกับตัวเองไม่ว่าผมจะมาจากที่ไหนจะถือกำเนิดมาจากใคร ตั้งแต่จำความได้ผมก็เห็นชายผ้าเหลืองอยู่ในความทรงจำมาตลอด ผมจะจำไว้ว่าสิ่งที่ทำให้ผมดำรงอยู่และคนที่เป็นผู้ให้กับผมก็คือหลวงพ่อเพียงผู้เดียว

หลวงพ่อบอกว่าชื่อปอรัก นามสกุล สุรดิษนั้น เป็นชื่อที่หลวงพ่อตั้งให้ ปอรัก แปลว่าเชือกปอที่ถูกถักทอมาจากความรักอย่างเหนียวแน่น สุรดิษ แปลว่าผู้ที่มีความโชคดีเหมือนเทวดาชีวิตของผมจะได้มีแต่ความรักและโชคดีไปตลอด ผมภาคภูมิใจกับชื่อและนามสกุลของตัวเองที่สุดมันเป็นสิ่งเดียวที่ยืนยันว่าชีวิตของผมถึงแม้จะไม่มีใครต้องการ แต่ผมก็มีหลวงพ่อผู้เปรียบเสมือนพ่อกับแม่ที่ทั้งรักและเป็นห่วงผมอยู่เสมอ

ผมอาศัยอยู่ที่วัดกับหลวงพ่อตั้งแต่จำความได้จนมาถึงช่วงปิดเทอมก่อนจะขึ้นชั้นม.ห้า ผมก็เจอกับเหตุการณ์ที่วิปโยคมากที่สุดในชีวิตผมต้องเผชิญคำว่าสูญเสียอย่างใหญ่หลวง เมื่อหลวงพ่อผู้เปรียบเสมือนไม้หลักสุดท้ายท่านมรณภาพด้วยโรคหัวใจล้มเหลวอย่างฉับพลันไม่มีอะไรจะใช้กล่าวขานคำว่าเสียใจได้เลย ผมไม่มีโอกาสแม้กระทั่งจะบอกลาหลวงพ่อเป็นครั้งสุดท้ายเพราะตอนที่ท่านจากไป ผมกำลังทำงานพิเศษคือเป็นเด็กล้างจานให้ร้านลาบอยู่ข้าง ๆ โรงเรียนไม่ห่างจากวัดสักเท่าไหร่ โรงเรียนที่ผมเรียนก็เป็นโรงเรียนวัดที่ผมอาศัยอยู่ตั้งแต่เล็กจนโตนั่นแหละ

วันนั้นผมเพิ่งรู้จักคำว่าล้มทั้งยืนเป็นครั้งแรกเมื่อลุงเลิศเจ้าของร้านลาบวิ่งหน้าตื่นมาบอกผมที่กำลังนั่งล้างจานอยู่หลังร้านว่าหลวงพ่อถูกส่งตัวไปโรงพยาบาล ตอนนั้นลุงเลิศคงจะเป็นห่วงสภาพจิตหลุดของผมลุงเขาเลยรีบพาผมซ้อนมอเตอร์ไซค์ไปโรงพยาบาลทันที แต่ผมคงไม่โชคดีเหมือนความหมายของนามสกุลหรอก เพราะแค่คำอำลาผมยังไม่มีโอกาสได้กล่าวกับคนที่มีพระคุณผู้ที่เปรียบเสมือนพ่อแม่ของผมเลย

หลังจากเสร็จสิ้นงานฌาปนกิจของหลวงพ่อผมก็ย้ายออกจากวัดมาเช่าห้องแถวเล็กๆ อยู่ในซอยร้านลาบที่ตัวเองล้างจานอยู่ ป้าลัยเจ้าของห้องแถวซึ่งเห็นผมมาตั้งแต่เด็กท่านจะให้ผมพักฟรีๆ แต่ผมไม่ยอมรับในความเมตตาของป้าลัยหรอกผมรู้ว่าป้าเขาสงสารและเห็นใจผมจริงๆ แต่หลวงพ่อท่านสอนผมเสมอว่าอย่าเอาเปรียบใครยิ่งคนที่ดีกับเราเรายิ่งไม่สมควรเอาเปรียบเขา ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดก็ตามถ้าผมอาศัยอยู่ฟรี ๆ นั่นเท่ากับว่าป้าลัยต้องเสียรายได้จากการเช่าห้องพักไปตั้งเดือนละสองพันเชียวนะ

ถกกันไปถกกันมาสรุปได้ว่าป้าลัยให้ผมเช่าเดือนละหนึ่งพันห้าร้อยบาทรวมค่าน้ำกับค่าไฟแค่นี้ผมก็ดีใจมากแล้ว เพราะลุงเลิศบอกจะให้ผมทั้งเสิร์ฟทั้งล้างจานเงินค่าแรงจะจ่ายให้ทุกวันที่ 15 กับวันที่ 30 ครั้งละสี่พันบาท นั่นเท่ากับว่าเดือนหนึ่งผมจะได้ค่าแรงจากการเสิร์ฟและล้างจานถึงเดือนละแปดพันบาทแน่ะ สำหรับผมมันเป็นเงินจำนวนเยอะมาก มันคงพอจะให้ผมเลี้ยงตัวเองและเรียนได้จนจบม.หกสิน่า

ปี๊น ๆ ผมหันไปตามเสียงแตรรถก็เห็นพี่เปารุ่นพี่ม.หกยืนยิ้มน่ารักจนผมถึงกับมองตาลอย พี่เปาเป็นรุ่นพี่ผู้ชายตัวเล็ก ๆ คือผมเองก็ไม่ได้สูงไปกว่าพี่เปาหรอกแต่ผมจะมีเนื้อมีหนังมากกว่าพูดง่าย ๆ คืออ้วนกว่าพี่เปาก็นะเด็กวัดทุกคนล้วนสมบูรณ์ทั้งนั้น พี่เปาหน้าหวาน ๆ สวยกว่าผู้หญิงบางคนและฮอตมากที่สุดในโรงเรียนคนทั้งนอกทั้งในโรงเรียนต่างก็ชอบพี่เปาเยอะแยะ ผมไม่แปลกใจหรอกที่มีคนมารุมรักเพราะนอกจากจะน่ารักแล้วพี่เปายังนิสัยดีมากด้วย ผมยังเก็บผ้าเช็ดหน้าที่พี่เปายื่นให้วันที่ผมเปียกฝนไว้อยู่เลยคนนี้แหละเทวดาตัวน้อย ๆ ของผม

แต่เฮ้อเทวดาของผมกำลังมีความรักสินะผู้โชคดีที่ได้รับความรักของพี่เปาก็คงเป็นคนที่อยู่ในรถยนต์คันหรูนั่นเอง ถ้าผมมีแบบนี้สักคันไว้คอยรับ-ส่งพี่เปาพี่เขาจะยิ้มให้ผมแบบนี้ไหมวะ พอ ๆ เลิกฝันสักทีไอ้ปอละเมอตั้งแต่ตะวันยังไม่ตกดินซะนี่ ผมรีบตัดความคิดเพ้อเจ้อของตัวเองออกไปทันทีแค่ที่ผมได้เป็นอยู่และมีอยู่ทุกวันนี้ก็ดีมากเท่าไหร่แล้ว

แต่ถึงยังไงก็ต้องขอบคุณราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้นทุกวันนะครับทำให้คนที่ขับรถคันโก้ต้องควักเงินจ่ายค่าน้ำมันกันเดือนละหลายบาท สู้คนเดินดินหรือมีรถสองประตูยี่สิบหน้าต่างแถมมีพลขับให้พร้อมอย่างผมไม่ได้ ไปไหนมาไหนทั่วกรุงเทพยังควักเงินไม่ถึงสามสิบบาท เห็นไหมล่ะว่าการรู้จักขอบคุณสิ่งต่าง ๆ รอบตัวไม่ว่าจะมีน้อยหรือมีมากมันจะทำให้เราเข้าใจว่าที่แท้จริงแล้วชีวิตเราก็มีความสุขมากพอเหมือนกัน

"ปอเสาร์นี้มึงทำงานพิเศษอีกมั้ยวะ" ผมหันไปตามแรงสะกิดของไอ้คิท ไอ้คิทเป็นเพื่อนในห้องรู้จักกันมาตั้งแต่ม.สี่ถามหาความสนิทสนมเท่ากับห้าสิบเต็มร้อย จะว่าไปแล้วผมก็ไม่มีเพื่อนสนิทจริง ๆ สักคนนะอาจเพราะผมเป็นเด็กวัดเลยพยายามปลีกตัวออกห่างจากเพื่อน ๆ ไม่ใช่ว่าอายหรืออะไรแต่เพราะนิสัยขี้ระแวงของตัวเองมากกว่า

คือตอนป.หกผมมีเพื่อนสนิทมากคนหนึ่งคนที่ผมไว้ใจเล่าทุกอย่างให้ฟังมีขนมอะไรอร่อย ๆ ที่วัด ผมจะเก็บไว้แล้วเอามาฝากเพื่อนคนนี้เป็นประจำ แต่วันหนึ่งที่ห้องน้ำผมก็ได้ยินเพื่อนคนนี้บอกกับเพื่อนคนอื่น ๆ ว่าไม่ได้คิดจะอยากสนิทสนมอะไรกับเด็กวัดอย่างผมหรอก เขาแค่หลอกใช้ให้เด็กวัดอย่างผมทำการบ้านและหลอกใช้ให้ผมเป็นเบ๊เท่านั้นเอง ใครกันจะอยากมีเพื่อนเป็นเด็กวัดไม่มีพ่อแม่อย่างผม พอได้ฟังประโยคนั้นมันก็นำพาซึ่งประสบการณ์การชกต่อยเป็นครั้งแรกและผมก็โดนหวายจากหลวงพ่อเป็นครั้งแรกเช่นกัน จากนั้นผมกับมันก็ไม่เคยพูดกันเลยสักคำแม้ว่าตั้งแต่ม.หนึ่งถึงม.ห้าเราจะเรียนห้องเดียวกันก็ตาม

ผลัวะ! "ไอ้ปอกูถามมึงอยู่เนี่ยมัวแต่ยืนหลับรึไง อย่าเอาแต่ทำงานจนไม่ได้หลับไม่ได้นอนล่ะมึง"

"เออโทษ ๆ กูก็ทำทุกวันอะนอกจากลุงเลิศเขาจะปิดร้าน มึงมีอะไรเหรอ"

"กูจะชวนมึงไปงานวันเกิดของไอ้เบียร์น่ะสิงานนี้มันจัดที่ผับดังนะเว้ย เลยโรงเรียนเรากับมหาลัยxxxไปนิดเดียวเองว่าไงมึงสนใจไปด้วยกันมั้ย" เท้าที่กำลังก้าวเดินต้องหยุดชะงักลงเมื่อได้ยินชื่อคนที่พยายามหลีกเลี่ยงมาตั้งแต่ป.หก

"อายุสิบเจ็ดเข้าผับได้แล้วเหรอวะกูเพิ่งรู้? " ผมขมวดคิ้วถามมันงง ๆ ไม่ได้คิดจะไปร่วมด้วยหรอกแต่แค่สงสัยเฉย ๆ เพราะผมไม่เคยเที่ยวแบบนี้เลยเห็นแต่เขาบอกว่าต่ำกว่ายี่สิบปีห้ามเข้านี่นา หรือว่าตอนนี้เขาเปลี่ยนกฎหมายใหม่ให้เป็นอายุสิบเจ็ดปีเข้าสถานที่แบบนี้ได้แล้ว ไม่ยักกะรู้ข่าวเลยแฮะ

"ไอ้ป๊ออ นี่มึงซื่อหรือมึงโง่หรือมึงไม่รู้จริง ๆ กันแน่วะ โอ๊ยกูมึนกับความอึนของมึง" ผมหันไปมองไอ้คิทที่นั่งยอง ๆ ยกมือกุมหัวตัวเอง ดูท่าทางแล้วเหมือนอยากจะซัดผมอีกสักผลัวะหนัก ๆ เลยมั้งนั่น

"เอ้าก็กูไม่รู้จริง ๆ โอ๋ ๆ น้องคิทไม่เอาไม่วีนสิเดี๋ยวกูไปซื้อผ้าอนามัยมาให้ กูรู้ว่าถ้าเมนส์มึงมาแล้วมึงจะวีน" ผมนั่งยอง ๆ ลูบหัวคนที่ตัวไม่ได้โตกว่ากันไปสักเท่าไหร่อย่างขำ ๆ กับท่าทางของมัน

"ไอ้สัสกูไม่ใช่ผู้หญิง แต่หน้าตาน่ารักอย่างมึงถ้าจับใส่กระโปรงนี่ไม่แน่อาจจะมีคนทักว่าเป็นสาวก็ได้"

"กูเป็นสาวเสียบนะมึงจะลองมั้ยน้องคิท ฮ่า ๆ ๆ " ผมยื่นหน้าเข้าไปจนชิดกับหน้าไอ้คิท โอ๊ะ มันหน้าแดงด้วยแฮะเสร็จผมล่ะ

ซ่าาา!! กำลังจะแกล้งไอ้คิทขั้นต่อไปเสื้อผมมันก็เปียกจากน้ำที่สาดมาจากด้านหลังจนชุ่ม

"โทษทีไม่เห็นว่ะนึกว่าไม่มีคนอยู่" ผมหันขวับไปตามเสียงขอโทษแบบกวนเบื้องล่างอย่างจะเอาเรื่องเต็มที่ ทั้งที่ไม่ได้คุยกันมาตั้งนานแต่ผมก็จำเสียงมันได้อยู่ดี จะใครอีกล่ะก็ไอ้เบียร์เพื่อนเคยรักตอนป.หกและเป็นผู้เปิดซิงประสบการณ์การชกต่อยครั้งแรกของผม แถมมันยังทำให้ผมถูกหวายลงน้ำเกลือของหลวงพ่อฟาดอีกตั้งห้าทีทุกวันนี้ยังจำได้แม่นเลยครับ ถึงสมองอีกซีกจะเตือนว่ามันเป็นเพราะความใจร้อนของผมด้วยก็เถอะแต่ผมก็จะโทษว่าเป็นความผิดของมันอยู่ดี

"ไอ้เบียร์มึงทำอะไรของมึงเนี่ย! " ไอ้คิทรีบเอาผ้าเช็ดหน้ามาเช็ดหลังเช็ดเสื้อให้ผมใหญ่

"อะไร? ก็ขอโทษแล้วไงกูไม่เห็นว่ะไอ้เด็กวัดเกาะพระกิน" ผมกำหมัดแน่นพยายามนึกถึงคำที่หลวงพ่อเคยสอนไว้ แล้วข่มความโกรธของตัวเองลง

"จะบอกให้นะคนที่ชอบพูดจาดูถูกคนอื่นน่ะมันไม่ได้ทำให้ตัวเองดูสูงขึ้นหรอก แต่มันจะทำให้ตัวเองดูต่ำลง ต่ำเพราะความคิดต่ำ ๆ คำพูดต่ำ ๆ ตามจิตใจของมึงไง ไปเถอะคิทอยู่ที่นี่นาน ๆ เดี๋ยวเชื้อต่ำอ่อนด้อยทางความคิดมันจะติดเอา" ประโยคแรกในรอบหลายปีที่ผมพูดกับมันทำให้มันยืนอึ้งอยู่เหมือนกันแล้วเรื่องอะไรผมจะยอมเสียโอกาสตอกมันอีกล่ะ ขอโทษนะครับหลวงพ่อวันนี้ปอขอทำนิสัยไม่ดี ขอละเลยคำสอนของหลวงพ่อที่บอกว่าอย่าเหยียบซ้ำคนกำลังล้มตอนนี้ปออดไม่ได้จริง ๆ

"อ้อกูลืมพูด เห็นเสือหมอบอย่าหลงว่าเสือกลัว เห็นคนถ่อมตัวอย่าหลงคิดว่าหมอนี่ไม่มีน้ำยา บางทีเขาอาจจะมีน้ำยามากกว่าที่มึงคิดก็ได้อดีตเพื่อนรัก" ผมยักคิ้วให้ไอ้เบียร์แล้วกอดคอไอ้คิทเดินผ่านหน้ามันไปโดยไม่ใส่ใจว่าแวบหนึ่งผมจะเห็นสายตารู้สึกผิดและสายตาขอโทษจากมัน ช่วยไม่ได้ใครใช้ให้มันมาสร้างแผลให้จนผมหวาดกลัวที่จะไว้ใจใครได้อีก ช่วยไม่ได้จริง ๆ ที่ผมเลือกมองผ่านสายตาวิงวอนนั้นไปอย่างเลือดเย็น

ปี๊น ๆ ผมยืนมองรถหรูที่มาจอดรับพี่เปาเป็นรอบที่สามตั้งแต่เปิดเทอมสอง เปิดเทอมไม่ถึงเดือนผมก็เห็นรถคันนี้มาสามครั้งแล้วสงสัยว่านี่จะเป็นตัวจริงของพี่เปาเขาแฮะ

อื้อฮือโคตรหล่อ นี่คือคำอุทานแรกในใจที่ผมเห็นคนในรถเปิดกระจกมาสูบบุหรี่ ว่าผมเว่อร์ก็ได้นะถ้าผมจะบอกว่าเจ้าของนิ้วเรียวยาวที่สวมแหวนเงินอยู่ที่นิ้วก้อยอะโคตรจะหล่อเลย ไม่ได้หล่อใส ๆ หล่อแบบคุณชาย หล่อแบบไอดอลเกาหลีหลาย ๆ คน หรือหล่อแบบเพลย์บอยนะ แต่พี่คนนี้หล่อแบบร้ายกาจหล่อแบบชั่ว ๆ มองแล้วมีเสน่ห์ดึงดูดให้เข้าหาเห็นแล้วเดาได้เลยว่าเจ้าของนิ้วเรียวนี้โคตรจะร้ายและโคตรจะแรง

เอ๊ะ! ผมอดขมวดคิ้วไม่ได้เมื่ออยู่ ๆ ผู้ชายคนนั้นยกนิ้วกลางส่งให้ผม อะไรที่ชมเมื่อกี้ลบ ๆ ไปให้หมดนะครับมันก็แค่มนุษย์หน้าตาดีคนหนึ่งเห็นได้ตามท้องถนนทั่ว ๆ ไป แถมนิสัยเสียระรานชาวบ้านด้วยการมายกนิ้วต้องห้ามให้คนไม่เคยรู้จักกันด้วย อีกอย่างที่ผมเคยเรียกว่าพี่น่ะเพราะพี่แกหน้าแก่ไง เหอะหล่อตายล่ะไอ้แก่ขี้เก๊ก!

ซ่าา!! "โอ๊ะ! อะไรเว้ย พี่ครับพี่จะเอาไงวะเนี่ย" ผมอดโวยวายขึ้นมาท่ามกลางเพื่อนร่วมสถาบันไม่ได้ ก็ไอ้พี่แก่ขับรถคันหรูเด็กของพี่เปานั่นแหละวันนี้มันตั้งใจขับรถปาดน้ำขังจากฝนที่ตกเมื่อคืนมาใส่ผมอย่างจัง เลือดขึ้นหน้าแล้วครับตอนนี้ไม่สนใจหน้าอินทร์หน้าพรหมที่ไหนแล้ว ไม่สนใจด้วยว่าจะเป็นแฟน เป็นเด็ก เป็นเสี่ย เป็นกิ๊กของพี่เปาเทวดาของผม

ก๊อก ๆ ๆ "เฮ้ย เปิดประตูมาคุยกันเลยดีกว่าพี่จะเอายังไงวะ คดีก่อนยกนิ้วกลางให้ผม ผมยังไม่ได้เคลียร์กับพี่เลยนะนี่อะไรอีกอยู่ ๆ มาขับรถสาดน้ำโคลนใส่ผมอย่างนี้แล้ววันนี้ผมจะไปเรียนยังไงครับพี่! " ผมวิ่งไปเคาะกระจกฝั่งคนขับอย่างเอาเป็นเอาตายไม่สนใจด้วยว่าใครจะมอง หรือไม่สนใจว่าเทวดาที่ผมเชิดชูก้าวลงจากอีกฝั่งของประตู

"เอ่อ...น้องครับเป็นอะไรมากมั้ยพี่ขอโทษแทนพี่โปรดด้วยจริง ๆ นะครับ" พี่เปารีบเดินอ้อมรถเอาผ้าเช็ดหน้าเช็ดตามเสื้อนักเรียนให้ผมใหญ่ จะเช็ดยังไงมันก็ไม่หายหรอกพี่เสื้อสีขาวของผมตอนนี้มันสภาพเป็นสีโอวัลตินหมดแล้ว! ได้แต่คิดแต่พูดไม่ออกเพราะเห็นสีหน้าสำนึกผิดของพี่เปาแล้วมันพูดไม่ออกจริง ๆ ทำไมเทวดาของผมต้องมาเป็นอะไรกับไอ้คนหน้าแก่มีดีแต่ความรวยแบบนี้วะ

ปัง! "ทำไมไอ้เด็กเวร มีปัญหาอะไร? " ดู ๆ ครับพี่น้องไอ้แก่มันเรียกผมว่าไอ้เด็กเวรนั่นยังไม่เท่ากับที่มันออกมายืนเต๊ะท่าสูบบุหรี่พ่นควันใส่หน้าผมหรอก คนอะไรวะหาความรู้สึกผิดไม่มีเลยสักนิด

"จะอะไรอีกล่ะไอ้แก่ อุ๊บ โทษ ๆ ล่ะพี่ ก็พี่อะขับรถสาดน้ำใส่ผม พี่ดูสภาพผมดิถามจริงเถอะใบขับขี่พี่ซื้อมารึเปล่าขับรถแบบนี้อันตรายต่อตัวเองและคนรอบข้างนะพี่" พอตั้งสติหายเมาควันบุหรี่ได้ผมก็จัดชุดใหญ่ให้ไอ้แก่มันไปเลยสิ ชิชะ! เล่นกับใครไม่เล่นมาเล่นกับไอ้ปอศิษย์เอกของหลวงพ่อเดี๋ยวจะสวดให้สำนึกไม่ทันกันเลย

"จะเอาเท่าไหร่ว่ามา" ผมมองผู้ชายที่ใส่เสื้อช็อปวิศวะของมหาลัยไม่ไกลจากโรงเรียนผมอย่างงง ๆ เท่าไหร่อะไรของไอ้แก่มันอีกวะ ตอนนี้ผมขอตัดคำว่าพี่ออกไปเถอะนะดูแล้วสามัญสำนึกของเขาคงไม่มีมากพอที่จะให้ผมเรียกเขาอย่างเคารพว่าพี่หรอก

"กูถามว่ามึงจะเรียกเงินเท่าไหร่ก็ว่ามา จิ๊! เสียเวลากูชะมัดเอาไปพันนึงกูว่าคงพอสำหรับเสื้อกระจอก ๆ ของมึงนะ เปาพี่ไปก่อนล่ะอยู่นี่นาน ๆ เดี๋ยวได้ซัดปากไอ้เด็กเวรนี่แตกอีก" ยังไม่ทันได้ตั้งตัวจากพฤติกรรมเลวทรามของไอ้แก่ที่มองผมตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยสายตาดูแคลนแล้วยัดแบงก์พันใส่เสื้อให้ผม พอจะอ้าปากสวนไอ้แก่มันก็บึ่งรถไปไกลละ โอ๊ย! ไอ้ปออยากเจาะลมยางมันสักทีคนแบบนี้ก็มีในโลกเหรอวะ สาธุชาตินี้เจอะเจอกันแค่ครั้งเดียวเถอะครับ

เคร้ง!! "เฮ้ย เบาหน่อยเว้ยไอ้ปอใครเหยียบหางมึงอีกถึงได้หน้างอจะกัดเขาไปทั่วเนี่ย" ลุงเลิศทั้งหัวเราะทั้งส่งเสียงแซวถามผมก็ยิ่งหน้าบึ้งเข้าไปอีก จะเป็นเพราะใครอีกล่ะ ก็ไอ้แก่ขี้เก๊กโชว์รวยเมื่อเช้านั่นแหละ มันคนเดียวต้องทำให้ผมกลับไปเปลี่ยนเสื้อแล้วมาเรียนสายไปตั้งคาบหนึ่ง พี่เปาก็หน้าตานิสัยดีนะทำไมไม่เลือกแฟนดี ๆ หน่อยวะ ได้ไอ้แก่เป็นแฟนเดี๋ยวก็โดนมันทารุณกรรมหรอกดูท่าทางมันจะขี้โมโหซะด้วย

"เอา ๆ กูถามไม่ตอบเป็นอะไรของมึง แล้วถ้วยจานมันไปทำอะไรให้ถึงขัดมันยังกับศัตรูคู่แค้นขนาดนั้น"

"ไม่มีอะไรมากหรอกลุง เฮ้อ! มีก็ได้ เรื่องมันเป็นแบบนี้นะลุงเมื่อเช้าปอเดินไปโรงเรียนใช่ปะ แล้วมีไอ้แก่ขี้เก๊กมันขับรถสาดน้ำโคลนข้างถนนหน้าโรงเรียนมาใส่ปอเต็ม ๆ ยังไม่พอแค่นั้นนะมันลงมาเอาเงินฟาดหัวปอพันหนึ่งบอกว่าให้เอาไปซื้อเสื้อใหม่ได้อีกหลายชุด สายตามันมองปอตั้งแต่หัวยันเท้ามองแบบดูถูกดูแคลนว่าปอกระจอกงอกง่อย แถมมีเบะปากใส่ปอด้วย

"หนักไปกว่านั้นคือมันทำให้ปอเข้าเรียนสาย ผลออกมาเป็นไงปอโดนอาจารย์ดุว่าไม่มีความรับผิดชอบไม่รักษาเวลาหน้าชั้นเรียนเลยเถอะ ฮึ่ย เป็นเพราะไอ้แก่ขี้อวดคนเดียวจริง ๆ ทำให้ปอซวยตั้งแต่เช้า" ผมวางสก๊อตไบร์ทในกะละมังแล้วหันมาเล่าให้ลุงเลิศฟังอย่างตั้งอกตั้งใจ นี่คือการเล่าให้ฟังเฉย ๆ ไม่ใช่การฟ้องแต่อาจมีตีไข่ใส่สีลงไปนิดหน่อยถือซะว่าเพื่ออรรถรสในการเล่าและการฟังแล้วกัน

"แล้วมึงทำยังไง" ลุงเลิศนั่งยอง ๆ ช่วยผมกวาดเศษอาหารลงขยะ ลุงเลิศเป็นชายโสดวัยห้าสิบกว่า ๆ ที่มีพุงเยอะจนล้นพอ ๆ กับรอยยิ้มที่มีให้ทุกคนแม้กระทั่งหมาแมวแถวนี้ ผมจำได้ว่าตอนป.ห้า ผมเดินตามหลวงพ่อบิณฑบาตมันเป็นวันที่ลุงเลิศมาเปิดร้านเป็นวันแรก ลุงเขาใส่บาตรแล้วเอ่ยขอหลวงพ่อโต้ง ๆ ว่าขอคาถาอะไรก็ได้ที่ทำให้ขายของเฮง ๆ รวยไม่มีวันจน หลวงพ่อท่านเลยบอกไปว่าขยันและอดทนสองคำนี้จะทำให้ชีวิตดีขึ้น จากนั้นตั้งแต่วันแรกที่เปิดร้านจนถึงวันนี้น้อยครั้งมากผมจะเห็นลุงเลิศปิดร้านนอกจากจะไม่สบายหรือมีธุระจริง ๆ นั่นแหละ

พอผมเข้าม.หนึ่งลุงเลิศถามว่ามาล้างจานที่ร้านไหมจะได้มีเงินไปซื้อของโดยไม่รบกวนหลวงพ่อผมรีบตอบตกลงจนลืมขออนุญาตหลวงพ่อ ถึงเวลาไปทำงานจริง ๆ นั่นแหละผมถึงเดินตัวลีบไปเอ่ยขอ ตอนแรกหลวงพ่อก็ไม่อนุญาตหรอกเพราะผมเพิ่งอายุสิบสามปีเอง ถึงร้านลาบจะไม่ห่างจากวัดมากนักแต่ก็เป็นร้านที่ขายเครื่องดื่มน้ำเปลี่ยนนิสัยขี้เมาก็เยอะ อีกอย่างเลิกตั้งเที่ยงคืน จนลุงเลิศต้องมาช่วยพูดและสัญญาว่าจะให้ผมล้างจานอยู่แต่หลังร้านให้มาทำงานหกโมงเย็นกลับไม่เกินสี่ทุ่ม พูดขออยู่นานหลวงพ่อถึงจะยอมใจอ่อน ตอนนั้นผมได้ค่าแรงวันละหกสิบบาทเงินหกสิบบาทแรกที่ได้รับมาผมเอาไปซื้อนมกล่องให้หลวงพ่อครึ่งโหล รอยยิ้มภูมิใจตอนที่หลวงพ่อรับนมจากผมมันทำให้ผมหายเหนื่อยเป็นปลิดทิ้ง

"ปอ ไอ้ปอ! "

"เฮ้ย! ลุง ปอตกใจหมดอยู่ๆ มาตะโกนใส่หูเนี่ย"

"เอ้าไอ้นี่ก็กูนั่งรอฟังเรื่องมึงจนจะรากงอกละ มึงก็ยังนั่งตาลอยอยู่ได้"

"ขอโทษ ๆ ปอมัวแต่คิดถึงหลวงพ่ออยู่อะ" ผมเอ่ยกลับเสียงแผ่วเบา

"มึงจะคิดถึงอะไรกันนักกันหนา กูก็เห็นหลวงพ่อท่านเดินนำหน้ามึงทุกวันแหละ แล้วตกลงเรื่องไอ้รวยนั่นมึงทำยังไง"

"ก็จะทำยังไงได้ล่ะลุง ไอ้แก่มันเล่นเอาเงินใส่กระเป๋าเสื้อปอแล้วเดินวางมาดขึ้นรถไปเลย"

"เอ้า เงินก็ได้ละแล้วมึงจะมาทำหน้าแค้นเคืองอะไรอีกล่ะ" ลุงเลิศคว่ำจานที่ผมล้างใส่ตะกร้าเอ่ยปากถามอย่างสงสัย

"โห่ลุงเงินมันซื้อทุกอย่างไม่ได้หรอกนะ ศักดิ์ศรีของไอ้ปอก็ซื้อด้วยเงินไม่ได้เหมือนกัน" ผมตบไปที่อกตัวเองพูดเสียงดังฟังชัดทุกถ้อยคำ

"แล้วตกลงมึงจะไม่เอา? "

"เอาสิลุงเงินตั้งพันหนึ่งแน่ะ ปอใช้ได้อีกตั้งครึ่งเดือน" ลุงเลิศมองผมอย่างเหยียดหยามเต็มที่ประดุจว่าผมขี้เหนียวงกเงินซะมากมาย ก่อนจะลุกสะบัดพุงย้วย ๆ จากไปทิ้งไว้แต่ความแปลกใจจากผม อ้าว ก็ทำไมอะไอ้แก่มันอยากโชว์รวยเองอีกอย่างมันอะผิดเต็ม ๆ ผมเปล่างกสักหน่อยนะครับ

"หลวงพ่อครับอยู่บนโน้นสบายดีมั้ยปออยู่ตรงนี้สบายดีครับ วันนี้ปอมีเรื่องมาเล่าให้หลวงพ่อฟังด้วย..." เป็นกิจวัตรประจำวันหลังจากที่ภารกิจทุกอย่างเสร็จสิ้นลงแล้ว ก่อนนอนผมต้องรายงานตัวเล่าเรื่องราววันนี้ให้หลวงพ่อฟังทุกเรื่องตั้งแต่ตอนเป็นเด็กแล้วมั้ง ถึงวันนี้หลวงพ่อจะไม่อยู่กับตรงนี้แต่ผมก็ยังทำทุกอย่างเหมือนเคย ไม่มีเรื่องไหนสำหรับหลวงพ่อที่ผมจะปฏิบัติต่างออกไป ร่างกายไม่ใช่ของเราแต่จิตวิญญาณต่างหากที่เป็นของเรา เพราะฉะนั้นถึงร่างกายของหลวงพ่อจะไม่อยู่แต่จิตวิญญาณของท่านยังคงอยู่กับผมเสมอ ถ้างั้นวันนี้ผมคงต้องโดนทำโทษที่ไปเรียกไอ้แก่ว่าไอ้แก่สินะ เฮ้อ

"ปอไม่ได้ตั้งใจจริง ๆ ครับหลวงพ่อก็ไอ้แก่มันกวนปอก่อนอะ" ผมอดพึมพำออกตัวท้วงด้วยความเคยชินไม่ได้

"หลวงพ่อครับถ้าจะลงโทษปอนะ หลวงพ่อต้องไปอบรมสั่งสอนไอ้แก่นั่นก่อนแล้วปอจะไม่วิ่งหนีหวายของหลวงพ่อจริง ๆ อันนี้ปอสัญญาเลย ปอนอนแล้วนะครับพรุ่งนี้ต้องไปเรียนแต่เช้านอนดึกตื่นสายเดี๋ยวโดนหลวงพ่อทำโทษอีก" ผมบ่นงุ้งงิ้งคนเดียวในห้องเช่าเล็ก ๆ ที่มีเพียงฟูกบาง ๆ ผ้าห่มกับหมอนพัดลมที่ป้าลัยให้ยืมมาใช้ กระติกน้ำ แก้วน้ำ ถ้วยชามช้อนวางอยู่อีกมุมของห้อง ถัดจากฟูกที่ผมนอนก็เป็นราวแขวนเสื้อผ้าส่วนมากจะเป็นชุดนักเรียนกับตะกร้าผ้าผมว่านี่มันก็ดีพอสำหรับเด็กไม่รู้ที่มาที่ไป

แต่บังเอิญโชคดีได้พบกับหลวงพ่อและได้รับการเลี้ยงดูมาจากบุคคลที่ผมเคารพนับถือที่สุดอย่างท่าน ถ้าความรู้สึกบอกเราว่าพอ มันก็จะพอ ถ้าความรู้สึกบอกเราว่าอย่าดิ้นรน เราก็จะไม่เหนื่อย ผมเองก็ไม่อยากเหนื่อยเหมือนกันเก็บแรงไว้วันพรุ่งนี้ดีกว่าสู้เว้ยไอ้ปอรัก!

บทล่าสุด

คุณอาจชอบ 😍

หวงรักท่านประธานปากแข็ง

หวงรักท่านประธานปากแข็ง

11.9k การดู · กำลังอัปเดต · พลอยชนา
"จาก ‘พี่ชายจอมเผด็จการ’ สู่ ‘เจ้าของชีวิต’ ที่ไม่เคยคิดจะปล่อยให้เธอเป็นอิสระ"
ข้าวหอมเคยคิดว่า ‘ภาม’ คือผู้ปกครองที่น่ารำคาญที่สุดในชีวิต...
ผู้ชายวิศวะฯ หน้าดุที่วันๆ เอาแต่ขีดเส้นกั้นระหว่างเขากับเธอด้วยคำว่า ‘เด็กเกินไป’
แต่นั่นคือเรื่องของอดีต เพราะเมื่อวันที่เธอเติบโตขึ้นเป็นผู้หญิงเต็มตัว
เขากลับกลายเป็น ‘ราชสีห์จอมบงการ’ ที่ยอมทำทุกอย่างเพื่อลากเธอกลับเข้าถ้ำ
ในเมื่อปากบอกว่าไม่หวง แต่กลับใช้กรงเล็บแห่งอำนาจขังเธอไว้ในรังไม่ให้ไปไหน
ถ้าเขาอยากหวง... ก็หัดพูดให้ตรงกับใจก่อนเถอะ ก่อนที่เธอจะยอมให้ ‘ศัตรูทางธุรกิจ’
พากรงทองของเขาพังทลายลงไปต่อหน้า
รักโคตรร้าย ผู้ชายพันธุ์ดิบ

รักโคตรร้าย ผู้ชายพันธุ์ดิบ

757.3k การดู · เสร็จสิ้น · พราวนภา
‘ต่อให้มึงสลัดคราบทอม แล้วแต่งหญิงให้สวยกว่านี้ร้อยเท่า กูก็ไม่เหลือบตาแล เกลียดก็คือเกลียด…ชัดนะ!’

ปรเมศ จิรกุล หมอหนุ่มเนื้อหอม รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลเอกชนชื่อดัง เขาขึ้นชื่อเรื่องความฮอตฉ่า เป็นสุภาพบุรุษ อ่อนโยน เทคแคร์ดีเยี่ยม และให้เกียรติผู้หญิงทุกคน ยกเว้นกับธารธารา อัศวนนท์
ปรเมศตั้งแง่รังเกียจธารธาราตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอหน้า เพียงเพราะเธอแต่งตัวเหมือนผู้ชาย เขาเลยประณามว่าเธอเป็นพวกผิดเพศน่ารังเกียจ แต่ใครเลยจะรู้ว่าหมอสาวมาดทอมหัวใจหญิงนั้นจะเฝ้ารักและแอบมองเขาอยู่ห่างๆ เพราะเจียมตัวดีว่าอีกฝ่ายแสนจะรังเกียจ และดูเหมือนคำกล่าวที่ว่าเกลียดอะไรมักจะได้อย่างนั้นจะใช้ไม่ได้ผลสำหรับคนทั้งคู่
กระทั่งดวลเหล้ากันจนเมาแบบขาดสติสุดกู่ เขาจึงเผลอปล้ำแม่สาวทอมที่เขาประกาศว่าเกลียดเข้าไส้ หนำซ้ำยังโยนความผิดว่า ‘ความสัมพันธ์บัดซบ’ ที่เกิดขึ้นเป็นเพราะยัยทอมตัวแสบยั่วเขา เมากับเมาเอากันแล้วไง น้ำแตกก็แยกทาง ทว่าพออีกฝ่ายหลบหน้าเขากลับร้อนรนกระวนกระวาย ครั้นทนไม่ไหวหมอหนุ่มจอมยโสก็ต้องคอยราวี และตามหึงหวงเมื่อมีใครคิดจะจีบ ‘เมียทอม’ ของเขา แต่กว่าจะรู้ตัวว่าขาดเธอไม่ได้ เธอก็หายไปจากชีวิตเขาเสียแล้ว
รักระรินใจ

รักระรินใจ

27.2k การดู · เสร็จสิ้น · เตชิตา
ความรักในรอยแค้นของลัลน์ลลิน ลูกสาวคนเล็กของตระกูลวงศ์วิษณุที่สร้างบาดแผลและความเจ็บปวดไว้กลางใจเมฆพงษ์ เขตเมฆา นักธุรกิจพ่อหม้ายหนุ่มที่ในอดีตต้องสูญเสียทุกอย่างเพราะคนของวงศ์วิษณุ แต่สิ่งเดียวที่เขาได้จากครอบครัวนี้คือหัวใจภักดีของลัลน์ลลิน ผู้หญิงธรรมดาที่เต็มไปด้วยความหวัง ความรัก และความอดทนกับเวลาเก้าปีที่เธอเติบโตขึ้นอย่างมีมุ่งมั่นชดใช้ความผิดแทนครอบครัวเพื่อขอให้เขายกโทษให้ แม้ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับความผิดนั้นก็ตาม ลัลน์ลลิน ถูกคนที่เธอมีใจให้ทำร้ายซ้ำแล้วซ้ำเล่าอย่างเลือดเย็น เขาไล่เธอออกจากบ้านโดยไม่เหลียวมอง! ทำให้เธอต้องหอบหัวใจที่แหลกสลายเดินจากมาอย่างไร้จุดหมาย โชคดีที่เธอเจอกับธาวิน จิตแพทย์หนุ่มที่อบอุ่น และใส่ใจทุกคำพูดของเธอ เขาไม่ซักไซ้ ไม่มีคำปลอบใจ แค่ฟังและทำให้เธอรู้สึกเหมือนเป็นคนสำคัญ ผู้ชายที่เต็มใจเยียวยาหัวใจพัง ๆ ของเธอ ในขณะที่เมฆพงษ์ เริ่มรู้ตัวว่าเขาทิ้งสิ่งสำคัญไป...แต่บางครั้งความเสียใจมันก็สายเกินแก้ รักเก่าที่ยังค้างคา กับ ความรู้สึกใหม่ที่ค่อย ๆ ละลายหัวใจทีละนิด...คนหนึ่งเจ็บเพราะเคยผูกมัด อีกคนเยียวยาด้วยความเข้าใจแบบไม่ต้องพูดเลยสักคำ ใครคือคนที่หัวใจลัลน์ลลินจะเลือก? ระหว่างคนที่เคย ‘ครอบครอง’ ... กับคนที่แค่ ‘ยืนอยู่ข้าง ๆ’ ก็ทำให้เธอยิ้มได้ทั้งวัน
หลังคืนหนึ่งกับอัลฟ่า

หลังคืนหนึ่งกับอัลฟ่า

51.9k การดู · เสร็จสิ้น · Sansa
หนึ่งราตรี. หนึ่งความผิดพลาด. หนึ่งชีวิตที่ต้องชดใช้.

ฉันคิดว่าฉันกำลังรอคอยความรัก แต่กลับกลายเป็นว่าฉันถูกอสูรร้ายย่ำยี

โลกของฉันควรจะเบ่งบานในเทศกาลคืนจันทร์เต็มดวงที่อ่าวมูนเชด แชมเปญซาบซ่านอยู่ในสายเลือด ห้องพักในโรงแรมที่จองไว้เพื่อให้ฉันกับเจสันได้ข้ามเส้นความสัมพันธ์นั้นเสียทีหลังจากรอมาสองปี ฉันสวมชุดชั้นในลูกไม้ตัวสวย แง้มประตูทิ้งไว้ แล้วเอนกายลงบนเตียง หัวใจเต้นรัวด้วยความตื่นเต้นระคนประหม่า

แต่ชายที่ปีนขึ้นมาบนเตียงของฉันไม่ใช่เจสัน

ภายในห้องที่มืดสนิท อบอวลไปด้วยกลิ่นเครื่องเทศร้อนแรงชวนมึนหัว ฉันรู้สึกถึงมือคู่หนึ่ง...ร้อนรุ่มและเร่งเร้า...ที่ลูบไล้แผดเผาผิวของฉัน แก่นกายร้อนผ่าวที่กำลังตุบๆ ของเขากดเบียดอยู่กับความอ่อนนุ่มที่เปียกชื้นของฉัน และก่อนที่ฉันจะทันได้อ้าปากคราง เขาก็กระแทกกายเข้ามาอย่างแรง ฉีกกระชากความบริสุทธิ์ของฉันอย่างไร้ความปรานี ความเจ็บปวดแผดเผาไปทั่ว ช่องทางของฉันบีบรัดแน่นขณะที่ฉันจิกเล็บลงบนบ่าที่แข็งแกร่งราวกับเหล็กของเขา พยายามกลั้นเสียงสะอื้น เสียงเฉอะแฉะดังก้องไปกับทุกจังหวะการสอดใส่ที่รุนแรง ร่างกายของเขาโหมกระหน่ำไม่หยุดยั้งจนกระทั่งเขากระตุกเกร็ง ปลดปล่อยความอุ่นร้อนเข้ามาลึกล้ำในตัวฉัน

“สุดยอดไปเลยค่ะ เจสัน” ฉันเปล่งเสียงออกไปอย่างยากลำบาก

“เจสันคือใครวะ”

เลือดในกายฉันเย็นเฉียบ แสงไฟสาดส่องใบหน้าของเขา—แบรด เรย์น อัลฟ่าแห่งฝูงมูนเชด เป็นคนหมาป่า ไม่ใช่แฟนของฉัน ความหวาดผวาจุกอยู่ที่ลำคอเมื่อฉันตระหนักได้ว่าตัวเองทำอะไรลงไป

ฉันวิ่งหนีสุดชีวิต!

แต่หลายสัปดาห์ต่อมา ฉันก็ตื่นขึ้นมาพร้อมกับทายาทของเขาในครรภ์!

ว่ากันว่าดวงตาสองสีของฉันเป็นเครื่องหมายบ่งบอกว่าฉันคือ ‘ทรูเมท’ ที่หาได้ยาก แต่ฉันไม่ใช่หมาป่า ฉันเป็นแค่แอล คนธรรมดาจากเขตมนุษย์ ที่ตอนนี้ต้องมาติดอยู่ในโลกของแบรด

สายตาเย็นชาของแบรดตรึงฉันไว้ “ในตัวเธอมีสายเลือดของข้า เธอเป็นของข้า”

ฉันไม่มีทางเลือกอื่นใดนอกจากยอมรับกรงขังนี้ ร่างกายของฉันเองก็ทรยศ มันกลับโหยหาสัตว์ร้ายที่ทำลายชีวิตฉัน

คำเตือน: เหมาะสำหรับผู้ใหญ่อายุ 18 ปีขึ้นไป
เมื่อฉันทะลุมาเป็นบอดี้การ์ดสาวของนายมาเฟียจอมโหด!

เมื่อฉันทะลุมาเป็นบอดี้การ์ดสาวของนายมาเฟียจอมโหด!

11.3k การดู · กำลังอัปเดต · Peach뽀이
ก็แค่บอดี้การ์ดฝีมือดีคนหนึ่งที่พ่วงด้วยสถานะคู่นอนเป็นครั้งคราว เธอไม่ได้สำลักสำคัญอะไรต่อชีวิต แต่ไม่รู้ว่าทำไมเมื่อเธอจากไปหัวใจของมาเฟียจอมโหดถึงได้รู้สึกเดือดพล่านขนาดนี้!
..................................................................

พระเอก: ราฟาเอล มิลเลอร์

มาเฟียหน้าหล่อ แต่นิสัยโหด ไม่เคยได้รับบาดแผลใจอะไรในวัยเด็ก แต่กลับมีนิสัยบิดเบี้ยวอันน่ากลัว เพราะความทะนงตัวทำให้อยากได้อะไรก็ต้องได้ ชี้นกเป็นนก ชี้ไม้เป็นไม้ ใครกล้าขัดใจมีอันต้องอันตรธานหายไปจากสายตา สุขุม ซ่อนความใจร้อนไว้ภายใต้ใบหน้าเรียบนิ่ง แค่เพียงปรายตามองก็ทำเอาคนหายใจแทบไม่ออก

นางเอก: เกรซ โคปา (สีน้ำ)

บอดี้การ์ดสาวสวยฝีมือดี ถูกลักพาตัวมาฝึกเป็นทหารตั้งแต่เด็ก ถูกสอนให้ใช้อาวุธ เรียนศิลปะป้องกันตัว เรียนรู้การอารักขา และลอบฆ่า

นิสัย (เดิม) เงียบขรึม จริงจัง ทะเยอทะยาน
..................................................................

เรื่องย่อ

สีน้ำทะลุมิติเข้ามาในนิยายที่อ่านอย่างเอาเป็นเอาตายหลังจากสอบเข้ามหาลัยเสร็จหมาด ๆ นิยายเรื่องที่เธออ่านก็คือ 'กรงขังของนายมาเฟีย' นิยายอีโรติกสิบแปดบวกที่พระเอกเป็นมาเฟียจอมยึดติด ราฟาเอล มิลเลอร์ มาเฟียจอมโหดเขาหลงรักนางเอกที่เป็นคนธรรมดา เขาถูกใจในหน้าตาสะสวยของนางเอกของเรื่องอย่าง นาตาลี ตั้งแต่แรกเห็น เขาตกหลุมรักนางเอกในเรื่องอย่างนาตาลีแบบหัวปักหัวปำ แต่เลือกที่จะเข้าหาอีกฝ่ายด้วยวิธีผิด ๆ ซึ่งตัวละครที่สีน้ำทะลุเข้ามาสวมร่างไม่ใช่นางเอก แต่ทว่ากลับเป็นนางร้าย!
คุณหมอโหด ในโหมดหวงรัก

คุณหมอโหด ในโหมดหวงรัก

38.9k การดู · กำลังอัปเดต · ชาไทยเย็น
“คุณหมอภูมิ! วันนี้ถ้าคุณกล้าแต่งงานกับคนอื่น ฉันจะตายให้คุณดู!”
“ก็เอาสิ ผมก็มานี่แล้วไง ตายให้ผมดูสิ”

"ภูวินทร์" แม้จะเป็นศัลยแพทย์ แต่เขากลับเย็นชาและโหดเหี้ยมกว่าที่ใคร ๆ คิดเอาไว้

“ในเมื่อวันนี้คุณหมอไม่พร้อม ก็ยกเลิกงานหมั้นวันนี้ไปเถอะค่ะ ฉันไม่มีเวลาว่างมานั่งเล่นกับพวกคุณนะคะ”

"ศินีนารถ" ฟาดฝ่ามือไปที่ใบหน้าของคู่หมั้น หลังจากที่เขาปล่อยให้งานหมั้นวุ่นวาย เพียบตบเดียวจากเธอ ถึงกับเรียกสติของเขากลับมาทันที

“ไม่ได้ครับ! ผมไม่มีทางยกเลิกงานหมั้นนี้ ผมจะไปคุยกับเธอเอง"

แม้งานหมั้นจะผ่านไปได้วยดี แต่ทว่า.... ทุกอย่างไม่ได้ง่ายแบบนั้น

ทั้งเรื่องมือที่สาม และความไม่เข้าใจกัน ความดื้อดึงของเธอ เจอกับความเย็นชา เผด็จการและดุดันของเขา

เปลี่ยนคนที่โหดอย่างเขา กลายเป็นเริ่มคลั่งรักเธอ เริ่มขาดไม่ได้ และตามมาด้วยความหึงหวง
ซึ่งเป็นความหึงแบบไม่ธรรมดา ในเมื่อเขาคือ "สายโหด" ความขี้หึง ก็ต้อง "หึงโหด" เช่นกัน

"คู่หมั้นก็ถือเป็นสามีไปแล้วครึ่งหนึ่ง บอกมาว่ามันเป็นใคร แล้วให้มันแตะต้องตรงไหนบ้าง คืนนี้ผมจะลบออกไปให้หมด แล้วอย่าได้ให้ผู้ชายคนอื่นแตะต้องอีก คุณเป็นของผมคนเดียวเข้าใจมั้ย!"
"หมอคะคุณใจเย็น ๆ ก่อน อ๊าา!!!"
"คืนนี้ต่อให้ร้องขอชีวิต ก็อย่าคิดจะคลานลงจากเตียงนี้ไปได้เลย!"
โซ่สวาทร้อนรัก

โซ่สวาทร้อนรัก

516.2k การดู · เสร็จสิ้น · รินธารา
“ใครบอกให้คุณแต่งตัวแบบนี้หึ อยากจะโชว์ให้คนอื่นเห็นหรือไง ว่านมตัวเองมันใหญ่น่ะห้ะ”
“มันเรื่องของฉัน ตัวฉันของฉันนมก็นมของฉัน คุณไม่มีสิทธิ์มายุ่ง”
“ก็สิทธ์ของความเป็นผัวคนแรกของคุณไง นมคุณน่ะเป็นของผม ทั้งตัวคุณก็เป็นของผม...เข้าใจไหม? ”

คาเรน เซนโดริก อายุ 32 ปี
หนุ่มลูกครึ่งอเมริกา-อาหรับ ที่มีบุคลิกสุขุมเยือกเย็น เจ้าเล่ห์แสนกล และยังเป็นCEO บริษัทไอทีอินเตอร์เนชั่นกรุ๊ปชื่อดังในอเมริกาที่มีสาขาอยู่ทั่วโลก ในแต่ละวันจะมีสาวๆมาคอยปนเปรอสวาทให้เขาในทุกค่ำคืน และในที่สุดเขาก็จัดการเหยื่อสาวผิดคน เพราะคิดว่าเธอคือคนที่ลูกน้องหามา จึงใช้เงินปิดปากเธอให้จบเรื่อง แต่ใครจะคิดว่าเขาต้องมาเจอกับเธออีกครั้ง
ทับทิม รินลดา ชลวัตร อายุ 25 ปี
สาวแว่นช่างเพ้อ ที่มีความสามารถรอบด้าน พ่วงด้วยวาจาอันจัดจ้านไม่ยอมใคร จนถูกคัดเลือกให้ไปดูงานที่ดูไบ ต้องมาเปลี่ยนตัวเองให้กลายเป็นสาวสวยสุดมั่นสำหรับงานครั้งนี้ แต่พอไปถึงเธอกลับถูกซาตาน พรากพรหมจรรย์ไปตั้งแต่วันแรกที่ไปถึง และซาตานคนนั้นก็ดันเป็นเจ้าของบริษัทที่เธอทำงานอยู่ แล้วเธอจะทำอย่างไรต่อไปเมื่อต้องเจอกับเขาอีกครั้ง
สัญญารักประธานร้าย

สัญญารักประธานร้าย

69.2k การดู · เสร็จสิ้น · ปลายฟ้า
ไม่คิดไม่ฝันว่าเขาจะมายืนอยู่ตรงหน้าอีกครั้ง เป็นโชคดีของเธอแล้วที่เขาจำเธอไม่ได้ ลูกคนนี้จะได้เป็นสิทธิ์ขาดของเธอคนเดียว
พี่สาวครับรับรักผมด้วย

พี่สาวครับรับรักผมด้วย

10.1k การดู · เสร็จสิ้น · พลอยชนา
ถ้าอดีตเด็กชายที่เคยแกล้งคุณตอนเด็กๆ โตมากลายเป็น 'หนุ่มวิศวะหน้าหล่อ หุ่นแซ่บ' แถมยังเดินหน้าจีบคุณแบบไม่พัก... คุณจะใจแข็งทนไหวไหม? พบกับเรื่องราวความรักข้ามรุ่นสุดฮีลใจ ที่จะทำให้คุณรู้ว่า... อ้อมกอดของเด็กข้างบ้าน มันอุ่นกว่าที่คิด
องค์หญิงเข็มพิษ กับท่านอ๋องไร้หัวใจ

องค์หญิงเข็มพิษ กับท่านอ๋องไร้หัวใจ

8.8k การดู · เสร็จสิ้น · ชาไทยเย็น
เมื่อองค์ชายถังมู่เหรินถูกบังคับให้แต่งงานเพื่อเชื่อมสัมพันธ์กับองค์หญิงจ้าวซีเฟย การอยู่ร่วมจวนเดียวกันเหมือนอยู่บนเกาะภูเขาน้ำแข็งอีกฝ่ายเย็นชา อีกฝ่ายไร้หัวใจ แล้วทั้งคู่จะลงเอยกันได้เช่นไร...

"ทำไมข้าต้องแต่งเพื่อเชื่อมสัมพันธ์กับเขา เพียงเพื่อระงับสงครามงั้นหรือ เขาที่เรียกว่าปิศาจไร้หัวใจคนนั้น" จ้าวซีเฟย

"ทำไมข้าต้องแต่งกับนาง สตรีไร้มารยาท หลงตัวเอง เย่อหยิ่งแบบนี้ นั่นไม่ใช่สตรีที่ข้าต้องการ" ถังมู่เหริน

............."ส่งตัวเข้าหอ".............

"ข้าจะแยกห้องกับเจ้า"

"ข้าดีใจที่ได้ยินเช่นนั้น"

"งั้นก็ตกลงตามนี้ เราสองคน ต่างคน ต่างอยู่"

"ย่อมได้ รับพระบัญชาเพคะ"

......................................................

"นี่ ไม่ใช่นางนี่ คนที่ข้าพบครั้งก่อน ข้าแต่งกับใครกันแน่"

นางไม่ได้สวย ดูสง่างาม และดูสงบนิ่งแบบนี้ หรือข้าจะแต่งพระชายามาผิดคน หรือว่าข้าเองที่เข้าใจผิด

"ไหนบอกว่าเขาเป็นราชาปิศาจไร้หัวใจไง แต่ทำไม เป็นบุรุษหนุ่มหน้าตาคมคาย รูปงามเช่นนี้ล่ะ"

หรือว่าข่าวที่ได้ยินมาจะผิด เขาดูเป็นหนุ่มเจ้าสำอาง มากกว่าจะเป็นคนที่โหดเหี้ยมนั่นได้

""นี่มันอะไรกัน""
คลั่งไคล้ยัยแฮกเกอร์

คลั่งไคล้ยัยแฮกเกอร์

5.5k การดู · กำลังอัปเดต · OISIS
'หลินมู่มู่' คือฟรีแลนซ์รับจ้างปั่นกระแสและขโมยข้อมูลที่หน้าหนาและหน้าเงินที่สุดในปักกิ่ง กฎเหล็กของเธอคือ 'ตราบใดที่เงินถึง จะให้ด่าใครก็ทำได้ทั้งนั้น' แต่ใครจะไปคิดว่าภารกิจล้วงความลับในโรงแรมห้าดาวครั้งนี้ จะทำให้เธอถูก 'กู้ฉือเจิง' เจ้าพ่อแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียสุดโหด จับได้คาตาแถมยังต้อนเธอจนมุมอยู่บนเตียงคิงไซส์!

แทนที่จะส่งตัวเธอให้ตำรวจ ประธานกู้ผู้ชอบใช้เงินแก้ปัญหา(และหวงของขั้นสุด) กลับโยนเช็คตัวเลขเจ็ดหลักใส่หน้า พร้อมยื่นข้อเสนอที่ไม่อาจปฏิเสธได้... นั่นคือการจ้างเธอเป็น 'กระสอบทรายระบายอารมณ์ส่วนตัว' แบบผูกขาด ห้ามรับงานอื่น ห้ามมองผู้ชายคนอื่น และห้ามปฏิเสธเมื่อเขาต้องการ!

ภายใต้แว่นตาขอบเงินที่ดูภูมิฐาน เขาคือพญามารจอมเอาแต่ใจที่ดุดันไม่เกรงใจเตียง จนเธอต้องลอบรีวิวสมรรถภาพของเขาในใจเหมือนรีวิวสินค้าในเถาเป่า ปากสั่นร้องไห้บอกว่าไม่ไหว แต่สมองกลับคำนวณทิปค่ากระเป๋าแบรนด์เนมอย่างรวดเร็ว

เมื่อความสัมพันธ์ที่เริ่มต้นด้วย 'เงินตราและราคะ' ถลำลึกจนเตียงแทบหักทุกคืน งานนี้สายลับสาวหน้าเงินจะกอบโกยกำไรจนคุ้ม หรือจะขาดทุนย่อยยับเพราะเผลอเอาหัวใจไปจำนองให้ท่านประธานกันแน่?
ใต้เงาสเน่หา

ใต้เงาสเน่หา

16.3k การดู · กำลังอัปเดต · นรานิณ
เพราะมรสุมชีวิตและรักเก่าที่พังทลาย ทำให้ ‘เพลงพิณ’ นักโภชนาการสาวต้องยอมลดตัวมาเป็นแม่ครัวส่วนตัวในคฤหาสน์หรู เพื่อหาเงินรักษาเทวดาตัวน้อยของเธอ...

ทว่าสิ่งที่เธอต้องรับมือกลับไม่ใช่เพียงเมนูอาหารรสเลิศ แต่เป็น ‘ไทม์’ CEO หนุ่มผู้เย็นชา เย่อหยิ่ง และกินยากที่สุดในสามโลก! จากความระแวงแคลงใจในคราแรก แปรเปลี่ยนเป็นความสิเน่หาอันลุ่มหลงที่ซ่อนเร้นอยู่ภายใต้เงามืดของคฤหาสน์

ท่ามกลางสายตาผู้ใหญ่และคำครหาเรื่องชนชั้น เขาตีตราจองเธอไว้ด้วยความหึงหวงอันบ้าคลั่ง ขณะที่เธอพยายามเจียมตัวและหลบหนี...
แต่ยิ่งเธอถอยห่าง เขากลับยิ่งก้าวเข้ามาประชิด และพร้อมจะบดขยี้ทุกคนที่กล้าพราก ‘ยอดดวงใจ’ ไปจากเขา!