บทที่ 15 ตอนที่ 12.1 ใจเต้นแรงกับลักยิ้ม
โปรดปราณ Part
หลังจากกินข้าวเสร็จผมก็จับไอ้ปอมานั่งตกลงอย่างเป็นงานเป็นการโดยที่ผมให้มันอ่านเงื่อนไขรายละเอียดทุกอย่างเพื่อตัวมันเอง มันก็ท้วงกับเงินสามหมื่นต่อเดือนที่ผมให้ว่าเยอะเกินไปท้วงนั่นท้วงนี่งึมงำตามประสาเด็กขี้เถียง จะว่ากันจริง ๆ แล้วต้องเรียกตามประสาเด็กซื่อแบบมันมากกว่า น่าตลกสีหน้าเจื่อน ๆ ของมันตอนที่ผมบอกว่าไม่มีวันรักเด็กขายตัวแบบมัน ความรู้สึกของผมไม่ได้คิดจะดูถูกดูแคลนอะไรมันขนาดนั้นแต่เวลาเห็นมันทำหน้าจ๋อย ๆ แล้วตลกดีแค่นั้นเอง
"พี่โปรดไปส่งปอที่ห้องหน่อย"
"มึงจะกลับไปทำไมตอนนี้เนี่ยนอนที่นี่แหละเดี๋ยวพรุ่งนี้เช้ากูไปส่ง" มันก็ทำปากขมุบขมิบบ่นไปเรื่อย เรื่องของเรื่องคือถ้ามันกลับห้องวันนี้ผมก็ต้องไปนอนห้องมันแล้วผมขี้ร้อนไงขนาดจะสิ้นปีอีกวันสองวันนี้ละคงไม่มีแล้วหน้าหนาวน่ะ
"งั้นตัวต้องไปส่งเค้าตีห้านะเค้าต้องไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าอีกเดี๋ยวไปโรงเรียนสายวันนี้ก็ไม่ได้ไปด้วย" หือ เค้า ตัว? ผมแอบหันหน้าหนีแล้วหัวเราะขำเบา ๆ นี่ไอ้ปอมันมุ้งมิ้งเป็นด้วยนึกว่าจะกวนตีนเป็นอย่างเดียว แต่เวลามันแทนตัวเองว่าปอหรือเค้านี่ก็ฟังดูน่ารักดี
"หกโมงเช้าแล้วกันโรงเรียนอยู่แค่นั้นเองมึงจะรีบไปช่วยลุงยามเปิดประตูรึไง"
"จะรีบไปลอกการบ้านหรอก เฮ้อ ถ้าไม่ไปส่งงั้นปอนอนก่อนนะ" พอไม่ไปส่งมันก็กลับมาเป็นเหมือนเดิม มันจะเลื้อยตัวไปนอนอีกฝั่งของเตียงผมก็เลยเอาขาตัวเองเกี่ยวเอวมันไว้มันก็ดิ้นขลุกขลักไปเรื่อยสุดท้ายก็ขยับมานอนที่เดิม
"ฝันดีนะครับพี่โปรด" เสียงมันงัวเงียตาก็จะปิดแหล่ไม่ปิดแหล่อยู่แล้วแบบนี้ยังจะกลับห้องอีกนะมึงนี่ ไม่ถึงห้านาทีไอ้ปอก็กรนฟี้เบา ๆ แต่มันกลับเอาแขนสองข้างของมันมากอดรัดแขนผมไว้ ผมเองก็นอนมองมันตอนหลับแล้วแปลกใจตัวเองเหมือนกันว่าทำไมต้องเอ่ยปากยื่นข้อเสนอแบบนั้นให้มันไป หรืออาจเป็นเพราะผมสงสารมันที่ต้องเผชิญกับเรื่องหนัก ๆ หลายเรื่องโดยลำพังมากกว่าเด็กวัยเดียวกันที่ต้องเจอ มันเป็นเด็กสู้ชีวิตเป็นคนมองโลกมุมบวกเสมอคนแบบนี้แหละจะถูกเอาเปรียบง่าย ๆ
ผมก็เป็นอีกคนที่เอาเปรียบมันด้วยร่างกายแต่ดันปากดีเอ่ยไปว่าจะไม่เอาเปรียบมัน ทั้งที่ก็รู้ว่าที่ตัวเองทำอยู่ ผมนี่แหละได้กำไรเต็ม ๆ แต่ช่วงเวลาที่มันอยู่กับผมอะไรก็ตามที่ผมสามารถให้มันได้นอกจากเรื่องความรู้สึกผมก็จะพยายามชดเชยให้ในสิ่งที่มันไม่เคยรับมาก่อน อย่างน้อยมันจะได้มีอะไรที่น่าจดจำเหมือนคนอื่นในวัยนี้บ้าง
"พี่โปรดมีกอเอี๊ยะมั้ย" ผมยืนอ้าปากหาวหวอด ๆ ก็นี่เพิ่งจะตีห้าครึ่งเองมันจะรีบไปไหนวะ
"ไม่มีมึงจะเอาไปทำอะไร"
"ปอจะเอาไปแปะคออะ" มันยืนส่องกระจกหน้านิ่วคิ้วแทบจะชนกันอยู่แล้วนั่นน่ะ
"คอมึงเป็นอะไรไหนดูดิ๊"
"เป็นรอยดูดน่ะสิ ไม่ต้องมาดูเลยพี่โปรดแหละทำชัดขนาดนี้ไอ้คิทกับไอ้เบียร์ต้องถามแน่ ๆ ไปเถอะเดี๋ยวต้องรีบไปลอกการบ้านอีก ฮึ่ม เพราะสองคนนั้นจริง ๆ เลยทำให้ปอไม่ได้ทำการบ้านสาธุขอให้โดนขังลืมไปเลย" ผมอดหัวเราะกับคำสาธุของมันไม่ได้แต่รอยดูดแค่ไม่กี่รอยจะห่วงอะไรนักหนาวะ
"เอากุญแจห้องมึงมาดิ" ผมจอดรถหน้าร้านลาบก่อนจะเดินตามมันไปห้องแถว พอเดินผ่านที่เกิดเหตุวันก่อนมันก็รีบคว้ามือผมไปจับก่อนจะดึงแขนให้รีบเดินผ่านเร็ว ๆ
"อะ แล้วไม่ต้องซื้ออะไรมาเพิ่มอีกนะแค่ของพี่โปรดก็เต็มห้องแล้ว" มันก็ยังห่วงเรื่องจะมีข้าวของมาเพิ่มอีกเหมือนเดิมย้ำเรื่องนี้ตั้งแต่ออกจากคอนโดละ
"เออน่า ไปรึยังโรงเรียนน่ะกูจะเดินไปส่ง"
"ไม่เอาปอเดินไปเองพี่โปรดจะไปขนของก็ไปเถอะ" ผมเลิกคิ้วจงใจส่งสายตากวนตีนไปให้มัน
"เฮ้อ งั้นเอารถไปแล้วไม่ต้องเปิดกระจกรถนะเดี๋ยวคนอื่นเห็น" มันนั่งใส่ถุงเท้าไปด้วยสั่งผมไปด้วย กลัวใครเห็นกันนักกันหนาวะแล้วถ้าคนอื่นเห็นมันจะเป็นยังไง? ไอ้ปอกับคนอื่นแตกต่างกันจริง ๆ อย่างเปานี่แทบจะกราบให้ผมลงไปส่งถึงห้องเรียนเลยเถอะ
"ทำไมมึงกลัวไอ้เด็กที่มาค้างวันก่อนจะเห็นรึไง ตกลงเป็นแค่เพื่อนกันจริง ๆ อย่างที่มึงพูดรึเปล่าวะ ไอ้ปออย่าลืมที่กูเคยเตือนไว้นะแปรงสีฟันมันเป็นของส่วนตัวของกูกูไม่ชอบให้คนอื่นมาใช้ร่วมด้วย" ผมเน้นใจความสำคัญให้มันจำไว้เพราะมันเป็นคนแรกที่ผมถือว่าเลี้ยงดูจริงจังอย่างนี้ ถึงจะไม่ได้รู้สึกอะไรแต่อย่างน้อยมันก็เป็นของผมและผมก็ค่อนข้างหวงทุกสิ่งทุกอย่างที่เป็นของผม ไม่ใช่หวงแบบรักแต่หวงเพราะผมเป็นเจ้าของมันต่างหาก
"เปล่าปอแค่.."
"มึงกลัวจะเป็นขี้ปากชาวบ้านอีก? ไอ้ปอก่อนที่มึงจะตัดสินใจเซ็นสัญญากูก็บอกแล้วไงว่าคิดให้ดี ๆ การที่มึงเป็นเด็กของกูมึงคิดแค่ว่ากูจะมาหามึงที่ห้องมาเอากันที่ห้องก็จบรึไง ใจคอมึงจะไม่ออกไปดูโลกภายนอกกับกูบ้างเหรอไปเที่ยวต่างจังหวัดบ้างไปที่ที่มึงไม่เคยไปจะได้รู้ว่าโลกเขาไปถึงไหนกันแล้ว" ไอ้ปอหันขวับมาแต่ผมสิไปไม่เป็น
ให้ตายเถอะตั้งแต่รู้จักไอ้ปอผมลืมไปซะสนิทเลยว่ามีอย่างหนึ่งที่ผมไม่เคยเห็นหรือไม่เคยได้รับจากมัน พอมาได้รับจากมันเป็นครั้งแรกก็ทำให้ผมใจเต้นแรงอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อนในชีวิต ไอ้ปอมันส่งยิ้มกว้าง ๆ มาให้มันยิ้มจนเห็นลักยิ้มบุ๋มลงไปกับแก้มทั้งสองข้าง แต่ทำไมหัวใจผมมันเต้นแรงไม่หยุดวะ
"จริงนะพี่โปรดพี่จะพาเค้าไปข้างนอกไปดูนั่นดูนี่ด้วยกันจริง ๆ นะ อย่าหลอกกันล่ะเค้าถือว่ามันเป็นคำสัญญา ดีใจมาก ๆ เลยตั้งแต่เกิดมานอกจากไปธุระกับหลวงพ่อหรือไปเที่ยวกับโรงเรียนเค้าก็ไม่เคยไปเที่ยวที่ไหนกับใครเลย อ้อนอกจากไปส่งเพื่อนซื้อของที่ห้างอะ" ไอ้ปอวิ่งมาเกาะแขนยิ้มแป้นตาเป็นประกายจนผมทำตัวไม่ถูก
"พี่โปรดไม่สบายรึเปล่าติดหวัดจากเค้าเมื่อวานปะเนี่ย" หน้าไอ้ปอซีดลงมันรีบเอามือมาแตะแก้มแตะหน้าผากผมใหญ่
"เปล่า รีบไปกันเถอะเดี๋ยวมึงไปลอกการบ้านไม่ทันแล้วจะมาโทษกูอีก" ผมรีบถอยหลังจากมันแล้วเดินออกไปรอนอกห้อง พอจะรู้ว่าทำไมมันถึงถามอย่างนั้นคงเป็นเพราะไอ้หน้าแดง ๆ ของผมนี่แหละ
"พี่โปรดตัวอย่าลืมนะว่าจะพาเค้าไปเที่ยวต่างจังหวัดเค้าอยากไปมาก ๆ ไม่เคยไปที่ไหนไกล ๆ เลย ขอไปไกล ๆ ได้มั้ยอะเค้าอยากไปทะเลเค้าชอบที่โรงเรียนเคยพาไปชะอำครั้งหนึ่งน้ำทะเลนี่เค้มเค็มเนอะ" ไอ้ปอมันยังยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ทั้งที่หน้ายังมีรอยช้ำอยู่ ยังยิ้มแป้นทั้งที่เดินผ่านที่เกิดเหตุวันนั้น และยังยิ้มแฉ่งทั้งที่มือของมันก็ยังเกาะอยู่ที่แขนผม
หลังวันที่ 31 นี้ผมคงต้องรบกวนพี่บัญชาให้ช่วยดูร้านสักสองวันแล้วมั้ง จะพาเด็กกรุงเทพออกไปชิมน้ำทะเลใกล้ ๆ ก่อนสักครั้ง ถ้ามันปิดเทอมค่อยพาไปที่ไกล ๆ อืม..ไม่ต้องไปเกาะเสม็ดแต่ไปภูเก็ตก็คงจะเสร็จได้เหมือนกัน
"ปอมึงเตรียมลางานลุงเลิศไว้นะวันที่หนึ่งกับสองกูจะพาไปพัทยาไปค้างสักคืนก่อนแล้วกันไว้มึงปิดเทอมค่อยไปไกล ๆ "
"ครับท่าน" ผมอดแจกลูกดีดใส่เหม่งมันไม่ได้ก็ตั้งแต่ที่มันเจอไอ้ดิวมาช่วยขนของวันก่อน แล้วไอ้มึนนั่นมันดันเรียกผมว่าท่านต่อหน้าไอ้ปอจนไอ้ปอเอาไปเรียกตามน่ะสิ นี่ผมยังไม่ได้ชำระความเรื่องโทรศัพท์กับไอ้ดิวนะพักนี้ปิดเทอมปุ๊บมันก็เงียบหายปั๊บ เคยไลน์มาหาผมแค่ครั้งเดียวบอกว่ามันกำลังปักหลักกับคนที่มันปักใจอยู่
ฮึ่ม! อย่าให้กูรู้ว่าเป็นใครกูจะพาไอ้โยตามไปป่วนจนอพยพแทบไม่ทันเลย มาสวมรอยเป็นไอ้ปอคุยไลน์กับกูได้ตั้งหลายวันไอ้มึนดิวมึงแสบจริง ๆ
"พรุ่งนี้มึงจะไปเคานต์ดาวน์ที่ไหน"
"ทุกปีปอจะสวดมนต์ข้ามปีกับหลวงพ่อน่ะแต่ปีนี้คงอยู่ร้านลุงเลิศนั่นแหละ" เสียงมันเบาลงตอนพูดถึงหลวงพ่อ เห็นแววตาหงอย ๆ ของมันแล้วก็อดล็อกคอมันเข้ามาหาไม่ได้ ไอ้ปอก็งับแขนผมกลับเห็นตัวเล็ก ๆ แบบนี้แต่มันใจสู้นะครับเวลาผมทำอะไรมันจะสู้กลับตลอดแหละ
แต่ถ้าคลุกคลีกับไอ้ปอจริง ๆ แล้วจะรู้ว่ามันก็แค่เด็กอายุสิบเจ็ดคนหนึ่งที่พยายามทำเป็นเข้มแข็งเพราะต้องอยู่คนเดียว ทั้งที่ลึก ๆ แล้วมันก็มีมุมอ่อนแอมุมเอาแต่ใจมุมงี่เง่าแล้วก็มุมขี้อ้อนเหมือนทุกคนเพียงแต่มันไม่แสดงออกให้คนอื่นเห็นเท่านั้นเอง คงเป็นเพราะมันเคยชินกับการต้องเป็นไอ้ปอที่แข็งแกร่งโดยไม่มีใครเป็นที่ยึดเหนี่ยวมั้ง
"ปอกูถามหน่อยเถอะทำไมมึงถึงชื่อปอรักวะ" ผมยกขามาก่ายขามันไว้แขนก็พาดยาวไปตามที่นอนแล้วดึงหัวไอ้ปอมาหนุนแขนเหมือนประจำ ไม่รู้ว่าท่านี้ผมหรือมันเป็นคนติดกันแน่นะแต่ถ้านอนด้วยกันเมื่อไหร่แล้วผมมักจะดึงหัวมันมาหนุนแขนเสมอมันเหมือนเป็นความเคยชินไปแล้ว
ฉิบหายล่ะ..เคยชิน! คิดได้ก็รีบผลักหัวไอ้ปอไปหนุนหมอนเหมือนเดิมจนมันหันมาทำหน้างง ๆ ผมลุกไปหลังห้องมือก็คว้าบุหรี่มาสูบไปด้วย ความเคยชินมันน่ากลัวก็ตรงที่เราจะรู้สึกเหมือนขาดอะไรไปทันทีหากวันหนึ่งบางสิ่งมันไม่เหมือนเดิม
ผมไม่อยากมีอะไรที่เป็นความเคยชินร่วมกับไอ้ปอเพราะผมมั่นใจว่าสุดท้ายแล้วไอ้ปอมันก็ยังไม่ใช่คนที่ผมต้องการ ไม่ใช่ว่าผมไม่ยอมเปิดใจให้มันไม่ใช่ว่ามันเป็นเด็กไม่มีที่มาที่ไปไม่ใช่ว่ามันเป็นเด็กเสิร์ฟเด็กล้างจานร้านลาบ ผมไม่มีเหตุผลอะไรมาหยิบยกว่าทำไมถึงเป็นไอ้ปอไม่ได้ รู้เพียงแต่ความรู้สึกผมมันบอกว่าไอ้ปอมันยังไม่ใช่แค่นั้นเอง
