บทที่ 4 ตอนที่ 4 ไอ้เด็กของผม

โปรดปราณ Part

ทำไปแล้วเมื่อคืนหลังจากที่ทำไปแล้วก็อดด่าตัวเองไม่ได้ผีห่าซาตานตัวไหนมันดลบันดาลให้ผมจูบไอ้เด็กเวรนั่นวะ จืดชืดชะมัดไม่ได้เรื่องสักนิดจูบปุ๊บรู้ปั๊บเลยว่าไอ้นี่มันซิงแม้กระทั่งจูบผมค่อนข้างมั่นใจว่าผมเป็นจูบแรกของมัน จูบแรก? ซิง? น่าสนใจนี่หว่า

"ไอ้ห่าโปรด! "

"มึงจะแหกปากตะโกนทำไมวะโย" ผมหันไปดุมันสายตาก็มองอย่างเอือมระอา เมื่อไหร่มันจะโตสักทีวะ

"ก็กูเรียกมึงตั้งนานแล้วอะมึงก็มัวแต่ทำตาหวานตาเชื่อมลอยไปไหนต่อไหนแล้ว ทำไม เมื่อคืนมึงไปฟันนางฟ้านางวิมานมาจากไหนวะเก็บมาเคลิ้มได้จนถึงตอนนี้อะ"

"กูเนี่ยนะทำตาหวานตาเคลิ้ม? มึงไปตัดแว่นใส่ดีมั้ยโยเดี๋ยวกูออกตังค์ให้ จะเป็นหมอมึงต้องรู้จักรักษาตัวเองก่อนนะเว้ย" ผมแย้งมันเสียงแข็งก็เมื่อกี้ผมคิดถึงจูบของไอ้เด็กเวรนั่นถ้าผมยอมรับข้อกล่าวหาของไอ้โยก็เท่ากับว่า...

"หึหึ กูว่ามึงต้องการกระจกนะโปรด มึงไม่ได้ตาเยิ้มอย่างไอ้โยบอกหรอกแต่มึงกำลังสนุกกำลังถูกใจดูท่าจะถูกใจมากด้วย" ไอ้ตุลย์นั่งลงได้ก็เริ่มวิจารณ์ผมทันทีตามมาด้วยเสียงหัวเราะเบา ๆ จากไอ้นัทที่เดินตามหลังมานั่งข้าง ๆ มัน

"สงสัยมันจะเจอของเล่นถูกใจนั่งยิ้มน้อยยิ้มใหญ่อยู่คนเดียว" ไอ้เดียร์ก็เป็นอีกคนที่ควรไปตัดแว่นทำไมพวกหมอมันทักผมแบบนี้วะ

"อะให้ยืม" ผมรับกระจกจากไอ้ยิ้มมาส่องดูตัวเองแล้วอดกระแอมไอไม่ได้ ไอ้คนที่ปากยิ้มแววตาดูตื่นเต้นสนุกในกระจกไม่ใช่ผมใช่ไหม

"เออใช่ มีของดีอะไรวะไอ้โปรดแบ่งเพื่อนฝูงบ้างดิ ถ้าถึงกับทำให้ท่านโปรดแห่งวิศวะนั่งตาลอยแบบนี้ได้กูว่าไม่ธรรมดา"

"มี คืนนี้มาที่ร้านแล้วกันเดี๋ยวกูแนะนำให้มึงรู้จักแน่เพื่อนโย" ปากน่ะพูดกับไอ้โย แต่สายตาผมส่งไปให้ไอ้นัทกับไอ้ตุลย์อย่างรู้กัน เป็นผัวชาวบ้านมานานแล้วคืนนี้กูจะหาผัวให้มึงบ้างไอ้โย หึหึ

"พี่โปรดคิดถึงจังเลยครับไม่ได้เจอกันตั้งหลายวัน"

"อืม พี่ไม่ว่างน่ะ" ผมจอดรถรับเปาที่ข้างโรงเรียนเหมือนเดิมแต่ที่ไม่เหมือนเดิมคือสายตาผมมันกวาดมองไปทั่วสแกนทุกตารางเมตร และแล้วก็เจอเป้าหมายกำลังเดินก้มหน้าก้มตาหาเศษเหรียญอยู่ข้างถนนเดินแบบนี้กลัวจะตกท่อหรือไงวะ

"พี่โปรดคืนนี้ค้างกับเปานะครับ"

"พี่นัดเพื่อนไว้น่ะ"

ปี๊น พอรถใกล้จะผ่านไอ้เด็กเวรนั่นผมก็อดมือตัวเองไม่ได้ตบแตรใส่มันไปสักทีหนึ่ง

"บีบแตรให้ใครครับ"

"ลูกหมาน่ะ กินข้าวก่อนมั้ยเดี๋ยวไปส่ง"

"ไม่อะถ้าแวะกินข้าวก็เสียเวลาที่อยู่กับพี่โปรดอีก" ผมเหลือบตามองเปาที่นั่งจ๋อย ๆ ก็พอจะรู้อยู่บ้างว่าเปาคิดอะไรเกินเลยเรื่องผม แต่ก่อนหน้าที่เราจะติดต่อกันแบบนี้ผมเคยตกลงกับเปาไว้แล้วว่าเราจะเป็นแค่คู่นอน ถ้าเปามีอะไรให้ผมช่วยเหลือผมก็พร้อมจะซัปพอร์ตในฐานะคู่นอนอย่างเต็มที่แต่แค่ฐานะคู่นอน ถ้าเปาเริ่มจะคิดไปไกลเห็นทีว่าผมคงจะหมดเวลากับเด็กคนนี้แล้วล่ะ

"วันนี้พี่ไม่มีเวลาขึ้นไปเดี๋ยวไปส่งเปาเลยละกัน พรุ่งนี้เช้าจะมารับไปโรงเรียน" ตอนแรกก็กะจะจบความสัมพันธ์วันนี้แต่ถ้าจบแล้วมันจะมีเหตุผลอะไรให้ผมไปแถวนั้นอีกล่ะ รออีกนิดสิเรื่องสนุก ๆ มันเพิ่งจะเริ่มต้น

"ครับ" เปาตอบรับเบา ๆ ผมเองก็ไม่ได้หันไปมองเหมือนกันในหัวตอนนี้มันกำลังวางแผนจะเอาชนะไอ้เด็กเวรนั่นอยู่ มึงไม่รอดแน่ไอ้เด็กสิบแปดมงกุฎกูจะปราบพยศให้ครางอิ๋ง ๆ เลยมึง

"วันนี้มาตามเวลานัดนะแสดงว่าไม่ได้กกเด็กมา"

"หึหึ กูรีบมาทำตัวเป็นกามเทพน่ะ" ผมทรุดตัวนั่งตรงกลางระหว่างไอ้ตุลย์กับไอ้นัท ก่อนจะกระซิบนัดแนะพวกมันให้เรียบร้อยโดยมีสายตาไอ้โยมองตามอย่างระแวง ถูกต้องครับมองอย่างระแวงจริง ๆ ชีวิตมันคงต้องอยู่อย่างหวาดระแวงไปตลอดเพราะอะไรน่ะเหรอ เพราะนิสัยหอนไปเรื่อยกวนตีนไปทั่วราชอาณาจักรแบบนั้นน่ะสิ มันถึงกลัวว่าจะโดนแกล้งตลอดเวลา

"พี่โปรดสวัสดีครับคิดยังไงเรียกผมออกมาที่นี่วะพี่" ดื่มได้ไม่ถึงสิบนาทีไอ้ดิวก็ตามมา ไอ้นัทกับไอ้ตุลย์สะกิดผมใหญ่โดยไม่กลัวไก่จะตื่นสักนิด

"ไม่คิดยังไงมึงก็เป็นน้องที่กูรักมากไงเลยเรียกมาให้รู้จักกับเพื่อนรักกูสักหน่อย นั่งดิ" ผมพยักพเยิดให้มันนั่งข้างไอ้โยทีนี้ล่ะกูจะดูว่าใครจะประสาทกินก่อนกันระหว่างมึงสองคนน่ะ

"นี่พวกเพื่อนกูเอง คนนี้..."

"เดี๋ยวครับผมรู้จักพวกพี่เขาแล้ว ผมเป็นรุ่นน้องมัธยมโรงเรียนเดียวกับพวกพี่เขาน่ะ สวัสดีครับพี่ ๆ ฝากตัวด้วยครับ" เป็นเรื่องน่าแปลกใจเล็กน้อยสำหรับผมที่รู้ว่าไอ้ดิวเป็นรุ่นน้องไอ้พวกนี้ ก็อย่างที่ผมบอกแหละไอ้ดิวมันเป็นน้องรหัสที่มีเมียเป็นโทรศัพท์ วัน ๆ หนึ่งแทบจะไม่เงยหน้าคุยกับพี่รหัสอย่างผม แล้วตั้งแต่เป็นพี่เป็นน้องผมเคยเจอมันสักกี่ครั้งกันล่ะเลยไม่ได้รู้ประวัติอะไรมากมายนัก

"เอ๋..นี่น้องดิวเพื่อนน้องปันปันกับน้องมินสุดที่รักของพี่โยรึเปล่าวะ"

"ถูกครับผมเป็นเพื่อนปันปันกับมิน แต่ได้ข่าวว่ามินไม่ใช่สุดที่รักของพี่นี่ใช่มั้ยครับพี่ตุลย์? " งานนี้ชักมีกลิ่นตุตุ เมื่อไอ้น้องรหัสของผมมันส่งสัญญาณอะไรสักอย่างไอ้ตุลย์กับมินงั้นเหรอ? น่าสนใจดี

"หึหึ กูก็ไม่รู้สินะ" ยิ่งได้ฟังที่ไอ้ตุลย์ตอบพร้อมกับกระดกเหล้าทีเดียวหมดแก้วยิ่งตอกย้ำกลิ่นทะแม่ง ๆ นั้นให้มันชัดเจนขึ้น

"สุดหล่อเรายังไม่รู้จักกันเลยนะคะ สวัสดีค่ะพี่ชื่อพี่ยิ้มสุดสวยเป็นเพื่อนของอิพวกนี้ค่ะ"

"สวัสดีครับพี่ยิ้ม ดิวครับ" ไอ้ดิวตอบเสียงเรียบจากนั้นมันก็เข้าสู่การปลีกวิเวกวังเวง อยู่กับโลกที่ไม่มีวันจะเกิดน้ำท่วมได้ แผนจะหาผัวให้ไอ้โยแป้กแล้วมั้งเนี่ยอะไรจะบังเอิญขนาดนั้นวะ

"กูออกไปสูบบุหรี่ก่อน"

"โอ๊ย มึงช่างเป็นเจ้าของผับตัวอย่างซะจริงไอ้ท่านโปรดขนาดสถานที่เป็นของมึงทั้งหมดมึงยังต้องออกไปร่อนเร่สูบบุหรี่ข้างนอกเลย กูล่ะอยากมอบรางวัลบุคคลตัวอย่างให้มึงจริง ๆ " หมาคงเข้าไปคลอดลูกในปากไอ้โยเป็นฝูงเพราะเวลามันอ้าปากพูดทีไรชอบหลุดออกมาทีละตัวสองตัวแล้วหลุดออกมาแบบไม่มีวันหมดด้วยนะ

ผมขี้เกียจฟังมันเพ้อเลยเอื้อมมือไปผลักหัวมันทีหนึ่ง แล้วเดินออกมาด้านนอกกะจะสูบบุหรี่สักตัวค่อยแวะสั่งงานพี่บัญชาอีกหน่อย ผับนี้เป็นผับแรกที่พ่อยกให้ผมบริหารเต็มตัวตั้งแต่จบม.หกใหม่ ๆ พ่อบอกว่าจะได้กำไรหรือขาดทุนผมต้องรับผิดชอบเองทั้งหมด แต่ที่ผ่านมานี่ก็ยังไม่เคยขาดทุนต้องขอบคุณทีมงานที่ไว้ใจได้อย่างพี่บัญชาที่คอยดูแลให้ผมทุกเรื่อง ถามว่าพ่อมอบหมายหน้าที่นี้ให้ผมเร็วไปไหมตอบเลยว่าไม่ครับเพราะผมเกิดและโตมากับกิจการกลางคืนของครอบครัวมันชินแล้วที่จะอยู่กับเรื่องพวกนี้

ส่วนบริษัทรับเหมาก่อสร้างที่พ่อกับอาอาจน้องชายหุ้นกันอยู่ พ่อก็ให้อาอาจกับพี่ ๆ น้องๆ ดูแลไป นึกถึงอาอาจแล้วคิดถึงยัยชมพู่เหมือนกันไม่ได้คุยกันตั้งเกือบเดือนไม่รู้ว่าซุ่มป่วนอะไรอยู่ผมโทรหาทีไรมันไม่ว่างตลอดเลยไอ้น้องสาวคนนี้

"ไอ้ชายตกลงว่าไอ้ปอมันขายตัวจริงปะวะ"

"เออดิ มึงเห็นรูปที่เขาส่งต่อกันในไลน์กลุ่มโรงเรียนปะ ตอนไอ้ปอขึ้นรถตั้งนานสองนานไปทำอะไรกับเขาบนรถน่ะเขาว่าไอ้คนนั้นแหละที่ไอ้ปอไปขายตัวให้อยู่ประจำ ขนาดคนเดินผ่านไปผ่านมาเยอะแยะรถก็จอดอยู่ข้างรั้วโรงเรียนมันก็ยังใจกล้านะมึงโคตรใจถึงว่ะ"

"แต่นั่นมันเสี่ยของพี่เปาไม่ใช่เหรอวะกูเห็นเขาไปรับพี่เปาที่โรงเรียนบ่อย ๆ แบบนี้ก็เท่ากับว่าไอ้ปอมันแย่งเสี่ยของพี่เปาน่ะสิ โห่เห็นเงียบเฉยทำตัวสงบเสงี่ยมเป็นเด็กวัดที่แท้แม่งร้าย กูล่ะสงสารพี่เปาเลยโดนไอ้เด็กวัดแย่งกันเห็น ๆ แบบนี้"

"ถ้ามึงอยากจะรู้อะไรก็เข้าไปดูในไลน์กลุ่มเลยเดี๋ยวกูดึงมึงเข้ากลุ่มเองรายละเอียดเพียบ ที่โรงเรียนเรามีคนเคยใช้บริการไอ้ปอด้วยนะเว้ยเห็นมันคุยฟุ้งในไลน์ใหญ่ว่าพันเดียวเสียวทั้งคืนไอ้ปอบริการได้ถึงอกถึงใจ กูก็อยากลองสักทีหนึ่งเหมือนกันวันก่อนกูลองถามมันแม่งทำเป็นบอกไม่ได้ทำแถมด่ากูอีกสงสัยหาเรื่องขึ้นราคาค่าตัวมากกว่าว่ะ" ผมเหยียบบุหรี่ที่สูบจนหมดมวนแล้วเดินผ่านไอ้เด็กสองคนที่ยืนสูบบุหรี่อยู่ด้านหลังดูแล้วน่าจะเป็นเด็กม.ปลาย อย่าแปลกใจเลยว่าทำไมถึงเข้าสถานที่แบบนี้ได้ ธุรกิจสีเทาก็คือธุรกิจสีเทาจะให้ทำตามกฎระเบียบทุกอย่างน่ะมันมีน้อยมากเชื่อผมสิ เผลอ ๆ ร้อยร้านจะมีไม่ถึงสามร้านด้วยซ้ำ แต่ว่าไอ้ปอเด็กวัด เปา เสี่ยของเปา ขึ้นรถที่จอดข้างโรงเรียน?

ปี๊น ๆ "บีบแตรให้ลูกหมาอีกแล้วเหรอครับพี่โปรด" ผมเหลือบมองเปาที่เอ่ยถามขึ้นมาด้วยน้ำเสียงประชดประชัน เห็นทีคงต้องรีบเปิดเกมกับเป้าหมายแล้วล่ะมั้งจะได้ไม่ต้องมานั่งรำคาญคำพูดประชดประชันของเปาอีก คือแฟนผมก็ไม่ใช่แล้วจะมาเหน็บแนมเอาอะไรวะ

"ตอนเย็นไม่ได้มารับนะเดี๋ยวพรุ่งนี้เช้าพี่ไปรับที่ห้องก็แล้วกัน"

"พักนี้พี่โปรดไม่กอดเปาเลยนะครับมีคนใหม่รึเปล่าเนี่ย" ผมปรายตามองเปาที่ทำเป็นถามทีเล่นทีจริง

"หึหึ ได้ข่าวว่ารุ่นน้องที่โรงเรียนของเปาไอ้เด็กวัดนั่นมันขายตัวจริงเหรอ น่าสนใจเหมือนกันนะติดต่อให้พี่ได้มั้ยล่ะ" ผมตอบกลับด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย เรื่องที่ได้ยินเมื่อคืนยังคาใจอยู่อยากรู้เหมือนกันว่าไอ้ปอที่พูดถึงมันใช่ไอ้เด็กเวรนั่นไหม แต่ประเด็นก็คือเรื่องไอ้ปอขึ้นรถเสี่ยของเปาที่จอดข้างโรงเรียนมันจะใช่ผมหรือเปล่าวะ ถ้าใช่นี่ผมไม่รู้จะสมน้ำหน้าหรือเวทนาไอ้เด็กเวรนั่นดีที่โดนใส่ไข่ซะขนาดนั้น แล้วเรื่องขายตัวอีกขนาดจูบมันยังเงอะ ๆ งะ ๆ คนเพิ่งจะเคยโดนจูบเป็นครั้งแรกอย่างมันจะมีปัญญาไปขายตัวให้ใครวะ

"พี่โปรดสนใจน้องปอเหรอครับ เปาก็ได้ยินมาเหมือนกันว่าน้องขายตัวไม่รู้จริงรึเปล่าแต่ที่โรงเรียนเขาพูดเรื่องนี้กันเยอะมาก"

"แล้วเปาคิดว่ามันทำจริงรึเปล่าล่ะถ้ามันขายจริงก็ติดต่อให้พี่หน่อย" ผมหันไปสบตากับเปาที่มีแววตาหึงหวงโกรธเคืองไม่พอใจ และเต็มไปด้วยความอิจฉาแสดงให้เห็นอย่างเก็บไว้ไม่อยู่

"น้องไม่ได้ทำหรอกมั้งครับพี่โปรดอย่าไปยุ่งกับน้องเขาเลยน้องเป็นเด็กดีชีวิตน่าสงสารออก"

"อืมเหรอ ลงไปได้แล้วพี่จะรีบไปเรียน"

"จุ๊บ พรุ่งนี้พบกันครับ" ผมมองตามเปาที่ลงจากรถเดินเข้าไปในโรงเรียน เด็กคนนี้ผมรู้ตั้งแต่แรกแล้วว่าไม่ธรรมดาแต่ไม่คิดว่าจะร้ายกาจมากกว่าที่คาดไว้ เผลอ ๆ ข่าวลือของไอ้เด็กสิบแปดมงกุฎนั่นจะเป็นฝีมือของเปาด้วยซ้ำ เคยมีคนใช้บริการไอ้เด็กเวรนั่นงั้นเหรอ?

น่าขำว่ะยังไงผมก็คิดว่าไอ้เด็กเวรนั่นมันยังซิงอยู่และผมนี่แหละจะเปิดซิงมันเอง ถึงแม้ว่าที่ผ่านมาผมจะเลือกเอาแต่คนเป็นงานก็เถอะ แต่การที่ได้เปิดซิงม้าพยศแบบไอ้เด็กเวรนั่นมันก็น่าสนุกและสะใจไม่น้อยนี่ครับ รอหน่อยนะไอ้เด็กปากร้ายแล้วกูจะเปลี่ยนปากที่ชอบเถียงคำไม่ตกฟากมาเป็นร้องครางอิ๋ง ๆ แทน!

"ขอโทษที่โทรมารบกวนเวลานอนนะครับพี่บัญชา"

"ไม่เป็นไรครับ คุณโปรดมีอะไรรึเปล่าครับ"

"รบกวนพี่ช่วยสืบเรื่องเด็กคนนี้ให้ผมหน่อย รายละเอียดผมส่งไปให้ในไลน์แล้วถ้าเป็นไปได้ขอเร็วที่สุดนะพี่"

"อยู่ในกรุงเทพรึเปล่าครับคุณโปรด"

"อยู่โรงเรียนแถวมหาลัยผมนี่แหละ"

"งั้นเย็นนี้ผมเอารายละเอียดไปให้ที่ร้านไม่ทราบว่าคืนนี้คุณโปรดจะเข้าร้านมั้ยครับ"

"ดึก ๆ ผมเข้าไปหาพี่ที่ร้านแล้วกัน ขอบคุณครับ" วางสายจากพี่บัญชาผมก็เดินเอื่อย ๆ ไปยืนดูไอ้ดิวกำลังเป็นสังคมก้มหน้าในทุกครั้งที่เจอมัน ตกลงกูมีน้องสะใภ้เป็นโทรศัพท์ปะเนี่ย

ผลัวะ! "วัน ๆ หนึ่งมึงคิดจะทำอะไรบ้างวะไอ้ดิวนอกจากก้มหน้าก้มตาอยู่กับเมียโทรศัพท์มึงน่ะ"

"ท่านโปรดครับถึงเวลาเรียนผมก็เรียนนะครับ ว่าแต่ท่านเถอะวันนี้ไม่โฉบไปแถวร้านลาบอีกเหรอ หึหึ"

"กูไม่ได้ชอบบริโภคลาบเลือดเป็นชีวิตจิตใจนี่ แต่ถ้ามึงอยากกินก็ได้นะเดี๋ยวกูพาไปกินลาบ ส่วนเลือดไม่ต้องกวนตีนอย่างมึงไปหาเอาเลือดข้างหน้าก็ได้" ผมเลิกคิ้วให้มัน ทำไมต้องคิดว่าผมชอบกินลาบวะ

"เดินตามกันไปหลังร้านแป๊บเดียวน้องมันปากเจ่อเห่อบวมออกมาเลยนะท่าน ผมเพิ่งรู้ว่าสเปคท่านเป็นแบบนี้แต่ก็นะผมถามจริงเถอะทำไมนิสัยเด็กจังเลยครับสนใจเด็กมันก็แสดงออกตรง ๆ สิ ไม่ใช่ไปแกล้งแบบนั้น"

"มึงพูดเรื่องอะไรวะดิวกูงง" อันนี้ผมตามไม่ทันจริง ๆ ไม่รู้มันกำลังพูดเรื่องอะไรและหมายถึงใคร

"ก็ไอ้น้องเด็กเสิร์ฟร้านลาบวันนั้นที่เราไปกินกันไงครับ แน่ะ! อย่าบอกนะว่าไม่ได้ทำอะไรเด็กมันเล่นซะทั้งเจ่อทั้งบวมขนาดนั้น พี่โปรดนี่ผมถามเอาสาระนะพี่ชอบเด็กลาบเหรอวะ"

"ความรู้สึกชอบกับความรู้สึกอยากเอาชนะอยากเอามาเล่นสนุก ๆ มึงต้องแยกแยะนะไอ้ดิว มึงดูกูดิ๊ตรงไหนของกูที่มันบ่งบอกว่าชอบไอ้เด็กสิบแปดมงกุฎนั่น แต่กูยอมรับว่าสนใจมันอยากเห็นหน้าหยิ่ง ๆ กวนตีน ๆ ปากดีอย่างมันครางให้ฟังสักที" ที่พูดกับไอ้ดิวไปทั้งหมดน่ะเป็นเรื่องจริง ผมสนใจไอ้เด็กนั่นถ้าได้มันมาอยู่ใกล้ ๆ เปลี่ยนมันที่แว้ด ๆ กวนตีน ๆ หยิ่ง ๆ มาเป็นออดอ้อนเหมือนลูกหมาแทนจะเป็นยังไงวะ พอคิดแล้วความรู้สึกท้าทาย กับความสนุกมันก็ก่อกวนผมให้กระเหี้ยนกระหือรืออย่างแรง

"อย่าเล่นไปเรื่อยนะพี่ระวังเล่นแรงมาก ๆ สักวันมันจะพังคามือเอาแล้ววันนั้นพี่จะมาเสียใจทีหลัง"

"สำหรับกูไม่มีคำว่าเสียใจในสิ่งที่ตัวเองตัดสินใจไปแล้วว่ะไอ้น้อง กูจะเสียใจก็ต่อเมื่อของชิ้นนั้นมันมีค่ามากพอแต่ดูแล้วของที่เราพูดถึงมันไม่ได้มีราคามากมายขนาดนั้นซะด้วย นี่กูมั่นใจว่ายังไงมันก็ไม่ใช่ของที่กูต้องเสียดายแน่นอน"

"อย่ากลืนน้ำลายตัวเองทีหลังนะพี่"

"หึหึ" ผมไม่ได้ตอบอะไรกลับไปแต่ขำออกมาเบา ๆ ก่อนพูดมันคิดก่อนไหมว่าทำไมผมต้องไปเสียดายหรือเสียใจเพราะไอ้เด็กเวรนั่น ไม่มีทางแน่นอนนี่คือสิ่งที่ผมมั่นใจที่สุดในชีวิตแล้วล่ะ

"สวัสดีครับพี่บัญชา"

"สวัสดีครับคุณโปรด นี่เรื่องที่คุยกันไว้เมื่อเช้ามีอะไรสอบถามเพิ่มเติมก็เรียกได้นะครับ"

"ขอบคุณครับพี่" ผมเดินถือซองสีน้ำตาลเข้าไปด้านใน พอปิดประตูห้องทำงานมันก็เหมือนกับเป็นการกั้นโลกข้างนอกที่มีแต่เสียงอึกทึกครึกโครมกับข้างในที่มีแต่เสียงแอร์โดยไร้เสียงใด ๆ เข้ามากวนใจ

นายปอรัก สุรดิษ ถูกทิ้งไว้ที่หน้าวัดxxx แจ้งเกิด และอุปถัมภ์โดยหลวงพ่อ...วันที่ 29 กุมภาพันธ์

"มึงนี่อาภัพจริง ๆ เลยนะขนาดแจ้งเกิดมึงยังตรงกับวันที่สี่ปีมีครั้งเดียว" ผมอดบ่นแทนมันไม่ได้ และนี่อะไร? ปัจจุบันทำงานเป็นเด็กเสิร์ฟและล้างจานอยู่ร้านลาบxxxใกล้กับโรงเรียนที่เรียนอยู่ สถานที่พักปัจจุบันคือห้องแถวในซอยเดียวกับร้านที่ทำงาน

"สู้ชีวิตเหมือนกันนี่หว่าก็นึกว่าเป็นเด็กใจแตกหาเงินเที่ยวไปวัน ๆ " ผมสะดุดตากับข้อมูลสุดท้ายที่โรงเรียนตอนนี้ไอ้เด็กนั่นกำลังมีข่าวลือว่าขายตัวงั้นเหรอ พอเปิดดูรูปที่แนบมาด้วยแล้วอยากหัวเราะออกมาดัง ๆ ก็ไอ้รูปที่วันก่อนไปสูบบุหรี่แล้วได้ยินไอ้เด็กสองคนมันคุยกันเรื่องรถน่ะมันเป็นรถผมและคงเป็นวันที่ผมแกล้งหิ้วไอ้เด็กเวรนั่นขึ้นมาดีดเหม่งบนรถล่ะสิ พออ่านไลน์ข่าวลือที่ถูกถ่ายเอกสารมาให้ก็ถึงกับบางอ้อ ต้นตอคงมาจากคนที่ผมคิดไว้จริง ๆ สินะ

"อืม…เปางั้นเหรอ งั้นคงถึงเวลาที่ต้องจบความสัมพันธ์คู่นอนชั่วคราวแล้วล่ะช่วยไม่ได้ว่ะมึงอยากทำตัวล้ำเส้นเองนะ" ถึงไอ้เด็กนั่นมันจะไม่ได้มีความสำคัญพิเศษอะไรกับผมแต่การที่เปาทำแบบนี้มันก็เท่ากับประกาศตัวอ้อม ๆ ว่าคิดและต้องการเรื่องผมมากกว่าคู่ค้าน่ะสิ ถึงจะลีลาดียังไงเชี่ยวแค่ไหนผมก็ขอบายครับไม่อยากให้มีปัญหาจุกจิกกวนใจอะไรตามมาทีหลัง และก็เป็นแบบนี้มาตลอดผมใช้มาตรฐานเดียวกันกับทุกคนที่ผ่านมา ไม่ว่าจะถูกใจมากแค่ไหนแต่แค่ถูกใจมันไม่ได้หมายความว่าผมจะชอบนี่ ตราบใดที่ยังไม่เจอคนที่สามารถหยุดผมให้อยู่กับเขาเพียงคนเดียวได้ทุกคนก็มีฐานะแค่คู่นอน คู่ค้า คู่ขา แต่ที่แน่ ๆ ไม่ใช่คู่รักแน่นอน

ปี๊น ๆ เป็นเช้าที่สามที่ผมบีบแตรใส่ไอ้เด็กสิบแปดมงกุฎนั่นโดยไม่สนใจว่าเปาจะมีปฏิกิริยายังไง

"ไอ้เด็กที่ดึงกระเป๋าอยู่นั่นใคร" ผมเอ่ยถามเปาเสียงเรียบ เมื่อเห็นว่ามีเด็กผู้ชายตัวสูงคนหนึ่งกำลังดึงกระเป๋าไอ้เด็กของผมอยู่ อืม..ครับ สรรพนามที่ผมเรียกไอ้เด็กสิบแปดมงกุฎนั่นอาจเปลี่ยนไปนิดหน่อยแต่รวมแล้วก็คือผมจะเอามันมาเป็นเด็กของผมให้ได้

"เห็นว่าเป็นเพื่อนร่วมชั้นที่สนิทกันมาตั้งแต่ประถมน่ะครับ ไม่รู้ว่าใช่เพื่อนจริง ๆ รึเปล่า" เพื่อนสนิทงั้นเหรอ? จากที่อ่านประวัติเมื่อคืนมันไม่มีเพื่อนสนิทเลยนะออกจะตัวคนเดียวด้วยซ้ำ

"นี่พี่ให้เปา" ผมควักเช็คที่มีตัวเลขเงินจำนวนหนึ่งแสนยื่นให้เปา

"เอ่อ…ทำไมพี่โปรดให้เงินเปาตั้งเยอะแยะอะครับ"

"ไม่ดีใจเหรอที่พี่ให้น่ะ" ผมหันไปจ้องหน้านิ่ง ๆ เปาคงพอจะรู้ตัวแล้วล่ะ มือสั่น ๆ เอื้อมมารับเช็คไปพร้อมน้ำตาไหลเต็มหน้าหวานสายตาก็ส่งมาอย่างอ้อนวอน เปาคงรู้แค่ว่าผมจะใจป้ำพร้อมซัปพอร์ตให้คู่นอนแต่เปาคงไม่รู้ว่าผมไม่หวั่นไหว หรือใจอ่อนให้กับน้ำตาของคู่นอนคนไหนแม้แต่คนเดียวเพราะถ้าผมจะรักคนที่เสียน้ำตาให้ผมงั้นเปาไม่ใช่คนแรกที่ผมจะต้องรัก

"ขอบใจที่เคยรู้จักกัน มีอะไรให้ช่วยก็โทรมาได้แต่ถ้าเป็นเรื่องนอนด้วยกันเหมือนเมื่อก่อนพี่คงต้องหยุดเรื่องอย่างนั้นกับเปาขอให้โชคดี อ้อยิ่งโตขึ้นก่อนจะทำอะไรก็ต้องคิดให้ดี ๆ ไม่ใช่โตแต่ตัวการกระทำไร้ซึ่งความคิดของเรามันอาจจะทำลายคนคนหนึ่งก็ได้ อะไรที่ไม่ใช่ของเรามันก็ไม่ใช่ของเราต่อให้พยายามจนตายมันก็ไม่ใช่ ตั้งใจเรียนล่ะ" ผมจ้องตาพูดกับเปาด้วยน้ำเสียงและสีหน้าที่แสดงออกมาชัดเจนว่าจบคือจบและห้ามพยายามเรียกร้องยืดเยื้อก่อเรื่องสร้างเรื่อง อะไรที่จะนำพาความยุ่งยากมาให้ผมอีกเพราะผมจะไม่เตือนเป็นครั้งที่สอง

ระหว่างทางที่ขับรถมามหาลัยผมก็นึกถึงแต่ภาพไอ้เด็กตัวสูงผมมั่นใจว่ามองไม่ผิดแน่ ๆ ไอ้เด็กตัวสูงนั่นมองจ้องจะกินเด็กผมนี่หว่า ฝันไปเถอะมึงกูต้องเป็นคนแรกที่เปิดซิง ถ้าอยากแดกก็ต้องรอต่อแถวไปไอ้สัส!

"ไอ้ดิวเย็นนี้ไปกินเหล้ากันปะกูเลี้ยง"

"พักนี้รู้สึกดื่มบ่อยนะท่าน ผมรู้ว่าท่านเปิดกิจการเกี่ยวกับน้ำเมาน้ำดื่มแต่ใจคอจะไม่ให้กระผมพักตับบ้างเหรอครับ"

ผลัวะ! "กวนตีนไอ้สัส ตกลงมึงจะไปหรือไม่ไปเดี๋ยวกูหาเมียให้ซะเลยนี่"

"หึหึ ท่านโปรดพี่รหัสที่สุดแสนจอมเปย์คนนี้เอ่ยปากชวนทั้งทีเรื่องอะไรผมจะปฏิเสธล่ะ ให้ผมไปหาที่ร้านกี่ทุ่มครับ" ถ้าขอพรอะไรก็ได้หนึ่งข้อตอนนี้สิ่งที่ผมอยากขอคือ ขอให้ไอ้ดิวกับไอ้โยมันได้กันฉันผัวเมียส่วนใครเป็นผัวเป็นเมียให้มันไปตกลงกันเอง เคมีความกวนตีนเข้ากันชะมัดคนหนึ่งกวนตีนโจ่งแจ้งเอ๋อ ๆ อีกคนหนึ่งมึน ๆ เงียบ ๆ แต่ดีกรีความกวนตีนเพียบนะครับ ทำไมต่อหน้าคนอื่นมึงไม่แสดงท่าทางแบบนี้บ้างวะไอ้น้องเวร!

"สองทุ่มไปเจอกันที่ร้านเดิม"

"ท่านโปรดครับสองทุ่มนี่ไปช่วยเด็กที่ผับท่านตบยุงเหรอครับ"

"แล้วใครบอกมึงว่าร้านเดิมของกูหมายถึงที่ผับ"

"งั้นร้านเดิมนี่มันที่ไหนครับ เอ..หรือว่าร้านน้องลาบ ท่านโปรดจะต้องฝึกกลืนน้ำลายตัวเองบ่อย ๆ ถึงเวลาจริง ๆ จะได้ชิน" ผมแทบจะยกเบอร์สี่สิบสี่ที่ใส่อยู่ยันหน้ามันสักทีเมื่อเห็นสายตาล้อเลียนรู้ทันจากมัน เดี๋ยวกูจัดเมียเอ๋อไปถวายมึงถึงที่แน่ไอ้น้องนรก!

"กี่ทิ.. เฮ้อ...มาอีกละ โต๊ะเต็มแล้วพี่เชิญร้านหน้าเลย" คันนิ้วยิก ๆ อยากจะดีดเหม่งของมันแรง ๆ สักทีมันเห็นว่าผมลืมเอาตามาด้วยหรือไงวะ แม่งโต๊ะว่างจนเกือบจะต่อเป็นเตียงให้นอนได้ละยังมีหน้ามาบอกว่าโต๊ะเต็ม ไอ้นี่มันเป็นเด็กวัดยังไงไม่ซึมซับศีลห้าเอาซะเลยโกหกได้หน้ามึน ๆ

"ลุง ๆ โต๊ะเต็มแล้วเหรอครับ" ผมเดินไปถามลุงอ้วนพุงพลุ้ยที่กำลังยืนทำอาหารอยู่ครัวหน้าร้านจากประวัติที่อ่านมาลุงคนนี้คือเจ้าของร้านลาบ

"ยังครับ โอ๊ย ยังนั่งได้อีกเยอะแยะเชิญครับเชิญข้างในก่อน" ลุงพุงพลุ้ยรีบวางมีดที่กำลังหั่นเนื้อย่างร้อน ๆ กลิ่นหอมฉุย แล้วเดินอ้อมพาผมเข้าไปด้านใน มันเป็นร้านตึกแถวธรรมดาด้านในทำเป็นโต๊ะอยู่เจ็ดแปดโต๊ะ ส่วนครัวอยู่ด้านหน้าร้านแต่รสชาติไม่ธรรมดา ฝีมือจัดจ้านอร่อยกว่าเชฟที่ร้านผมเลยเถอะ

"อ้าว เมื่อกี้เด็กเสิร์ฟบอกว่าโต๊ะเต็มหมดแล้วนี่ครับ" ผมตั้งใจอ้าปากฟ้อง จะรอดูว่าถ้าไอ้เด็กของผมถูกเจ้าของร้านจวกใส่มันจะทำหน้ายังไง

"หาา ไอ้ปอมานี่ซิ"

"อะไรอะลุง ปอเก็บโต๊ะอยู่เนี่ย" เด็กผมมันทำท่าอิดออดก่อนจะเดินหน้าหงิกหน้างอมาอย่างไม่เต็มใจคงรู้ตัวมั้งว่าจะโดนลุงเขาดุเอา

"หนูไปบอกลูกค้าอย่างนั้นได้ยังไงล่ะร้านเรายังไม่เต็มสักหน่อยนะลูก หนูไม่สบายรึเปล่าไปกินยาแล้วนอนพักไป วันนี้หยุดงานไปเลยแล้วกันลุงอยู่กับไอ้เปี๊ยกสองคนได้วันนี้ไม่น่าจะลูกค้าเยอะ" ผมเพิ่งรู้จักคำว่าเงิบก็ตอนนี้แหละ คดีพลิกแทนที่เด็กของผมมันจะโดนโวยแต่ลุงอ้วนดันไปโอ๋มันซะนี่

"หึหึ เอาไงต่อล่ะท่านเกมพลิกละ เฮ้อ..จะมาป้อน้องลาบทั้งทีแต่ตอนนี้น้องลาบดันถูกกันตัวให้ห่าง ผมแนะนำครั้งหน้าก่อนจะมาร้านนี้ท่านต้องวางเกมให้ดีว่าจะวางหมากตัวไหนก่อน"

"สัสดิวมึงเคยคิดจะมีเมียเป็นผู้ชายมั้ย" ทันทีที่เห็นหน้าตาท่าทางของไอ้ดิวที่มันพูดเมื่อกี้ใบหน้าไอ้โยก็ซ้อนขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้ ผมตัดสินใจเด็ดขาดแล้วว่ายังไงผมต้องเอาไอ้เด็กปอมาเป็นเด็กของผมให้ได้ ในขณะเดียวกันผมก็ต้องยัดเยียดไอ้ดิวเป็นผัวไอ้โยให้ได้เช่นกัน

"ท่านพี่โปรดครับด้วยความสัตย์จริง น้องรหัสที่แสนรันทดน่าสงสารคนนี้ตอนนี้มีความรักมั่นคงกับผู้ชายคนหนึ่งรักมานานพอสมควรแล้วด้วย รักทั้งที่รู้ว่าเขามีคนที่เขารักอยู่แล้ว รักทั้งที่รู้ว่าไม่มีวันจะได้ครอบครองแต่ผมก็ยังยึดมั่นกับความรักครั้งนี้เสมอ" ผมมองลึกเข้าไปในดวงตาของไอ้ดิวมันไม่มีคำว่าล้อเล่นอยู่ในแววตาคู่นี้เลย ทุกคำที่มันพูดมาเป็นเรื่องจริง และผมก็สัมผัสได้ถึงความรักที่มันมีให้ผู้ชายคนนั้นว่าช่างมากมายเหลือเกิน

อืม ความรักทำให้คนคนหนึ่งเป็นและยอมได้มากมายขนาดนี้เลยเหรอวะ ถ้ารักแล้วต้องได้รับความรู้สึกแบบไอ้ดิวผมโบกมือลาดีกว่า ไม่รู้สินะผมคิดว่าบางเรื่องมันก็ไร้สาระมากเกินกว่าที่จะเก็บเอามาใส่ใจ เหมือนเรื่องความรักก็เช่นกันมันไร้สาระและเบาบางเกินกว่าที่ผมจะเข้าใจ

สายตาผมทอดมองไปเบื้องหน้า ข้างหน้าเป็นถนนเส้นหนึ่งมีรถราวิ่งขวักไขว่ ผมไม่รีบร้อนและไม่ดิ้นรนว่าจะต้องเจอคนของผมเร็วหรือช้า หรือว่าตลอดชีวิตนี้อาจจะไม่ได้เจอคนคนนั้นก็ไม่เป็นไรมันไม่ได้จำเป็นสำหรับผมมากมายขนาดนั้น บางทีการอยู่คนเดียวมันอาจมีความสุขสบายใจมากกว่าหลาย ๆ คนที่อยู่เป็นคู่ก็ได้

ว่าแต่...ไอ้เด็กของผมมันกลับถึงห้องหรือยังวะตอนนี้ชักอยากไปแกล้งมันแล้วสิ หึหึ

บทก่อนหน้า
บทถัดไป