บทที่ 6 ตอนที่ 6 ค่าตอบแทน

โปรดปราณ Part

ผมยืนฟังเด็กของผมตอบโต้ไอ้เด็กกลุ่มนั้นอย่างเพลิน ๆ แต่ต้องรีบเดินเข้าไปตอนที่เห็นอาการสติเริ่มแตกของมัน อืม ปากจัดเอาเรื่องนี่หว่า แล้วไอ้เรื่องเทียวไล้เทียวขื่อมาหามันที่ร้านทุกวันจนมันรำคาญนี่มีส่วนเป็นความจริงอยู่มาก พักนี้ผมไปร้านลาบจนมันไล่เกือบทุกวันจริง ๆ มิหนำซ้ำวันก่อนยังตามไปนอนที่ห้องมันอีก ที่จริงเช้านั้นผมตื่นก่อนมันเลยได้เห็นภาพมันไปนอนขดตัวอยู่หน้าประตูห้อง พอเห็นแบบนั้นแล้วบอกไม่ถูกเหมือนกันว่ารู้สึกยังไงรู้แค่อย่างเดียวว่ามันไม่เหมือนคนอื่นและผมก็ชักอยากจะได้มันจริง ๆ แล้วสิ

แต่พอมาได้ยินประโยคที่มันถามเมื่อกี้ว่าเอากับมันไหม แววตาอ่อนไหวเหมือนต้นกล้าอ่อนพร้อมจะล้มได้ทุกเมื่อทำให้ผมชักจะลังเลในสิ่งที่ตัวเองตั้งใจไว้แต่แรก มันก็แค่เด็กผู้ชายที่ต่อสู้ทุกอย่างด้วยตัวคนเดียวปากกัดตีนถีบไร้ครอบครัว อาศัยอยู่เพียงลำพังบนโลกสีเทาและมันกำลังสับสนกำลังต้องการประชดชีวิตถึงตัดสินใจทำแบบนี้

แวบหนึ่งผมอยากดึงมันเข้ามาโอบกอดอยากให้มันทิ้งตัวนอนพักอยู่กับอกของผม ความเวทนาที่เกิดขึ้นทำให้ผมต้องเอ่ยปากสั่งสอนมันจากใจจริง ๆ มันกำลังอยู่ในวัยที่ไม่สมควรแบกรับความทุกข์เอาไว้มากมายขนาดนี้แต่มันก็ยังยืนยันว่าจะทำในสิ่งนั้น ที่ผมทำได้ก็แค่เอ่ยปากบอกเงื่อนไขเหมือนเอ่ยปากบอกทุกคนก่อนจะมีความสัมพันธ์แบบคู่นอน คู่ค้าเกิดขึ้นจริง ๆ บางทีถ้าให้เวลามันอีกสักนิดมันอาจจะคิดได้มั้ง

"แล้วมึงพร้อมเมื่อไหร่ล่ะ" ผมมองมันนิ่ง ๆ พยายามใช้น้ำเสียงไม่เป็นการกดดันมันให้มากที่สุด

"เอ่อ แล้วผมต้องทำยังไงบ้างอะ" มันเริ่มหน้าแดงทีละนิดมือหยาบกระด้างจากการทำงานหนักตอนนี้กำลังจิกขาตัวเองเบา ๆ หึหึ เมื่อกี้เห็นทำเก่งกระตือรือร้นจะทำให้ได้แล้วมาอายทำไมตอนนี้วะ

"งั้นกูให้เวลามึงไปศึกษาไปเตรียมใจอีกสองสามวันพร้อมยังไงโทรมาบอกกูด้วยละกัน เอาโทรศัพท์มาดิเดี๋ยวเมมเบอร์ให้" ผมกระดิกมือรอโทรศัพท์มันก็ทำหน้าอิหลักอิเหลื่อก่อนจะพึมพำออกมาเบา ๆ ว่าไม่มีโทรศัพท์ ผมแทบจะลุกนั่งแคะขี้หูตัวเองแล้วฟังมันชัด ๆ ด้วยความไม่เชื่อว่าเด็กสมัยนี้จะไม่มีโทรศัพท์ มันเป็นไปได้เหรอวะเด็กบางคนแค่ป.หนึ่งผมยังเห็นพกโทรศัพท์กันให้ว่อน

"ทำหน้าแบบนั้นทำไมอะไอ้พี่แก่ก็ผมไม่มีความจำเป็นอะไรต้องใช้โทรศัพท์นี่ อีกอย่างมีโทรศัพท์ก็มีแต่รายจ่ายเข้ามาเปลืองโดยใช่เหตุ" มันหน้าหงิกหน้างอใส่ฟังเหตุผลแล้วผมแทบจะก้มกราบเลยแหละอะไรจะเค็มขนาดนั้นวะ

"เฮ้อ มึงไปทำงานเถอะไปเดี๋ยวสายจะโดนลุงอ้วนด่าเอา"

"อ้าว แล้วไอ้พี่แก่ไม่ออกไปพร้อมกันเหรอ"

"จิ๊ ไอ้ปอกูขอเพิ่มเงื่อนไขอีกข้อหนึ่งห้ามมึงเรียกกูว่าไอ้พี่แก่หรืออะไรก็ตามที่มีคำว่าไอ้นำหน้าเด็ดขาดกูเป็นพี่มึงหลายปีให้เกียรติกูหน่อย อ้อ แล้วไม่ต้องมาบอกว่ากูเรียกมึงแบบจิกหัวอีกล่ะนี่กูก็เรียกชื่อมึงดี ๆ แล้วนะ แต่เพราะกูโตกว่ามึงไงเรียกไอ้ปอเลยไม่น่าเกลียดอะไร" ผมรีบพูดดักคอก่อนที่มันจะอ้าปากเถียงอะไรอีกก็ไอ้คำที่มันหลอกด่าผมเรื่องจิกหัวเรียกชื่อครั้งก่อนนั่นแหละถึงตอนนี้ผมก็ยังจำได้แม่น

"งั้นให้ผมเรียกว่าอะไรอะ เสี่ยป๋าเอามั้ยดูหรูหราไฮโซและมีอายุดี" ผมแทบจะประเคนเท้าถีบหน้าเล็ก ๆ ที่ลอยหน้าลอยตาจีบปากจีบคอพูดอยู่ ไอ้ปอ ไอ้โย ไอ้ดิว สาบานว่าผมจะพยายามหลีกเลี่ยงไม่ให้มันสามคนได้รวมกลุ่มกันเด็ดขาด ไม่งั้นผมคงปวดกะโหลกตายแน่ ๆ

"มึงจะเรียกกูว่าผัวก็ได้นะซ้อมไว้ก่อนไง หึหึ" ผมหัวเราะเบา ๆ เมื่อเห็นมันอ้าปากพะงาบ ๆ ยืนชี้หน้าผมด้วยท่าทีอยากจะเข้ามาทำร้ายร่างกายแต่ทำอะไรไม่ได้ แม่งจะตลกไปถึงไหนวะเนี่ยขนาดผมยังไม่ได้เอาไอ้ปอผมยังสนุกขึ้นเลยแบบนี้สิชีวิตมีสีสันขึ้นเยอะ

"เหอะ! ไหนบอกว่าแค่คู่นอนคู่ค้าไงพี่แล้วจะให้เรียกผัวได้ไง เป็นแค่คู่นอนมาเรียกผัวเมียกันไม่ได้หรอกนะพี่ไปทำความเข้าใจใหม่ไป๊" พอตั้งหลักได้มันก็เถียงฉอด ๆ อืม ชักอยากจะเอาอะไรที่เป็นดุ้น ๆ ยัดปากให้มันสงบปากสงบคำไม่กล้าต่อล้อต่อเถียงสักที

"ตกลงพี่เอาไงเนี่ย กลับไปนอนบ้านพี่ดิผมต้องไปทำงานแล้ว"

"กูจะนอนสักงีบเดี๋ยวกลับเองมึงไปทำงานเถอะไป" ผมโบกมือไล่ให้มันไปไหนก็ไปแต่อย่าไปเจอไอ้โยกับไอ้ดิวเป็นพอ

"งั้นพี่โปรดกดล็อกประตูห้องให้ปอด้วยนะปอไปทำงานก่อนล่ะ" ผมลืมหายใจไปแวบหนึ่งเมื่อได้ยินประโยคสุดท้ายก่อนที่มันจะเดินออกไป พี่โปรด ปอ? หึหึ เข้าท่าดีนี่หว่า

"อ้าวพี่โปรดมาทำไมอีกอะ นี่เที่ยงคืนกว่าจะปิดร้านอยู่ละ"

ป๊อก! "กูมาร้านลาบคงมาสั่งสเต๊กมั้ง" ผมเอาถุงที่หิ้วติดมือมาเคาะกับเหม่งมันเบา ๆ ก่อนจะสั่งลาบหมู ต้มแซ่บหมู หมูแดดเดียวตามด้วยเบียร์เย็น ๆ มันบ่นงุ้งงิ้งไปเรื่อยตอนที่สั่งเบียร์น่ะ ผมก็ทำหูทวนลมไปขี้เกียจฟังมันบ่น ก็เหมือนอย่างที่มันบอกไอ้เด็กกลุ่มนั้นเมื่อตอนเย็นว่าผมมาร้านมันบ่อย ๆ มาทีไรต้องสั่งเบียร์หรือหิ้วเหล้ามาดื่มด้วยทุกทีและมันก็จะบ่นปนแช่งเรื่องตับไตไส้พุงของผมทุกทีสิน่า ขี้บ่นตั้งแต่เด็กเลยนะมึง

ผมนั่งมองไอ้ปอเก็บกวาดโต๊ะยกจานชามไปล้างหลังร้านเหงื่อที่ไหลมาตามใบหน้าบ่งบอกว่ามันเหนื่อยมากแค่ไหน อาจจะเป็นเวลาไม่นานที่ผมรู้จักมันจริง ๆ แต่ผมไม่เคยได้ยินมันบ่นตัดพ้อต่อว่าโชคชะตามันเลยสักครั้ง มันก้มหน้าก้มตารับในสิ่งที่มันเป็นทำในสิ่งที่มันต้องทำ แต่ก็นั่นแหละจะสงสารจะเวทนาแค่ไหนก็ไม่ใช่ความรักอยู่ดี ส่วนมันจะคิดยังไงกับผมตอนนี้ผมว่ามันยังไม่ได้รู้สึกอะไรกับผมนะ ขอให้ความรู้สึกของมันที่มีต่อผมเป็นความว่างเปล่าแบบนี้ตลอดไปจนถึงวันที่ต้องจากลากันเถอะ

"ตามปอมาทำไมอะ"

"ตามมาเอามึงมั้ง หึหึ" ผมขำเบา ๆ เมื่อเห็นมันสะดุ้งเฮือกลนลานจนไขกุญแจห้องไม่ได้สักทีทั้งที่ก็มีอยู่แค่ดอกเดียว

"เอามานี่ชักช้าจริงกูง่วงเต็มทีละ" ผมดึงกุญแจห้องที่มีแมลงปอห้อยอยู่เอามาไขแล้วเดินเข้าไปเปิดพัดลมก่อนเป็นอันดับแรก ดีนะนี่อยู่ช่วงปลายพฤศจิกายนถึงมันจะไม่หนาวแต่ก็ไม่ร้อนตับแลบและยังมีฝนตกให้พอหายร้อนได้บ้าง สงสัยว่าผมต้องหาห้องที่มีแอร์ให้มันอยู่แล้วมั้ง...

ชั่ววูบที่เผลอคิดอะไรแบบนั้นทำให้ผมอดด่าตัวเองไม่ได้ แค่คู่นอนนะเว้ยไอ้โปรดมึงถึงกับจะหาห้องให้อยู่เลยเหรอ ทั้งที่คู่นอนคนเก่า ๆ ก็แค่ช่วยเหลือด้านการเงินไม่เคยถึงกับคิดจะหาห้องให้อยู่สักคน อืม แค่เผลอคิดเพราะกูร้อนหรอก

"กูอาบน้ำก่อนนะร้อนฉิบ" ผมรื้อของใช้ส่วนตัวกับผ้าเช็ดตัวที่ใส่กระเป๋าหิ้วติดมือมาด้วย ก่อนจะเดินเข้าห้องน้ำด้านหลังห้องโดยไม่สนใจสายตางง ๆ ของไอ้ปอ เป็นเด็กผู้ชายแต่สะอาดกว่าที่คิดแฮะ ผมกวาดสายตาไปทั่วห้องน้ำอย่าว่าแต่ห้องน้ำเลยทั่วทั้งห้องมันสะอาดสะอ้านกว่าห้องของหลาย ๆ คนที่อยู่คอนโดหรูๆ อีก หรือเพราะห้องมันโล่งก็ไม่รู้ขนาดทีวีสักเครื่องก็ยังไม่มีไม่รู้มันอยู่ได้ยังไง

"พี่โปรดคืนนี้จะนอนนี่อีกเหรอ พี่กลับไปนอนบ้านพี่เถอะพัดลมมันมีตัวเดียวปอร้อน"

"ก็ไปอาบน้ำอาบท่าสิมึงจะได้หายร้อนมาอ้าปากบ่นว่าร้อนแต่ไม่ยอมไปอาบน้ำสักทีจะหายร้อนมั้ย แล้วเมื่อไหร่จะได้หลับได้นอนแล้วโรงเรียนน่ะพรุ่งนี้มึงจะไปรึเปล่า" ผมออกปากดุเมื่อเห็นมันเอาแต่นั่งขัดสมาธิอยู่หน้าพัดลมไม่ยอมไปอาบน้ำสักที สักพักมันก็ลุกกระฟัดกระเฟียดไปอาบน้ำ เสียงจ้วงตักน้ำดังลอดออกมาโครม ๆ ขอให้เพื่อนข้างห้องมาเคาะประตูด่ามึงทีเถอะผนังยิ่งบาง ๆ อยู่

"เอ้า มานอนดิวะหรือมึงจะยืนหลับตรงนั้น" ผมนอนกระดิกเท้าเรียกไอ้ปอหน้างอให้มานอนสักทีมัวแต่หน้าบึ้งยืนบังพัดลมอยู่ได้เดี๋ยวแม่งยันติดผนังเลย แค่คิดเล่น ๆ เฉย ๆ แต่ทำไม่ลงหรอกครับ ยอมรับว่าตั้งแต่เห็นแววตามันเมื่อเย็นตอนที่ตกลงกันอะไรที่ตั้งใจไว้หลายอย่างกลับทำไม่ลงรู้สึกเหมือนตอนนี้ตัวเองกำลังรังแกเด็กชะมัด

"มานี่กูมีอะไรจะให้" ผมตบฟูกบาง ๆ เรียก มันก็เดินมาแบบระแวงเห็นแป้งที่มันโปะหน้าจนขาวโพลนแล้วอดขำไม่ได้แต่กลิ่นของแป้งเด็กที่ลอยมาแตะจมูกทำให้ผมรู้สึกผ่อนคลายขึ้น

"หึ กูอยากอัดคลิปตอนมึงเสนอตัวให้กูเมื่อเย็นจริง ๆ เลยไอ้ปอ ตอนนั้นทำห้าวกูเตือนยังไงก็ไม่ฟังตอนนี้คืนคำไม่ได้แล้วนะมึง" เห็นหน้าแตกตื่นของมันแล้วอดพูดเยาะเย้ยไม่ได้มันก็เชิดหน้าเดินอาด ๆ มานั่งแปะชิดจนจะปีนทับอกผมละ

"เอาไปใช้กูเปิดเบอร์ให้แล้วคู่มืออยู่ในกล่องนั่นแหละ" ผมวางกล่องบนตักมัน ไอ้ปอก็มองงง ๆ ไม่มีความตื่นเต้นดีใจในแววตาเลยสักนิดจากนั้นก็ก้มหน้าก้มตาแกะกล่องโทรศัพท์ที่มีรูปผลไม้แหว่งเป็นสัญลักษณ์

"ปอไม่เอาได้มั้ยอะพี่โปรด"

"เหตุผล? "

"คือมันเปลืองเงินถ้าใช้เดี๋ยวก็ต้องมาเติมเงินมาชาร์จแบตให้เปลืองไฟอีก" ผมอยากจับหัวมันโขกกับกำแพงบาง ๆ สักทีจริง ๆ ตกลงมันไม่อยากได้โทรศัพท์ราคาเกือบสามหมื่นเพราะไม่อยากเปลืองค่าโทรกับค่าไฟ มึงน่ะเป็นมนุษย์มาจากดาวไหนวะปอ

"มึงใช้ไปเถอะกูเปิดเป็นรายเดือนค่าใช้จ่ายกูจ่ายให้เองส่วนค่าไฟเดี๋ยวกูจ่ายให้แถมค่าน้ำค่าห้องด้วย ตอนนี้มึงสบายใจขึ้นรึยังถ้าสบายใจแล้วก็นอนกูง่วง" ผมพูดกับมันอย่างเหนื่อยใจ จะเค็มไปไหนวะ

"อ้าว แล้วพี่โปรดจะมาจ่ายค่าห้องให้ปอทำไมล่ะ"

"เอ้าไอ้นี่ก็กูกับมึงตกลงกันไว้แล้วว่าเราจะเอากัน และกูยินดีซัปพอร์ตคู่นอนของกูด้วยการจ่ายค่าห้องมันแปลกตรงไหนวะ ถ้ามึงอ้าปากมีปัญหาอีกครั้งกูจะจับมึงเอาคืนนี้แหละนอนได้รึยัง" มันรีบหุบปากที่กำลังจะอ้าเถียงก่อนที่ผมจะดึงมันมานอนเบียดกันบนฟูกแคบ ๆ แม่งหมอนก็มีใบเดียวเป็นกูใช่ไหมต้องสละแขนให้มึงหนุนน่ะ ผมงัดหัวมันที่นอนทับแขนตะแคงข้างให้มานอนหนุนแขนตัวเองมันก็นอนตัวแข็งทื่ออยู่อย่างนั้น

"เฮ้ย! เกือบลืม" ขณะกำลังจะเคลิ้มหลับผมก็พลอยสะดุ้งกับท่าทางไอ้ปอที่อยู่ ๆ ดันทะลึ่งลุกพรวดพราดนั่งหันหน้าไปทางหัวนอน

"ฮึ่มม อะไรของมึงอีกไอ้ปอตกลงคืนนี้มึงจะให้กูเอามึงให้ได้ใช่มั้ย" ผมอดตวัดเสียงคำรามใส่มันไม่ได้

"จุ๊ ๆ พี่โปรดเงียบไปก่อนเดี๋ยวหลวงพ่อได้ยิน หลวงพ่อครับวันนี้ปอ....." ผมนอนตะแคงมองมันนั่งเจื้อยแจ้วพูดกับรูปหลวงพ่อที่ติดอยู่กับผนังห้องบนหัวนอน เด็กผู้ชายตัวเล็ก ๆ หน้าจิ้มลิ้มนั่งพับเพียบอยู่แทบเท้าหลวงพ่อคงเป็นมันสินะ ปอรักมึงนี่ทำให้กูทั้งสนุกทั้งแปลกใจตลอดเลยสิน่า เสียงเล่าเรื่องที่มันไปพบเจอวันนี้ให้หลวงพ่อฟังกำลังเลือนรางลงไปทีละนิด สิ่งสุดท้ายที่ได้ยินก็คือคำว่า

"ฝันดีนะครับพี่โปรด" ดังแว่วมาเป็นประโยคสุดท้าย ผมคิดว่าในฝันของผมคืนนี้มันมีแต่เรื่องดีจริง ๆ ด้วยสิ ฝันดีไอ้แมงปอ

ตรู๊ด ๆ ๆ ๆ ทำไมไม่รับโทรศัพท์วะ ผมหงุดหงิดตั้งแต่สายเมื่อวานจนสี่ทุ่มกว่าละ จะอะไรอีกล่ะก็ไอ้ปอนั่นแหละเช้าเมื่อวานก่อนออกจากห้องผมก็ย้ำมันแล้วย้ำอีกว่าถ้าโทรไปต้องรับทุกครั้ง แต่เชื่อไหมตั้งแต่เมื่อวานตอนออกจากห้องมันจนถึงตอนนี้แม่งไม่รับโทรศัพท์ผมเลยสักสายไอ้นี่ไม่เห็นโลงศพไม่หลั่งน้ำตา!

"เป็นอะไรวะ" ไอ้นัทเดินมานั่งข้าง ๆ สายตาระยิบระยับมันจะสอดรู้สอดเห็นไปไหนวะ

"ไม่มีไร แล้วไอ้ที่เหลือล่ะ"

"กำลังตามมา ว่าแต่มึงเหอะกูเห็นยุกยิกอยู่กับโทรศัพท์ตั้งแต่เมื่อวานแล้วมีอะไรที่กูไม่รู้มั้ยวะ" ไอ้นัทไอ้ขี้โยนหินถามทางกูไม่ตกหลุมมึงหรอก

"เปล่านี่ว่าแต่เรื่องไอ้ตุลย์มึงว่าไง" ผมรีบเบี่ยงประเด็นก่อนจะโดนมันหลอกถามไปมากกว่านี้

"หึหึ ก็คงจะเป็นแบบที่คิดนั่นแหละ"

"หึหึ กูชักอยากจะเห็นหน้าน้องมินสุดที่รักของไอ้โยแล้วสิหรือว่าของไอ้ตุลย์วะ" ผมกับไอ้นัทสบตากันก่อนจะขำออกมาเบา ๆ ไอ้ตุลย์เพื่อนรักมึงมีเรื่องให้กูเล่นด้วยแล้วสินะ กูจะรอดูว่ามึงซุ่มเงียบได้อีกสักกี่ปี

"ไฮ เพื่อนเลิฟ" ไอ้โยว่าที่เมียไอ้ดิวเดินยิ้มแฉ่งอารมณ์ดีมาแต่ไกล ผมมองไอ้โยแล้วอดคิดถึงคู่แฝดของมันอีกสองคนไม่ได้ ไอ้โย ไอ้ดิว ไอ้ปอ สักวันกูจะมัดพวกมึงสามคนรวมกันแล้วเอาน้ำผึ้งราดตัวมึงให้มดมันมาตอม!

"ไอ้หมาตุลย์ตกลงมึงเลิกคุยกับอิแยมดาวสีทองเหมือนดอกที่ตัวมันแล้วใช่มั้ย" ไอ้ยิ้มหยิบยกประเด็นที่มันยังขุ่นเคืองใจขึ้นมาพูด วันก่อนแยมเด็กคนล่าสุดของไอ้ตุลย์ไปวีนใส่ไอ้ยิ้มที่คณะวันนั้นเลยโดนทั้งไอ้ยิ้มไอ้ตุลย์จัดหนักเข้าให้ ผมว่าเข้าทางไอ้ตุลย์มันด้วยล่ะไอ้นี่มันไม่นอนกับใครเกินสองอาทิตย์หรอก จะมีก็แต่บุคคลลึกลับที่ผมกับไอ้นัทเพิ่งรู้มาสด ๆ ร้อน ๆ ว่ามันนอนกับเด็กคนนี้ตั้งแต่มันอยู่ม.หก

หึหึ สองปีกว่าที่มันพยายามปิดบังตัวตนของเด็กคนนี้จากพวกผมรอให้มันตายใจก่อนเถอะแล้วผมจะแฉมันเอง

"เลิกคุยอะไรกูยังไม่ได้คุยด้วยซ้ำแค่นอนเอากันเฉย ๆ " ไอ้ตุลย์มันตอบอย่างไม่สนใจเท่าไหร่ ถ้าเป็นเด็กมินมันจะทำท่ายังไงวะชักอยากเห็นซะแล้วสิ

ดื่มคุยกันสักพักไอ้โยมันก็ไปอ้อร้อได้ผู้หญิงคนหนึ่งหน้าตามันระริกระรี้หื่นมากตอนที่มาปะเหลาะขอกุญแจห้องชั้นบนผับจากผม ไอ้นี่อีกคนใช้ชีวิตความเป็นผัวให้เต็มที่เถอะก่อนที่กูจะยกมึงไปประเคนเป็นเมียรุ่นน้องกูเร็ว ๆ นี้ ผมไม่ได้มีอคติหรือเกลียดชังอะไรไอ้โยนะเพียงแต่ผมคิดว่าคนอย่างไอ้โยไม่เหมาะที่จะปกป้องใครแต่เหมาะที่จะให้เขามาปกป้องมากกว่า และถ้าต้องมีสักคนที่มาปกป้องมันผมก็อยากให้ใครคนนั้นเป็นคนที่ดูแลและกำราบมันได้

อีกอย่างว่าที่ผัวมันก็คือไอ้ดิวน้องรหัสผมมันไม่มีอะไรเลวร้าย ตรงกันข้ามผมคิดว่าไอ้ดิวเป็นผู้ชายที่มั่นคงหนักแน่นคนหนึ่ง ดูจากที่มันตั้งมั่นในความรักของมันกับผู้ชายที่มันบอกสิมันดูจริงจังมาก ถึงตอนนี้ไอ้ดิวจะมีคนที่ปักใจแต่ผมคิดว่าสักวันหนึ่งมันคงจะอ่อนล้าและหมดแรงลงไปเอง ในวันนั้นผมก็อยากให้ไอ้โยเป็นคนที่อยู่เคียงข้างและฉุดมันขึ้นมาให้ยืนได้อีกครั้ง

"อ้าวคุณมาหาไอ้ปอเหรอมันเพิ่งกลับไปเมื่อกี้เนี่ย" ลุงเลิศหันมาถามผมก่อนที่จะปิดประตูร้าน

"อ๋อ ขอบคุณครับผมจอดรถหน้าร้านเหมือนเดิมนะลุง"

"เออ ๆ ไปเถอะ" ผมยกมือไหว้ลุงเลิศก่อนจะเดินเข้าซอยไปห้องแถวไอ้ปอ ผมว่าลุงเลิศคงจะพอดูออกมั้งว่าผมกับไอ้ปอไม่ได้อยู่ในฐานะเพื่อนหรือพี่น้องกันแน่ ๆ เพราะทุกครั้งที่ผมมานอนห้องมันผมก็จอดรถไว้ที่หน้าร้านลุงเลิศนั่นแหละ แต่ไม่รู้จะคิดว่าผมกับไอ้ปออยู่ในฐานะไหนปล่อยให้แกเดาของแกไปเถอะ

ปัง ๆ ๆ ๆ!! ผมตบประตูไม่ถึงปังที่ห้าไอ้ปอก็เปิดประตูด้วยสีหน้าตื่น ๆ

"จะตบประตูเสียงดังทำไมวะพี่โปรดนี่มันดึกแล้วนะเดี๋ยวห้องข้าง ๆ ก็มาด่าเอาหรอก" ผมไม่ได้ตอบอะไรมัน นอกจากเดินเข้าห้องถอดรองเท้าแล้วล้มตัวนอนบนฟูก

"ทำไมมึงไม่รับโทรศัพท์? "

"....."

"ไอ้ปอกูถามอยู่เนี่ย! "

"ปอไม่ได้เอาติดตัวไปด้วยอะ" ผมลืมตามองมันที่นั่งขัดสมาธิอ้อมแอ้มตอบแผ่วเบาอยู่ข้าง ๆ ฟูก

"แล้วทำไมมึงไม่พกติดตัว มึงรู้มั้ยโทรศัพท์มือถือเขาสร้างไว้เพื่อให้พกติดตัวเพื่อให้สื่อสารกันจะได้รับรู้ว่าเจ้าของเครื่องมันตายรึยัง" มันก้มหน้าก้มตานิ่งไม่ยอมตอบจนผมชักรำคาญ อะไรของมันกันนักกันหนาวะ

"กูจะไปอาบน้ำก่อนระหว่างนี้มึงคิดคำตอบให้ดี ๆ ออกมาหวังว่ากูคงได้คำตอบที่สมเหตุสมผลนะ" ผมลุกไปคว้าผ้าเช็ดตัวของตัวเองที่ทิ้งไว้แล้วเดินตึงตังไปอาบน้ำดับอารมณ์หงุดหงิดก่อนตัวเองจะเผลอซัดหลังมือใส่มันให้มันหายอมพะนำสักที กลิ่นหอมของน้ำยาปรับผ้านุ่มติดมากับผ้าเช็ดตัวทำให้ความหงุดหงิดค่อยเบาบางลง มันคงเอาไปซักให้สินะ

"ว่าไงคิดได้รึยัง" ผมเดินเช็ดผมเข้ามาก็ยังเห็นมันนั่งอยู่ที่เดิมเพิ่มเติมคือคอตกมากกว่าเก่า

"ปอแค่ไม่เคยมีของแพง ๆ ปอกลัวว่าถ้าเอาไปใช้ด้วยจะเผลอทำหายหรือทำมันพัง" ได้ฟังเหตุผลของมันแล้วทำให้ผมต้องถอนหายใจออกมาดัง ๆ จะดุจะด่าก็อีกนิดหนึ่ง เหตุผลมันฟังขึ้นเลยทีเดียว ที่ฟังขึ้นก็เพราะว่ามันคือไอ้ปอคนที่ผมอ่านประวัติมาจนละเอียดยิบ

"นอนเหอะกูง่วงละ"

"แต่ผมพี่โปรดยังไม่แห้งเลยนะเดี๋ยวจะไม่สบาย" มันพึมพำออกมาอีก ผมชักคิดถึงไอ้ปอคนเก่าแล้วสิเวลาเพียงไม่กี่วันทำไมมันหงอได้ขนาดนี้วะ จะว่ามันเสแสร้งแกล้งทำก็ไม่ใช่แววตาท่าทางคนอย่างไอ้ปอคิดอะไรมันแสดงออกมาให้เห็นหมดแหละ

"มึงก็มาเช็ดผมให้กูหน่อยจะได้นอน อ้อพรุ่งนี้วันเสาร์มึงไม่ต้องรีบตื่นนี่งั้นคืนนี้เรา..." ผมทำเป็นมองมันที่นั่งหน้าขาวด้วยแป้งอย่างหื่น ๆ พยายามข่มใจไม่ให้หัวเราะออกมาหน้าขาวยังกับตูดเด็กแบบนี้กูคงหื่นลงหรอกนะ มันทำทีอิดออดจนผมต้องมองอย่างกดดันสุดท้ายก็ลุกมานั่งขยี้ผมให้ใช้คำว่าขยี้ถูกต้องที่สุดแล้ว ถ้าเป็นผ้าป่านนี้มันคงแปรงจนจะหนังหัวถลอกแล้วล่ะ

"แห้งแล้ว" ไอ้ปอลุกเอาผ้าไปตากก่อนจะเดินไปปิดไฟแล้วกลับมานอนที่เดิม ครั้งนี้มันไม่นอนตัวแข็งเหมือนครั้งก่อนแฮะ

"ไอ้ปอคืนพรุ่งนี้กูจะเอามึงนะ" ผมโพล่งขึ้นมาท่ามกลางความมืดมิด ตัวมันสั่นเบา ๆ แต่ก็ยังครางงึมงำตอบรับคำพูดเมื่อกี้ เนื้อตัวนุ่ม ๆ ที่สัมผัสแตะกันเบา ๆ ประกอบกับตั้งแต่นอนกับเปาครั้งสุดท้ายผมก็ยังไม่ได้นอนกับใครทำให้อารมณ์ดิบมันถูกปลุกขึ้นอย่างรวดเร็วเปลี่ยนเป็นเอาตอนนี้ได้ไหมวะกูไม่สนใจละ ผมยกเลิกความคิดทั้งหมดแล้วลุกคร่อมตัวไอ้ปอแสงไฟทางเดินลอดเข้ามาจากผ้าม่านทำให้พอจะเห็นถึงสีหน้าตกใจของมัน

"วันนี้กูสอนมึงก่อนแล้วกันกูไม่ชอบเอากับพวกไม่เป็นงาน" พูดจบผมก็แนบปากประกบดูดดึงสอดลิ้นเข้าไปในโพรงปากควานหาอีกลิ้นทันที

"อื้ออ" ไอ้ปอพยายามพลิกลิ้นหลบแต่ผมก็ยังพยายามตามไปพยายามต้อนมันจนต้องยอมมาเกี่ยวลิ้นสู้กับผม

"อืมม" มือขวาผมลูบไปตามขาอ่อนก่อนจะล้วงไปด้านหลังบีบก้นแน่น ๆ มันอย่างมันเขี้ยวไอ้ดุ้นข้างล่างก็ตั้งฉากพร้อมรบทุกเวลา

พรึ่บ! "อื้อ พี่โปรด" เสียงครางทักท้วงตอนผมดึงกางเกงบอลมันออกให้พ้นหูพ้นตา คือผมเห็นมันตั้งแต่เดินมาเปิดประตูก็รู้แล้วว่ามันใส่แค่กางเกงข้างนอก คงคิดว่าคืนนี้ผมไม่มาน่ะสิ

"อะ อะ อื้มม" ผมไซ้ตั้งแต่ใบหูขาวลงมาที่คอดูดเม้มไปที่หัวนมเม็ดเล็กมือขวาก็ลูบไปที่ดุ้นลำเล็ก ยิ่งสัมผัสรับรู้ว่าช่วงล่างมันมีขนไรอ่อน ๆ ปกคลุมอยู่บางเบามันยิ่งกระตุ้นอารมณ์อยากจับกระแทกแรง ๆ สักที

"ไม่ต้องกลัวกูไม่ใส่เข้าไปหรอกไม่ได้พกถุงมา" ผมกระซิบบอกเบา ๆ ทั้งที่ตอนนี้ทั้งเนื้อทั้งตัวผมกับมันต่างก็ล่อนจ้อนด้วยกันทั้งคู่

"จริง ๆ นะ"

"เออจริงดิวะถ้าไม่ใช่เมียกูไม่โนคอนดอมด้วยหรอกน่า ถึงมึงจะซิงก็เถอะแต่เรื่องพิเศษอย่างนี้มันควรสงวนไว้ใช้กับคนที่รักจริง ๆ ไม่ใช่เหรอวะ" ผมก้มหน้าดูดปากมันแรง ๆ อีกทีก่อนจะพลิกตัวให้มันตะแคงเข้าหาแล้วจับรวบสองดุ้นให้แนบชิด จากนั้นก็ขยับข้อมือรูดรั้งไปพร้อมกับปากที่ไล้เลียดูดเม้มติ่งหูไอ้ปอเบา ๆ

"ฮืออ พี่โปรดปอเป็นอะไรไม่รู้อะ ฮึก..พี่โปรด" ไอ้ปอเหยียดช่วงล่างให้เบียดชิดแนบขึ้นก้นมันก็ส่ายตามอารมณ์ในตอนนี้

"ไม่ต้องตกใจปล่อยออกมาเลย ซี้ดด เสียวว่ะ" ผมเร่งขยับข้อมือให้เร็วและแรงขึ้นอย่างหยุดไม่อยู่

"อ๊ะ อ๊าาา" ไอ้ปอวี้ดร้องครางสุดเสียงตัวเกร็งกระตุกปล่อยน้ำขุ่นขาวของมันเปียกจนชุ่มมือผม

"ซี้ดด" ผมออกแรงชักรัวเร็ว ๆ สองดุ้นอีกครั้งก่อนจะปลดปล่อยออกมาเหมือนกันไอ้ปอยังนอนตัวสั่นแนบชิดกับตัวผม แทบหมดแรงจริง ๆ นี่ขนาดยังไม่ได้สอดใส่เข้าไปผมยังเสียวขนาดนี้

ไอ้ปอพรุ่งนี้กูไม่ใจดีกับมึงแบบนี้แน่ ผมลบสายตาต้นกล้าอ่อนที่เคยลังเลว่าจะทำมันไหมออกไปทันทีที่ได้ชิมรสชาติมัน ยังไงผมต้องเอามันให้ได้อย่าว่ากันเลยนะครับ

"วันนี้อยู่ห้องไม่ต้องออกไปไหนเดี๋ยวจะมีคนมาส่งของ" ผมสั่งไอ้ปอที่นั่งสัปหงกรับคำอย่างเบลอ ๆ นี่มันตื่นหรือยังวะดูแล้วน่าจะยังไม่ตื่นเต็มตาไม่งั้นมันคงมีปฏิกิริยากับเรื่องเมื่อคืนบ้างล่ะ เห็นแล้วอดหมั่นไส้ไม่ได้จนต้องเดินย้อนกลับไปผลักหัวมันให้นอนลงเหมือนเดิม กางกงกางเกงก็ไม่ใส่ ใส่แต่เสื้อตัวเดียวเอากับมันสิเมื่อคืนหลงเสียวอะไรกับไอ้เด็กหัวฟูหน้ามันย่องท่าทางไม่เต็มแบบนี้วะ ผมต้องคว้ากางเกงที่ตัวเองเป็นคนถอดเมื่อคืนมาใส่กลับให้ ไม่ใช่อะไรหรอกกลัวว่าเดี๋ยวมีคนเคาะประตูมันจะลืมตัวทะลึ่งพรวดไปเปิดทั้งที่ช่วงล่างห้อยโตงเตงอย่างนี้น่ะสิขนยิ่งน้อย ๆ อยู่ ตอนใส่กางเกงให้มันก็อดกลืนน้ำลายไม่ได้

"แม่งขนเพิ่งขึ้นรึไงวะโคตรน่าเอาเลย คืนนี้เถอะกูจะซัดให้แหลกเลย" ผมพึมพำเบา ๆ กับตัวเองอย่างหมายมั่นก่อนจะกดล็อกประตูเดินไปเอารถที่จอดหน้าร้านลาบตั้งแต่เมื่อคืน

ตรู๊ด ๆ ๆ "สวัสดีครับคุณโปรดให้เข้าไปส่งของได้เมื่อไหร่ครับ"

"บ่ายโมงก็แล้วกันตามที่อยู่ที่ผมให้ไปนะ ขอบคุณครับ" วางสายจากร้านเฟอร์นิเจอร์ของป๊าไอ้โยผมถึงมาฉุกใจคิด ถึงผมจะไม่คิดขนาดเลี้ยงไอ้ปอเป็นเรื่องเป็นราวแต่มันก็เป็นคนแรกที่ผมไม่ได้รีบร้อนเอาทันทีที่มีโอกาส และมันก็เป็นคนแรกที่ผมเจ้ากี้เจ้าการสั่งของเข้าห้องให้มันทั้งที่คนอื่นส่วนมากให้เงินแล้วก็จบ ๆ กันไป

นั่นสินะผมยังไม่ได้ให้เงินมันเรื่องเมื่อคืนนี่ถ้างั้นการที่ซื้อของให้มันก็คงจะคล้ายกับที่ผมซื้อกระเป๋า น้ำหอมหรือให้เงินคนอื่น ๆ เหมือนกัน ซึ่งผมเรียกมันว่าค่าตอบแทน และตัวไอ้ปอมันเองก็อยู่ในฐานะเดียวกับคู่ค้า คู่นอนคนอื่น ๆ ที่อีกไม่นานก็ต้องจบความสัมพันธ์กันไปเหมือนทุกคนที่ผ่านมา....

บทก่อนหน้า
บทถัดไป