บทที่ 2 นักออกแบบมือหนึ่ง

เช้าวันรุ่งขึ้น นาราลืมตาตื่นขึ้นมาแต่เช้าตรู่ ในขณะนั้นนิคส์ยังคงหลับสนิทอยู่ข้าง ๆ เธอ

ความปวดเมื่อยตามร่างกายคอยย้ำเตือนเธออยู่ตลอดเวลาว่าเมื่อวานเกิดอะไรขึ้น

เธอยอมรับได้ที่นิคส์ไม่รักเธอ แต่ยอมรับไม่ได้ที่ตอนมีอะไรกัน เขากลับเรียกชื่อผู้หญิงคนอื่น

นิคส์ในยามหลับใหลดูอ่อนโยนมาก นาราเอื้อมมือไปวาดโครงหน้าของเขาในอากาศ

หลังจากมองนิคส์เป็นครั้งสุดท้าย เธอก็ตัดสินใจเดินออกจากห้องนอนอย่างเด็ดเดี่ยว

คืนที่ผ่านมาเธอเก็บกระเป๋าเดินทางเรียบร้อยแล้ว เดิมทีเธอคิดว่านิคส์คงจะไม่กลับมาในวันนั้น

อยู่ที่นี่มานานขนาดนี้ สุดท้ายแล้วก็มีเพียงของเท่านี้ที่เป็นของเธอ

นารามองกลับไปที่สถานที่แห่งนี้อย่างลึกล้ำ แล้ววางใบหย่าที่เตรียมและเซ็นชื่อไว้เรียบร้อยแล้วทิ้งไว้บนโต๊ะ

เมื่อเดินออกจากหมู่บ้านวิลล่า นาราก็เรียกแท็กซี่มุ่งหน้าตรงไปที่สตูดิโอทันที

สตูดิโอนี้เป็นสตูดิโอที่เธอกับจิณณ์ร่วมกันก่อตั้งขึ้นมา

แต่ต่อมาเพราะความรัก เธอจึงเลือกครอบครัวเอาไว้ก่อน สตูดิโอแห่งนี้จึงมีจิณณ์เป็นผู้รับผิดชอบดูแลมาโดยตลอด

เมื่อรถจอดสนิท นาราก็จ่ายค่าโดยสารแล้วลงจากรถ

ประตูสตูดิโอเปิดค้างอยู่แล้ว เธอยังนึกไม่ออกเลยว่าจะเอ่ยปากพูดเรื่องนี้กับจิณณ์ออกไปอย่างไรดี

เธอเม้มปากเล็กน้อย แล้วหยิบกระเป๋าเดินทางเดินเข้าไป

ข้างในสตูดิโอไม่มีแม้แต่เงาของจิณณ์

มีเพียงเด็กสาวคนหนึ่งที่กำลังทำความสะอาดอยู่ข้างใน เมื่อเห็นเธอเดินเข้ามาเด็กสาวคนนั้นก็ตกใจไปชั่วครู่ ก่อนจะเอ่ยปากถามอย่างลองเชิง "พี่นาราใช่ไหมคะ?"

นาราชะงักไปครู่หนึ่ง เธอไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะรู้จักเธอ "ใช่ฉันเอง เธอรู้จักฉันด้วยเหรอ?"

เด็กสาวส่ายหน้า แล้วชี้ไปที่โต๊ะด้านหลัง "มีรูปของพี่ตั้งอยู่ตรงนั้นค่ะ"

เธอทอดสายตาตามไป บนโต๊ะนั้นมีกรอบรูปตั้งอยู่

เป็นรูปของเธอกับจิณณ์นั่นเอง

"พี่จิณณ์ไปอบรมค่ะ จะกลับมาอาทิตย์หน้า หนูชื่อพิมพ์ เป็นผู้ช่วยของพี่จิณณ์ค่ะ" พิมพ์ยืนแนะนำตัวอยู่ตรงนั้น มองนาราด้วยความประหม่า

นาราขมวดคิ้ว ทำไมเธอไม่เคยได้ยินเรื่องนี้มาก่อนเลย...

ความสงสัยทำให้เธอรีบหยิบมือถือออกมาจากกระเป๋า แล้วเปิดหน้าต่างแชทของจิณณ์ขึ้นมาดู

ข้อความสุดท้ายคือข้อความที่จิณณ์บอกว่าจะไปอบรม

เพียงแต่ตอนนั้นเธอน่าจะวุ่นวายอยู่กับอะไรบางอย่าง เลยไม่ได้ตอบกลับไป

นารารู้สึกผิดในใจจนต้องรีบเก็บมือถือ "ฉันเข้าใจแล้ว"

พิมพ์ยิ้มเล็กน้อย แล้วหันไปทำความสะอาดต่อ

ก่อนหน้านี้เธอรู้แค่ว่าสตูดิโอแห่งนี้ยังมีเจ้านายอีกคน และเคยได้ยินจิณณ์พูดถึงอยู่บ้าง วันนี้ถือว่าได้เจอตัวจริงแล้ว

นารานั่งลงบนโซฟา เธอสัมผัสได้ถึงสายตาของพิมพ์ที่มองมา

"ก่อนไปจิณณ์ได้สั่งอะไรไว้บ้างไหม?"

พิมพ์พยักหน้าทันที แล้วเดินไปหยิบสมุดเล่มหนึ่งมายื่นให้เธอ "พี่จิณณ์บอกว่า ถ้าพี่มาที่นี่ ก็ให้เอาสมุดเล่มนี้ให้พี่ดู แล้วพี่จะเข้าใจเองค่ะ"

นารารับสมุดมาเปิดดู รอยยิ้มบนใบหน้าก็พลันแข็งค้างไปทันที

นี่เขารับงานมาเยอะขนาดนี้เลยเหรอ!

นาราถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ ที่ผ่านมาจิณณ์คงจะลำบากมากเลยสินะ

ดูเหมือนว่าชีวิตหลังจากนี้ของเธอคงจะไม่น่าเบื่ออีกต่อไปแล้ว

"ฉันเข้าใจแล้วล่ะ เธอไปทำงานของเธอต่อเถอะ" นาราถือกระเป๋าเดินทางกับสมุดเล่มเล็กเดินเข้าไปในห้องทำงาน

เมื่อมองดูสถานที่ที่คุ้นเคย นาราก็ยิ้มออกมา

เธอไม่ได้จับปากกามานานมากแล้ว

สมัยเรียนมหาวิทยาลัย เธอคืออัจฉริยะด้านการออกแบบที่ใคร ๆ ต่างพากันอิจฉา ส่วนจิณณ์เองก็มีพรสวรรค์โดดเด่นทางด้านธุรกิจเป็นอย่างมาก

ทั้งสองคนร่วมมือกัน ใช้เวลาเพียงไม่กี่เดือนก็ก่อตั้งสตูดิโอนี้ขึ้นมาได้

การหย่ากับนิคส์ เธอไม่ได้ต้องการอะไรเลย ในใบหย่าระบุไว้ชัดเจนว่าเธอจะไปแต่ตัว

เธอคิดว่าคนอย่างนิคส์คงจะไม่ใจดีพอที่จะแบ่งทรัพย์สินส่วนหนึ่งให้เธอไปมีความสุขหรอก

โชคดีที่เธอยังมีสตูดิโอนี้ให้พึ่งพิง

ตอนที่สตูดิโอเพิ่งก่อตั้ง การแบ่งงานของเธอกับจิณณ์ชัดเจนมาก เธอรับผิดชอบเรื่องการออกแบบ ส่วนจิณณ์รับผิดชอบเรื่องการผลิตและเจรจาธุรกิจ

เพื่อให้สตูดิโอมีชื่อเสียง จิณณ์ยังปั้นให้เธอกลายเป็นนักออกแบบมือทองในนาม "ไอริณ"

หลังจากชื่อเสียงของเธอโด่งดังออกไป งานของสตูดิโอก็หลั่งไหลเข้ามาไม่ขาดสาย

หลังจากแต่งงานแล้ว ไอริณก็ค่อย ๆ เลือนหายไปจากสายตาของผู้คนในแวดวง

เพียงแต่ในเวลาว่าง ๆ เธอก็จะออกแบบผลงานบางส่วนส่งให้จิณณ์บ้างเป็นครั้งคราว

นารานั่งอยู่บนเก้าอี้ จ้องมองสมุดเล่มเล็กที่วางอยู่ตรงหน้าแล้วก็หัวเราะออกมาเบา ๆ

ในช่วงวันต่อ ๆ มา เธอใช้เวลาเกือบทั้งวันทั้งคืนอยู่ภายในสตูดิโอ

ออเดอร์ในสมุดเล่มเล็กที่จิณณ์ทิ้งไว้ให้ เธอก็ทำเสร็จไปกว่าครึ่งแล้ว

ต้องยอมรับเลยว่าคนที่จิณณ์หามานั้นมีพรสวรรค์มากจริง ๆ พอได้พิมพ์เข้ามาช่วยงาน เธอก็รู้สึกเบาแรงขึ้นเยอะเลย

วันนี้พิมพ์มีธุระจึงขอกลับก่อนเวลา

กว่าเธอจะวาดแบบในมือเสร็จ ท้องฟ้าข้างนอกก็มืดแล้ว

นาราเอามือปิดปากหาว ขณะที่กำลังจะปิดประตูร้านเพื่อกลับบ้าน ก็เหลือบเห็นเงาของคนที่คุ้นตายืนอยู่ที่ทางเข้า

เท้าของเธอหยุดชะงักลงทันที เธอเกือบลืมไปแล้วว่าวันนั้นหลังจากก้าวเท้าออกมาจากวิลล่าของนิคส์ เธอก็บล็อกช่องทางการติดต่อทั้งหมดของเขาไปแล้ว

ไม่คิดเลยว่าเขาจะตามมาหาเธอถึงที่นี่

“คุณมาที่นี่ทำไม?” นารากวาดสายตามองเขาตั้งแต่หัวจรดเท้า เธอรู้สึกว่านิคส์ดูโทรมลงไปมากทีเดียว

ในเมื่อเธอเดินออกมาจากชีวิตเขาแล้ว เขาก็น่าจะได้อยู่กับแอนน์อย่างมีความสุขไม่ใช่เหรอ?

เขาควรจะต้องดีใจสิ แล้วทำไมถึงยังทำท่าทางแบบนี้อยู่

"เล่นมานานขนาดนี้ น่าจะหายโกรธได้แล้วนะ? กลับบ้านไปกับฉันเถอะ ฉันจะทำเหมือนว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น"

นารามองเขาอยู่นาน ในแววตาเต็มไปด้วยความขมขื่น

หลังจากเก็บอารมณ์ได้แล้ว นาราก็เชิดคางขึ้น แล้วพูดอย่างหยิ่งทะนง "ฉันไม่กลับค่ะ และใบหย่านั่นคุณก็ช่วยรีบเซ็นชื่อให้เรียบร้อยด้วย"

นิคส์ขมวดคิ้ว "นี่เธอจะงอแงไปถึงไหน? ก็แค่เรื่องที่ไม่ได้อยู่ด้วยกันในวันวาเลนไทน์ไม่ใช่เหรอ? อีกอย่าง ตอนกลางคืนเราก็มีอะไรกันแล้วไม่ใช่รึไง..."

เมื่อได้ยินคำพูดนั้น นาราก็มองเขาอย่างไม่อยากจะเชื่อ "คุณคิดว่าที่ฉันอยากให้คุณกลับมาก็เพื่อจะมีอะไรกับคุณแค่นั้นเหรอ?"

"แล้วมันไม่ใช่หรือไง?" นิคส์ย้อนถาม

นาราโกรธจนหัวเราะเยาะออกมา "คุณนี่หน้าด้านจริง ๆ การหย่าไม่ใช่สิ่งที่คุณอยากได้มาตลอดเหรอ? ตอนนี้มีโอกาสได้สมใจอยากแล้ว ทำไมยังทำตัวอิดออดเหมือนผู้หญิงอยู่ได้ หรือเพิ่งจะเห็นว่าฉันมีค่าเลยอยากจะรั้งฉันไว้?"

นิคส์มองนาราด้วยสายตาประหลาดใจ ไม่เคยคาดคิดว่าคำพูดแบบนี้จะเอ่ยออกมาจากปากของเธอได้

เมื่อเห็นว่าเขายังไม่มีทีท่าว่าจะไป นาราก็เปิดข้อความนั้นขึ้นมาทันที แล้วยื่นมือถือไปตรงหน้าเขา "ฉันหลีกทางให้คุณกับแอนน์แล้ว ต่อไปเวลาทำเรื่องพวกนั้นก็อย่าเรียกชื่อผิดอีก มันน่าขยะแขยง"

นาราทำหน้าเย็นชา เมื่อแน่ใจว่าเขาเห็นข้อความชัดเจนแล้วก็เก็บมือถือกลับ

เมื่อเห็นสีหน้าแข็งทื่อของเขา เธอก็เดินผ่านเขาไปทันที

เมื่อกลับมาถึงอพาร์ตเมนต์เล็ก ๆ ที่เธออยู่ร่วมกับจิณณ์ นารายิ่งคิดก็ยิ่งรู้สึกโกรธขึ้นเรื่อย ๆ

นิคส์ ไอ้ผู้ชายเฮงซวย!

หลังจากนั่งครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง นาราก็เปลี่ยนมาสวมชุดเดรสยาวสีแดง แล้วหยิบกล่องเครื่องสำอางที่เก็บทิ้งไว้จนฝุ่นจับออกมา

เธอยืนแต่งหน้าอยู่หน้ากระจกอยู่นานพอสมควร หลังจากทาลิปสติกเสร็จเรียบร้อยก็พยักหน้าอย่างพึงพอใจ

ครึ่งชั่วโมงต่อมา นาราปรากฏตัวที่ดรีมเมอร์

บาร์ที่ใหญ่ที่สุดในเมืองเอ

ทันทีที่นาราก้าวเข้ามาปรากฏตัว สายตาของผู้ชายส่วนใหญ่ในบาร์ก็พร้อมใจกันเหลือบมองมาที่เธอ

แต่เธอก็ไม่ได้สนใจ เธอเดินเข้าไปหาที่นั่งในโซนวีไอพีแล้วนั่งลง ผู้ชายที่เข้ามาทักทายมีมากมายจนนับไม่ถ้วน ยิ่งนาราทำหน้าไร้อารมณ์ ก็ยิ่งทำให้คนอื่นรู้สึกอยากเอาชนะมากขึ้น

บทก่อนหน้า
บทถัดไป