บทที่ 4: ผู้หญิงที่ต่อสู้ภายในใจ

พลอยชมพูกำลังอารมณ์ดี แต่อยู่ดีๆก็ถูกเสียงเย็นชาของใครคนนึงขัดจังหวะเข้า เธอมองมาที่ผมด้วยสายตาอันเหลือเชื่อ

ในที่ทำงาน เธอเป็นผู้จัดการ ส่วนผมเป็นแค่พนักงาน เวลาเธออารมณ์ไม่ดี เธอสามารถดุด่าว่ากล่าวผมได้ตลอดเวลา และผมก็ไม่สามารถเถียงเธอได้ ถ้าผมทำแบบนั้น ผมอาจตกงาน

ในแคลิฟอร์เนีย การตกงานเป็นเรื่องที่น่ากลัวมาก แต่ผมว่า ไม่ว่าจะเป็นที่ไหน การตกงานก็เป็นเรื่องน่ากลัว

ช่างเถอะ ไม่พูดเรื่องนี้แล้ว ถ้าผมผ่านวิกฤตช่วงนี้ไปได้ ผมคิดไว้แล้วว่า ถ้าผมรอดกลับไปได้ ผมจะลาออกจากงาน ผมจะไปทำสิ่งที่ตัวเองชอบ เมื่อต้องเผชิญหน้ากับความตาย มันทำให้ผมฉุกคิดได้หลายอย่าง

ผมจึงเตรียมที่จะลาออก ผมจะไม่กลัวพลอยชมพูอีกต่อไป

เธอช่วยชีวิตผมไว้ก็จริง ผมคงไม่ปล่อยให้เธอตายไปต่อหน้าผมหรอก แต่ผมจะไม่ยอมแบ่งปลาที่หามาได้ด้วยความยากลำบาก ให้เธอกินฟรี ๆ แน่

"ชัยภัทรนายรู้มั้ยว่านายกำลังพูดอะไรอยู่ ฉันช่วยชีวิตเธอนะ"

"ใช่ ผมรู้ว่าคุณช่วยผมไว้ ผมก็จะช่วยคุณเหมือนกัน แต่นั่นไม่ใช่เหตุผลที่คุณจะมาแย่งปลาของผมได้"

"ผมจะแบ่งอาหารคุณ แต่จะแบ่งหรือไม่แบ่ง ผมควรเป็นคนตัดสินใจ"

ผมคิดว่า ถ้าเธอเชื่อฟังผม ผมจะยอมแบ่งอาหารให้ แต่ก็จะให้พอแค่เธอไม่อดตายเท่านั้นแหละ

ผมไม่ชอบนิสัยของเธอ หากกินจนอิ่มเกินไป เธอจะลืมสิ่งที่ผมเคยช่วย แล้วกลับมาใช้ท่าทีเดิมกับผม ผมไม่อยากให้เป็นแบบนั้น

"เธออยากได้อะไร เงินหรือ ฉันให้ได้ แค่เธอแบ่งอาหารให้ฉัน กลับไปแล้วฉันจะให้เงินเธอเยอะๆ ฉันเลื่อนตำแหน่งให้เธอก็ได้นะ"

พลอยชมพูกัดฟันมองผม ผมรู้ว่าตอนนี้เธออยากฆ่าผมให้ตาย แต่ผมอยากให้เธอกัด 'ส่วนนั้น' ของผมมากกว่า แต่อย่าแรงนัก ผมอยากให้เธอนุ่มนวลกับมันสักหน่อย

"ไม่ๆๆ ผมเอาเงินไปทำไม เราไม่รู้ว่าจะกลับไปได้เมื่อไหร่ หรือแม้แต่จะกลับไปได้หรือเปล่า เงินหรือการเลื่อนตำแหน่ง ไม่ใช่สิ่งที่ผมต้องการ" ผมอุ้มปลากะพงไปที่ชายหาด วางหอกปลาไว้ใน

จากนั้นก็เดินเข้าไปในป่า ผมหันไปมองพลอยชมพู สายตาของผมเต็มไปด้วยความคุกคาม โดยเฉพาะรูปร่างของเธอ หน้าอกของเธอ แม้จะถูกเสื้อผ้าปกคลุม แต่ก็ยังดูเด่นชัด รูปทรงสวยงามมาก

พูดจริงๆ ผมชอบมาก

พลอยชมพูกอดอก หุบขาแน่น เธอเข้าใจสายตาของผม เธอรู้ว่าผมต้องการอะไร เธอรู้สึกอับอาย โกรธแค้น และแม้กระทั่งเสียใจที่ช่วยชีวิตผมไว้

แต่เสียงคำรามของสัตว์ป่าในป่าทึบทำให้เธอตกใจกลัว เธออาจรู้สึกผิดที่ช่วยผม แต่การปล่อยให้ผมตายนั้นผิดมากกว่า เพราะเธอรู้ว่าด้วยตัวเธอเพียงลำพัง เธอไม่สามารถอยู่รอดบนเกาะนี้ได้

เธอจ้องมองปลาบนชายหาดด้วยความขัดแย้งในใจ ดวงตาเต็มไปด้วยความหิวโหย เธอมองตามหลังผม เธออยากขโมยปลาของผม แต่เธอก็นึกถึงคำที่ผมพูด

เราอาจไม่ได้กลับไป... หรืออาจต้องติดอยู่ที่นี่อีกนาน

เวลานานขนาดนั้น ปลาหนึ่งตัวก็ช่วยไม่ได้

ช่างเถอะ ถ้าเขาต้องการจริงๆ ก็ให้เขาไป ขอแค่มีชีวิตรอด พลอยชมพูพยายามโน้มน้าวตัวเอง แต่เมื่อความคิดนี้เกิดขึ้น เธอกลับรู้สึกขัดแย้งในตัวเอง

เธอไม่อยากยอมแพ้ จากนั้นก็หันไปมองหอกปลาของผม

พลอยชมพูหยิบหอกปลาขึ้นมา เธอจะพยายามจับปลาเอง หากสำเร็จ เธอก็ไม่ต้องง้อผมแล้ว

หนึ่งครั้ง สองครั้ง สามครั้ง

จนกระทั่งผมอุ้มกิ่งไม้แห้งกลับมาที่ชายหาด พลอยชมพูยังคงพยายามอย่างมุ่งมั่น ตอนนี้ใกล้ค่ำแล้ว ท้องฟ้าเริ่มมืด พลอยชมพูถอดเสื้อผ้าบางส่วนออก

สวมแค่กางเกงในบางๆ ต่อสู้อยู่กับการจับปลาที่ชายทะเล แต่ตอนนี้น้ำขึ้นแล้ว น้ำที่เคยตื้นกลายเป็นน้ำลึก แสงก็เริ่มหาย

เธอจับปลาไม่ได้แน่ๆ

แต่แผ่นหลังของเธอยังคงสวยงาม สะโพกผายโค้งมนได้รูป ดูแล้วอยากบีบคลึงอย่างแรง หรือตบอย่างแรง

หากได้จู่โจมเข้าหาจากทางด้านหลัง แล้วโถมแรงกระแทกกระทั้น เสียงกระทบที่เกิดขึ้น คงจะเป็นทำนองที่ไพเราะมาก

ผมวางกิ่งไม้แห้งที่เก็บมาลง เดินไปทางด้านหลังเธอช้า ๆ แล้วโอบกอดเธอเบา ๆ ร่างกายอวบอิ่มนุ่มนวลของเธอ พร้อมกับกลิ่นหอมเฉพาะของผู้หญิง ผมหายใจสูดกลิ่นนั้นเข้าไป

ในทันใด 'ส่วนนั้น' ก็เหยียดขยายจนแข็งตึงขึ้นอีกครั้ง

"ยอมแพ้เถอะ คุณจับปลาไม่ได้หรอก คุณไม่มีความสามารถแบบนั้น คุณเห็นแค่ผลงานของผม แต่คุณไม่เคยคิดว่าผมได้ใช้ความพยายามอย่างหนักแค่ไหน"

"หึ คุณมันเลวจริง ๆ ฉันต้องทำได้ และจะไม่ยอมให้คุณมากลั่นแกล้ง ฉันอุตส่าห์ช่วยชีวิตคุณ ยอมแบ่งอาหารให้คุณ แล้วทำไมคุณถึงทำกับฉันแบบนี้ได้" พลอยชมพูรู้สึกถึงความอบอุ่นที่ถูกร่างกายชายหนุ่มโอบกอด ชั่วขณะหนึ่งเธออยากยอมแพ้จริงๆ แค่ทำตัวอ่อนแอแล้วพิงไปที่ร่างกายชายคนนี้ ใช้ร่างกายของตัวเองเอาใจเขา แล้วได้อาหารมา รอจนกว่าทีมกู้ภัยจะมาถึง ก็เป็นทางเลือกที่ไม่เลว

แต่ทำไมต้องโหดร้ายกับตัวเองขนาดนี้!

พลอยชมพูถามตัวเองซ้ำแล้วซ้ำเล่า แต่เธอทำใจยอมรับไม่ได้จริง ๆ

เธอสัมผัสได้ถึงความแข็งขึงของชายหนุ่ม ที่กำลังพยายามบุกรุกเข้าหาความอ่อนนุ่มระหว่างขาผ่านเนื้อผ้าบางเบาของกางเกงใน

เธอรู้ดี...แค่เพียงก้มตัวลง แยกเรียวขาออก แล้วปลดเปลื้องกางเกงในทิ้งไป เพื่อยอมรับสัมผัสรุกล้ำจากเขาอย่างว่าง่าย เธอก็จะสามารถมีชีวิตรอดบนบนเกาะร้างนี้ได้ อย่างน้อยก็จะได้ไม่อดตาย

เธอรู้สึกประหม่า แต่สิ่งที่รุนแรงกว่าคือความขยะแขยงที่เกาะกินใจ

แม้จะถูกบังคับ เธอยังสามารถป้องกันตัวเองได้ แต่การยอมจำนนเอง เธอทำอะไรไม่ได้

เธอมีความหยิ่งยโส อายุไม่เยอะก็เป็นผู้จัดการแผนกสำคัญของบริษัทแล้ว เธอไม่อยากให้ร่างกายของตัวเอง ถูกพนักงานปลายแถวที่เธอเคยกดขี่อยู่ใต้บัญชา มาทำรุ่มร่ามกับร่างกายของเธอทำอะไรตามตามอำเภอใจ

"หยุดนะ! อย่าทำแบบนี้ ฉันไม่ยินยอม" พลอยชมพูสะบัดตัวหลุดพ้นจากอ้อมกอดของผม เธอหันมาจ้องหน้าผมเขม็ง ดวงตาคู่นั้นวาวโรจน์ด้วยความพยศและเพลิงโทสะ

"ได้ เธอคิดดูดีๆ นะ" ผมถอยหลังหนึ่งก้าวด้วยความเสียดาย สัมผัสที่เพิ่งดันก้นงอนนั่นไปเมื่อกี้... มันรู้สึกดีจริง ๆ

แต่ผมคิดว่ามันไม่มีความจำเป็นต้องไปบังคับเธอ ให้ทำเรื่องแบบนั้น

ผมรู้ชัดเจนว่าตอนนี้พลอยชมพูแข็งแกร่งแค่ภายนอก แต่ข้างในจริงๆ แล้วอ่อนแอมาก เมื่อเธอได้ลิ้มรสความหิวโหยและเผชิญกับอันตรายจริง ๆ เธอจะยอมแพ้ไปเอง

การเฝ้าดูพลอยชมพูที่เคยสูงส่งในบริษัท ค่อยๆ เดินไปสู่การยอมจำนน ทำให้ผมรู้สึกเพลิดเพลินมากกว่าความสุขทางกาย

ตอนนี้ผมเป็นดั่งนายพราน ที่รอให้เหยื่อเดินเข้าไปในกับดักที่ผมวางไว้เอง

ผมระงับความปรารถนาของตัวเอง มองเนินอกนั้นที่ขยับขึ้นลงตามการหายใจของพลอยชมพูด้วยความอาลัย ยิ้มแล้วเดินกลับไปที่ชายหาด

จากนั้นหยิบไฟแช็กออกมา จุดกิ่งไม้แห้ง ในคืนที่หนาวเย็นนี้ เปลวไฟที่ลุกโชนให้ความอบอุ่นเพียงพอ

ไฟแช็กเป็นของที่ผมพกติดตัวมา เดิมทียังมีบุหรี่หนึ่งซอง แต่ตอนนี้หายไปแล้ว โชคดีที่ไฟแช็กยังอยู่

แต่แม้จะไม่มีของชิ้นนี้ ผมยังมีวิธีอื่นในการจุดไฟ เช่น การปั่นไม้เพื่อจุดไฟ ก็เป็นวิธีที่ไม่เลว

นี่คือความรู้ที่ผมเรียนรู้จากการดูวิดีโอเอาตัวรอดในป่า

ตอนนี้ผมต้องขอบคุณตัวเองในอดีตอย่างมาก ขอบคุณที่ผมเคยลุ่มหลงในศาสตร์การเอาตัวรอดในป่าอย่างบ้าคลั่ง

ความรู้คือขุมทรัพย์ที่มั่งคั่งที่สุด

บทก่อนหน้า
บทถัดไป