บทที่ 2 02

02

ฟางเซียนมองเงินปึกที่หล่นกระจายทั่วเตียงนอนด้วยความเบื่อหน่าย

ขนาดเธอยอมง้อแล้ว อีกฝ่ายยังไม่ให้เงินเธอดี ๆ แต่กลับโยนมาจนกระจายไปทั่ว หากไม่ใช่เพราะเธอผ่านอะไรมาเยอะ ดวงตาของเธอคงเต็มไปด้วยเงินเหมือนเมื่อก่อน ไม่สนใจว่าเขาจะดูถูกเธอแค่ไหน แล้วกอบโกยไม่สนอะไรไปแล้ว

“ช่างเถอะ ยังไงเงินพวกนี้ก็จำเป็น” ฟางเซียนยักไหล่ไม่ใส่ใจ เงินน่ะชอบอยู่แล้ว แต่เธอก็รู้แล้วว่าเงินที่ดีที่สุดคือเงินที่หามาด้วยตัวเอง

ลู่อี้ชิงจากไปแล้ว ทิ้งไว้เพียงเธอกับห้องนอนสุดหรูที่เธอเคยโมเมว่าเขารักเธอถึงขนาดยกให้ แม้ความจริงแล้วมันจะเป็นแค่ห้องสำหรับ ‘sex’ เท่านั้น ไม่มีอะไรมากกว่านั้นก็ตาม

ฟางเซียนไม่ได้สนใจรายละเอียดพวกนี้ เธอรู้แล้วว่าการใช้ชีวิตที่ผ่านมาของเธอเต็มไปด้วยความผิดพลาด สิ่งที่แม่เคยสอนเธอมานั้นล้วนมีแต่เรื่องเลวร้าย เธอจะไม่ยอมกลับไปอยู่บนเตียงโง่ ๆ ตีกับพยาบาล ไม่มีญาติ ไม่มีสหายอีกแล้ว

เธอนั้นจะสร้าง ‘ครอบครัว’ ของเธอขึ้นมาบ้าง

เธออยากจะรู้ว่าหากเธอป่วยอีกครั้ง กลับไปจบที่โรงพยาบาลอีกครั้ง ทุกอย่างจะเปลี่ยนไปหรือไม่...

ฟางเซียนลูบท้องตัวเอง เธอตัดสินใจว่าเธอจะกินยาคุม ไม่ใช่ว่าเธอไม่รู้สึกผิดกับเด็กที่จะเกิดมา ในชาติที่แล้วเธอก็เป็นคนเอาเด็กออก แต่ชาตินี้ในเมื่อมันยังมีทางป้องกันได้ เธอก็ควรลองดูก่อน อย่างน้อยเขาก็ควรเกิดมาแบบครบครัน มีพ่อและแม่ที่รักกัน ที่สำคัญคือเธอสามารถเป็นแม่ที่ดีให้เขาได้แล้ว

ฟางเซียนเก็บเงินใส่กระเป๋าเป้ที่เคยใช้สมัยก่อน มันเก่า ๆ และออกจะเละเทะไปบ้าง แต่ที่เธอยังไม่ทิ้งไปเพราะมันเป็นเป้ใบแรกที่แม่ของเธอซื้อให้ เพื่อให้เธอไปโรงเรียน แม้จะไปได้แค่สามวันแล้วก็ต้องออก เพราะแม่ของเธอมีปัญหาก็ตาม

เธอใส่เสื้อยืดโอเวอร์ไซส์เพื่อปกปิดอกที่อวบอึ๋มของตัวเอง ใส่กางเกงยีนธรรมดาที่อยู่ในบรรดาของที่กำลังจะทิ้ง ถึงจะบอกว่ามันธรรมดาแต่ก็แพงเอาเรื่องเหมือนกัน ที่เธอจะทิ้งเพราะเธอดันเห็นอี้ชิงซื้อแบบเดียวกันให้ไป๋ซูเซียวนั่นแหละ ก่อนจะใส่หมวกแก๊ปปิดบังใบหน้านิดหน่อย

เธอมองห้องที่เคยอยู่เป็นครั้งสุดท้าย ถึงจะเป็นห้องที่โมเมว่าเป็นของตัวเอง แต่เธอก็ต้องยอมรับว่าตอนอยู่ที่นี่เธอรู้สึกดีจริง ๆ เพราะอย่างน้อยเธอก็มีบ้าน

เธอผงกหัวราวกับสั่งลาก่อนจะเดินออกจากห้องไป เหลือไว้เพียงห้องที่มืดมิดไร้ผู้คน

สักวันเธอเองก็ต้องหาได้เช่นกัน

อากาศเย็นชื้นเข้าจมูก โชคดีที่ร่างกายของเธอทนทานกับอากาศพอสมควร เพราะปกติเธอเองก็ต้องทนร้อน ทนหนาวมาก่อน อากาศที่เย็นขึ้นนิดหน่อยแบบนี้แทบจะทำอะไรเธอไม่ได้

หลินฟางเซียนเดินไปโบกรถโดยสารที่ขับผ่านมา ก่อนจะขึ้นรถแล้วจากไป เธอไม่สนว่าจะมีคนไปรายงานลู่อี้ชิงหรือไม่ เพราะเธอรู้ดีว่ายังไงซะตอนนี้ลู่อี้ชิงก็ยังคงไม่สนใจเธอ เพราะเขาคงคิดว่าเธอแอบหนีเที่ยวไปตามปกติ

แม้ว่าครั้งนี้เธออาจจะหนีเที่ยวไกลหน่อยก็ตาม...

ตอนนี้เธออยู่เมือง Z เมืองท่องเที่ยวที่พัฒนาพอสมควร ทั้งแสง สี และความบันเทิง แต่เบื้องหลังนั้นเต็มไปด้วยเจ้าพ่อมาเฟียที่คอยคืบคลานอยู่ ใครอ่อนแอก็จะถูกเมืองนี้กลืนกินง่าย ๆ แต่เพราะมันเป็นเมืองท่องเที่ยวกลางคืน ดังนั้นอย่างไรคนก็เยอะมากอยู่ดี

เธอเองก็เติบโตมาจากเมืองนี้เช่นกัน ดังนั้นเธอจึงคิดว่ามันช่างไม่เหมาะเอาเสียเลยกับการเริ่มต้นชีวิตใหม่ของเธอ

ไหน ๆ ก็มีเงินมากขนาดนี้แล้ว เธอจะหนีไปให้ไกลเลย

“ไปเมือง C ค่ะ” เธอบอกคนขับรถ ก่อนจะนั่งกอดอกเพื่อพักสายตา เมือง Z ไกลจากเมือง C มาก เนื่องจากประเทศนี้เมืองจะเรียงจากเมืองนอกสุดมายังในสุดด้วยตัวอักษร ดังนั้นอักษรท้ายขบวนอย่าง Z กับเมือง C จึงไกลกันพอสมควร

“มันไกลอยู่นะครับ” คนขับรถหันมาแย้ง อย่างต่ำเขาต้องขี่สามวันเลยทีเดียวกว่าจะถึง

“ฉันมีเงินจ่ายค่ะ” ฟางเซียนตอบแค่นั้นแล้วเงียบไป หากเขาไม่ไปเธอก็จะหารถคันอื่น โชคดีที่คนขับรถคันนี้น่าจะเป็นเจ้าของรถแท็กซี่ จึงไม่ต้องกังวลเรื่องเอารถกลับอู่ เขาพยักหน้ารับนิดหน่อยก่อนจะหันรถไปยังเส้นทางที่เธอบอก

ฟางเซียนหลับตาลง การเดินทางอันแสนยาวนานนี้คงน่าจะน่าเบื่อ และชวนปวดหลังอยู่ล่ะนะ

เธอจ่ายเงินก่อนจะเดินให้ห่างจากตัวรถแท็กซี่ แล้วเลี้ยวเข้ามุมตึกแห่งหนึ่งไป เธอแอบอยู่ตรงซอกตึกก่อนจะแอบมองรถแท็กซี่ที่นั่งมาขับจากไป เธอถอนหายใจ เปิดกระเป๋าเป้ตัวเองออก แล้วหยิบเสื้อกันหนาวมาใส่คลุม หยิบหนังยางมารัดผมตัวเองเป็นหางม้า ก่อนจะสวมแว่นกันแดดแบบเก๋ ๆ

จากลุคเท่ ๆ มาดเซอร์ ก็กลายเป็นสาวเปรี้ยวเพราะเสื้อกันหนาวสีแสบตาของเธอในทันที แม้กระเป๋าเป้ที่ถืออยู่จะไม่เข้ากันเลยก็ตาม

หลินฟางเซียนเดินออกมาจากซอกตึก ก่อนจะเชิดหน้าขึ้นแล้วเดินไปอย่างสง่างาม ที่เมือง C เป็นเมืองแห่งแฟชั่น ดังนั้นการที่เธอแต่งแบบนี้นอกจากจะไม่โดดเด่นแล้วยังกลมกลืนไปกับฝูงชนอีกด้วย

ทุกอย่างที่เธอทำนั้นก็เพื่อไม่ให้ใครแกะรอยของเธอได้นั่นเอง

ลู่อี้ชิงเป็นผู้ชายที่อ่อนโยน แต่มีนิสัยที่เดี๋ยวดี เดี๋ยวร้าย เดาอารมณ์ไม่ถูก หากเป็นชาติก่อนเธอมั่นใจว่าเขาจะตัดหางปล่อยวัดเธอแน่นอน เพราะการกระทำของเธอไม่น่ารักในสายตาของเขา แต่ในชาตินี้เธอจากกับเขาด้วยความเข้าใจ เธอไม่แน่ใจว่าเขาจะตามหาเธอหรือไม่

หากตามหาเขาจะส่งคน และตรวจสอบกล้องวงจรปิดอย่างแน่นอน เพียงไม่นานรถแท็กซี่คันนั้นก็จะถูกเจอ

แม้เธอจะภาวนาให้เขามัวแต่ยุ่งกับไป๋ซูเซียวจนไม่สนใจเธอก็ตาม

และเพราะแบบนั้นเธอจึงเดินตรงไปยังสถานีรถไฟ แล้วซื้อตั๋วกลับไปยังเมือง K ในทันที ความจริงเธอก็อยากจะทำให้คนตามสับสนอย่างการนั่งรถทัวร์ หรือเรือหนีไป แต่แบบนั้นเงินของเธอคงจะหมดเสียก่อน

แค่ค่าแท็กซี่ก็ทำเอาฟางเซียนร้องกรี๊ดในใจแล้ว

เมือง K ที่เธอเลือก เป็นเมืองแห่งการศึกษา และศิลปะ มหาวิทยาลัยชื่อดัง โรงเรียนชื่อดัง บุคลากรมากความสามารถล้วนมาจากเมืองนี้แทบทั้งสิ้น และเพราะเป็นเมืองของพวกนักเรียน นักศึกษา ค่าครองชีพจึงถูกกว่าเมืองอื่นมาก นั่นจึงเป็นเป้าหมายที่ฟางเซียนตั้งเอาไว้

เธออยากจะเรียน...

เขาบอกว่าเมือง K ไม่ดูถูกคนตั้งใจ เธอหวังว่าพวกเขาจะไม่ดูถูกเธอที่มาเรียนตอนแก่ แต่ถึงจะดูถูกเธอไปก็คงทำอะไรยายแก่หนังเหนียวเช่นเธอไม่ได้อยู่ดี

พอคิดถึงแผนในอนาคตเธอก็เผลอยิ้มออกมาอย่างอารมณ์ดี เผลอลูบท้องตัวเองโดยอัตโนมัติ ฟางเซียนชะงัก... ก่อนจะถึงที่เมืองนี้ ตอนแวะจอดพักรถ เธอซื้อยาคุมฉุกเฉินมากินแล้วเรียบร้อย หวนนึกถึงคำพูดของตัวเอง

“คุณก็... ให้เงินฉันสักก้อน ฉันจะไปซื้อยาคุมให้เรียบร้อย แต่ถ้าหากเด็กคนนี้ยังรอด... ตอนนั้นคุณก็ค่อยให้เงินฉันอีกก้อนไปเอาออก... ดีไหมคะ”

แน่นอนว่าเธอกินยาคุม แต่ถ้าหากเด็กคนนี้ยังมาอยู่ในท้องเธอได้

เธอก็แค่เตรียมตัวเป็นคุณแม่เท่านั้น...

ฟางเซียนถึงเมือง K แล้ว

อากาศที่นี่เย็นสบาย และบริสุทธิ์กว่าที่คิด อาจจะเพราะการส่งเสริมในเรื่องการอนุรักษ์ธรรมชาติ รวมไปถึงพัฒนาพื้นที่สีเขียว ทำให้เมืองนี้มีต้นไม้มากกว่าที่เมืองอื่นก็ได้

ฟางเซียนเองก็ไม่ใช่ว่าไม่ได้เตรียมตัวอะไรมา แม้จะเป็นแค่การเลื่อนโทรศัพท์แล้วเสิร์ชหาข้อมูลจากในเน็ตก็ตาม แน่นอนว่าโทรศัพท์ที่เธอใช้ก็เป็นโทรศัพท์ใหม่ และซิมใหม่เช่นกัน เธอไม่รู้ว่าลู่อี้ชิงมีฝีมือแค่ไหนหรือใช้วิธีไหนแกะรอย แต่เธอเองก็ต้องป้องกันทุกทางในส่วนที่สมองน้อย ๆ ของเธอจะจินตนาการได้

“เหมือนหนังสืบสวนแปลก ๆ” ฟางเซียนคิดแล้วอดไม่ได้ที่จะขำ

เมือง K แบ่งออกเป็นสามโซนใหญ่ ๆ คือโซนที่อยู่อาศัย โซนการศึกษา และโซนศิลปะ แน่นอนว่าทั้งสามโซนก็มีโซนอื่นปะปนกันไปบ้าง แต่ถึงอย่างไรเมืองนี้ก็แบ่งสัดส่วนได้ชัดเจนมากเลยทีเดียว

ฟางเซียนเลือกที่จะขึ้นรถโดยสารประจำทางที่มาจอดเทียบท่าหน้าชานชาลารถไฟ เธอมองป้าย และตัวเลขก่อนจะขึ้นอย่างไม่ลังเล แน่นอนว่าใจของคนที่ไม่เคยออกจากเมือง ไม่เคยออกจากห้องหรูหรืองานเลี้ยงของพวกไฮโซอย่างเธอ อดจะกลัวไม่ได้เช่นกัน

เธอไม่รู้ว่าการอยู่ด้วยตัวคนเดียว ด้วยลำแข้งของตัวเองจะน่ากลัวแค่ไหน

แต่มาถึงขนาดนี้แล้วเธอเองก็ถอยไม่ได้

ระหว่างนั้นเธอก็ลองเลื่อนดูหาห้องเช่า บ้านเช่าไปในตัว เธอไม่เลือกที่ถูกเกินไป และไม่แพงเกินไปนัก อย่างแรกที่สำคัญคือต้องมีความปลอดภัย และมีความเป็นส่วนตัวสำหรับอดีตผู้หญิงมาเฟียแบบเธอ

เธอเลือกบ้านเช่าหลังเล็กหลังหนึ่ง มันเป็นบ้านเล็ก ๆ ที่ภายในไม่มีที่กั้นสัดส่วนอะไร ทุกอย่างอยู่ภายในห้องเดียว มีแยกเพียงห้องน้ำเท่านั้น แต่นั่นไม่มีปัญหาสำหรับผู้หญิงตัวคนเดียวอย่างฟางเซียนอยู่แล้ว ทั้งบ้านหลังนี้ก็มีรั้วล้อมรอบ และปลูกต้นไม้หนาทึบ คนภายนอกยากที่จะมองเข้ามาได้

ฟางเซียนมองเบอร์โทรติดต่อ ก่อนจะโทรไปในทันที ตอนนั้นเองรถโดยสารก็มาจอดถึงโซนที่อยู่อาศัยเรียบร้อย

“ฉันสนใจบ้านเช่าที่คุณประกาศอยู่ค่ะ”

ฟางเซียนรับกุญแจบ้านมาจากผู้ให้เช่า เขาไม่ได้สนใจหรือไถ่ถามอะไรมากนัก ฟางเซียนรู้สึกขอบคุณเล็กน้อย เพราะนั่นทำให้เธอไม่อึดอัดเท่าไหร่

ฟางเซียนมองรั้วบ้านที่เป็นรั้วไม้เก่า ๆ ที่ดูแล้วแค่ใช้เท้าเล็ก ๆ ของเธอถีบก็น่าจะพังลงอย่างง่ายดายด้วยความวิตกเล็กน้อย ตอนนี้เธอยังไม่อยากใช้เงินตัวเองมากนัก เพราะไม่รู้ว่าในอนาคตจะมีเรื่องอะไรอีก แถมที่สำคัญเธอเองก็ต้องเรียนด้วยเหมือนกัน...

มันไม่ได้ปลอดภัยแบบที่เธอคิด แต่เธอก็สามารถสร้างมันขึ้นมาได้เหมือนกัน

ฟางเซียนยังไม่คิดอยากทำงานตอนนี้ เพราะเธอยังไม่ชินกับเมืองที่ย้ายมาอยู่ใหม่แม้แต่น้อย มันแตกต่างจากเมือง Z ที่เธออยู่มาก มันดูเรียบง่าย และเต็มไปด้วยธรรมชาติ เธอรู้สึกแปลก ๆ นิดหน่อยจะบอกว่าชอบก็ไม่เชิง เพราะคนอย่างหลินฟางเซียนคือผู้หญิงที่อยู่ท่ามกลางแสงสีมาทั้งชีวิต

เธอคิดว่ามันออกจะจืดชืดไปเสียหน่อย

แต่อีกไม่นานเธอจะปรับตัวได้

ฟางเซียนปลอบใจตัวเอง ก่อนจะเปิดประตูรั้วเข้าไป เธอเปิดโน้ตในโทรศัพท์ก่อนจะพิมพ์ลิสต์รายการที่จะต้องซ่อมแซม และพวกข้าวของเครื่องใช้ที่ยังขาดไป บ้านเช่าหลังนี้อยู่มานานมาก และไม่มีคนเช่าหลายปี ฟางเซียนแอบไปอ่านเจอมาว่าบ้านหลังนี้เหมือนจะมีผีร้ายอยู่ ทำให้คนที่อาศัยดวงตก และไม่เจริญ

ฟางเซียนไม่เชื่อข่าวลือเท่าไหร่นัก เพราะชีวิตเธอก็ไม่เคยเจริญอยู่แล้ว ทุกอย่างย่อมมาจากการกระทำของเธอเท่านั้น

โชคดีที่ผู้ให้เช่ามาทำความสะอาดให้ก่อนสองชั่วโมง บ้านช่องจึงสะอาดสะอ้าน ไม่ได้ดูเก่าจนน่ากลัวแบบที่คิด มีเพียงรั้วบ้านที่เป็นปัญหากับพวกสวนหน้าบ้าน หลังบ้านที่พวกวัชพืชขึ้นเยอะจนเกินไป มันจะเป็นอันตรายกับเธอได้ หากมีพวกสัตว์มีพิษมาเพ่นพ่าน

ภายในบ้านมีเตียงหนึ่งเตียง ตู้ โต๊ะ แต่ว่ากลับมีของฟุ่มเฟือยอย่างแอร์แปะผนังเอาไว้อยู่ แม้จะเป็นรุ่นเก่ามาก แต่ฟางเซียนลองเปิดแล้วพบว่ามันก็เย็นสบายดี และภายในห้องน้ำก็มีชักโครก ฝักบัว และอ่างล้างมือให้ตามปกติ

ฟางเซียนคิดว่าเธอจะต้องซื้อผ้าปูที่นอน ผ้าม่าน โต๊ะกินข้าวเล็ก ๆ พัดลม รวมไปถึงอุปกรณ์ทำครัวด้วย เธอคิดว่าถ้าเธอทำอาหารเองน่าจะประหยัดกว่า แต่พอคิดแบบนั้นเธอก็ต้องคิดเรื่องตู้เย็นอีก

ตู้เย็นมือสองจะเย็นไหมนะ...

ฟางเซียนนั่งลงกับพื้นเอนหลังพิงเตียงเอาไว้ มองเพดานโล่ง ๆ กับกลิ่นอับ ๆ จากการที่ห้องถูกปิด เธอคิดว่าการเปิดแอร์อาจจะยังไม่ช่วยเรื่องกลิ่นอับ ฟางเซียนจึงลุกปิดแอร์ แล้วเดินไปเปิดหน้าต่างเพื่อให้ลมพัดเข้ามาแทน

เรื่องง่าย ๆ เธอยังไม่รู้ด้วยซ้ำ

แต่ถ้าถามเรื่องการผสมค็อกเทลเธอก็น่าจะตอบได้ประมาณสิบอย่าง

และมันโคตรไม่มีประโยชน์กับเธอในตอนนี้เลย

เมือง K เองก็ไม่น่าจะรับบาร์เทนเดอร์ไร้ชื่อเสียงแบบเธอหรอก อย่างที่บอกว่าเมือง K นั้นเป็นเมืองแห่งการศึกษา ดังนั้นสถานบันเทิงจึงน้อยมาก หากมีก็คือเป็นที่หรูหราทั้งนั้น นั่นหมายความว่าพวกเขาจะต้องคัดกรองพนักงานที่เข้าไปอย่างเข้มงวด

คนที่ไร้ประวัติ ประสบการณ์แบบเธอคงถูกเตะโด่งออกมาจากร้านอย่างไม่ใยดี

ฟางเซียนสำรวจบ้านจนครบถ้วน ก่อนที่จะมาจัดข้าวของของตัวเองให้เข้าที่ ฟางเซียนนั้นมีแต่พวกเครื่องสำอาง เสื้อผ้า และกระเป๋าเท่านั้น เธอเอามันมาเกือบหมด ไม่ได้คิดว่าเสียดายเพราะซื้อมาแพง หรือเพราะเป็นของรักอะไร

ฟางเซียนกลับมาคราวนี้เธอก็เหมือนคนละทิ้งกิเลสไปได้บางส่วนแล้ว

เธอคิดว่าพวกมันอาจจะขายได้ในอนาคตมากกว่า เธอเองเคยรู้จักคนหนึ่ง เธอเป็นคุณหนูที่มีฐานะปานกลางในหมู่สังคมคนรวย แน่นอนว่าเธอรวย แต่หากเทียบกับคนชนชั้นเดียวกัน เธอก็แค่ผู้หญิงระดับกลาง ๆ

ปกติก็ไม่มีใครสนใจอะไรหรอก แต่คุณหนูมีชื่อเสียงคือชอบซื้อของหรู ๆ มาใช้ มันเป็นตามประสาของพวกไฮโซ แต่ว่าคุณหนูคนนี้หลังจากเบื่อก็ชอบเปิดไลฟ์เอาของสะสมตัวเองมาขาย หากเป็นชาวบ้านทั่วไปก็คิดว่ามันก็เรื่องธรรมดา ตามปกติ แต่ก็อีกนั่นแหละ เพราะเธออยู่ในสังคมไฮโซ เรื่องที่เธอทำมันเลย ‘แปลก’

แต่คุณหนูคนนี้ไม่เคยเห็นหัวใครอยู่แล้ว ใครจะว่าอะไรเธอก็ไม่เคยสน เป็นตัวของตัวเองอย่างถึงที่สุด

ฟางเซียนในชาติก่อนเคยมองว่าคุณหนูคนนี้แปลกประหลาด และไม่น่าคบ แต่พอมาในตอนนี้เธอกลับนับถือการใช้ชีวิตแบบไม่สนคำคนอื่นมากกว่า ถ้ามีโอกาสได้พูดคุยกันจริง ๆ จัง ๆ ก็อาจจะดี

แต่คงไม่มีวันนั้น...

หลังจากจัดการทุกอย่างเสร็จเรียบร้อย เธอก็แต่งตัวใหม่ให้ดูเรียบร้อย และใส่ผ้าปิดปากกับหมวกตัวเองอย่างดี เธอมั่นใจว่าตัวเองเป็นคนสวย และนั่นหมายความว่าเธออาจจะเป็นที่จับตามองได้ เธอยังไม่อยากสุงสิงกับใครนักจนกว่าจะตั้งตัวได้

“ฉันนี่ก็หลงตัวเองเหมือนกันนะ” ฟางเซียนบ่นแบบขำ ๆ เธอเปิดประตูบ้านพร้อมกับล็อคประตูอย่างเรียบร้อย

เธอสอบถามผู้ให้เช่ามาบ้างว่าแถวนี้มีทำเลอะไรบ้าง แม้บ้านนี้จะเป็นบ้านที่ปล่อยร้างมานาน แต่ก็ไม่ได้อยู่ไกลสถานที่อำนวยความสะดวกต่าง ๆ หากเดินไปทางซ้ายก็จะเห็นร้านของชำเล็ก ๆ หากเดินไปทางขวา ไกลหน่อยแต่ก็มีซุปเปอร์มาร์เก็ตที่ขายทุกอย่างอยู่ ทั้งพวกของสด ของใช้

นอกนั้นก็จะเป็นโรงเรียนเล็ก ๆ ของพวกเด็ก ๆ ประปรายกันไป เหมือนผู้ว่าราชการเมือง K จะคำนึงถึงการศึกษาเป็นอย่างมาก แม้จะแบ่งโซนอย่างชัดเจน แต่ว่าเด็กเล็กหรือเด็กประถม การเรียนไกลบ้านย่อมลำบากผู้ปกครอง และที่สำคัญเด็กก็อาจจะหวาดกลัวได้หรือพบเจออันตรายระหว่างทาง ดังนั้นโรงเรียนของพวกเด็ก ๆ จึงมีแซม ๆ ตามหมู่บ้านต่าง ๆ

ในตอนที่เดินผ่านเนอสเซอรี่ ฟางเซียนหยุดดูอยู่เกือบพักใหญ่เลยทีเดียว เธอมองเหล่าเด็ก ๆ ที่บางคนสูงไม่ถึงเข่าของเธอวิ่งเล่น หัวเราะกันอย่างสนุกสนาน โดยไม่รู้ตัว มือของเธอเลื่อนจับท้องของตัวเองเบา ๆ

ชาติที่แล้วเธอทำร้ายสิ่งมีชีวิตเล็ก ๆ แบบนี้สินะ

แม่ขอโทษ...

ฟางเซียนมอบเงินให้กับพนักงานส่งของ ก่อนจะเดินเข้าบ้านด้วยสีหน้าเหน็ดเหนื่อย โชคดีที่ซุปเปอร์มาร์เก็ตโซนเครื่องใช้มีบริการส่งของ เธอจึงติดกับรถมาด้วยไม่ต้องเดินให้เหนื่อย แถมของก็ไม่ต้องถือให้เมื่อยอีก แถมคุณพนักงานก็ใจดีมาก ช่วยยกเข้ามาจัดข้าวของหนัก ๆ ให้อีกต่างหาก

ฟางเซียนจัดการแกะพวกพลาสติกออก ก่อนจะเสียบปลั๊กตู้เย็น เอาพัดลมไปวางตำแหน่งปลายเตียง แล้วเปิดให้มันหมุนลมเย็น ๆ พัดรอบห้อง

ฟางเซียนดมผ้าปูที่นอนที่ซื้อมาใหม่ เป็นกลิ่นของใหม่ที่ยังไม่ได้ซัก แต่เธอยังไม่มีเวลา ตอนนี้ก็เย็นมากแล้ว ค่อยซักพรุ่งนี้แล้วกัน คืนนี้ก็ทนใช้ไปก่อน ฟางเซียนจัดการปูเตียงอย่างรวดเร็ว

หลังจากตู้เย็นเย็นดีแล้ว เธอก็เดินเอาของสดมาใส่ตู้เย็น เอาอุปกรณ์ทำครัวใส่ตู้เก็บของที่ซื้อมาเพิ่ม ทำให้เธอมีครัวเล็ก ๆ ขนาดย่อมอยู่ตรงมุมห้อง เธอยังไม่มีเตาแก๊ส เธอจึงซื้อเตาไฟฟ้ามาใช้ก่อน หากมีโอกาสค่อยติดตั้งแก๊สทีหลัง

กว่าทุกอย่างจะเรียบร้อยพระจันทร์ก็เกือบอยู่เหนือหัวแล้ว ฟางเซียนที่ทำทุกอย่างเพลินจนลืมความเหนื่อยถอนหายใจออกมายาว ๆ เมื่อทุกอย่างเรียบร้อย พอเห็นว่าชีวิตใหม่ของเธอในบ้านหลังเล็ก ๆ แห่งนี้กำลังเริ่มต้น รอยยิ้มงดงามก็เบ่งบานออกมาทั่วใบหน้า

“อาบน้ำดีกว่า”

พรุ่งนี้ยังคงดำเนินต่อไป

บทก่อนหน้า
บทถัดไป