บทที่ 10 รสชาติโคตรแย่
‘แม่ง... ด่าซะไม่ดูตัวเองเลย สภาพเธอยังมีหน้ามาด่าฉันอีกนะ…’
เวหาเงยหน้าขึ้น ดวงตาวาวโรจน์เต็มไปด้วยอารมณ์ที่ไม่สามารถควบคุมได้อีกต่อไป ก่อนจะคว้าใบหน้าเธอเข้ามา แล้วประกบจูบลงไปอย่างรุนแรง
ริมฝีปากของเขาบดเบียดกับของเธอราวกับพายุที่พัดกระหน่ำซัดเข้าหาฝั่งอย่างไม่ปรานี ไม่ใช่จูบที่เต็มไปด้วยรัก แต่คือจูบของผู้ชายที่ต้องการเอาชนะทุกอย่าง
“อืมมม…”
เสียงครางในลำคอของเธอหลุดออกมา แม้พยายามปฏิเสธ แต่ร่างกายก็ไม่อาจต้านทานแรงปรารถนาอันเร่าร้อนของเขาได้
‘จูบเพราะความปากดีของเธอเท่านั้นแหละ รสชาติโคตรแย่’
‘จูบเพราะความปากดีของเธอเท่านั้นแหละ รสชาติโคตรแย่’
ริมฝีปากของทั้งคู่ประกบกันอย่างเร่าร้อน กลิ่นหอมจางจากลมหายใจของกันและกันผสมปะปนกับกลิ่นเรือนกายที่ลุกโชนไปด้วยแรงอารมณ์ เสียงจูบที่ดังเปียกชื้นก้องกังวานในห้อง ย้ำเตือนถึงการรุกและรับที่ไร้การยั้งคิด
เวหาไม่ผ่อนแรง มือใหญ่ของเขายังคงบีบคลึงทรวงอกอวบอิ่มใต้เนื้อผ้าบางเบาด้วยจังหวะที่หนักบ้าง เบาบ้าง คล้ายจะหยอกล้อ แต่ทุกแรงสัมผัสกลับเต็มไปด้วยความเอาแต่ใจอย่างร้ายลึกคนตัวเล็กใต้ร่างเขาสะท้านเฮือกทุกครั้งที่ปลายนิ้วกรีดผ่านยอดอก
ฝันหวานจิกมือลงไปในเส้นผมของเขาแน่น ราวกับกำลังยึดเหนี่ยวความจริงบางอย่างไม่ให้หลุดลอย ความรู้สึกปั่นป่วนแล่นวาบจากอกลงไปถึงแก่นกาย
‘ทำไมร่างกายถึงตอบสนองเขาได้มากขนาดนี้... แค่ปลายนิ้วสัมผัส ใจก็สั่นราวกับจะหลุดจากอก มันไม่ควรเป็นแบบนี้เลย...เพราะรักเขามากสินะ’
ริมฝีปากของพวกเขาบดเบียดกันยาวนานกว่า 10 นาที ยาวนานจนนับวินาทีไม่ไหว ริมฝีปากของฝันหวานแดงช้ำจนแทบไม่มีสีเหลือ ขณะที่มุมปากของเวหาก็แตกจนเลือดซึมออกมาเล็กน้อย
เธอเบิกตากว้างอย่างตกใจ ก่อนจะผละออกจากจูบ
“อาจารย์…ปากแตกค่ะ เลือด...”
เขาขมวดคิ้วเล็กน้อย ก่อนแสยะยิ้มจาง ๆ ใบหน้าหล่อเหลายังเย็นชาเหมือนเดิม
“แค่นี้ไม่เจ็บหรอก”
‘ของแค่นี้มันแค่รอยขีดข่วน แต่ที่เจ็บจริง ๆ... มันอยู่ตรงกลางอกฉันเนี่ย’
เขาคิดในใจอย่างไม่เข้าใจตัวเอง ว่าทำไมต้องรู้สึกอะไรกับเสียงห่วงใยนั้นด้วยนะ...
จากนั้นเขาก็ไม่รอช้า คว้าใบหน้าเธอกลับมา แล้วจูบซ้ำอีกครั้งอย่างไม่ลังเล ครอบครองทุกซอกมุมของริมฝีปากนั้นอย่างเอาแต่ใจ
แต่ฝันหวานกลับยกมือขึ้นแนบแก้มเขาไว้ สัมผัสแผ่วเบาเหมือนกำลังประคองคนสำคัญไม่ให้หลุดจากมือ
“หนูขอโทษ เจ็บไหมคะ…”
เสียงเธอแผ่วลงจนแทบเป็นกระซิบ แววตาของเธอเต็มไปด้วยความรู้สึกผิดจากใจ ก่อนจะค่อย ๆ เอื้อมมือมาเช็ดเลือดที่มุมปากให้เขาด้วยปลายนิ้วที่สั่นเล็กน้อย
เธอกำลังจะดึงมือนั้นกลับ แต่เวหากลับโน้มตัวลงมา ริมฝีปากหยาบกร้านของเขาดูดเลือดที่ติดอยู่บนปลายนิ้วเธออย่างช้า ๆ สัมผัสชวนสั่นระริก ไล้ผ่านอย่างยั่วเย้าราวกับลงโทษ
เขาดูดนิ้วเธอซ้ำแล้วซ้ำเล่า อย่างไม่รีบร้อน ก่อนจะดึงมือออกจากปากตนเอง แล้วเอ่ยเสียงต่ำ แฝงความเย้ยหยัน
“อย่ามาทำให้ฉันเสียอารมณ์”
พูดจบเขาก็โน้มตัวลงจูบเธอต่ออย่างดุดัน ริมฝีปากบดเบียดกดแน่นอย่างโหดร้าย พลันครอบครองริมฝีปากเล็กนั้นจนเธอหายใจแทบไม่ทัน ความดิบเถื่อนในตัวเขาระเบิดออกมาโดยไม่มีการยั้งมืออีกต่อไป
เธอผละออกอย่างยากลำบาก เสียงที่เปล่งออกมาสั่นพร่าทั้งตัวและหัวใจ
“หนูไม่ไหวแล้วค่ะ อาจารย์...”
เวหาเลิกคิ้วเล็กน้อย ดวงตาเย็นชาดั่งน้ำแข็ง ริมฝีปากที่ยังเปื้อนเลือดของตนเองยกยิ้มจาง ๆ
“เธอไม่มีสิทธิ์ไม่ไหว เป็นไปได้อย่าพูดอะไรเลยดีกว่า”
เสียงเรียบเย็นที่ฟังดูไร้ความเมตตาของเวหา ดังขึ้นชิดริมฝีปากเธอ พร้อมกับสายตานิ่งเย็นที่จ้องลึกเข้ามาในดวงตาสั่นไหวของฝันหวาน
‘ไม่ไหวเหรอ? ฉันต่างหากที่ไม่ไหว...แต่ก็หยุดไม่ได้แล้วเหมือนกัน’
เขากัดกรามแน่น แต่สายตาไม่เคยละไปจากใบหน้าเธอที่บิดเบี้ยวไปด้วยทั้งความกลัว ความสับสน และ... ความปรารถนา
เขาโน้มลง จูบเธออีกครั้ง คราวนี้ลึกซึ้งและดุดันยิ่งกว่าเดิม ริมฝีปากบดขยี้อย่างไม่ปรานี จนฝันหวานรู้สึกเหมือนถูกดูดกลืนไปทั้งร่าง
‘ทำไมถึงเย็นชาแบบนี้... แต่ทำไมเรากลับยังต้องการเขา... ทำไมถึงไม่ผลักเขาออกไปให้พ้นๆ ไปซะที…’
ฝันหวานพยายามฝืนความรู้สึก เธอหอบหายใจพลางหลับตาแน่นก่อนจะเปล่งเสียง
“แต่หนู…”
“อย่าพูด เก็บปากไว้ครางเรียกชื่อฉันก็พอ”
คำพูดนั้นเหมือนฟาดเข้ากลางใจจนเจ็บลึกไปถึงปลายประสาท ความอับอายหลั่งท่วมขึ้นมาราวกับคลื่นถาโถม
เวหาเลื่อนมือข้างขวาลง ไล้ปลายนิ้วผ่านแผ่นท้องแบนราบของเธออย่างจงใจ ค่อย ๆ ลากไปตามเส้นโค้งเอวคอด ก่อนจะล้วงเข้าไปสัมผัสกับช่องทางลับที่ชื้นฉ่ำอย่างไม่ต้องสงสัย
“เปียกขนาดนี้ ร่านใช่เล่นเลยนะเธอเนี่ย…”
เขากระซิบเสียงแหบพร่าชิดใบหูเธอ ลมหายใจร้อนจัดปะทะผิวจนเธอขนลุกวาบ
นิ้วของเขาสอดเข้าไปอย่างช้า ๆ หนักแน่น และเต็มไปด้วยแรงปรารถนาที่รุนแรงจนร่างกายเธอสะดุ้งเฮือก
“นี่เธอยังไม่รู้สึกตัวเลยหรอว่ากำลังเอากับผัวของผู้หญิงที่เธอพึ่งฆ่าตายมา…”
ประโยคนั้นแทรกเข้ามาเหมือนมีดคมที่เฉือนกลางอกอย่างไม่มีเยื่อใย
‘พูดแบบนี้ทำไม… ฉันไม่ได้ทำ...ฉันไม่ได้…’
“อ๊ะ…หนูไม่เข้าใจ บอกได้ไหมคะว่าอะไรทำให้อาจารย์คิดว่าหนูเป็นคนทำ…”
