บทที่ 14 ว่าที่ผู้นำ
ในขณะที่บนเวที คามาร์ต้องต่อสู้กับความรู้สึกของตัวเองอย่างหนัก เขาต้องควบคุมมือไม่ให้สั่น ควบคุมจิตใจให้จดจ่ออยู่กับเสียงเปียโนไม่ใช่ลอยกลับไปหาคนที่เขาเพิ่งเดินผ่านมา คนที่ทำร้ายทั้งร่างกายและหัวใจ คนที่กระชากจิตวิญญาณของเขาให้หลุดลอยไปอย่างเลือดเย็น แต่เพียงได้ยินเสียง เพียงได้กลิ่นกายที่โหยหา เขาก็เกือบควบคุมตัวเองไม่ได้ ที่นิ้วมือของเขาเคลื่อนไหวไปบนลิ่มจนเกิดท่วงทำนองอันแสนไพเราะเป็นเพราะเพลงเพลินช่วยประคับประคอง กว่าชายหนุ่มจะรู้ตัวก็ตอนที่เสียงปรบมือดังกึกก้องไปทั่วห้องจัดเลี้ยง
“ขอบใจ” คามาร์กระซิบเสียงเบา
“คุณไหวนะครับ เราต้องลุกไปหาคุณท่านตอนนี้”
“อืม”
ดูเหมือนว่าคามาร์จะเพิ่งตั้งสติได้ เขาลุกขึ้นยืนคำนับเป็นการขอบคุณเสียงปรบมือ แล้วเดินเคียงคู่ไปกับเพลงเพลิน
“ขอบใจมาก”
สรวงยิ้มแย้มพลางก็ตบหลังหลานชายเบา ๆ เมื่อคามาร์เข้ามาหา
“สุขสันต์วันเกิดนะครับ ขอให้คุณปู่สุขภาพแข็งแรง อยู่เป็นร่มโพธิ์ร่มไทรของหลานและทุกคนในยามาสรวงตลอดไป”
สรวงหัวเราะร่วน เลื่อนมือไปลูบศีรษะหลานชายพร้อมกับตอบกลับ “ปู่อยู่ตลอดไปไม่ได้หรอก คงต้องฝากความหวังไว้กับคนรุ่นหลังอย่างหลาน” แล้วสรวงก็รั้งคามาร์เข้าไปกอด พร้อมกับกระซิบเสียงหนักแน่นแต่ได้ยินกันแค่สองคน “หวังว่าคามจะเข้าใจว่าอะไรคือเพชรแท้แบบไหนคือเพชรเทียม”
แล้วฝ่ามือเหี่ยวย่นก็ตบหนัก ๆ ลงบนแผ่นหลังของหลานชาย ก่อนจะผละออกมาลุกขึ้นยืน ยื่นแก้วไวน์ไปตรงหน้า ชักชวนให้แขกทุกคนร่วมดื่มฉลอง
แต่ทันใดนั้นการมาถึงของคนกลุ่มหนึ่งก็ดึงความสนใจของแขกทั้งหมดในงานให้หันไปมองตามเสียงทักทายที่ดังขึ้นมาขัดจังหวะ
ศร สุราลัย ก้าวเข้ามาในงานพร้อมกับของขวัญในมือ ข้างกายของเขามีผู้ติดตามหลายคน หนึ่งในนั้นคือ ‘สันต์’ ลูกติดภรรยา กับ ‘จารวี’ ลูกสะใภ้ โดยหลานชายที่มาถึงก่อนอย่าง ‘ศรัณ’ เดินเข้าไปสมทบหลังจากที่ทั้งหมดเข้ามาประจันหน้ากับสรวง
ภมรที่ยืนประกบอยู่ด้านขวาของคามาร์รีบกระซิบบอกชายหนุ่มว่าเบื้องหน้าของเขากำลังเกิดอะไรขึ้น
ในขณะที่เพลงเพลินอาศัยจังหวะนั้นลอบสังเกตทุกคนและรับรู้ได้ถึงรังสีแห่งความบาดหมาง มันเหมือนมีพลังงานบางอย่างพุ่งออกมาจากดวงตาของผู้สูงวัยทั้งสองที่จ้องมองกันจนทำให้คนรอบข้างต้องกลั้นหายใจด้วยความกดดันไปด้วย
“ฉันไม่คิดว่าแกจะกล้ากลับมาที่นี่”
“วันสำคัญของพี่ทั้งทีจะขาดน้องชายอย่างผมได้อย่างไร ใจคอจะไม่รอคำอวยพรจากผมเลยหรือครับพี่สรวง”
สรวงส่งเสียงเยาะในลำคอ “เราต้องใส่ใจกับสิ่งไร้ค่าด้วยหรือ”
ศรระเบิดหัวเราะราวกับขบขันนักหนาที่โดนตอกหน้ากลับมาแบบนั้น “พี่ก็ดูแคลนน้ำใจของผมเกินไป นี่ครับของขวัญ ไข่มุกอันดามันจากฟาร์มของผมเอง เม็ดนี้มันสวยที่สุดเลยนะครับ”
สรวงพเยิดหน้าให้ภมรรับของขวัญที่ศรยื่นมาให้ ก่อนจะหันมายิ้มเย็นให้น้องชายและมองเลยไปที่ศรัณ
“พวกแกมาก็ดีแล้ว คืนนี้ฉันมีเรื่องดี ๆ จะแจ้งทุกคนในยามาสรวง มากันพร้อมหน้าแบบนี้จะได้ไม่ต้องให้ใครไปบอกต่อ”
“มีเรื่องอะไรดีกว่าการที่พี่กำลังจะพ้นตำแหน่งผู้นำอีกหรือครับ”
สรวงไม่ได้ใส่ใจถ้อยคำแดกดันจากคนตรงหน้า เขาปรายตามองน้องชายต่างสายเลือดราวกับอีกฝ่ายเป็นเศษสวะปนเปื้อนสารพิษ รังเกียจและระแวดระวังไม่อยากเข้าใกล้
“ภมร” เขาเอ่ยเรียกมือขวาคนสนิท แล้วสั่งการ “พาคุณศรและครอบครัวไปนั่งในที่ที่สมเกียรติของพวกเขา”
“ครับคุณท่าน”
ภมรก้าวเข้ามาผายมือเชิญ ศรยอมเดินตามไปเพราะสายตาทุกคู่กำลังจ้องมองอยู่ การให้เกียรติและเชื่อฟังผู้นำคนปัจจุบันเป็นสิ่งสำคัญที่สมาชิกทุกคนในยามาสรวงถือปฏิบัติ ต่อให้เป็นคนในครอบครัวก็ต้องทำตาม
ศรเก็บความไม่พอใจเอาไว้เมื่อภมรเดินนำไปยังที่นั่งต่างระดับต่ำลงไปจากโต๊ะตัวใหญ่ที่สรวงและหัวหน้าฝ่ายต่าง ๆ นั่งกันอยู่ เพื่อรักษาตำแหน่งว่าที่ผู้นำคนต่อไป เขาเชื่อว่าตัวเองมีภาษีดีกว่าคามาร์ เด็กเมื่อวานซืนที่ไม่สามารถควบคุมอะไรได้แม้แต่อารมณ์ของตัวเอง ปล่อยให้ความรักทำชีวิตเกือบพังเพราะคามาร์ฆ่าชู้ของคนรักตายคามือ!
