บทนำ
บท 1
“จอดป้ายนี้ครับพี่ ขอบคุณครับ”
เพลงเพลินกระชับสายกระเป๋าที่สะพายไว้ด้านหลังขณะก้าวลงจากรถเมล์ โชคดีเหลือเกินที่เขาทันรถเที่ยวสุดท้ายของค่ำคืนนี้ ไม่เช่นนั้นคงต้องจ่ายค่าแท็กซี่ในราคาแพงหูฉี่เพราะบ้านของเขาอยู่ย่านชานเมือง
ชายหนุ่มวัยยี่สิบสองปีที่เพิ่งเรียนจบปริญญาตรีมาหมาด ๆ กำลังหางานทำอย่างยากลำบากในยุคที่มีคนตกงานมากกว่าได้งาน เพลงเพลินเป็นคนหนึ่งที่หางานมาแรมเดือนแต่ยังไม่มีที่ไหนตอบรับ วันนี้ก็เป็นอีกวันที่หนุ่มน้อยปลอบใจตัวเองว่ามันยังไม่ใช่วันของเขา
“เฮ้อ”
เขาถอนหายใจอย่างเหน็ดเหนื่อย ก่อนจะล้วงเอาสมาร์ตโฟนตกรุ่นออกมาจากกระเป๋ากางเกง ทันทีที่แสงสว่างจากหน้าจอกระทบเข้ามาในดวงตาสีน้ำตาล เปลือกตาของเขาก็เบิกกว้างเพราะตัวเลขบนหน้าจอบอกเวลาว่ามันเกือบจะห้าทุ่มแล้ว สองเท้าในคัตชูคู่เก่าพื้นสึกจึงรีบก้าวยาว ๆ เข้าไปในซอยมืด จุดหมายปลายทางคือบ้านหลังใหญ่ท้ายซอยที่เขาอยู่อาศัยมาตั้งแต่แบเบาะ
ระหว่างที่เพลงเพลินกำลังเร่งฝีเท้า หัวคิ้วเรียวของเขาก็ต้องขมวดเข้าหากันอย่างสงสัยว่าเหตุใดคืนนี้ทางเข้าบ้านที่เขาคุ้นเคยมันดูผิดตาไปมาก บ้านเรือนที่ตั้งอยู่ห่างกันเป็นระยะสองข้างทางไร้แสงสว่างราวกับเป็นบ้านร้าง ดวงไฟบนยอดเสาทุกต้นพร้อมใจกันดับสนิท มีเพียงแสงจากพระจันทร์ทรงกลดเหนือศีรษะของเขาเท่านั้นที่มันส่องลงมาช่วยนำทาง
อีกทั้งหมอกควันก็หนาตา มันลอยเอื่อยอยู่เบื้องหน้าส่งผลให้ตาพร่ามัว เพลงเพลินเขม้นมองฝ่าความสลัว สองเท้าก้าวเข้าไปอย่างไม่ได้นึกกลัวเพราะมันเป็นถิ่นของเขาที่เข้าออกจนชินเสียแล้ว
แต่แล้วเพลงเพลินก็ต้องตกใจเมื่อเขาก้าวพ้นกลุ่มควันสีขาว เพราะแทนที่ภาพเบื้องหน้าจะเป็นบ้านของเขา แต่มันกลับเป็นคฤหาสน์หลังใหญ่ตั้งตระหง่านอยู่ตรงนั้น บรรยากาศแปลกประหลาดชวนให้ขนลุกชัน นี่เขากำลังฝันหรือว่ามันเป็นภาพลวงตา
เพลงเพลินกะพริบตาถี่ ๆ อยู่หลายครั้ง ภาพตรงหน้าก็ยังคงไม่เปลี่ยนแปลง และแม้ว่าเขาจะพยายามก้าวถอยหลัง แต่ภาพคฤหาสน์หลังนั้นก็ยังเคลื่อนเข้ามาหา
แล้วทันใดนั้นเพลงเพลินก็ได้เห็นแผ่นหลังกว้างของใครคนหนึ่งที่ยืนอยู่หน้าคฤหาสน์
ชายผู้นั้นอาจกำลังตกอยู่ในชะตากรรมเดียวกับเขา ถึงได้ยืนนิ่งไม่ไหวติงเช่นนั้น เมื่อคิดได้ดังนั้นเพลงเพลินจึงรีบสาวเท้าเข้าไปใกล้ เอื้อมมือไปแตะหัวไหล่แล้วเรียก
“คุณครับ”
ชายร่างสูงค่อย ๆ เอี้ยวใบหน้ามาช้า ๆ ในเสี้ยวเวลานั้นเพลงเพลินก็สังเกตใบหน้าอีกฝ่ายไปด้วย
ใบหน้าด้านข้างช่างคมสัน สันกรามเป็นกรอบชัด ปลายคางเหลี่ยม ริมฝีปากเป็นกระจับ จมูกโด่งพุ่งออกมา แต่ทว่าดวงตาของชายผู้นั้น…
กรี๊ดดด!!!
ร่างของเพลงเพลินสั่นสะท้านราวกับถูกเขย่า เขาหวีดร้องอย่างตกใจเพราะใบหน้าของชายผู้นั้นแม้จะหล่อเหลาอย่างหาตัวจับยาก แต่ดวงตาของเขากลับน่ากลัวจนเพลงเพลินขวัญผวา เพราะเขาไม่มีตาดำ มีเพียงดวงตาสีเงินลูกโตที่มันเบิกโพลงยามที่หันมาหาเพลงเพลิน
“น้อง น้อง!”
เพลงเพลินหลับหูหลับตาวิ่งหนีอย่างไม่คิดชีวิต แต่เสียงเรียกนั้นก็ตามมาหลอกหลอนราวกับมันดังอยู่ข้างหูของเขาตลอดเวลา
“น้อง! ตื่น ๆ รถหมดระยะแล้ว”
เพลงเพลินผงะเมื่อลืมตาขึ้นมาแล้วพบว่าภาพเบื้องหน้าเปลี่ยนจากผู้ชายดวงตาสีเงินเป็นพี่กระเป๋ารถเมล์หน้าตี๋ที่เขาบอกไว้ว่าให้ช่วยปลุกก่อนถึงป้าย
“รถเข้าอู่แล้วน้อง”
เพลงเพลินรีบกวาดตามองไปรอบ ๆ แล้วเขาก็เห็นรถเมล์หลายคันจอดเรียงกันเป็นตับ กลิ่นควันกลิ่นน้ำมันเครื่องคละคลุ้งบ่งบอกให้รู้ว่าที่นี่เป็นอู่รถเมล์อย่างแน่นอน
“เราฝันไปเหรอเนี่ย” หนุ่มน้อยพ่นลมออกมาอย่างโล่งใจ ก่อนจะหันมาต่อว่ากระเป๋ารถเมล์หน้าตี๋ “ผมบอกให้พี่ปลุกก่อนถึงป้ายบ้านสวนไง”
“ผู้โดยสารมีเป็นสิบคน พี่จะจำได้ไงล่ะน้องว่าใครจะลงป้ายไหน”
“ถ้าจะจำไม่ได้ทำไมไม่บอกตั้งแต่แรกเล่าว่าไม่รับฝากอะ แล้วผมจะกลับยังไง”
“เรื่องของมึง”
กระเป๋ารถเมล์ถกชายเสื้อขึ้นมาแล้วล้วงบุหรี่ออกมาจุดสูบ ก่อนจะเดินลงรถไปอย่างไม่ไยดี
เพลงเพลินลุกตามลงมา มองซ้ายมองขวาอีกครั้งอย่างหนักใจเพราะอู่รถเมล์อยู่ในซอยค่อนข้างลึก สองข้างทางมีแต่สวนกล้วยไม้และมะพร้าวน้ำหอม วินมอเตอร์ไซค์ก็ไม่มี ยิ่งรถโดยสารยิ่งไม่ต้องหวัง หนุ่มน้อยล้วงโทรศัพท์มือถือออกมาดูเวลาแล้วก็ต้องเบิกตากว้างเหมือนตอนอยู่ในความฝันเพราะว่ามันใกล้จะห้าทุ่มแล้วจริง ๆ
“พี่ ๆ พี่จะกลับบ้านยังไงอะ”
ที่พึ่งเดียวตอนนี้เห็นทีจะมีแค่กระเป๋ารถเมล์หน้าตากวนประสาท เพราะเพลงเพลินเห็นคนขับเดินไปปัดฝุ่นบนแคร่ในเพิงหมาแหงนแล้วล้มตัวลงนอนทั้งแบบนั้น
กระเป๋ารถเมล์คนนั้นโยนก้นบุหรี่ลงพื้นแล้วใช้ปลายเท้าขยี้ ก่อนจะพเยิดหน้าไปที่รถมอเตอร์ไซค์เก่า ๆ คันหนึ่ง
“ผมขอซ้อนท้ายออกไปด้วยได้ไหมครับ”
“มาดิ แต่กูไปแค่เซเว่นตรงหน้าปากซอยนะ”
“ได้ครับ ๆ เดี๋ยวผมหารถต่อไปเอง”
เพลงเพลินรีบวิ่งดุ๊ก ๆ ไปซ้อนท้ายกระเป๋ารถเมล์หน้าตี๋ คิดว่าออกไปตรงร้านสะดวกซื้อหน้าปากซอยก็ยังดี เพราะตรงนั้นคงมีวินมอเตอร์ไซค์หรือไม่ก็ยังพอจะหาแท็กซี่ที่หลงเข้ามาแถวนี้ได้บ้าง
อีกครึ่งชั่วโมงต่อมาเพลงเพลินก็มายืนอยู่หน้ารั้วบ้านหลังใหญ่อย่างสิ้นหวัง เพราะเวลาล่วงเลยมาห้าทุ่มกว่าเสียแล้ว เขาเอื้อมมือไปขยับแม่กุญแจตัวใหญ่ที่คล้องประตูรั้วไว้อย่างแน่นหนา ไม่มีทางที่จะปลดมันออกได้เพราะเขาไม่ได้รับอนุญาตให้ถือกุญแจ ทางเดียวที่เพลงเพลินจะเปิดประตูเดินเข้าไปเหมือนคนทั่วไป คือเขาต้องกลับถึงบ้านก่อนห้าทุ่มเท่านั้น
เมื่อหมดหวังเพลงเพลินก็ต้องทำเรื่องที่เขาไม่ชอบนัก นั่นคือการปีนรั้วบ้านของตัวเอง
พึ่บ
เสียงรองเท้าคัตชูคู่เก่ากระทบกับพื้นหญ้าภายในรั้วบ้านพร้อมกับเสียงดังกร๊อบของกระดูกข้อเท้าทำเพลงเพลินต้องนิ่วหน้าเพราะความเจ็บที่แล่นเข้าใส่ รองเท้าที่ไม่เหลือดอกยาง แถมพื้นยังสึกจนบาง รับแรงกระแทกได้ไม่ดีนัก
“ถ้าได้งานแล้วเงินเดือนเดือนแรกออก ฉันจะเปลี่ยนคู่ใหม่ แกทนอีกหน่อยแล้วกันนะเจ้าเพื่อนยาก”
บทล่าสุด
#95 บทที่ 95 เดือนพราวแสงชั่วนิรันดร์
อัปเดตล่าสุด: 7/29/2026#94 บทที่ 94 แสงแห่งรัก
อัปเดตล่าสุด: 7/29/2026#93 บทที่ 93 เคียงเดือนในคืนดาวดาด
อัปเดตล่าสุด: 7/29/2026#92 บทที่ 92 อบอวล อบอุ่น และแสนงดงาม
อัปเดตล่าสุด: 7/29/2026#91 บทที่ 91 ใบปลิวสื่อรัก
อัปเดตล่าสุด: 7/29/2026#90 บทที่ 90 กินมื้อค่ำอย่างเพลิดเพลิน
อัปเดตล่าสุด: 7/29/2026#89 บทที่ 89 รักกันไม่มีวันพัก
อัปเดตล่าสุด: 7/29/2026#88 บทที่ 88 บนเขามีแผ่นดินไหว
อัปเดตล่าสุด: 7/29/2026#87 บทที่ 87 อาบแสงจันทร์
อัปเดตล่าสุด: 7/29/2026#86 บทที่ 86 กระท่อมร้อนรัก
อัปเดตล่าสุด: 7/29/2026
คุณอาจชอบ 😍
ทาสสวาทอสูรเถื่อน
“แพงไปหรือเปล่า สำหรับค่าตัวของคุณอย่างมากก็คืนละแสน” ฟรานติโน่พูดไปพร้อมกับมองร่างบางที่กำลังนั่งอยู่บนตักของเขาด้วยสายตาหื่นกระหาย เขายอมรับว่าเขาชอบผู้หญิงคนนี้ เพราะเธอสวยและที่สำคัญนมตูมชะมัดยาก
มันโดนใจเขาจริงๆ ยิ่งสเต็ปการอ่อยของผู้หญิงคนนี้เขาก็ยิ่งชอบ เพราะมันทำให้เขารู้สึกตื่นเต้นกับสิ่งที่เธอกำลังทำ
“ถ้าคุณไม่สู้ก็ปล่อยฉันสิคะ ฉันจะได้ไปหาคนที่เขาใจถึงกว่าคุณ” พิชชาภาพูดจบก็เอามือยันหน้าอกของฟรานติโน่แล้วทำท่าจะลุกออกจากตักของเขา ก่อนจะถูกมือใหญ่รั้งเอวไว้ไม่ให้ลุกขึ้น
“ได้ ผมจะให้คุณคืนละล้าน แต่คุณต้องตามใจผมทุกอย่าง” ฟรานติโน่พูดไปพร้อมกับรอยยิ้มมุมปากเจ้าเล่ห์ คิดว่าคนอย่างเขาจะยอมเสียเงินหนึ่งล้านบาทง่ายๆงั้นเหรอ คอยดูเถอะเขาจะตักตวงจากเธอให้คุ้มสมราคาที่เขาต้องจ่ายไป
(เซ็ท Three Flags) อาณัติร้ายนายวิศวะ
เมื่อค่ำคืนที่แสนธรรมดา กลับกลายเป็นตราบาปที่ไม่อาจลบเลือน
'น้ำพิง' หญิงสาวสู้ชีวิตที่ดิ้นรนหาเช้ากินค่ำ ตื่นขึ้นมาในสภาพเปลือยเปล่าบนเตียงเดียวกับ 'เรด' ทายาทเจ้าพ่อคาสิโนผู้ทรงอิทธิพล โดยที่ทั้งคู่ต่างถูกวางยา!
แต่โชคชะตากลับต้อนเธอให้จนมุม เมื่อรูปถ่ายหลุดว่อน และเรดปักใจเชื่อว่าเธอคือผู้หญิงหิวเงินที่จัดฉากเพื่อจับเขาหวังรวยทางลัด
เพื่อปกปิดข่าวฉาว ผู้ใหญ่จึงยื่นคำขาดให้ทั้งคู่ต้องรับบทแฟนกำมะลอ
สำหรับน้ำพิง... มันคือทางออกเพื่อเอาชีวิตรอด
แต่สำหรับเรด... มันคือจุดเริ่มต้นของการจองจำและเอาคืน
เกิดใหม่: เทพธิดาแห่งการแก้แค้น
ฉันถูกทั้งคู่หมั้นและพี่สาวทรยศ
ที่น่าเศร้ายิ่งกว่านั้น พวกเขาตัดแขนขาฉัน ตัดลิ้นฉัน มีเพศสัมพันธ์ต่อหน้าฉัน และฆ่าฉันอย่างโหดเหี้ยม!
ฉันเกลียดพวกเขาเหลือเกิน...
โชคดีที่โชคชะตาพลิกผัน ฉันได้เกิดใหม่อีกครั้ง!
ด้วยโอกาสครั้งที่สองในชีวิต ฉันจะมีชีวิตอยู่เพื่อตัวเอง และฉันจะได้เป็นราชินีแห่งวงการบันเทิง!
และฉันจะแก้แค้น!
คนที่เคยรังแกและทำร้ายฉัน ฉันจะชดใช้คืนให้พวกเขาเป็นสิบเท่า...
(อย่าเปิดนิยายเรื่องนี้โดยไม่ไตร่ตรอง ไม่งั้นคุณจะติดใจจนหยุดอ่านไม่ได้สามวันสามคืน...)
รักไม่หลอก
รัก(ลับ)นายวิศวะ
"เงินนายอาจจะซื้อคนอื่นได้
แต่...ซื้อคนอย่างฉัน...ไม่ได้"
"คำพูดเธอแม่งโครตจะดูแพง
เลยวะ..." เจมส์เสมองร่างบางราวกับดูถูกผู้หญิงที่ตนกำลังสนใจ
"แต่ที่จริงถูกยิ่งกว่าแจกฟรี..."
"เพียะ"
อันนาฟาดฝ่ามือเรียวเข้ากับใบหน้าอันหล่อเหลาของเจมส์ด้วยถ้อยคำที่ดูถูกและเหยียดหยาม
"เธอ..."
เจมส์จ้องอันนามาด้วยสายตาอันดุดัน ยัยนี้กล้าดียังไงมาตบหน้าเขาถึงสองครั้ง
(ผัว) เด็กมันร้าย BAD LOVE
“ตุลดูรถให้พี่หน่อยสิรถเป็นอะไรไม่รู้ติดๆ ดับๆ”
“วันก่อนแอร์เสีย เมื่อวานยางรั่ว วันนี้ติดๆ ดับๆ ถ้าจะเป็นบ่อยขนาดนี้แนะนำให้ซื้อใหม่!!” เขาบอกแบบไม่สบอารมณ์ คงจะดูออกมาฉันจงใจมาเจอ
“จะซื้อใหม่ให้เปลืองเงินทำไม พี่ชอบรถคันนี้นะมีปัญหาบ่อยดี ^_^”
“ไม่ชอบคนแก่…มากประสบการณ์”
คำพูดของตุลทำให้ฉันหน้าเหวอกันเลยทีเดียว ครั้งแรกที่มีคนพูดว่าฉันแก่ แถมยังบอกว่ามากประสบการณ์อีก ฉันยังบริสุทธิ์อยู่นะไอ้เด็กบ้า!!
รักระรินใจ
รักโคตรร้าย ผู้ชายพันธุ์ดิบ
ปรเมศ จิรกุล หมอหนุ่มเนื้อหอม รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลเอกชนชื่อดัง เขาขึ้นชื่อเรื่องความฮอตฉ่า เป็นสุภาพบุรุษ อ่อนโยน เทคแคร์ดีเยี่ยม และให้เกียรติผู้หญิงทุกคน ยกเว้นกับธารธารา อัศวนนท์
ปรเมศตั้งแง่รังเกียจธารธาราตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอหน้า เพียงเพราะเธอแต่งตัวเหมือนผู้ชาย เขาเลยประณามว่าเธอเป็นพวกผิดเพศน่ารังเกียจ แต่ใครเลยจะรู้ว่าหมอสาวมาดทอมหัวใจหญิงนั้นจะเฝ้ารักและแอบมองเขาอยู่ห่างๆ เพราะเจียมตัวดีว่าอีกฝ่ายแสนจะรังเกียจ และดูเหมือนคำกล่าวที่ว่าเกลียดอะไรมักจะได้อย่างนั้นจะใช้ไม่ได้ผลสำหรับคนทั้งคู่
กระทั่งดวลเหล้ากันจนเมาแบบขาดสติสุดกู่ เขาจึงเผลอปล้ำแม่สาวทอมที่เขาประกาศว่าเกลียดเข้าไส้ หนำซ้ำยังโยนความผิดว่า ‘ความสัมพันธ์บัดซบ’ ที่เกิดขึ้นเป็นเพราะยัยทอมตัวแสบยั่วเขา เมากับเมาเอากันแล้วไง น้ำแตกก็แยกทาง ทว่าพออีกฝ่ายหลบหน้าเขากลับร้อนรนกระวนกระวาย ครั้นทนไม่ไหวหมอหนุ่มจอมยโสก็ต้องคอยราวี และตามหึงหวงเมื่อมีใครคิดจะจีบ ‘เมียทอม’ ของเขา แต่กว่าจะรู้ตัวว่าขาดเธอไม่ได้ เธอก็หายไปจากชีวิตเขาเสียแล้ว
พี่ชายที่รัก
จนหัวใจและร่างกายของฉันมันบอบช้ำ แต่หัวใจเจ้ากรรมกลับไม่รักดีเผลอรักพี่ชายคนนี้ จนหมดใจ
หลังคืนหนึ่งกับอัลฟ่า
ฉันคิดว่าฉันกำลังรอคอยความรัก แต่กลับกลายเป็นว่าฉันถูกอสูรร้ายย่ำยี
โลกของฉันควรจะเบ่งบานในเทศกาลคืนจันทร์เต็มดวงที่อ่าวมูนเชด แชมเปญซาบซ่านอยู่ในสายเลือด ห้องพักในโรงแรมที่จองไว้เพื่อให้ฉันกับเจสันได้ข้ามเส้นความสัมพันธ์นั้นเสียทีหลังจากรอมาสองปี ฉันสวมชุดชั้นในลูกไม้ตัวสวย แง้มประตูทิ้งไว้ แล้วเอนกายลงบนเตียง หัวใจเต้นรัวด้วยความตื่นเต้นระคนประหม่า
แต่ชายที่ปีนขึ้นมาบนเตียงของฉันไม่ใช่เจสัน
ภายในห้องที่มืดสนิท อบอวลไปด้วยกลิ่นเครื่องเทศร้อนแรงชวนมึนหัว ฉันรู้สึกถึงมือคู่หนึ่ง...ร้อนรุ่มและเร่งเร้า...ที่ลูบไล้แผดเผาผิวของฉัน แก่นกายร้อนผ่าวที่กำลังตุบๆ ของเขากดเบียดอยู่กับความอ่อนนุ่มที่เปียกชื้นของฉัน และก่อนที่ฉันจะทันได้อ้าปากคราง เขาก็กระแทกกายเข้ามาอย่างแรง ฉีกกระชากความบริสุทธิ์ของฉันอย่างไร้ความปรานี ความเจ็บปวดแผดเผาไปทั่ว ช่องทางของฉันบีบรัดแน่นขณะที่ฉันจิกเล็บลงบนบ่าที่แข็งแกร่งราวกับเหล็กของเขา พยายามกลั้นเสียงสะอื้น เสียงเฉอะแฉะดังก้องไปกับทุกจังหวะการสอดใส่ที่รุนแรง ร่างกายของเขาโหมกระหน่ำไม่หยุดยั้งจนกระทั่งเขากระตุกเกร็ง ปลดปล่อยความอุ่นร้อนเข้ามาลึกล้ำในตัวฉัน
“สุดยอดไปเลยค่ะ เจสัน” ฉันเปล่งเสียงออกไปอย่างยากลำบาก
“เจสันคือใครวะ”
เลือดในกายฉันเย็นเฉียบ แสงไฟสาดส่องใบหน้าของเขา—แบรด เรย์น อัลฟ่าแห่งฝูงมูนเชด เป็นคนหมาป่า ไม่ใช่แฟนของฉัน ความหวาดผวาจุกอยู่ที่ลำคอเมื่อฉันตระหนักได้ว่าตัวเองทำอะไรลงไป
ฉันวิ่งหนีสุดชีวิต!
แต่หลายสัปดาห์ต่อมา ฉันก็ตื่นขึ้นมาพร้อมกับทายาทของเขาในครรภ์!
ว่ากันว่าดวงตาสองสีของฉันเป็นเครื่องหมายบ่งบอกว่าฉันคือ ‘ทรูเมท’ ที่หาได้ยาก แต่ฉันไม่ใช่หมาป่า ฉันเป็นแค่แอล คนธรรมดาจากเขตมนุษย์ ที่ตอนนี้ต้องมาติดอยู่ในโลกของแบรด
สายตาเย็นชาของแบรดตรึงฉันไว้ “ในตัวเธอมีสายเลือดของข้า เธอเป็นของข้า”
ฉันไม่มีทางเลือกอื่นใดนอกจากยอมรับกรงขังนี้ ร่างกายของฉันเองก็ทรยศ มันกลับโหยหาสัตว์ร้ายที่ทำลายชีวิตฉัน
คำเตือน: เหมาะสำหรับผู้ใหญ่อายุ 18 ปีขึ้นไป
เจ้าตัวโง่งมน้อยของท่านอ๋องจอมโหด
เหลียนหงอี้ปีนี้อายุ27ปีเป็นอนุชาของฮ่องเต้องค์ก่อนดำรงตำแหน่งราชครู อบรมสั่งสอนเหลียนเจียอวิ๋น รัชทายาทจนได้ครองบัลลังก์ ทว่าเหลียนเจียอวิ๋นขึ้นครองราชย์เพียงอายุ10 ขวบ เหลียนหงอี้จึงจำเป็นต้องเป็นผู้สำเร็จราชการ
เจียอวิ๋นเรียก “เสด็จอา” ทำให้รั่วหลันเรียก “เสด็จอา”ตามไปด้วย
มู่หรงเจวี๋ย หรือ อ๋องเจวี๋ย ได้รับ“พิษลึกลับ” ขณะทำศึกสงครามแม้ชนะศึกแต่ร่างกายถูกพิษที่หาทางรักษาไม่ได้ ด้วยความสั่งของเหลียนหงอี้ ทำให้เสิ่นรั่วหลันมาถอนพิษให้แม่ทัพที่ใครๆเรียกขานว่าเป็นแม่ทัพจอมโหด
นางมีนิสัยเหมือนเด็กสิบขวบ แต่รั่วหลันคือโฉมสะคราญงามล่มเมือง มาบัดนี้นางคือคนที่ทำให้เขาหวั่นไหว แม้รู้ดีว่าในความไร้เดียงสาของนางนั้น หัวใจของหญิงสาวมีเพียง ‘เสด็จอา’
หึ! ในเมื่อใครต่อใครเรียกเขาว่าอ๋องจอมโหด เช่นนั้นเขาจะแย่งสตรีผู้นี้มาเป็นภรรยาของตนเอง!
คลั่งไคล้ยัยแฮกเกอร์
แทนที่จะส่งตัวเธอให้ตำรวจ ประธานกู้ผู้ชอบใช้เงินแก้ปัญหา(และหวงของขั้นสุด) กลับโยนเช็คตัวเลขเจ็ดหลักใส่หน้า พร้อมยื่นข้อเสนอที่ไม่อาจปฏิเสธได้... นั่นคือการจ้างเธอเป็น 'กระสอบทรายระบายอารมณ์ส่วนตัว' แบบผูกขาด ห้ามรับงานอื่น ห้ามมองผู้ชายคนอื่น และห้ามปฏิเสธเมื่อเขาต้องการ!
ภายใต้แว่นตาขอบเงินที่ดูภูมิฐาน เขาคือพญามารจอมเอาแต่ใจที่ดุดันไม่เกรงใจเตียง จนเธอต้องลอบรีวิวสมรรถภาพของเขาในใจเหมือนรีวิวสินค้าในเถาเป่า ปากสั่นร้องไห้บอกว่าไม่ไหว แต่สมองกลับคำนวณทิปค่ากระเป๋าแบรนด์เนมอย่างรวดเร็ว
เมื่อความสัมพันธ์ที่เริ่มต้นด้วย 'เงินตราและราคะ' ถลำลึกจนเตียงแทบหักทุกคืน งานนี้สายลับสาวหน้าเงินจะกอบโกยกำไรจนคุ้ม หรือจะขาดทุนย่อยยับเพราะเผลอเอาหัวใจไปจำนองให้ท่านประธานกันแน่?













