บทที่ 11 ดื้อด้าน 4/3
หลังจากจัดการอาหารมื้อเย็นแสนวุ่นวายที่เต็มไปด้วยรสชาติเผ็ดร้อนและน้ำตา เอื้องจันทร์ก็ขนสำรับอาหารไปเก็บล้างจนเรียบร้อย แม้จะยังรู้สึกแสบร้อนที่ปลายลิ้นอยู่บ้าง แต่ก็ดีขึ้นกว่าตอนแรกมาก
ทว่าเมื่อเดินออกมาจากในครัว เสือเพชรกลับดักรออยู่ก่อนหน้าแล้ว ใบหน้าคมสันยังคงเรียบเฉย ดวงตาคมกริบจับจ้องมาที่เขาอย่างไม่วางตา
เอื้องจันทร์ชะงักฝีเท้าเล็กน้อย ความรู้สึกประหลาดแล่นริ้วไปทั่วร่าง เขาพยายามเบี่ยงตัวหลบสายตาคมกริบคู่นั้นและเตรียมจะเดินหนี แต่ก็โดนเสือเพชรเรียกเอาไว้เสียก่อน
“เดี๋ยว” เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นอย่างแผ่วเบา
เอื้องจันทร์หยุดชะงัก หันกลับไปมองเสือเพชรด้วยสีหน้าไม่พอใจเล็กน้อย “มีอะไร”
“ข้าตากผ้าไว้หน้าเรือน เอ็งไปเก็บขึ้นมาให้หน่อย”
เอื้องจันทร์ขมวดคิ้วมุ่นอย่างไม่เข้าใจ “ทำไมฉันต้องทำให้คุณด้วย” เขาเถียงกลับอย่างไม่พอใจ
“ข้าสั่ง” เสือเพชรตอบกลับสั้น ๆ ดวงตาคมกริบจ้องมองมาอย่างดุดัน
เอื้องจันทร์กัดฟันแน่นอย่างขัดใจ รู้ดีว่าขัดขืนไปก็ไร้ประโยชน์ มีแต่จะทำให้เรื่องวุ่นวายมากยิ่งขึ้น เขาจึงถอนหายใจออกมาอย่างเหนื่อยหน่ายและเดินลงบันไดไปเก็บผ้าตามคำสั่งอย่างเสียไม่ได้
‘ถอยดูเถอะ ถ้าฉันออกไปจากที่นี่ได้เมื่อไร จะแจ้งทางการมาจับพวกโจรทรามนี้เสียให้หมด!’
ขณะเดียวกันที่เรือนของเสือคำ ซึ่งตั้งอยู่ไม่ไกลจากเรือนของเสือเพชรมากนัก แสงตะเกียงส่องสว่างลอดออกมาตามช่องหน้าต่าง บ่งบอกว่าผู้เป็นเจ้าของเรือนยังไม่หลับใหล ภายในเรือน เสือคำชายวัยกลางคนที่เต็มไปด้วยรอยสัก ร่างสูงใหญ่กำลังนั่งขัดสมาธิอยู่หน้าโต๊ะบูชา
ทันใดนั้นเอง เสียงฝีเท้าหนัก ๆ ก็ดังขึ้นใกล้เข้ามา ก่อนที่ร่างของชาวบ้านคนหนึ่งจะวิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาในบริเวณหน้าเรือน
“นาย นายขอรับ ช่วยด้วยขอรับ!” ชายคนนั้นร้องตะโกนเสียงดัง ใบหน้าเต็มไปด้วยความตื่นตระหนก ไม่นานเสือคำก็เดินออกมาตรงชานระเบียง มองชายคนนั้นด้วยสายตาที่เย็นชา
“มีกระไร”
“อีดอกรักมันเข้าป่าไปหาของแล้วถูกงูกัด อาการไม่ค่อยดี นายช่วยไปดูมันหน่อยเถอะขอรับ” ชายคนนั้นพูดด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ พยายามรวบรวมสติ
เสือคำขมวดคิ้วมุ่น “งูกัดรึ แล้วทำไมไม่ไปหาหมอ”
“มันเป็นงูพิษ หมอคงมาไม่ทันขอรับ”
เสือคำถอนหายใจออกมาอย่างเหนื่อยหน่าย เขาวางปืนลงบนแคร่ ก่อนจะลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ไม่นานเสือคำก็เดินตามชายคนนั้นไปยังบ้านของนางดอกรัก เมื่อไปถึงเสือคำก็พบกับภาพที่น่าเวทนา นางดอกรักนอนหายใจรวยรินอยู่บนแคร่ไม้ ใบหน้าซีดเซียว เหงื่อไหลท่วมตัว
“ถูกงูกัดตรงไหน” เสือคำถามเสียงเข้ม
“ตะ...ตรงขาใต้ร่มผ้าขอรับ” ชายคนนั้นตอบด้วยน้ำเสียงตะกุกตะกัก
เสือคำก้มลงมองสำรวจ พลันสายตาก็ต้องหยุดชะงักเมื่อเห็นรอยเขี้ยวเล็ก ๆ สองรอยอยู่บริเวณโคนขาหนีบของนางดอกรัก รอยกัดอยู่สูงขึ้นไปใต้ร่มผ้าถุง
“บัดซบ!” เสือคำสบถออกมาอย่างหัวเสีย เขารู้ดีว่าหากจะเข้าไปช่วยนางดอกรัก เขาจำเป็นต้องลงไปนั่งต่ำกว่าช่วงเอวของนาง ซึ่งจะทำให้ของที่เขามีเสื่อมลงทันที วิชาอาคมที่สั่งสมมาทั้งชีวิตจะสูญเปล่า
“ข้าช่วยไม่ได้” เสือคำเอ่ยเสียงหนักแน่น
“นะ...นายหมายความว่าอย่างไร” ชายคนนั้นถามด้วยความตกใจ “นายเป็นคนเดียวที่ช่วยอีดอกรักมันได้นะขอรับ”
“ข้ามีข้อจำกัด” เสือคำตอบเสียงเย็น
“แต่มันกำลังจะตายนะขอรับ” ชายคนนั้นร้องด้วยความสิ้นหวัง
“ข้าเองก็เสียใจ แต่ข้าช่วยมันไม่ได้จริง ๆ” แม้จะไม่อาจปล่อยให้นางดอกรักมันตายไปต่อหน้าต่อตาได้ แต่ถึงอย่างนั้นด้วยวิชาอาคมที่มีเสือคำก็ไม่สามารถนั่งลงต่ำกว่าหญิงใดได้
ในเพลาเดียวกันนั้น ภายในเรือนไม้ใต้แสงตะเกียงสลัวราง เสือเพชรก้มหน้าก้มตาเช็ดทำความสะอาดปืนลูกซองคู่ใจ เสียงผ้าขี้ริ้วเสียดสีกับโลหะดังเป็นระยะ บ่งบอกถึงความเอาใจใส่ที่เขามีต่ออาวุธคู่กาย
ทันใดนั้นร่างเล็กจิ๋วของกุมารีพิมพ์ทองก็ค่อย ๆ ปรากฏกายขึ้นข้างกายเสือเพชร แววตากระวนกระวาย ใบหน้าเล็กฉายความกังวล
“พ่อจ๋าแย่แล้ว! เกิดเรื่องใหญ่ในหมู่บ้านแล้วจ้ะ” เสียงใสแจ๋วของกุมารีพิมพ์ทองแผ่วเบาแต่แฝงไปด้วยความร้อนรน
เสือเพชรชะงักมือ หยุดการกระทำทุกอย่าง เงยหน้าขึ้นมองกุมารีพิมพ์ทองด้วยสายตาคมกริบ “เรื่องอะไร”
“มีคนถูกงูกัดจ้ะ” กุมารีพิมพ์ทองตอบเสียงสั่น “เห็นว่าพิษร้ายแรงนัก ปู่คำก็จนปัญญาช่วยแล้ว”
ได้ยินดังนั้นเสือเพชรก็ลุกพรวดพราดขึ้นทันที เก้าอี้ไม้ล้มครืนลงกับพื้นส่งเสียงดังสนั่น เขาคว้าหมวกปีกกว้างที่แขวนอยู่ข้างฝามาสวมอย่างรวดเร็ว แสดงถึงความเร่งรีบอย่างเห็นได้ชัด เอื้องจันทร์ที่นั่งอยู่มุมห้องสังเกตเห็นท่าทีผิดปกติของเสือเพชรก็อดสงสัยไม่ได้
“จะไปไหนหรือคุณ” เอื้องจันทร์ถามเสียงเรียบ เมื่อกี้อีกฝ่ายก็ยังนั่งเช็ดปืนอยู่ดี ๆ ไม่ใช่หรือ แล้วไยต้องทำทีลุกลี่ลุกลนเช่นนั้น จะรีบไปไล่ควายที่ไหนกัน
เสือเพชรหันมามองเอื้องจันทร์ด้วยสายตานิ่งเฉย ไร้ซึ่งความอ่อนโยน “เรื่องของข้า เอ็งรู้ไปก็ไม่ได้ช่วยอะไร”
“แล้วทำไมต้องรีบร้อนขนาดนั้นด้วย คุณจะรีบไปไล่ควายเข้าคอกรึ” สุดท้ายเขาก็แพ้เสียงในหัวเอ่ยถามออกมา
“บอกว่าไม่ต้องยุ่งก็คือไม่ต้องยุ่ง” เสือเพชรเริ่มแสดงความหงุดหงิดออกมา “เฝ้าบ้านดี ๆ อย่าริอาจคิดหนี”
พูดจบเสือเพชรก็สาวเท้าไปยังมุมห้อง คว้าเอาเชือกผูกควายเก่า ๆ เส้นหนาที่วางพิงผนังอยู่มากำไว้ในมือ เอื้องจันทร์เบิกตากว้าง มองการกระทำของเสือเพชรอย่างไม่เข้าใจ
“จะทำอะไร” เอื้องจันทร์ถามเสียงแข็งกร้าว
“ก็ป้องกันไม่ให้เอ็งหนีไงเล่า” เสือเพชรตอบด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย ดวงตาเป็นประกายเจ้าเล่ห์ “คนอย่างเอ็งไว้ใจไม่ได้หรอก”
ขณะที่เสือเพชรกำลังจะลงมือมัดเอื้องจันทร์ไว้กับเสาเรือน เสียงฝีเท้าหนัก ๆ ก็ดังขึ้นใกล้เข้ามาเรื่อย ๆ ก่อนที่ร่างของลูกสมุนโจรคนหนึ่งจะวิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาในเรือนด้วยท่าทางกระหืดกระหอบ
“พี่เพชร! แย่แล้วขอรับ! อีดอกรักอาการหนักนัก พี่รีบไปดูมันเถอะขอรับ!” ลูกสมุนคนนั้นร้องบอกด้วยน้ำเสียงร้อนรน ดวงตาเต็มไปด้วยความตื่นตระหนก
ทว่าเมื่อลูกสมุนโจรเหลือบไปเห็นเอื้องจันทร์ที่ยืนอยู่ข้างเสือเพชร ร่างกายก็แข็งทื่อราวกับถูกสาป ดวงตาเบิกกว้าง ใบหน้าซีดเผือดไร้สีเลือดราวกับเห็นผี
“มะ...แม่เดือน!” ลูกสมุนคนนั้นร้องออกมาเสียงหลง ถอยกรูดไปชนกับเสาเรือนอย่างแรง ส่งเสียงดังสนั่น
เสือเพชรหันขวับไปมองลูกสมุนด้วยสายตาตำหนิ ดุดัน “ไอ้ทับ! หุบปาก! พูดจาให้มันรู้เรื่อง นี่ไม่ใช่แม่เดือน!”
ลูกสมุนที่ชื่อทับรีบตั้งสติ พยายามรวบรวมสติให้คงที่ “ขะ...ขอโทษขอรับ ข้าตกใจไปหน่อย คนคนนี้เหมือนแม่เดือนมากจริง ๆ”
เอื้องจันทร์ขมวดคิ้วมุ่น มองการกระทำของลูกสมุนด้วยความสงสัย “เดือน ชื่อนี้อีกแล้ว เขาเหมือนฉันมากเลยรึ”
เสือเพชรไม่สนใจคำถามของเอื้องจันทร์ หันไปสั่งลูกสมุนด้วยน้ำเสียงเด็ดขาด “พาข้าไป”
“ขอรับ” ทับรีบตอบรับคำสั่ง
“เดี๋ยวก่อน” เอื้องจันทร์ขัดขึ้น “เกิดเรื่องอะไรขึ้น ทำไมต้องรีบร้อนขนาดนั้นด้วย”
“มีคนเจ็บ ทีนี่ก็อย่ามาขวางทางพวกข้า” เสือเพชรตอบด้วยน้ำเสียงรำคาญอย่างเห็นได้ชัด อย่างไรเขาก็ไม่ยอมให้เอื้องจันทร์ออกจากเรือนนี้เด็ดขาด
“งั้นฉันขอไปด้วย”
“ไม่ได้! บอกแล้วอย่างไรว่าเอ็งไปก็เป็นภาระเปล่า ๆ ไปกลับขึ้นเรื่อนไปเสีย”
“คุณนี่สมองทึบรึ”
“นี่เอ็ง!!”
ดู…มันพูดเข้า เถียงคำไม่ตกฝากเสียจริง หากเป็นแม่เดือนของเขา แม่เดือนไม่มีทางที่จะแสดงกิริยาเช่นนี้แน่!
“มัวยืนอึ้งอะไร รีบไปสิจะปล่อยให้คนตายหรือไง”
เสือเพชรชะงักไปครู่หนึ่ง มองเอื้องจันทร์ด้วยสายตาที่ลังเลและสับสน กระนั้นในที่สุดก็ถอนหายใจออกมาอย่างยอมแพ้
“ตามมา” เสือเพชรพูดเสียงเข้ม ก่อนจะเดินนำออกจากเรือนไป ทิ้งให้ทับยืนงงอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะรีบวิ่งตามไปติด ๆ
