บทที่ 3 กองโจร 1/3
เวลาเดียวกันนั้นภายในโบกี้โดยสาร เอื้องจันทร์ยังคงกอดเด็กน้อยไว้แน่น สวดมนต์ภาวนาในใจอย่างต่อเนื่อง ขอให้เหตุการณ์ร้ายแรงนี้จบลงโดยเร็วที่สุด และขอให้ทุกคนปลอดภัย
เมื่อเหตุการณ์เริ่มสงบลงบ้างแล้ว ชายหนุ่มก็ค่อย ๆ ลุกขึ้นยืน มองออกไปนอกหน้าต่างที่แตกกระจายเป็นรูโหว่ก็เห็นกลุ่มชายฉกรรจ์กำลังขนถ่ายสินค้าขึ้นรถจี๊ปและรถกระบะที่จอดรออยู่ข้างทาง
“เกิดอะไรขึ้นหรือขอรับ” เด็กน้อยถามด้วยน้ำเสียงสั่นเครือและหวาดกลัว
“ไม่มีอะไรน่ากลัวแล้วจ้ะ” เอื้องจันทร์ตอบด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนและปลอบประโลม “ทุกอย่างกำลังจะดีขึ้น เชื่อฉันนะ”
ทว่าในใจของเขากลับไม่ได้เชื่อเช่นนั้นเลย...
ขณะที่ลูกน้องกำลังทำงานอย่างขะมักเขม้น จมูกของเสือเพชรพลันสัมผัสได้ถึงกลิ่นหอมหวานอ่อนโยนที่คุ้นเคยคละคลุ้งในอาการ กลิ่นที่เขาไม่ได้สัมผัสมานานแสนนาน กลิ่นนั้นดึงดูดเขาให้เดินตามไปอย่างไม่อาจควบคุมได้
ร่างสูงก้าวเข้าไปในโบกี้โดยสารที่พังยับเยิน สายตากวาดมองไปรอบ ๆ ก่อนจะหยุดลงที่ร่างของหมอสมุนไพรหนุ่มที่กำลังโอบกอดเด็กน้อยไว้ในอ้อมแขน
ทันทีที่เห็นใบหน้าของเอื้องจันทร์ เสือเพชรถึงกับชะงักงันไปชั่วขณะ หัวใจของเขาเต้นแรงจนแทบทะลุออกมา นัยน์ตาทั้งสองเบิกกว้างด้วยความตกตะลึง ใบหน้าหวานงดงามนั้นช่างละม้ายคล้ายคลึงกับคนรักที่จากไปของเขาเสียเหลือเกิน เหมือนภาพในความทรงจำที่หวนกลับมามีชีวิตอีกครั้ง
“เดือน...” เสียงพึมพำแผ่วเบาหลุดออกมาจากริมฝีปากหยัก ดวงตาคมกริบจ้องมองใบหน้าของเอื้องจันทร์อย่างไม่วางตา ราวกับต้องมนต์สะกด ร่างกายขยับเข้าไปหาประหนึ่งถูกดึงดูดด้วยแรงดึงดูดมหาศาล มือสากเอื้อมไปหมายจะคว้าใบหน้านั้นมาพิจารณาให้ชัดเจนยิ่งขึ้น เหมือนต้องการยืนยันว่าภาพที่เห็นนั้นเป็นความจริง หาใช่ภาพลวงตาไม่
เอื้องจันทร์สะดุ้งเฮือก ร่างทั้งร่างแข็งเกร็งราวกับถูกปลุกปล้ำด้วยสายตา หัวใจในอกเต้นแรงกระหน่ำเมื่อพบตาคมดุจเปลวไฟซ่อนอยู่ใต้หมอกสลัวของบุรุษตรงหน้า สายตาที่จ้องมองเขาไม่ต่างจากอสูรราตรีที่กำลังจะกลืนกินเหยื่อผู้บอบบางลงทั้งตัว
เขาไม่เคยรู้สึกหวาดหวั่นถึงเพียงนี้มาก่อน ไม่ใช่เพราะกลัวจะตาย แต่เพราะหัวใจกลับเต้นเหมือนกลองศึกที่ถูกตีรัวเร่งเร้าเมื่อยามออกรบ มันเต้นแรงเสียจนเจ็บแปลบไปทั่วอก
ยามเมื่อแสงจันทร์สาดส่องต้องใบหน้าของโกเมน ราวกับเทพธิดาจุติลงมา ดวงตากลมโตเป็นประกายดั่งดวงเดือนบนฟากฟ้า จมูกโด่งรั้นได้รูป ริมฝีปากบางสีแดงระเรื่อราวกลีบกุหลาบแรกแย้ม ทุกสัดส่วนบนใบหน้าช่างลงตัวราวกับภาพวาดจากสวรรค์ ผิวขาวผ่องเปล่งปลั่งราวไข่มุก เนื้อตัวส่งกลิ่นหอมอ่อน ๆ ชวนให้ลุ่มหลง ผู้ใดได้พบเห็นเป็นต้องตกอยู่ในภวังค์ ตราตรึงในหัวใจมิรู้ลืม
เสือเพชรเม้มริมฝีปากแน่น หัวใจในอกราวกับถูกดึงกลับมาสู่ร่าง ด้วยกลิ่นรัญจวนของกลีบดอกพุดซ้อนยามเที่ยงคืนที่หวานลุ่มลึกแต่ไม่อวดโอ่ ละมุนละไมราวกลิ่นราตรีแรกแย้มที่ลูบไล้ผ่านชายม่านบนเรือนยกพื้นไม้เก่า ดึงสติของเสือร้ายให้กลับคืนมา
เป็นไปไม่ได้....
ใช่! เป็นไปไม่ได้ เดือนจากเขาไปนานแล้ว และที่สำคัญ เดือนของเขาไม่ใช่โกเมน
“นะนี่คุณจะทำอะไร ฉะ... ฉันเป็นแค่คนอาศัยติดรถมาเท่านั้น ปล่อยฉันไปเถอะนะ ฉันสาบานว่าจะไม่บอกเรื่องนี้กับใคร” เอื้องจันทร์อ้อนวอนเพื่อหาทางรอด แม้กลิ่นรัญจวนของตนจะเจือจางจนทุกคนคิดว่าเขาเป็นเพียงเพทาย ทว่าก็ไม่อาจไว้ใจเมื่ออยู่ใกล้กับนิลกาฬได้
เสือเพชรไม่ได้สนใจคำขอร้องนั้นเลย เขาไม่ได้กลัวว่าเอื้องจันทร์จะแพร่งพรายเรื่องการปล้น เพราะไม่ว่าใครหน้าไหนก็ไม่มีทางกล้าหือกับเขาอยู่แล้ว สายตาคมกริบจ้องมองเอื้องจันทร์อย่างดุดัน ก่อนจะหันไปออกคำสั่งกับลูกน้อง
“จัดการที่เหลือให้เรียบร้อย”
จากนั้นก็หันไปสั่งให้ลูกน้องขนถ่ายสินค้าที่ปล้นมาไปยังรถจี๊ปและรถกระบะที่จอดรออยู่ไม่ไกลนัก ขณะที่เขาเองก็เดินเข้าไปหาเอื้องจันทร์ คว้าตัวหมอสมุนไพรหนุ่มขึ้นมาอย่างไม่เบามือ แล้วลากให้เดินตามไป
“ปล่อยฉันนะ! คุณจะพาฉันไปไหน! นี่ไม่ได้ยินหรือไงบอกว่าปล่อยไงวะ!” เอื้องจันทร์พยายามขัดขืนอย่างสุดกำลัง แต่ก็ไม่อาจต้านทานแรงของนิลกาฬหนุ่มได้ ร่างบางจึงโดนลากตัวไปอย่างทุลักทุเล
“หุบปากซะ!” เสียงทุ่มตวาดขึ้นไม่ดังมากนัก ทว่ากลับทำให้ร่างบางของเอื้องจันทร์สะดุ้งด้วยความตกใจระคนหวาดกลัว เพราะอย่างไรคนตรงหน้าก็ขึ้นชื่อว่าโจร หากมันบ้าฆ่าเขาขึ้นมาจะทำอย่างไร ถึงจะตัวคนเดียวแต่เอื้องจันทร์ก็ยังรักชีวิตของตนนะ
เอื้องจันทร์เผลอเม้มปากแน่น เมื่อเห็นสายตาที่ดุดันและเหี้ยมโหดของเสือร้ายที่จ้องมองมา เขาจำต้องเงียบเสียงลงอย่างจำยอม เพราะรู้ดีว่าขัดขืนไปก็ไร้ประโยชน์ กระนั้นภายในใจก็สาปแช่งก่นด่าไอ้โจรใจทรามเสียหลายประโยค
เสือเพชรลากเอื้องจันทร์ไปจนถึงบริเวณที่ม้าสีดำขลับของเขากำลังกินหญ้าอยู่ ชายหนุ่มดึงผ้าคลุมหน้าที่ใช้ปิดบังใบหน้าของตนออก แล้วใช้มันผูกปิดตาของเอื้องจันทร์แทน
“ต่อไปนี้ เอ็งเป็นคนของข้า” เสือเพชรกระซิบข้างหูของเอื้องจันทร์ด้วยน้ำเสียงที่ทั้งเย็นชาและทรงอำนาจ ก่อนจะอุ้มร่างของหมอสมุนไพรหนุ่มขึ้นไปบนหลังม้า แล้วควบม้าออกไปในความมืดมิด...
