บทที่ 10 โกเมนอัปลักษณ์ใครจะเอาทำเมียลง 4/2

ครองขวัญใช้ชีวิตในชุมโจรแห่งนี้เข้าไปวันที่สิบสี่แล้ว ในทุก ๆ เช้าครองขวัญจะเตรียมอาหารไว้ให้เสือไพร ส่วนเสือไพรจะกินไม่กินเขาก็ไม่สนใจหรอก เรื่องเยอะขนาดนั้นประเดี๋ยวพ่อก็ปล่อยให้อดตายเสียหรอก ครองขวัญฮึดฮัดกับนิสัยร้ายกาจของเสือไพรที่มักจะเตะถาดอาหารที่เขาทำทิ้งเสมอ

จากนั้นก็ออกไปสอนหนังสือให้กับเด็ก ๆ ในชุมโจร พอเสร็จแล้วจึงเข้าไปช่วยทำไร่ ทำสวนต่อ สวนของเสือไพรมีทั้งผักและผลไม้ที่ปลูกเอาไว้ และถัดจากสวนผักก็เป็นนาข้าวที่เสือไพรจ้างชาวบ้านมาปลูกข้าวให้เช่นกัน เจิดบอกกับเขาว่าเสือไพรน่ะใจดีและไม่ชอบซื้อหาข้าวของจากนอกชุมมากนัก จึงให้ชาวบ้านปลูกไว้กินเอง ส่วนถ้าเหลือกินก็เอาแจกจ่ายให้กับชาวบ้านที่มาช่วยงาน

ส่วนเขาถึงจะมาช่วยทำได้เพียงไม่กี่วันแต่ก็เรียนรู้งานได้เร็วพอสมควร เพราะถึงจะเป็นโกเมนแต่เขาก็โดนภรรยาใหม่ของพ่ออย่างน้าจันทร์ฉายใช้งานทำนู่นทำนี่ ไม่ว่าจะเป็นการทำงานบ้าน ทำกับข้าว หรือแม้กระทั่งทำสวนก็ตาม งานที่เสือไพรมอบหมายให้จึงไม่ยากไปสำหรับครองขวัญ

นอกจากนี้บางวันครองขวัญยังต้องมีหน้าที่ช่วยเสือไพรในการเตรียมของเครื่องเซ่น เครื่องไหว้ พานขันธ์ ข้าวตอก ดอกไม้ ไว้ให้คนที่มาขอความช่วยเหลือ

แสงตะวันทอแสงของยามเย็นสาดส่องกระทบใบหน้าของครองขวัญ เขาค่อย ๆ เดินเข้ามาในเรือนใหญ่ของเสือไพร มือทั้งสองข้างประคองพานขันธ์ห้าอย่างทะนุถนอม ภายในพานบรรจุด้วยดอกไม้ ธูป เทียน และเครื่องเซ่นไหว้ต่าง ๆ ที่เตรียมไว้สำหรับการขอความช่วยเหลือ

ครองขวัญวางพานขันธ์ห้าลงบนโต๊ะอย่างเบามือ แล้วค่อย ๆ ขยับตัวไปนั่งหลบอยู่มุมหนึ่งของเรือน ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความอยากรู้อยากเห็น แต่ก็พยายามเก็บงำอาการไว้

ครองขวัญเงี่ยหูฟังเสียงสนทนาของผู้คนที่กำลังทยอยกันเข้ามาในเรือนใหญ่ เขาจึงสังเกตเห็นว่าคนพวกนี้มาจากหมู่บ้านอื่นที่อยู่ห่างไกลออกไป

กลุ่มคนกลุ่มแรกเป็นชายหญิงสูงอายุ แต่งกายด้วยชุดที่ดูเรียบง่ายแต่สะอาดสะอ้าน พวกเขามีสีหน้าที่เคร่งเครียด และดูเหนื่อยล้า ขณะที่ผู้ชายคนหนึ่งตะโกนลั่นเรือน พูดจาไม่ค่อยรู้ความ

“ช่วยด้วยนะจ๊ะพ่อเสือไพร ลูกชายข้า…มัน...” เสียงของหญิงชราสั่นเครือ ขณะที่น้ำตาไหลอาบแก้มอย่างไร้หนทาง หากเสือไพรไม่ยอมช่วย เธอและผัวก็ไม่มีปัญญาหันหน้าไปพึ่งใครได้แล้ว

“ช่วยพวกข้าด้วยเถิดนะพ่อเสือ พวกข้าไม่มีที่พึ่งแล้วจริง ๆ” ชายชราคนหนึ่งเสริมน้ำเสียงสั่นสะท้าน

เสือไพรนั่งฟังเรื่องราวของชาวบ้านอย่างตั้งใจ ใบหน้าเคร่งขรึม เพียงเสี้ยววินาทีสายตาคมดุจพยัคฆ์ของนิลกาฬก็พลันจับจ้องมองลึกเข้าไปในดวงตาของชายคนนั้น ร่างสูบผอมตัวแข็งทื่อ ใบหน้าซีดเผือด รีบก้มหน้าหลบสายตาราวกับถูกมนตร์สะกด ความหวาดกลัวปรากฏชัดเจนบนใบหน้า มือไม้สั่นเทา พยายามคลานหนี แต่ญาติของตนรีบคว้าแขนไว้ดึงรั้งกลับมา

“ปล่อย! ปล่อยกู!” ชายหนุ่มร้องโวยวายเสียงโหยหวนลั่นเรือน พยายามสะบัดตัวออกจากการเกาะกุมของเหล่าชายฉกรรจ์ที่ช่วยกันจับเขาเอาไว้ สายตาเคียดแค้นมองเสือไพรตาขวาง ไม่มีความหวาดกลัวหลงเหลืออยู่เลยสักนิด

“เอ็งเข้ามาช่วยข้า” เสือไพรหันไปเรียกครองขวัญให้มาช่วยหยิบจับสิ่งของให้ ครองขวัญที่นั่งอยู่จึงเดินเข้าไปหาอย่างไม่อิดออด

“ยัสสาหัง อุปะเทโส นะโสธายะ...” น้ำเสียงเข้มขลังของเสือไพรบริกรรมคาถาแก้คุณไสยด้วยท่าทางน่าเกรงขาม เสือหนุ่มยืนอยู่ปลายตีนของคนไข้พลางปั้นดินเหนียวเป็นรูปคนขึ้นมา จากนั้นก็เอาไว้ปลายตีนของผู้ไข้แล้วใช้ใบมะยมปัดไปที่รูปปั้นนั้น

ริมฝีปากบางยังคงบริกรรมคาถาพลางหยดน้ำตาเทียนลงบนขันเงินที่ครองขวัญถืออยู่ กระนั้นชายหนุ่มที่โดนทำของต่ำใส่ก็หาได้ให้ความร่วมมือไม่

โครม!!

ชายหนุ่มดิ้นหนีออกจากการเกาะกุมของญาติตนเองจนสำเร็จด้วยแรงมหาศาล นัยน์ตาของเขาแดงก่ำพลางขบเขี้ยวเคี้ยวฟันมองดูเสือไพรด้วยท่าทางขึ้งโกรธ จนดูน่าขนลุกขนพอง

“ฤทธิ์มากนักนะมึง ช่วยกันจับมันเอาไว้”

“ปล่อยกู! อย่ามาจับตัวกู!” ทันทีที่ญาติสัมผัสตัวชายหนุ่มก็ดีดดิ้นอีกครั้ง ทว่ากลับโดนคนของเสือไพรช่วยกันจับเอาไว้อีกแรง

แสงเทียนส่องกระทบใบหน้าคมเข้มของเสือไพรที่กำลังร่ายมนตร์ มือหนาเคลื่อนไหวอย่างคล่องแคล่ว ท่าทางสง่างาม แม้จะดูน่าเกรงขามแต่ก็แฝงไปด้วยความสงบ

ครองขวัญนั่งเงียบ ๆ สายตาจับจ้องไปที่ท่าทางการร่ายมนตร์ของเสือไพรอย่างไม่ละสายตา ความทรงจำฉายชัดขึ้นมาในหัว ภาพของพ่อที่มักจะหัวเราะเสียงดังและมีอารมณ์ดีเสมอ แต่หลังจากที่น้าจันทร์ฉายเข้ามาในชีวิต พ่อก็ดูเปลี่ยนไป พ่ออารมณ์แปรปรวนง่าย บางครั้งก็เงียบขรึม บางครั้งก็โกรธง่ายเหมือนคนสติไม่ดี แต่ก็ไม่ถึงกับสูบผอมและบ้าคลั่งเหมือนชายหนุ่มคนนี้

ครองขวัญขมวดคิ้ว ความคิดหนึ่งค่อย ๆ ผุดขึ้นมา บางทีพ่อของเขาอาจจะโดนน้าจันทร์ฉาย...ทำเสน่ห์ใส่ก็ได้

ครองขวัญคิดหนัก ความสงสัยและความลังเลกัดกินหัวใจ เขาไม่แน่ใจว่าสิ่งที่เขาคิดนั้นถูกต้องหรือไม่ แต่ความรู้สึกบอกเขาว่าบางอย่างมันไม่ปกติ ครองขวัญเหลือบมองไปที่เสือไพรอีกครั้ง เสือไพรกำลังทำพิธีอย่างตั้งใจ ใบหน้าเคร่งขรึมดวงตาจับจ้องไปที่ชายหนุ่มที่กำลังดิ้นรนอย่างทุรนทุราย และทันทีที่มีดอาคมกดลงบนกระหม่อมของชายหนุ่ม

“อ๊ากกก!!...กูร้อน กูร้อน กูทรมาน ปล่อยกู!” เสียงร้องโหยหวนดังขึ้นจนน่าตกใจ ไม่นานร่างที่ดูมีพละกำลังเหนือคนก็ค่อย ๆ หมดแรงลง

เสียงร้องโหยหวนค่อย ๆ เบาลง ร่างกายของชายหนุ่มที่ถูกทำของต่ำใส่เริ่มผ่อนคลาย ความตึงเครียดค่อย ๆ จางหายไป เมื่อเสือไพรทำพิธีเสร็จสิ้น ชาวบ้านที่มารอคอยต่างพากันโล่งใจ สีหน้าที่เคร่งเครียดเปลี่ยนเป็นความโล่งอก พวกเขาทยอยกันกล่าวขอบคุณเสือไพร ก่อนจะพากันกลับบ้านไปอย่างช้า ๆ ทิ้งให้ความเงียบสงัดปกคลุมเรือนใหญ่หลังนี้

บทก่อนหน้า
บทถัดไป