บทนำ
บท 1
สำหรับเรื่องนี้จะเป็นเซ็ตติ้ง omegaverse โดยมีคำเรียกต่าง ๆ ดังนี้
๑.นิลกาฬ หรือ อัลฟ่า ชนชั้นสูงสุดของสังคม
๒.เพทาย หรือ เบต้า ชนชั้นกลางทางสังคม
๓.โกเมน หรือ โอเมก้า ชนชั้นล่างสุดของสังคม
บทที่ 1 สัญญาเลือด
แสงอาทิตย์อัสดงลอดผ่านช่องหน้าต่างไม้มะค่าเก่าคร่ำคร่า สาดส่องลงบนเรือนกายกำยำของชายหนุ่มรูปร่างสูงใหญ่ กล้ามเนื้อแน่นเป็นมัด ขณะที่ร่างสูงนั่งขัดสมาธิอยู่บนเสื่อกกท่ามกลางห้องที่ตกแต่งอย่างเรียบง่ายแต่กลับแผ่พลังอำนาจลึกลับอย่างน่าสะพรึงกลัว ธูปหอมปล่อยควันสีหม่นลอยวนเวียนสร้างบรรยากาศเข้มขลัง ขณะที่เสียงลมพัดผ่านใบไม้ด้านนอกห้องดังเป็นเสียงกระซิบแผ่วเบาเสริมสร้างความเงียบสงัดให้ยิ่งหนักแน่นขึ้น
เสือไพร หลับตาพริ้ม ใบหน้าคมเข้มไร้ซึ่งริ้วรอยแห่งความกังวล ลมหายใจเข้าออกเป็นจังหวะสม่ำเสมอ ท่าทางสงบเยือกเย็นราวสายน้ำไหล เขาเพ่งสมาธิปล่อยให้จิตใจว่างเปล่าเพื่อรับรู้ถึงพลังงานลี้ลับรอบกาย
ฉับพลันร่างเล็กของกุมารทองก็ปรากฏตัวขึ้น เด็กชายผมจุกสองข้างมีผิวกายขาวซีด ดวงตาสีดำขลับนั่งไขว่ห้างอยู่บนคานไม้ ไม่นานมันก็ล่องลอยลงมาอยู่บนพื้นไม้ข้าง ๆ เสื่อกกก่อนจะส่งเสียงกระซิบเบา ๆ ราวกับลมพัดผ่านใบหู
“มีคนมาหาจ้ะพ่อ” ความเงียบสงัดถูกตัดขาดด้วยเสียงกระซิบแผ่วเบาข้างหู เสือไพรขมวดคิ้วเล็กน้อย แต่ก็ยังคงนั่งนิ่งไม่ขยับเขยื้อนกายแม้แต่น้อย
“ใคร” เสียงทรงอำนาจของเสือใหญ่เอ่ยถาม
“กำนันเดชจ้ะ แต่มีดวงวิญญาณดวงหนึ่งตามติดมาด้วยนะจ๊ะ”
“...” เสือไพรขมวดคิ้วแน่น รอยย่นเล็ก ๆ ปรากฏขึ้นระหว่างคิ้วเข้ม ดวงตาคมกริบที่ปกติสงบนิ่งกลับฉายแววความสงสัยปะปนอยู่กับความเยือกเย็นที่คุ้นเคย ริมฝีปากบางขบเม้มเข้าหากันประหนึ่งกำลังประมวลผลสิ่งที่ได้ยิน เพราะชุมโจรแห่งนี้ไม่ใช่จะมีภูตผีวิญญาณหลุดเข้ามาได้ง่าย ๆ ใบหน้าคมคายที่ไร้ริ้วรอยกลับแสดงออกถึงความคิดที่ซับซ้อนเสมือนมีม่านบาง ๆ ของความระมัดระวัง
เสียงฝีเท้าหนักแน่นดังก้องไปทั่วเรือนไม้โบราณ เสือไพรลุกขึ้นยืนอย่างสง่า ผ่านม่านอาทิตย์อัสดงที่สาดส่องลงมาจากช่องหน้าต่าง ร่างสูงใหญ่ของเขาเคลื่อนไหวอย่างเชื่องช้าแต่ทรงพลัง ราวกับเสือร้ายที่กำลังเตรียมล่าเหยื่อ เขาเดินไปหยุดอยู่ตรงหัวบันไดไม้ชั้นบนของเรือน
นัยน์ตาสีรัตติกลาลจับจ้องมองไปยังลานบ้านด้านล่างก็พลันเห็นร่างผอมชะลูดของกำนันเดชที่ยืนตะโกนเรียกอยู่ตรงริมรั้วไม้หน้าบ้าน เสียงแหบพร่าของเขาแทบจะหายไปกับเสียงลมพัดผ่านใบไม้ แต่เสือไพรกลับได้ยินชัดเจน แม้จะอยู่บนชั้นสองของเรือนก็ตาม
ความเงียบสงัดถูกตัดขาดด้วยเสียงตะโกนนั้น แต่สิ่งที่ดึงดูดความสนใจของเสือไพรมากกว่าเสียงตะโกน คือเงาดำสีจาง ที่เคลื่อนไหวอยู่ด้านหลังกำนันเดช มันลอยเลื่อนช้า ๆ คล้ายกับเงาของสิ่งมีชีวิตที่ไร้รูปร่าง แต่กลับแผ่รังสีแห่งความเย็นยะเยือกออกมา
ดวงตาของเสือไพรหรี่ลง ความสงบเยือกเย็นบนใบหน้าคมเข้มค่อย ๆ จางหายไปแทนที่ด้วยความระแวดระวัง และความรู้สึกถึงอันตรายที่กำลังคืบคลานเข้ามา เขาเงื้อมมือขึ้น นิ้วแกร่งชี้ลงไปยังลานบ้าน พร้อมกับร่ายมนตร์โบราณ เสียงท่องอักขระนั้นแผ่วเบาแต่กลับทรงพลังอำนาจ ประหนึ่งเสียงคำรามของพญาช้างสาร ไม่นานอักขระโบราณก็พลันปรากฏขึ้นเป็นแสงสีทองอ่อน ๆ ล้อมรอบตัวเรือน สร้างกำแพงพลังงานล่องหน ป้องกันไม่ให้สิ่งชั่วร้ายใด ๆ เข้ามาภายในอาณาเขตของเขา
ในขณะเดียวกันเงาสีดำอีกหลายเงาปรากฏขึ้นที่ริมรั้ว พวกมันเป็นเงาของผีเลี้ยงผู้พิทักษ์ของเสือไพร เงาเหล่านั้นเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วราวกับแมลงเม่า คอยเฝ้าระวังและข่มขู่ ไม่ให้วิญญาณเร่ร่อนหรือสิ่งชั่วร้ายใด ๆ กล้าเข้ามาใกล้บริเวณบ้าน
เสียงตะโกนแหบพร่าของกำนันเดชยังคงดังอยู่ริมรั้วบ้าน “เสือไพร! เสือไพร! ข้ามาขอความช่วยเหลือ!”
“ไอ้ครั้นเอ็งพาใครมาเรือนข้า” เสือไพรเอ่ยถามหนึ่งในลูกสมุนของตนที่นำคนแปลกหน้าเข้ามายังชุมแห่งนี้
“คนจะมากู้เงินจ้ะเสือไพร”
“เออข้ารับรู้แล้ว เอ็งกลับไปก่อน” เสือไพรเอ่ยสั่ง ก่อนที่ครั้นจะเดินกลับไปเรือนของตน ทิ้งให้ชายวัยกลางคนยืนอยู่นอกรั่วกั้นผู้เดียว
“เอ็งเป็นใคร”
“ขออภัยที่รบกวนในยามเย็นเช่นนี้ ข้ากำนันเดช”
เสือไพรไม่ตอบเพียงแต่จ้องมองอีกฝ่ายอย่างพินิจ ดวงตาคมกริบราวกับจะทะลุปรุโปร่งเข้าไปในจิตใจของกำนัน ความเงียบปกคลุมไปทั่ว เพียงเสียงลมพัดผ่านใบไม้และเสียงกระซิบแผ่วเบาของกุมารทองที่ยังคงเฝ้าสังเกตการณ์อยู่ทำให้เสือไพรเอ่ยถามออกมา
“แล้วมาทำไม” เสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจของเสือไพรดังขึ้น คำพูดสั้น ๆ แต่กลับหนักแน่นราวกับคำพิพากษา นัยน์ตาสีรัตติกาลจับจ้องไปยังร่างของนิลกาฬเฒ่า
“ข้ามีธุระสำคัญจะขอความช่วยเหลือจากท่านเสือไพร” กำนันเดชตอบเสียงสั่น น้ำเสียงแสดงถึงความหวาดกลัวอย่างเห็นได้ชัด
เสือไพรหรี่ตาลง ความเงียบงันปกคลุมไปทั่วอีกครา เงาดำด้านหลังของกำนันเดชยังคงเคลื่อนไหวช้า ๆ ราวกับกำลังรอจังหวะ แต่เสือไพรไม่สนใจ เขากำลังประเมินสถานการณ์และรอจังหวะที่เหมาะสม
“กำนันเดชเองหรือ เชิญกำนันเดชขึ้นบนเรือนมาก่อนเถอะ” คำพูดนั้นไม่ใช่เพียงคำอนุญาตธรรมดา แต่เป็นการกระทำเชิงไสยเวทย์เพื่อเปิดประตูให้กำนันเดชเข้ามา แต่ปิดกั้นไม่ให้เงาดำที่ตามเขามาเข้ามาได้
เวลาเดียวกันนั้นอักขระโบราณที่ล้อมรอบเรือนส่องแสงเจิดจ้าขึ้นเล็กน้อย เสริมสร้างกำแพงพลังงานให้แข็งแกร่งขึ้น ขณะที่เงาดำที่อยู่ด้านหลังกำนันเดชสั่นไหวอย่างรุนแรงมันพยายามแทรกซึมเข้ามา แต่ก็ถูกกำแพงพลังงานนั้นผลักดันออกไป มันส่งเสียงครางแผ่วเบาด้วยความเจ็บปวดก่อนจะหายลับสายตาไป
กำนันเดชก้าวเท้าอย่างลังเล ร่างกายผอมแห้งของเขาสั่นไหวราวกับใบไม้ถูกพายุพัด เมื่อขึ้นมาถึงชานบ้านเขาก็ทรุดตัวลงนั่ง ท่าทางอ้ำอึ้ง มือไม้เกร็ง สายตาหลบไปทางอื่นไม่กล้าสบตาเจ้าของเรือนไม้ ผ้าขาวม้าที่คาดเอวดูยับยู่ยี่สะท้อนให้เห็นถึงความไม่สบายใจอย่างที่สุด ความเงียบปกคลุมไปทั่ว มีเพียงเสียงลมพัดผ่านใบไม้และเสียงจิ้งหรีดร้องไกล ๆ เป็นเสียงประกอบความตึงเครียดที่เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ
เสือไพรจ้องมองกำนันเดชอย่างพิจารณา ความสงบเยือกเย็นบนใบหน้าคมเข้มของเขาไม่ได้แปลงเปลี่ยน แต่ดวงตาคมกริบกลับฉายแววเฉียบคม ความเงียบยาวนานทำให้กำนันเดชยิ่งรู้สึกอึดอัด เหงื่อเริ่มซึมออกมาตามไรผม
“มีธุระอะไร รีบพูดมา” เสียงทุ้มต่ำของเสือไพรดังขึ้น
กำนันเดชสะดุ้ง รีบเช็ดเหงื่อที่หน้าผากก่อนจะพูดเสียงตะกุกตะกัก “ขะ…ข้า…เอ่อ…” เขาอ้ำอึ้งอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะตัดสินใจพูดออกมา
“ข้าต้องการจะกู้เงินจากท่านเสือไพร”
ความเงียบปกคลุมอีกครั้ง เสือไพรไม่แสดงสีหน้าใด ๆ เพียงแต่จ้องมองกำนันเดชอย่างจับผิดและรอให้เขาพูดต่อ
“หะ…ห้าหมื่น” กำนันเดชพูดเสียงแผ่วเบาราวกับกลัวว่าเสียงของตัวเองจะดังไป มือไม้ของเขายังคงเกร็งด้วยความกังวลใจอย่างที่สุด
ความเงียบตามมาหลังคําขอยืมเงินจำนวนมหาศาลของกํานันเดช นัยน์ตาพยัคฆ์ของเสือไพรเบิกกว้างเล็กน้อยในชั่วพริบตา ก่อนจะกลับมาเยือกเย็นดังเดิม
“ห้าหมื่นมันมากเกินไป ปกติคนมาขอกู้ไม่เกินสองหมื่น กำนันจะเอาไปทำอะไรถึงขนาดนั้น” เสียงทุ้มต่ำของเสือไพรแฝงไปด้วยความสงสัย
กำนันเดชหน้าซีดเผือด “ครอบครัวของภรรยาข้ามีเรื่องเดือดร้อนต้องใช้เงินจำนวนมาก ข้าเลยอยากจะมาหยิบยืมจากเสือไพรเสียหน่อย หวังว่าเสือไพรจะเมตตาข้ากับภรรยา”
“ข้าว่ากำนันกลับไปเถอะ เรื่องของครอบครัวเมีย ไยกำนันต้องเอาตัวเองไปเดือดร้อนด้วย ข้าไม่เห็นว่ามันจะจำเป็นเลยสักนิด”
“เสือไพร...ข้าขอร้องเถอะนะ ช่วยหน่อยเถิดพ่อเสือ ข้าสัญญาว่าจะหาเงินมาคืนให้ครบทุกบาททุกสตางค์แน่นอน” กํานันเดชที่นั่งอยู่กระสับกระส่ายเอ่ยเสียงอ้อนวอน หากไม่ได้เงินจำนวนนี้เขาก็ไม่มีหน้าไปพบภรรยาที่บ้านหรอก
เสือไพรนิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยถาม “แล้วกำนันจะเอาอะไรมาเป็นหลักประกันล่ะ ข้าไม่ใช่จะให้กำนันหยิบยืมไปเปล่า ๆ หรอกนะ”
“...” กำนันเดชก้มหน้าลง มือไม้เกร็ง ย้อนนึกไปถึงสมบัติต่าง ๆ มากมายที่ตัวเองเคยมี แต่ตอนนี้ทั้งหมดนั้นหายไปสิ้นแล้ว เพราะจันทร์ฉายมีแต่เรื่องจำเป็นต้องใช้เงิน โฉนดที่ดินแปลงต่าง ๆ ถูกนำออกไปจำนอง สร้อยทองทั้งของตนและของเมียคนแรก ถูกจันทร์ฉายเอาไปขายทิ้งจนไม่เหลืออะไรสักชิ้น
เสือไพรเงียบไปครู่หนึ่งมองดูกำนันเดชที่นั่งก้มหน้า อย่างคนหมดหนทาง เขาเห็นใจแต่จะให้อีกฝ่ายหยิบยืมเงินจำนวนมากขนาดนั้นมันก็ใช่ที เขาเป็นโจร แม้เงินจะได้มาจากการปล้นผู้อื่น แต่จะให้ใครต่อใครเทียวยืมมากมายขนาดนั้นเห็นทีจะป่วยการเอาเสียเปล่า ๆ
“ถ้าไม่มีหลักประกัน ข้าก็ให้ไม่ได้ กำนันกลับไปเถอะ”
กำนันเดชเม้มปากเข้าหากันด้วยความลังเล มองดูใบหน้าคมคายของผู้ที่ได้ขึ้นชื่อว่าเสือร้ายอย่างโจ่งแจ้งก่อนจะกลืนน้ำลายลงคออึกหนึ่ง จากนั้นจึงเอ่ยต่อ
“ถ้าเสือไพรต้องการหลักประกัน ข้ามีลูกชายชื่อไตรฉัตรเป็นโกเมน เขาเป็นลูกติดของเมียข้า หน้าตาก็พอดูได้ทีเดียว หากพ่อเสือไพรยินยอมให้ข้าหยิบยืมเงิน ข้าก็จะเอาเขามาเป็นหลักประกัน”
“โกเมนหรือ กำนันจะให้ข้าเอามันมาเป็นภาระอีกงั้นรึ กำนันก็รู้ดีว่าชุมโจรแห่งนี้มีคนมากพอแล้ว” เสียงทุ้มต่ำของเสือหนุ่มเอ่ยขึ้นบ้าง
เพราะรู้ดีอยู่แก่ใจว่าหากเอาโกเมนเข้ามาในชุมโจรแห่งนี้ดูท่าแล้วจะเป็นตนเองที่เดือดร้อนมากกว่าได้ผลประโยชน์ เพราะโกเมนคือเพศรองที่คอยยั่วยวนนิลกาฬและเพทายให้ลุ่มหลง ประหนึ่งดอกไม้อาบยาพิษก็มิปาน
“ไตรฉัตรเป็นเด็กดี ฉลาดและขยัน เขาจะไม่เป็นภาระให้พ่อเสือไพรแน่นอน ข้าสัญญาว่าจะหาเงินมาใช้หนี้ให้หมด” กำนันเดชยืนยันเสียงหนักแน่น
เสือไพรเงียบไปครู่หนึ่ง สายตาคมกริบของเขากวาดมองใบหน้าที่ซีดเผือดของนิลกาฬเฒ่า ความทรงจำบางอย่างผุดขึ้นมาในความคิด เหตุเพราะกำนันเดชเคยรู้จักกับพ่อของตนมาก่อน และพ่อก็เคยเล่าถึงความดีความชอบของกำนันเดช ความซื่อสัตย์ ความมีน้ำใจ และการช่วยเหลือเกื้อกูลผู้อื่นอยู่เสมอ แม้จะอยู่ในยุคสมัยที่คนส่วนใหญ่ต่างแสวงหาแต่ประโยชน์ส่วนตน
ความทรงจำเหล่านั้นทำให้ความเย็นชาในดวงตาของเสือไพรค่อย ๆ จางหายไป แทนที่ด้วยความลังเลและความรู้สึกสงสาร
ร่างสูงใหญ่ลุกขึ้นเดินหายไปยังมุมหนึ่งของห้อง ที่ซึ่งเขาเก็บเงินที่ได้มาจากการปล้นสะดมเอาไว้ เสือไพรหยิบถุงผ้าใบใหญ่ขึ้นมา ภายในบรรจุเงินจำนวนมาก จากนั้นก็เดินกลับมาวางไว้ตรงหน้ากำนันเดช เงินกองโตนั้นสะท้อนแสงจันทร์ที่สาดส่องลงมาบนชานเรือน ดูราวกับภูเขาเงินที่รอให้กำนันเดชหยิบฉวยไป
“นี่เงินห้าหมื่นที่กำนันต้องการ”
“ขอบคุณมากจ้ะเสือไพร ขอบคุณมากจริง ๆ”
“แต่ข้ามีข้อแม้...” เสือหนุ่มหยุดคำชั่วครู่
“กำนันต้องทำสัญญาเป็นลายลักษณ์อักษร ระบุจำนวนเงิน วันเวลาที่ยืม และวันเวลาที่ต้องคืน พร้อมทั้งหลักประกัน หากกำนันผิดสัญญา…ข้าจะไม่ไว้หน้าใครหน้าไหนทั้งนั้น”
นิลกาฬวัยกลางคนเผลอกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ด้วยความลังเล เขารู้ดีอยู่แก่ใจว่าไม่มีอะไรที่จะได้มาเปล่า ๆ และรู้ดีอยู่แก่ใจว่าถ้าตนผิดสัญญากับเสือร้ายจะมีผลร้ายแรงตามมา กระนั้นเมื่อมาถึงขั้นนี้แล้วก็มีแต่ต้องเดินหน้าต่อไป
“ข้าจะทำ”
เสือไพรหยิบหนังสือกู้ยืมออกมา เพราะบ่อยครั้งนักที่มีใครต่อใครมาหยิบยืมเงินจากตน ไม่แปลกที่เขาจะทำหนังสือสัญญาเก็บเอาไว้ ทว่าหนังสือสัญญาทุกฉบับนี้เสือไพรได้ร่ายเวทย์กำกับเอาไว้ หากมันผู้ใดผิดสัญญาก็จะมีอันเป็นไปตกตายภายในสามวันเจ็ดวัน
“กำนันคงจะรู้ว่าถ้าผิดสัญญาต้องเจอกับอะไรนะ” คำพูดนั้นหาใช่คำขู่แต่อย่างใด ทว่ามันกับเป็นสิ่งย้ำเตือนให้ผู้ที่กล้าเข้ามายืมเงินเขาถึงในชุมโจรนี้ตระหนักรู้กับการกระทำของตนว่ามันมีผลที่จะตามมา
กำนันเดชเหงื่อตกสายตาสั่นระริกเหลือบมองกริชที่วางอยู่บนสัญญา เขาเผลอกำผ้าขาวม้าอย่างลังเลอยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นมือสั่นเทาก็ค่อย ๆ หยิบมันขึ้นมาแล้วใช้ปลายแหลมของกริชเฉือนนิ้วมือของตนจนเลือดสีแดงฉานไหลซึมออกมา เพียงชั่วอึดใจก็ตัดสินใจปั๊มลายนิ้วมือตนลงไปในกระดาษลงอาคม
บทล่าสุด
#76 บทที่ 76 เมียเสือไพร 28/2 THE END
อัปเดตล่าสุด: 7/27/2026#75 บทที่ 75 เมียเสือไพร 28/1
อัปเดตล่าสุด: 7/27/2026#74 บทที่ 74 จงรักภักดีเหมือนผีที่อยู่ในหม้อ 27/2
อัปเดตล่าสุด: 7/27/2026#73 บทที่ 73 จงรักภักดีเหมือนผีที่อยู่ในหม้อ 27/1
อัปเดตล่าสุด: 7/27/2026#72 บทที่ 72 ผูกพันธะ NC + 26/3
อัปเดตล่าสุด: 7/27/2026#71 บทที่ 71 ผูกพันธะ 26/2
อัปเดตล่าสุด: 7/27/2026#70 บทที่ 70 ผูกพันธะ 26/1
อัปเดตล่าสุด: 7/27/2026#69 บทที่ 69 เลือดขึ้นหน้า 25/3
อัปเดตล่าสุด: 7/27/2026#68 บทที่ 68 เลือดขึ้นหน้า 25/2
อัปเดตล่าสุด: 7/27/2026#67 บทที่ 67 เลือดขึ้นหน้า 25/1
อัปเดตล่าสุด: 7/27/2026
คุณอาจชอบ 😍
กรงรักจำนน
เขามีคนรักอยู่แล้ว ทว่าเพื่อย่า เขายอมแต่งงานปลอม ๆ กับเธอ และยอมทำทุกอย่างยกเว้น “อยู่ด้วยกันจริง ๆ”
เมื่อย่าเร่งรัดอยากได้หลาน เขาเสนอให้เธอตั้งครรภ์ด้วยสเปิร์มของคนอื่นเพื่อไม่ต้องแตะต้องกันสักนิด และนั่นคือวันที่หัวใจของเธอแตกละเอียด
จนกระทั่งแผนชั่วของใครบางคนทำให้เขาและเธอต้องนอนบนเตียงเดียวกันโดยไม่ตั้งใจ
และนั่น…ทำให้ชีวิตทุกคนพังครืน
เธอถูกใส่ร้าย ถูกขับไล่ ถูกเหยียบย่ำจนแทบไม่เหลือศักดิ์ศรี
พิษรักคุณหมอ
มนต์มีนาคือหญิงสาวที่ครอบครัวของพิชยะให้ความช่วยเหลือตอนเธอไร้ที่พึ่ง นอกจากนี้เธอยังเป็นเพื่อนสนิทของน้องสาวตัวแสบ
การได้อยู่ร่วมชายคากันทำให้เขาและเธอเกิดความชิดใกล้ จนอยู่มาวันหนึ่ง..เพื่อนของน้องสาวดันริจะมีแฟน เขี้ยวเล็บที่พิชยะซ่อนเอาไว้อย่างดีจึงค่อย ๆ งอกออกมา
เขารุกและอ่อยเธออย่างหนักจนหัวใจของมนต์มีนาอ่อนปวกเปียกเหลวเป็นวุ้น ยอมเป็นแมงเม่าโบยบินเข้าไปในกองไฟด้วยตัวเองสปอยล์เนื้อหาบางส่วน
“เฮียไม่ชอบให้มีนสนิทสนมกับผู้ชายคนอื่น หวง…เข้าใจไหม” เขากระซิบชิดริมหูของเธอ
"แต่เราสองคนไม่ได้เป็นอะไรกันนะคะ”
"ต้องเป็นก่อนใช่ไหมถึงจะหวงได้” สายตาที่มองลงมาเจิดจ้าลุกวาวชวนให้มนต์มีนาหนาวเยือกเย็นขึ้นมา ทั้งที่อุณหภูมิในห้องไม่ได้ส่งผลต่อร่างกาย
“ทำไมไม่ตอบล่ะ” เสียงของพิชยะใกล้เข้ามาลมหายใจร้อนผ่าวเจือกลิ่นเหล้ากรุ่นอยู่ข้างแก้ม แล้วฉวยโอกาสหนึ่งสอดแทรกลิ้นเข้ามาในโพรงปากแล้วบดเบียด ลิ้นอุ่นครูดสีไปกับเรียวลิ้นเล็กอย่างเนิบช้าแต่ไม่อ่อนโยน
โปรดระวัง คืนหมาหอน แต่จะเป็นหมาหรือหมอต้องดูดี ๆ
ทะลุมิติไปเป็นภรรยาตัวจริงของวายร้ายยุค80
เมื่อลืมตาขึ้นอีกครั้ง กลับพบว่าตัวเองกลายเป็นเด็กสาววัยสิบแปดปีในชนบทจีนยุค 80 ที่ถูกครอบครัวใจอำมหิตขายให้พ่อหม้ายแก่เพื่อแลกเงินสามร้อยหยวน!
แต่คนพวกนั้นไม่รู้ว่า...เด็กสาวที่พวกมันคิดว่าอ่อนแอ ไม่ใช่คนเดิมอีกต่อไป
เธอมาพร้อมมิติคลังสินค้าขนาดยักษ์ ยา เครื่องมือแพทย์ และทรัพยากรจากโลกอนาคตที่ไม่มีวันหมด
ใครตีเธอ...เธอเอาคืนสิบเท่า
ใครคิดขายเธอ...เธอจะทำให้มันหมดตัว
ใครแย่งชีวิตของเธอ...เธอจะกระชากทุกอย่างกลับคืน!
ทว่าแผนล้างแค้นกลับต้องสะดุด เมื่อลู่เซียว วายร้ายผู้ทั้งหมู่บ้านหวาดกลัว ยื่นข้อเสนอที่ไม่มีทางปฏิเสธ
"แต่งงานกับฉัน"
การแต่งงานเพื่อผลประโยชน์ที่ควรเป็นเพียงข้อตกลง กลับกลายเป็นพันธนาการที่อันตรายที่สุด เพราะวายร้ายคนนี้ไม่ได้ต้องการแค่ทะเบียนสมรส...
แต่ต้องการตัวเธอ ทั้งหัวใจ
เมื่อเศรษฐินีจากโลกอนาคต ต้องใช้ความรู้สร้างอาณาจักรธุรกิจ พลิกชะตาชีวิต พร้อมลากทั้งตระกูลที่เคยเหยียบย่ำเธอลงนรก และรับมือกับสามีผู้คลั่งรักจนพร้อมทำลายทั้งโลกเพื่อปกป้องภรรยาเพียงคนเดียว!
รักซึมร้าย NC 25++
ห้องที่หญิงสาวกำลังขึ้นไปนี้มีลักษณะเป็นห้องชุดรอยัลสวีท สุดหรู มีสองห้องนอน ห้องนอนใหญ่เป็นห้องส่วนตัวของเจ้านายใหญ่ยามที่ต้องมาค้างที่นี่ อีกห้องเป็นห้องนอนขนาดเล็กกว่าหน่อย เอาไว้สำหรับพาสาวๆ มาหาความสำราญ ด้านนอกมีห้องนั่งเล่นที่มีโซฟาชุดใหญ่วางอยู่ เมื่อไปถึงเจ้าตัวก็ยกมือขึ้นเคาะประตูสองครั้งก่อนจะผลักเข้าไปทันทีโดยไม่ต้องรอให้เจ้าของห้องอนุญาต
พันธะร้ายนายวิศวะ
"_" คนรัก ความรัก แฟน มันเป็นแบบไหนกัน เพราะฉันไม่เคยมีแฟน แค่....ข้ามขั้นไปเท่านั้นเอง
"พี่... เป็นคนพูดเองนะคะ ว่าอยู่มหาลัยห้ามทำตัวสนิท ห้ามทำเป็นรู้จักกัน จำไม่ได้เหรอ" รีนลดาพูดพร้อมกับเชิดหน้าใส่เขา อย่างท้าทาย
***********************
เรียวตะมองคนตรงหน้าอย่างใกล้ชิด พร้อมกับยื่นหน้าอันเหล่อเหลาของตนเข้ามาใกล้ๆ ใบหน้าหวานของเธอรีนลดา คนโดนล็อกมือเธอเอาไว้ คนตัวเล็กรู้สึกถึงลมหายใจอุ่นๆ ของเขา ทั้งสองใบหน้าห่างกันไม่ถึงคืบ รีนลดาพยายามจะขัดขืนแต่ก็ไม่เป็นผล
"ทำไมกลัวเหรอ ที่เมื่อกี้ยังปากเก่งว่าฉันเป็นหมา ไม่เห็นจะกลัว" เรียวตะกดน้ำเสียงที่ไม่น่าฟังนัก
" ตึก ตึก " คนตัวเล็กรู้สึกใจเต้นแรงขึ้นมาอย่างไม่ทราบสาเหตุ เธอไม่ชอบเลยที่เขาเข้าใกล้แบบนี้
เรียวตะยังคงโน้มหน้าคม เข้ามาใกล้จนแทบจะชิดกัน คนโดนกดตัวได้แต่หลับตาพริบๆ
"_" อย่าคิดจะอะไรบ้าๆนะพี่เรียวพูดเองว่ารีนใช่สเปกพี่ อย่าทำอะไรที่มันกลืนน้ำลายตัวเองนะคะ" รีนลดากลั้นใจพูดออกไป แม้ในใจแอบจะกลัวเขาบ้างก็เถอะ เธอรู้ว่าเรียวตะนั้นเกลียดขี้หน้าเธอมากขนาดไหน แต่ครั้งนี้รีนลดากลับคิดผิด
แอบรักรุ่นพี่ตัวร้าย
ภารกิจให้เป็นคู่เดทเป็นเวลา1อาทิตย์...
โซ่ปรารถนา คุณหมอศัลย์
'อังคณา' พยาบาลสาวจบใหม่ประชดรักหักหลังด้วยการปล่อยตัวปล่อยใจไปกับค่ำคืนวันไนท์สแตนท์ เธอคิดว่ามันจะเป็นแค่ความทรงจำตื่นสายที่แยกย้ายแล้วจบกัน แต่ใครจะคิดว่า 'กระสุนนัดเดียว' ของชายแปลกหน้าในคืนนั้นจะแม่นยำจนทำให้เธอตั้งครรภ์!
และที่ช็อกยิ่งกว่า... คือพ่อของลูกดันเป็นถึง 'นายแพทย์ภาคินทร์' ศัลยแพทย์หนุ่มสุดเนี้ยบ ทายาทตระกูลมหาเศรษฐีอันดับต้น ๆ ของประเทศ แถมเขายังเป็นหมอในโรงพยาบาลที่เธอทำงานอยู่ด้วย!
การแต่งงานสายฟ้าแลบเกิดขึ้นตามคำสั่งของประมุขตระกูล ภาคินทร์ยอมรับผิดชอบทุกอย่าง ทว่าเขากลับสวมหน้ากากเฉยชาและบอกว่าทั้งหมดคือ ‘หน้าที่’ ทำให้อังคณาต้องเจียมตัว รักษาระยะห่างเพื่อไม่ให้เขาอึดอัด
โดยที่เธอไม่เคยรู้เลยว่า... ภายใต้แววตานิ่งสนิทคู่นั้น หมอหนุ่มแทบจะบ้าตายทุกครั้งที่มีชายอื่นเข้าใกล้เธอ!
เมื่อความลับใต้พรมเริ่มปะทุ และวิกฤตร้ายแรงในครรภ์เข้าขั้นวิกฤต คุณหมอผู้ไร้ความรู้สึกจะทำอย่างไร เมื่อรู้ว่า ‘หน้าที่’ นี้... แท้จริงแล้วมันคือ ‘ความปรารถนา’ ที่เขาอยากครอบครองเธอมาตั้งแต่แรกพบ
I’m evil guy ปีศาจตัวร้ายพ่ายรัก
So Sick รักษาหัวใจนายเจ้าเล่ห์
"ฉันไปทำเธอตอนไหน?"
"ตอนไหนเหรอ ก็เมื่อคืนไงไอ้คนทุเรศ!"
"เมื่อคืนฉันเมาเละ อย่ามาใช้มุกตื้น ๆ จับฉันมันไม่สำเร็จ"
"จับบ้าอะไรฮะ ฉันโดนข่มขืนฉันเสียหายนะไอ้ชั่ว"
"ก็บอกว่าไม่ได้ทำไงวะ"
"เมาเหมือนหมาแล้วจำไม่ได้ว่าข่มขืนผู้หญิงเหรอ!"
"ก็บอกว่าไม่ได้ทำไงวะ!"
"ก็บอกว่าทำไงวะ!!"
เกิดใหม่เป็นเมียของตัวร้าย...พลิกฐานะให้ร่ำรวยด้วยมิติวิเศษในยุค80
หลินเฟยเฟยตื่นขึ้นมาในร่างของเด็กสาวอาภัพที่ถูกทิ้งเพราะคำทำนายลวงโลก ปล่อยให้แฝดพี่สวมรอยเป็นหงส์ฟ้าเสวยสุขในบ้านเศรษฐี ส่วนเธอต้องทนลำบากแถมยังถูกใส่ร้ายจนตาย!
แต่ขอโทษที หลินเฟยเฟยคนใหม่นี้ไม่หมูเหมือนคนเก่า ในมือมีระบบแลกเปลี่ยนมิติสุดล้ำ สมองมีแผนธุรกิจระดับร้อยล้าน เธอจะพลิกโฉมสมุนไพรบ้านนอกให้กลายเป็นอาณาจักรเครื่องสำอางระดับชาติ ตอกหน้าแฝดพี่ดอกบัวขาวและอดีตคู่หมั้นเฮงซวยให้หงายหลัง!
แถมยังมีเซี่ยจินเหิง พญามารคุมตลาดมืดที่ใครๆต่างหวาดกลัว มาคอยตามป้วนเปี้ยนขอสมัครเป็นบอดี้การ์ดพ่วงตำแหน่งสามี... หึ ดาวไม้กวาดงั้นเหรอ คอยดูเถอะ ฉันจะกวาดเงินกวาดทองให้เกลี้ยงประเทศเลย!













