บทที่ 4 ขี้ข้าใต้ถุนเรือน 2/3

ครองขวัญถึงกับสะอึกเมื่อได้ยินคำพูดเช่นนั้น เขารู้ตัวดีว่าหน้าตาของตัวเองอัปลักษณ์เพราะปานแดงที่มีติดตัวมาตั้งแต่เกิด แต่ไม่คิดเลยว่าชายที่เจอกันเพียงเสี้ยววิ จะชี้หน้าด่าเขาให้เจ็บช้ำน้ำใจถึงเพียงนี้

ใบหน้าคมเข้มของเสือไพรบิดเบี้ยวไปด้วยความโกรธ ดวงตาแข็งกร้าวจ้องมองครองขวัญด้วยท่าทางรังเกียจ ร่างกายของเขาสั่นเทาด้วยความโกรธ จนกำนันเดชและจันทร์ฉายถึงกับตกใจ พวกเขารู้ดีว่าเสือไพรโกรธง่าย แต่ไม่เคยคิดว่าจะโกรธง่ายขนาดนี้มาก่อน

กำนันเดชตัวสั่น ใบหน้าซีดเผือด เขาไม่กล้าเงยหน้าขึ้นมองเสือไพร ความกลัวครอบงำจิตใจของเขาอย่างสมบูรณ์ เขาไม่รู้จะแก้ตัวอย่างไร

จันทร์ฉายพยายามจะอธิบายแต่เสือไพรไม่ฟัง เขาตะคอกใส่เธออย่างไม่ไว้หน้า “เอ็งคิดว่าข้าโง่หรือไง! คิดจะเอาคนนี้มาแทน มันไม่คู่ควรกับข้าเลยสักนิด!”

เสือไพรเดินเข้าไปใกล้ครองขวัญ ชี้หน้าด่าอย่างดูถูกเหยียดหยาม “อัปลักษณ์ถึงเพียงนี้คิดจะยกให้ข้าเปล่า ๆ ข้าก็ไม่เอา เอ็งมันไม่คู่ควรที่จะกลับไปที่ชุมโจรของข้าเลยสักนิด! ไปให้พ้นหน้าข้า!”

“...” ครองขวัญพูดไม่ออก ความอัปลักษณ์บนใบหน้ากลายเป็นบ่วงที่รัดรึงชีวิตของเขาเอาไว้ ทำให้เขาถูกดูถูก ถูกเหยียดหยามและถูกปฏิเสธจากคนรอบข้างตลอดมา

“ถ้าไม่มีเงินมาคืนก็ยกบ้านหลังนี้ให้ข้าเสีย แล้วกำนันกับเมียจะไปอยู่ไหนก็ไป”

“ไม่ได้นะ!” เสียงแหลมของหญิงสาวเพียงหนึ่งเดียวตะโกนขึ้นทำให้ทุกสายตาหันไปมองเธอด้วยความตำหนิ เธอจึงรีบปรับเปลี่ยนสีหน้าให้ดูจริงจังอีกครั้ง

จันทร์ฉายหัวเราะเยาะเสียงผะแผ่ว เธอดันครองขวัญไปด้านหน้าของเสือไพร ทว่านิลกาฬหนุ่มกลับเบี่ยงตัวหลบด้วยท่าทีรังเกียจ จันทร์ฉายซึ่งมีนิสัยร้ายกาจขี้อิจฉาริษยาและหวาดระแวงว่าครองขวัญจะแย่งความรัก ความเอาใจใส่ของกำนันเดชไปจากไตรฉัตร เมื่อเห็นว่าเสือไพรมีท่าทีรังเกียจครองขวัญมากจึงคิดกลอุบายหนึ่งขึ้นมา

“ฉันรู้ว่าครองขวัญไม่ได้รูปร่างหน้าตางดงามเหมือนกับโกเมนคนอื่น ๆ แต่เด็กคนนี้ขยันทำงานมากทีเดียว”

เธอเว้นวรรคพลางมองครองขวัญด้วยสายตาเยาะเย้ย ก่อนจะพูดต่อ “แต่ในเมื่อตอนนี้มีแค่ครองขวัญที่สามารถเป็นหลักประกันได้ พ่อเสือไพรจะรับเขาไปเป็นทาสรับใช้ที่ชุมโจรของพ่อก็ได้ ฉันกับพี่กำนันจะไม่ขัดขวางเลย จะทำอะไรกับมันก็ได้ จะตี จะด่า หรือ...แม้แต่การเอาเป็นนายบำเรอ เราก็จะไม่ยุ่งเกี่ยว”

สายตาเคร่งขรึมของเจ้าของกลิ่นดินปืนจ้องมองโกเมนผิวสีไข่ที่มีปานแดงอยู่กลางหน้าด้วยท่าทีกรุ่นโกรธ ก่อนที่วาจาถากถางจะเปล่งออกมา

“หน้าตาอัปลักษณ์เช่นนี้จะมาเป็นนายบำเรอของข้าได้อย่างไรกัน อย่างมากข้าก็เมตตาให้มันนอนใต้ถุนเรือน คอยตักน้ำ หุงข้าว เลี้ยงหมูเลี้ยงไก่ ให้ฝุ่นละอองเกาะตัวไปทั่ว นั่นแหละมันถึงเหมาะสมกับลูกเอ็งที่สุดแล้ว”

“...!” ครองขวัญเผลอมองคนพูดตาขวาง ภายในใจก่นด่าเสือร้ายเสียหลายประโยค ถึงเขาจะไม่งามเขาก็ไม่ได้มีจิตใจชั่วช้าโสมมปล้นเอาของผู้อื่นเช่นอีกฝ่ายเสียหน่อย

ที่สำคัญใครมันอยากจะไปเป็นเมียบำเรอให้ไอ้หน้าหอกหักนี้กัน คิดว่าตัวเองรูปงามมากหรืออย่างไร ถึงได้พูดจาดูถูกเหยียดยามคนอื่นเขาไปทั่วเช่นนี้

“แบบนั้นก็แล้วแต่เสือไพรเถอะจ้ะ จะเอามันไปทำอะไรก็สุดแล้วแต่พ่อเสือเถอะ”

ครองขวัญจุกจนพูดไม่ออก นัยน์ตาเปลือกไม้หม่นวูบไหวเมื่อคำพูดนั้นหลุดออกมาจากผู้ให้กำเนิด

พ่อเกลียดเขาถึงขนาดนี้เลยหรือ...

“ได้! ข้าจะเอาเด็กนี้ไปเป็นทาสรับใช้ แต่ข้าจะให้เวลากำนันสามเดือน กำนันต้องหาเงินมาคืนให้ทัน ไม่เยี่ยงนั้นอย่าหวังว่าข้าจะปรานีเช่นนี้อีก!”

แม้จะพูดแบบนั้นแต่เสือไพรก็ไม่มีทางเลือกมากนัก หากวันนี้ไม่มีอะไรติดไม้ติดมือกลับไปก็เห็นทีจะเสียชื่อเสือใหญ่เสียแล้ว อีกอย่างถึงเขาจะเป็นโจรแต่ใช่ว่าจะเข่นฆ่าชีวิตผู้อื่นได้มากขนาดนั้น และที่สำคัญเขายังอยากได้เงินคืนอยู่ การจะเอาไอ้คนอัปลักษณ์นี้ไปเป็นทาสรับใช้ก็ใช่ว่าจะแย่เสียทีเดียว

“ประเดี๋ยวสิ พ่อขวัญติดเงินคุณเท่าไหร่” เสียงของครองขวัญแย้งขึ้น ถึงเขาจะอยู่แต่ในก้นครัวก็พอจะรู้มาบ้างว่าช่วงนี้ครอบครัวของตนเงินขาดมือ จนต้องไปหยิบยืมจากโจรมาเช่นนี้

“ห้าหมื่น” เสียงทุ้มเอ่ยตอบ

“หา!” ครองขวัญร้องเสียงหลง นี่พ่อของเขาเอาเงินจำนวนมากมายขนาดนั้นไปทำอะไรกัน

“ถ้ารู้ว่าไม่มีปัญญาชดใช้ก็จงสำเหนียกเอาไว้ว่าเอ็งจะต้องชดใช้แทนพ่อของเอ็ง”

ครองขวัญเม้มปากด้วยความลังเล แม้ไม่เต็มใจที่จะไปอยู่กับเสือไพร แต่เพราะขัดคำสั่งพ่อไม่ได้และเห็นว่าหากครั้งนี้ตัวเองไม่ช่วยเหลือพ่อ กำนันเดชอาจถูกทำร้ายร่างกายตามบทลงโทษของเสือไพร อีกทั้งชื่อเสียงของพ่อที่สั่งสมมานานก็จะเสียไปด้วย

“เช่นนั้นขวัญขอเวลาเพิ่มเป็นหนึ่งปี” ครองขวัญต่อรองแม้จะรู้ว่าความหวังนั้นมันริบหรี่ก็ตาม

“เงินห้าหมื่นมันใช่ว่าจะหากันได้ง่าย ๆ เสียหน่อย คุณเป็นถึงมหาโจรผู้ยิ่งใหญ่คงไม่คิดจะใจร้ายกับคนไม่มีทางสู้กระมัง อีกอย่างขวัญก็จะไปอยู่กับคุณแล้ว พ่อขวัญจะต้องหาเงินมาคืนคุณได้แน่”

เสือไพรเลิกคิ้วขึ้นอย่างแปลกใจ เขาไม่คิดว่าเด็กหนุ่มรูปร่างหน้าตาอัปลักษณ์คนนี้จะกล้าที่จะต่อรองกับตนได้ ความประหลาดใจผสมกับความสนใจแวบขึ้นมาในดวงตาคมกริบ

“ได้! แต่ข้าจะให้เวลากำนันเพียงแค่หกเดือนเท่านั้น”

“จ้ะ ๆ เชิญเอามันไปเลย”

“พ่อ...”

“อย่ามาเรียกข้า ตอนนี้เอ็งเป็นคนของเสือไพรแล้ว”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป