บทที่ 9 โกเมนอัปลักษณ์ใครจะเอาทำเมียลง 4/1

เสียงนกร้องเจื้อยแจ้วรับอรุณยามเช้า แสงแดดรำไรสาดส่องกระทบใบไม้สีเขียวขจี แต่บรรยากาศในลานโล่งกลางหมู่บ้านกลับแตกต่างออกไป เด็ก ๆ หลายคนยืนซุกตัวอยู่หลังพ่อแม่ ใบหน้าแสดงออกถึงความหวาดกลัว

ครองขวัญพยายามยิ้ม แต่รอยยิ้มนั้นดูไม่ค่อยเป็นธรรมชาติ เพราะความกังวลภายในใจ เขาไม่เคยสอนหนังสือมาก่อนและใบหน้าที่ดูน่ากลัวของเขาก็ยิ่งทำให้สถานการณ์ยากขึ้น เด็ก ๆ หลายคนมองเขาด้วยสายตาหวาดระแวง

“สวัสดีจ้ะเด็ก ๆ ครูชื่อครองขวัญนะ” เขาเริ่มต้นด้วยการทักทายเด็ก ๆ ก่อน หลังจากที่บรรดาผู้ปกครองพากันทยอยกลับกันไปทำงานของตนแล้ว

“ในฐานะที่ครูมาใหม่ครูอยากรู้จักชื่อพวกเรา เด็ก ๆ ช่วยแนะนำชื่อตัวเองให้ครูได้รู้จักหน่อยได้ไหมจ๊ะ” เสียงของครองขวัญดังขึ้น พยายามใช้ถ้อยคำที่อ่อนโยนที่สุดเท่าที่จะทำได้ แต่ก็ยากที่จะทำให้เหล่าเด็ก ๆ คลายความหวาดกลัวลงได้ รอยปานแดงบนใบหน้าของเขา ดูเด่นชัดยิ่งขึ้นเมื่อถูกแสงแดดอ่อน ๆ ที่ส่องกระทบ เด็กหลายคนยังคงไม่กล้าแม้แต่จะสบตาเขา

ความเงียบยังคงปกคลุมไปทั่วลานโล่ง มีเพียงเสียงนกร้องเจื้อยแจ้วและเสียงลมพัดผ่านใบไม้ที่ดังอยู่เบา ๆ ครองขวัญพยายามฝืนยิ้มแม้ในใจจะรู้สึกขมขื่นอยู่บ้างก็ตาม เขาไม่รู้จะทำอย่างไรถึงจะทำให้เด็ก ๆ ยอมรับเขาในฐานะครูคนใหม่ได้

ระหว่างที่ครองขวัญกำลังหมดหวังกลับมีเด็กหญิงตัวเล็ก ๆ คนหนึ่งค่อย ๆ ลุกขึ้นจากที่นั่งของตน เธอมีดวงตาที่กลมโตและใบหน้าที่ดูไร้เดียงสา เธอชี้ไปที่ตัวเองและพูดเสียงเบา ๆ

“หนูชื่อปิ่นค่ะ”

เสียงเล็ก ๆ นั้น เหมือนเป็นประกายแห่งความหวัง เด็กคนอื่น ๆ เริ่มทยอยแนะนำตัว บ้างก็พูดเสียงดัง บ้างก็พูดเสียงเบา แต่ทุกคนต่างก็กล้าที่จะแนะนำตัวให้ครองขวัญรู้จัก

ครองขวัญยิ้มรับ มันรอยยิ้มที่จริงใจและอบอุ่นกว่าครั้งไหน ๆ เขาเริ่มรู้สึกว่าตนอาจจะทำได้ เขาอาจจะสามารถเอาชนะความกลัวของเด็ก ๆ

“ดีใจจังที่ได้รู้จักทุกคน” ครองขวัญพูดเสียงที่หนักแน่นขึ้น “วันนี้ครูจะมาเล่านิทานให้ฟังนะ”

เด็ก ๆ ต่างพากันมองหน้ากันด้วยความตื่นเต้น และความคาดหวัง ครองขวัญเริ่มเล่านิทานเสียงของเขาค่อย ๆ ดังขึ้นและเต็มไปด้วยความมั่นใจ เขาเล่าเรื่องราวอย่างสนุกสนาน และน่าติดตาม เด็ก ๆ ต่างตั้งใจฟังและบางคนก็เริ่มยิ้ม

ครองขวัญรู้ว่านี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้น แต่เขาก็เชื่อมั่นว่า ด้วยความอดทนและความจริงใจของตน เขาจะสามารถสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับเด็ก ๆ ได้ในสักวัน

แต่กับเสือไพร หากให้ญาติดีด้วยก็คงเป็นความคิดที่กระดากเหลือทน...

หลังจากสอนหนังสือให้เด็ก ๆ ในช่วงเช้าเสร็จเสือไพรก็ลากครองขวัญไปที่ไร่ของตนในทันที

“ไอ้เจิด! ไอ้เจิดโว้ย!” เสียงของเสือไพรตะโกนลั่นไร่ที่ชาวบ้านหลายต่อหลายคนกำลังทำงานกันอยู่อย่างขะมักเขม้น เจิดที่ได้ยินเสือไพรเรียกชื่อตัวเองก็รีบวางจอบวางเสียมวิ่งเข้ามาหา

“จ้ะ ๆ มาแล้ว”

“เอ็งเอามันไปทำงานหน่อย”

เพทายหนุ่มเหลือบสายตามองคนผิวขาวที่ยืนอยู่ข้างกายเสือไพร ข่าวที่เสือไพรพาคนทางนอกชุมมาเป็นครูสอนหนังสือเด็ก ๆ กระจายไปทั่วหมู่บ้านในเวลารวดเร็ว แต่แม้จะไม่ได้เป็นนิลกาฬ แต่เจิดก็รับรู้ได้ถึงกลิ่นดอกจันทน์กะพ้อที่หอมกรุ่นออกมาจากตัวครองขวัญ ดูก็รู้ว่าเป็นโกเมน เยี่ยงนี้จะให้ทำไร่ทำสวนได้อย่างไรกัน

“มองอะไรของมึง รีบพามันไปสิ”

“จ้ะ ๆ” เจิดตอบรับก่อนจะมองตามเสือไพรที่เดินกระฟัดกระเฟียดออกไป

เหตุใดวันนี้เสือไพรถึงได้ดูหงุดหงิดมากนัก หรือเพราะหน้าตาของโกเมนกลิ่นดอกจันทน์กะพ้อคนนี้อย่างนั้นหรือ แต่พอมองดูดี ๆ เจิดก็ไม่เห็นว่ามันจะดูอัปลักษณ์อย่างที่ชาวบ้านเขาลือกันเสียหน่อย ออกจะดูเพิ่มเสน่ห์ดึงดูดใจเสียด้วยซ้ำ

“ฉันไหว้จ้ะ”

“มะ...ไม่ต้องไหว้ฉันหรอกจ้ะครู” เจิดรับไหว้แทบจะไม่ทัน

“ไม่ได้หรอกจ้ะ ดูก็รู้ว่าพี่คงจะแก่กว่าฉันอยู่หลายปี ฉันเป็นเด็กไหว้ผู้ใหญ่กว่าก็ถูกแล้ว”

ดูสิดู กิริยาท่าทางนอบน้อมเช่นนี้ เหตุใดถึงได้ทำให้คนใจเย็นอย่างเสือไพรหงุดหงิดงุ่นง่านได้ถึงเพียงนั้นกัน

“ฉันชื่อครองขวัญนะจ๊ะ พี่มีอะไรให้ฉันช่วยทำก็บอกได้เลยจ้ะ ไม่ต้องเกรงใจ เพราะอย่างไรฉันต้องทำงานใช้หนี้เสือไพรเขาอยู่แล้วน่ะจ้ะ”

“ข้าชื่อเจิดนะขอรับ เช่นนั้นครูขวัญไปช่วยพวกข้าพรวนดินตรงโน้นแล้วกัน”

ครองขวัญยิ้มรับ ภายในใจก็นึกดีใจอยู่ไม่น้อยเพราะท่าทางของเจิดไม่ได้รังเกียจเขาเหมือนกับคนอื่น ๆ

“ที่ดินตรงนี้เป็นของเสือไพรเขาทั้งหมด งานของพวกข้าก็ไม่มีอะไรมากหรอก แค่ทำไร่ ทำสวนให้กับเสือไพรเขา แต่เสือไพรเขาใจดีนะไม่ได้ให้พวกข้าทำให้เปล่า ๆ หรอก เขามีเงินเดือนให้พวกข้าทุกคน”

ครองขวัญพอได้ยินเช่นนั้นก็นึกแปลกใจอยู่ไม่น้อย ดูท่าแล้วคงมีแค่เขาคนเดียวกระมังที่เสือไพรทำนิสัยต่ำทรามใส่

“เอาพวกเอ็ง! นี่ครูขวัญนะเป็นครูคนใหม่ของหมู่บ้านเรา แต่เขาจะมาช่วยงานเราด้วย” เสียงของเจิดประกาศเรียกสายตาของทุกคนให้หันมามองครองขวัญ

“ฉันไหว้จ้ะ” ครองขวัญยกมือไหว้พวกลุง ๆ ป้า ๆ ที่หยุดมือจากการทำงานแล้วหันมามองเขา แม้จะเคยชินกับสายตาแปลก ๆ ที่มองตนราวกับเป็นตัวประหลาด แต่ครองขวัญก็ยังรู้สึกประหม่าอยู่ดีเมื่อได้พบเจอผู้คนใหม่ ๆ

“เอ้า ๆ เลิกมองได้แล้ว ทำงานต่อสิวะ” เสียงของเจิดทำลายบรรยากาศที่เต็มไปด้วยความอึมครึม ครองขวัญจึงได้ลอบถอนหายใจออกมา แล้วเดินตามเพทายหนุ่มไปทำงานตามหน้าที่ของตนที่อีกฝ่ายมอบให้

บทก่อนหน้า
บทถัดไป