บทที่ 11 11

คืนนี้สิปปกรตั้งใจจะอยู่เคลียร์อะไรหลายๆ อย่างเลยเอ่ยปากไล่ให้หญิงสาวขึ้นบ้านเพราะต้องการความเงียบสงบในการคิดงาน กระทั่งเวลาเดินมาถึงห้าทุ่มจึงตัดสินใจขึ้นบ้านพักผ่อน

ฝ่ามือใหญ่กำแน่นทุบหลังคอคลายความปวดเมื่อยหลังเปิดประตูเข้าห้องมา เสื้อยืดถูกถอดออกผ่านทางศีรษะก่อนขว้างลงตะกร้าอย่างแม่นยำแม้ไม่เปิดไฟ

จมูกโด่งคมสันสัมผัสได้ถึงกลิ่นแปลกปลอมลอยอบอวลอยู่ภายในห้อง สวิตซ์ไฟถูกมือหนาตบเสี้ยววินาทีแสงสว่างจากหลอดไฟเจิดจ้า

ดวงตาคมเข้มพลันชะงักเมื่อเห็นเจ้าของร่างบางถือวิสาสะนอนอยู่บนเตียง แถมยังมีหน้ายิ้มกว้างไม่มองอย่างไรก็ช่างไร้ยางอาย

“ไสหัวออกไป” ชายหนุ่มกดเสียงต่ำ ข่มอารมณ์กรุ่นโกรธไว้ภายใต้ใบหน้านิ่งเรียบเมื่ออีกฝ่ายกอดหมอนแล้วส่ายหน้าปฏิเสธ หากเขาใจทรามกว่านี้อีกนิดคงตรงเข้าไปลากคอหญิงสาวจับเหวี่ยงออกนอกห้องไปนานแล้ว

‘โตน่าจะรู้แล้วว่าลุงคงมีชีวิตอยู่ได้อีกไม่กี่เดือน’

‘...’

‘ทั้งชีวิตยัยพราวก็มีแค่ลุง เพราะงั้น...ฝากน้องด้วยนะโต’

สิปปกรไม่ใช่คนตระบัดสัตย์ แต่ถ้าจะให้เขาดูแลกานต์รวีไปตลอดชีวิตก็คงไม่ได้

หลังจากเลิกรากับคนรักเก่าสิปปกรได้เรียนรู้อะไรหลายๆ อย่าง ตอนนี้เขาไม่ใช่คนยึดเรื่องความรักหรือหัวใจเพื่อขับเคลื่อนชีวิต

ประสบการณ์รวมถึงเรื่องที่พบเจอมาสอนว่าสิ่งที่สำคัญที่สุดคือความมั่นคงทางการเงิน เพราะอย่างนั้นทุกวันนี้เขาจึงอุทิศตัวเองเพื่อสวนเคียงใจที่พ่อสร้างไว้

เขาไม่มีภาพครอบครัวที่สมบูรณ์แบบในอนาคต คิดแค่ว่าอยู่คนเดียวมันก็คล่องตัวดี ทำงานหาเงินทุกวันคงไม่มีเวลามานั่งเหงาหรือโหยหาเรื่องความรักจากใคร

อย่างมากอาจจะเก็บหมาหรือแมวจรมาเลี้ยงดูสักตัวให้พอเพิ่มสีสันแค่นั้นน่าจะพอที่สำคัญสิปปกรไม่มีความคิดที่จะอยู่กับคนอย่างกานต์รวีไปตลอดชีวิต ถึงยังไงวันใดวันหนึ่งเราก็ต้องหย่ากัน

“คิดจะทำอะไร” แทนที่จะได้พักผ่อนแต่ต้องมานั่งรับมือกับเด็กปัญญาอ่อน ถึงบอกไงว่าไม่เคยคิดไว้ใจผู้หญิงหน้าซื่อตาใสอย่างเธอ

“ก็ย้ายมานอนกับพี่โตไงคะ” กานต์รวีหน้าร้อนผ่าวแต่ยังเก็บอาการสุดฤทธิ์ ไม่ใช่ว่าไม่เคยเห็นคนเป็นสามีเปลือยท่อนบนมาก่อน แต่ไม่เคยเห็นในระยะใกล้ๆ ขนาดนี้ไง “ขอนอนด้วยไม่ได้หรือไง”

“ไม่ได้!” สิปปกรตัดจบแบบไม่ให้ความหวังแม้แต่น้อย เพิ่งสังเกตว่านอกจากเจ้าตัวแล้วยังมีข้าวของบางส่วนที่ถูกขนย้ายมาไว้ในห้องของเขา

“ลองก่อนเผื่อติดใจ”

“พราว!” เสียงตวาดลั่นห้องทำเอาหญิงสาวหลับตาปี๋ แต่มันไม่ได้ทำให้ชายหนุ่มเห็นใจแต่อย่างใด เขาชี้นิ้วพร้อมออกคำสั่งอีกครั้ง “เอาออกไปให้หมดก่อนที่ฉันจะโยนทิ้ง”

กานต์รวีย่นหน้าใส่คนใจร้าย ดวงตากลมเหลือบมองข้าวของตัวเองที่มีเพียงน้อยนิด เธอไม่ได้ขนอะไรมามากสักหน่อย มีแค่กระเป๋าสองใบสำหรับใส่สกินแคร์แยกระหว่างเดย์ครีมกับไนต์ครีมเท่านั้น

“ของพราวมีแค่นิดเดียวเองค่ะ พี่โตแบ่งพื้นที่ให้กันบ้างสิ” เธอเลือกที่จะมองข้ามสายตาดุร้ายของเขา ก่อนที่จะตัดสินใจพาตัวเองมาที่ห้องนี้ แน่นอนว่าเตรียมใจไว้ก่อนแล้วว่ายังไงคนตัวโตก็ไม่อนุญาตแน่นอน

“ได้!”

สิปปกรรักความเป็นส่วนตัวใครๆ ก็รู้ แต่ผู้หญิงคนนี้อวดดีทั้งลองดี คงคิดว่ามันเป็นแค่คำขู่ใช่ไหม!

ไวกว่าที่คิดเจ้าของร่างสูงตรงเข้าคว้าสองกระเป๋าที่ถือวิสาสะล้ำอาณาเขต

“พะ…พี่โต” กานต์รวีพยายามพุ่งตัวคว้ากระเป๋าใบน้อยจากมือชายหนุ่ม ทว่าเขาไม่คิดปรานีกันสักนิด เปิดหน้าต่างพร้อมกับรูดซิปกระเป๋าจัดการเทกระจาดลงไปทีเดียว

“ไม่นะ พี่โต!” คนตัวเล็กสีหน้าเหมือนอยากจะร้องไห้ นึกว่าสิปปกรจะยังหลงเหลือความใจดีให้กันบ้าง แต่ไม่เลยเพราะเขาโยนใบที่สองลงไปติดๆ

กานต์รวีได้แต่ยืนนิ่งอึ้งตะลึงงันมองข้าวของตัวเองที่ถูกชายหนุ่มจับโยนลงจากหน้าต่าง หัวใจของเธอเหมือนแตกเป็นเสี่ยงๆ ที่เหล่าสกินแคร์ที่รักโดนทิ้งขว้างแบบไม่ไยดี

เธอกวาดครีมใช้แต่ละทีขนาดเล็กเท่าเมล็ดถั่วเขียวเพราะราคามันค่อนข้างสูง แล้วการที่สิปปกรทำแบบนี้ สู้ควักหัวใจเธอออกมากระทืบเล่นยังดีกว่า

ลาก่อนสกินแคร์ที่รัก...

“ต่อไปจะเป็นเธอที่ถูกฉันโยนออกไป”

กานต์รวีนึกฉุนอยู่บ้างแต่มาถึงขนาดนี้แล้วก็ไม่มีอะไรจะเสีย ยังไงเธอก็ไม่ยอมกลับไปนอนคนเดียวแน่ๆ

“ไม่รู้ ไม่สน” หญิงสาวตีหน้ามึนทิ้งตัวลงกับฟูกนุ่ม นอนคว่ำหน้าไม่สนท่าทีอีกฝ่ายที่ยืนกอดอกด้วยแววตาเคร่งขรึม

“ออกไป” สิปปกรกดเสียงต่ำ ภายในใจเดือดดาลกับความไม่รู้ฟังของกานต์รวี

“ไม่ค่ะ พราวเป็นเมียพี่นะ จะนอนเตียงเดียวกันมันแปลกยังไง”

ที่ผ่านมาเธอยอมเขามามากพอแล้ว มีอย่างที่ไหนสถานะคือผัวเมียที่ถูกต้องตามกฎหมายแต่กลับนอนแยกห้องกันแบบนั้น

“ทำไมคะ กลัวตัวเองหวั่นไหวเหรอ”

“เลิกปัญญาอ่อนได้แล้ว” เจ้าของสวนเคียงใจกระแทกลมหายใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น

หากเปรียบกานต์รวีเหมือนกับอะไรสักอย่างก็คงเหมือนบูมเมอร์แรงที่เขวี้ยงออกไปก็ยังย้อนกลับมา

ทำไมเขาจะไม่รู้ว่าเจ้าตัวกำลังพยายามจะทำอะไร ต่อให้เอ่ยปากไล่เชื่อว่าเจ้าตัวก็ยังจะหน้าด้านหน้าทนอยู่ต่อ เหลือก็แต่ต้องอุ้มขึ้นมาแล้วจับโยนออกทางหน้าต่าง

บทก่อนหน้า
บทถัดไป