บทนำ
"เคยบอกแล้ว ว่าอย่าคิดรั้งกันด้วยวิธีนี้" สิปปกรมองเจ้าของร่างบางด้วยแววตาที่ว่างเปล่า ไม่สนแม้แต่คำพูดที่เปรียบเสมือนปลายมีดแหลมคมที่กรีดเข้ากลางใจคนฟัง
"เธอเสนอ ฉันก็แค่สนองกลับ อย่าตีความหมายผิดๆ"
กานต์รวีได้แต่นิ่งงันกับความเจ็บปวดที่ถาโถมเข้ามา แม้ว่าการแต่งงานของเราจะเริ่มต้นไม่สวยนัก แต่ระยะหลังความสัมพันธ์ระหว่างเราเหมือนจะดีขึ้นเรื่อยๆ
ดีจนเธอแอบหวังว่าตัวเองสามารถเปลี่ยนใจเขาได้ ทว่าดูเหมือนมันจะเป็นการคิดไปเองฝ่ายเดียว
"แต่พราวรักพี่โตมากเลยนะ รักพี่มากจริงๆ" กานต์รวีรู้ตัวว่าสิ่งที่ทำอยู่ไม่ต่างอะไรจากคนโง่ ทั้งที่เคยเผื่อใจเอาไว้แล้วแต่พอถึงเวลากลายเป็นว่าทั้งสมองทั้งหัวใจปฏิเสธกับผลัพธ์ตรงหน้า
"หย่าให้ฉันเถอะ" สิปปกรถอยออกจากหญิงสาวเมื่อเธอทำท่าจะยื่นมือคว้ากันไว้ ความอึดอัดเริ่มก่อตัวอีกครั้งเมื่ออีกฝ่ายแสดงทีท่าไม่ยอมจบ
"ขอโทษแล้วกันที่ไม่รักเธอ ฉันทำไม่ได้จริงๆ"
เรื่องระหว่างเขากับกานต์รวีมันบิดเบี้ยวมาตั้งแต่แรก จะจบกันวันนี้หรืออีกสามเดือนข้างหน้าตามกำหนดมันก็คงไม่ต่างกัน
บท 1
แม้จะแต่งงานมาร่วมปีแต่ก็ยังมีเสียงซุบซิบนินทารวมถึงสายตาอยากรู้อยากเห็นให้กานต์รวีรับรู้อยู่เรื่อยๆ
แล้วยังไงล่ะ? เธอไม่สนใจหรอก แล้วก็ไม่ได้นึกโกรธอะไรด้วย
หากวันนั้นไม่ตัดสินใจทำอะไรสักอย่าง ‘สวนเคียงใจ’ ก็คงไม่คึกคักเหมือนวันนี้ แถมบางคนอาจจะตกงานไม่ได้มีโอกาสมานั่งจับหูจับตาชีวิตคู่คนอื่นแบบนี้หรอก
“โอ๊ย! คุณพราว” เสียงเหนื่อยหอบที่ฟังดูแล้วคุ้นหูอยู่ไม่น้อยดังขึ้นจากที่ไกลๆ
กานต์รวีผินหน้ามองก็พบว่าเป็นวารุณีที่กำลังลากขาขึ้นเนินเขาด้วยท่าทีอ่อนแรง หญิงวัยกลางคนหอบอากาศอัดเข้าปอดมือสองข้างยันกับหัวเข่าเพื่อพักเหนื่อย
“ขึ้นมาทำอะไรบนนี้คะเนี่ย” แต่พักได้แค่ไม่กี่วินาทีก็เอ่ยปากพลาง ชี้ไม้ชี้มือไปยังด้านหลัง “รีบกลับบ้านเถอะค่ะ คุณโตเพิ่งกลับมาเมื่อกี้ เรียกหาคุณพราวใหญ่เลย”
“จริงเหรอ” เจ้าของดวงตากลมโตเปล่งประกายขึ้นโดยพลัน ทว่ามันก็แค่เสี้ยววินาทีเมื่ออีกฝ่ายต่อคำพูดประโยคถัดมา
“แต่ดูอารมณ์ฉุนเฉียวเชียวค่ะ พี่ก็เลยรีบมาตามคุณพราวนี่ไง”
หัวใจเธอฟูฟ่องได้ไม่เกินห้าวินาทีด้วยซ้ำ กานต์รวีเม้มปากแน่นตึงขบคิดว่าตัวเอง ‘งานเข้า’ เรื่องอะไรอีก หายไปเป็นอาทิตย์กลับมาบ้านถึงได้ร้องเรียกหากันแบบนี้
สิปปกรไม่ได้ต้องการเจอเธอเพราะความคิดถึงหรอก มันน่าจะมีเหตุผลอย่างอื่นมากกว่า
ตั้งแต่กลายเป็นสามีและภรรยากัน เธอแทบไม่เคยได้สัมผัสถึงความอ่อนโยนจากเขาสักนิด เอาเป็นว่าอย่าไปหวังถึงขั้นความอ่อนโยนแค่จะพูดคุยกันดีๆ แบบไม่ใช้น้ำเสียงกระโชกโฮกฮากยังยากเลย
เพราะเขาทำกับเธอแบบนี้ไง ถึงได้เป็นขี้ปากคนงานไม่เว้นแต่ละวัน ที่น่าขันก็คือคนที่โดนนินทาไม่ใช่ ‘คุณโต’ คนที่เป็นเจ้าของสวนเคียงใจ แต่คือเธอที่เป็นภรรยาอย่างถูกต้องตามกฎหมาย
‘มีแต่เงิน แต่ไม่มีปัญญาหาผัว’
เป็นคำปรามาสจากคนเป็นสามีที่แทงใจดำกานต์รวีอย่างจัง แรกๆ ก็โกรธจัดจนตัวสั่นเทิ้มแต่ก็เถียงอะไรไม่ได้เพราะเรื่องจริงก็ไม่ต่างอะไรจากที่เขาว่าเท่าไหร่
ตัดภาพมาที่ปัจจุบัน ทั้งหน้าทั้งจิตใจของเธอไม่ค่อยระคายกับคำกระแนะกระแหนเท่าไหร่แล้ว เรียกว่าภูมิต้านทานสูงขึ้น
‘พูดใหม่ค่ะพี่โต เพราะตอนนี้พราวมีทั้งเงิน มีทั้งผัว’
กิจวัตรประจำวันของเธอกับสิปปกรจึงมีแต่การต่อปากต่อคำเสียเป็นส่วนใหญ่ ถ้าถามว่าอยากให้มันเป็นแบบนี้เหรอ
กานต์รวีตอบได้เต็มปากเลยว่า...ใครจะอยากให้เป็น
รถกอล์ฟไฟฟ้าคือยานพาหนะที่เธอตั้งใจขับขึ้นมาถึงโซนทุ่งดอกไม้คอสมอส ตอนนี้ยังมีแต่พื้นที่ว่างเปล่าแต่อีกไม่กี่เดือนข้างหน้ามันจะเบ่งบานอย่างสวยงาม
รถเอสยูวีสีเทาดำจอดอยู่หน้าบ้าน แปลว่าสิปปกรคงมีเรื่องเดือดจัดอย่างที่คาดเอาไว้ ไม่งั้นเขาคงเอาลูกชายเข้าไปจอดในโรงรถแทนที่จะจอดขวางทางเข้าบ้านแบบนี้
“พี่ณี” กานต์รวีสับเท้าหาหญิงกลางคนที่เท้ายันพื้นลงจากจักรยานคู่ใจพอดี “เขาบอกหรือเปล่าว่าอยากเจอพราวทำไม”
“พี่ไม่รู้หรอกค่า” อีกฝ่ายว่าด้วยน้ำเสียงคล้ายเหนื่อยใจ ซึ่งเป็นกิริยาที่กานต์รวีไม่ค่อยชอบใจเท่าไหร่นัก ครั้งสองครั้งเธอยังพอทนได้ แต่ระยะหลังเริ่มมีการกระแทกเสียงบ้าง เน้นเสียงบางพยางค์บ้าง
“ถ้าไม่มีอะไรแล้ว พี่ขอตัวไปทำงานก่อนนะคะ”
คงเพราะเห็นว่าเจ้าของไร่ไม่ได้ให้ความสนใจเธอในฐานะภรรยาเท่าไหร่นัก ก็เลยไม่ให้ความนับถือเธอเหมือนเจ้านายอีกคนว่างั้น
เอาไว้เสร็จเรื่องสิปปกรเมื่อไหร่ ค่อยมาพิจารณาเรื่องนี้อีกที
กานต์รวีแอ่นอกยืดหลังตรงพร้อมสูดหายใจเข้าปอดลึก แล้วค่อยเดินเข้าบ้านที่เปรียบเสมือนเรือนหอของตัวเองกับผู้เป็นสามี
บรรยากาศภายในบ้านอึมครึมไม่ต่างจากโทนสีที่เจ้าของเลือกใช้ในการตกแต่ง บอกตามตรงว่าเป็นสไตล์ขัดใจเธอมากแต่ก็หยวนๆ ให้ได้ เหตุผลง่ายๆ เลยก็คือสิปปกรชอบ
อะไรที่เขาชอบ เธอยอมได้ทั้งหมดนั่นแหละ
“ไปไหนมา!” เสียงห้วนกระด้างแถมยังตึงจัดดังขึ้นตั้งแต่ปลายเท้าของเธอยังไม่พ้นกรอบประตูบานเลื่อน
กานต์รวียังไม่ตอบแต่เดินไปทิ้งตัวข้างๆ คนเป็นสามีที่ลุกขึ้นยืนพรวดเหมือนรังเกียจกันแบบเสมอต้นเสมอปลาย
“ไม่มีไรทำ พราวก็เลยขับรถขึ้นไปดูไร่ดูสวนเล่นๆ”
“ไม่มีไรทำหรือทำอะไรไม่เป็น?” เจ้าของร่างสูงบิดริมฝีปากเย้ยหยันกับคำพูดที่ได้ยิน งานที่ไร่มีเป็นร้อยเป็นพันแต่หญิงสาวเอาแต่ลอยชายไปมา “พวกเหยียบขี้ไก่ไม่ฝ่อ ถือคติใช้เงินแก้ปัญหาอย่างเดียว”
ไม่ถนัดงานใช้แรงแต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเธอไม่มีความสามารถด้านอื่น ของพวกนี้ขึ้นอยู่กับว่าเขาสนใจเรื่องราวของเธอมากแค่ไหน หากใส่ใจกันสักนิดเขาก็จะรู้ว่าเธอเองก็มีงานมีการทำเหมือนกัน
ส่วนเรื่องใช้เงินแก้ปัญหา กานต์รวีมองว่าทุกอย่างมันก็ต้องใช้เงินแก้ปัญหาไม่ใช่หรือไง ที่ทำงานกันงกๆ อยู่ทุกวันนี้ก็ไม่ใช่เพราะเงินหรอกเหรอ
แต่ก็นั่นแหละ พูดไปเดี๋ยวคนตัวโตได้โกรธจนเส้นเลือดเต้นตุบๆ เธอยังไม่อยากเป็นแม่ม่ายพราวเสน่ห์ในวัยยี่สิบกลางๆ
“วันก่อนพราวเพิ่งไปบ้าน ป้านับแกทำน้ำมะตูมไว้ จำได้ว่าพี่โตชอบก็เลยหอบกลับมาหลายขวด…”
“ให้แม่ยืมเงินไปเท่าไหร่” สิปปกรไม่ได้อยากรู้ว่าเมียตีทะเบียนไปไหนมาบ้าง เพราะมันไม่ใช่เรื่องที่เขาต้องรับรู้
“ได้ทำสัญญาหรือเปล่า”
เรื่องนี้ต่างหากที่ทำให้ความอดทนของเขาลดลงเรื่อยๆ
“…”
บทล่าสุด
#100 บทที่ 100 100
อัปเดตล่าสุด: 7/29/2026#99 บทที่ 99 99
อัปเดตล่าสุด: 7/29/2026#98 บทที่ 98 98
อัปเดตล่าสุด: 7/29/2026#97 บทที่ 97 97
อัปเดตล่าสุด: 7/29/2026#96 บทที่ 96 96
อัปเดตล่าสุด: 7/29/2026#95 บทที่ 95 95
อัปเดตล่าสุด: 7/29/2026#94 บทที่ 94 94
อัปเดตล่าสุด: 7/29/2026#93 บทที่ 93 93
อัปเดตล่าสุด: 7/29/2026#92 บทที่ 92 92
อัปเดตล่าสุด: 7/29/2026#91 บทที่ 91 91
อัปเดตล่าสุด: 7/29/2026
คุณอาจชอบ 😍
My Husband คุณสามีเมื่อไหร่จะหย่า?
ว่าที่เจ้าบ่าวรู้เรื่องก็กับรีบเอ่ยปากตั้งเงื่อนไขการหย่าตั้งแต่ยังไม่ทันได้แต่งงาน
แล้วแบบนี้เธอจะใช้ชีวิตหลังแต่งงานกับเขาได้ยังไงกัน?
เมื่อเขาปากร้าย ส่วนเธอไม่ชอบพูด
แต่เมื่อเธอเลือกพูด สิ่งที่พูดออกไปคือ “กลับมาแล้วเราไปหย่ากัน! ไม่ต้องรอแล้ว หย่ากันเลย!!” เพียงประโยคเดียวสั้น ๆ
ทำให้ชายหนุ่มที่อยู่ไกลเริ่มร้อนลน ทั้งเคยพูดเรื่องหย่าอยู่บ่อยครั้ง ได้ยินคำจริงจังนั่นถึงกับรีบแจ้นกลับมา
แล้วตกลงคุณสามี ตกลงอยากหย่า หรือ ไม่อยากหย่านะ?
รักไม่หลอก
เกิดใหม่: เทพธิดาแห่งการแก้แค้น
ฉันถูกทั้งคู่หมั้นและพี่สาวทรยศ
ที่น่าเศร้ายิ่งกว่านั้น พวกเขาตัดแขนขาฉัน ตัดลิ้นฉัน มีเพศสัมพันธ์ต่อหน้าฉัน และฆ่าฉันอย่างโหดเหี้ยม!
ฉันเกลียดพวกเขาเหลือเกิน...
โชคดีที่โชคชะตาพลิกผัน ฉันได้เกิดใหม่อีกครั้ง!
ด้วยโอกาสครั้งที่สองในชีวิต ฉันจะมีชีวิตอยู่เพื่อตัวเอง และฉันจะได้เป็นราชินีแห่งวงการบันเทิง!
และฉันจะแก้แค้น!
คนที่เคยรังแกและทำร้ายฉัน ฉันจะชดใช้คืนให้พวกเขาเป็นสิบเท่า...
(อย่าเปิดนิยายเรื่องนี้โดยไม่ไตร่ตรอง ไม่งั้นคุณจะติดใจจนหยุดอ่านไม่ได้สามวันสามคืน...)
หลังคืนหนึ่งกับอัลฟ่า
ฉันคิดว่าฉันกำลังรอคอยความรัก แต่กลับกลายเป็นว่าฉันถูกอสูรร้ายย่ำยี
โลกของฉันควรจะเบ่งบานในเทศกาลคืนจันทร์เต็มดวงที่อ่าวมูนเชด แชมเปญซาบซ่านอยู่ในสายเลือด ห้องพักในโรงแรมที่จองไว้เพื่อให้ฉันกับเจสันได้ข้ามเส้นความสัมพันธ์นั้นเสียทีหลังจากรอมาสองปี ฉันสวมชุดชั้นในลูกไม้ตัวสวย แง้มประตูทิ้งไว้ แล้วเอนกายลงบนเตียง หัวใจเต้นรัวด้วยความตื่นเต้นระคนประหม่า
แต่ชายที่ปีนขึ้นมาบนเตียงของฉันไม่ใช่เจสัน
ภายในห้องที่มืดสนิท อบอวลไปด้วยกลิ่นเครื่องเทศร้อนแรงชวนมึนหัว ฉันรู้สึกถึงมือคู่หนึ่ง...ร้อนรุ่มและเร่งเร้า...ที่ลูบไล้แผดเผาผิวของฉัน แก่นกายร้อนผ่าวที่กำลังตุบๆ ของเขากดเบียดอยู่กับความอ่อนนุ่มที่เปียกชื้นของฉัน และก่อนที่ฉันจะทันได้อ้าปากคราง เขาก็กระแทกกายเข้ามาอย่างแรง ฉีกกระชากความบริสุทธิ์ของฉันอย่างไร้ความปรานี ความเจ็บปวดแผดเผาไปทั่ว ช่องทางของฉันบีบรัดแน่นขณะที่ฉันจิกเล็บลงบนบ่าที่แข็งแกร่งราวกับเหล็กของเขา พยายามกลั้นเสียงสะอื้น เสียงเฉอะแฉะดังก้องไปกับทุกจังหวะการสอดใส่ที่รุนแรง ร่างกายของเขาโหมกระหน่ำไม่หยุดยั้งจนกระทั่งเขากระตุกเกร็ง ปลดปล่อยความอุ่นร้อนเข้ามาลึกล้ำในตัวฉัน
“สุดยอดไปเลยค่ะ เจสัน” ฉันเปล่งเสียงออกไปอย่างยากลำบาก
“เจสันคือใครวะ”
เลือดในกายฉันเย็นเฉียบ แสงไฟสาดส่องใบหน้าของเขา—แบรด เรย์น อัลฟ่าแห่งฝูงมูนเชด เป็นคนหมาป่า ไม่ใช่แฟนของฉัน ความหวาดผวาจุกอยู่ที่ลำคอเมื่อฉันตระหนักได้ว่าตัวเองทำอะไรลงไป
ฉันวิ่งหนีสุดชีวิต!
แต่หลายสัปดาห์ต่อมา ฉันก็ตื่นขึ้นมาพร้อมกับทายาทของเขาในครรภ์!
ว่ากันว่าดวงตาสองสีของฉันเป็นเครื่องหมายบ่งบอกว่าฉันคือ ‘ทรูเมท’ ที่หาได้ยาก แต่ฉันไม่ใช่หมาป่า ฉันเป็นแค่แอล คนธรรมดาจากเขตมนุษย์ ที่ตอนนี้ต้องมาติดอยู่ในโลกของแบรด
สายตาเย็นชาของแบรดตรึงฉันไว้ “ในตัวเธอมีสายเลือดของข้า เธอเป็นของข้า”
ฉันไม่มีทางเลือกอื่นใดนอกจากยอมรับกรงขังนี้ ร่างกายของฉันเองก็ทรยศ มันกลับโหยหาสัตว์ร้ายที่ทำลายชีวิตฉัน
คำเตือน: เหมาะสำหรับผู้ใหญ่อายุ 18 ปีขึ้นไป
So Bad เพื่อนสนิทร้ายซ่อนรัก
และยังแบล็คเมล์เพื่อให้เธอเป็นแค่คู่นอน!
ร้ายซ่อนรักฉบับโหด
เขา ริกกี้ ชีวิตที่ไร้ซึ่งกฏเกณฑ์ หัวหน้าทีม RED SUN ผู้ซ่อนรอยร้าวไว้ใต้ใบหน้าแสนเลือดเย็น ความหื่นร้ายของเขาสยบผู้หญิงได้ทั่วราชอาณาจักร ยกเว้น...
ปัง!!
ใครจะคิดว่าในโลกนี้ยังมีคนโง่เอาตัวเข้าไปบังกระสุนให้คนอื่นโดยที่ไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกันเลย ทว่า เสียงกระสุนที่ดังขึ้นในวันนั้นกลับเป็นเหมือนด้ายแดงผูกโชคชะตาของหัวใจสองดวงเข้าไว้ด้วยกัน
I’m evil guy ปีศาจตัวร้ายพ่ายรัก
มลทินรักภรรยาไร้ค่า
เธอถูกส่งมาแทนที่พี่สาวในคืนแต่งงานพร้อมคำดูถูกว่าเป็นเพียง ภรรยาไร้ค่า
เขาแต่งงานเพื่อรักษาหน้าไม่เคยคิดจะรัก ไม่เคยคิดจะผูกพัน แต่เด็กในท้องของเธอ…
กลับกลายเป็นสายใยที่เขาตัดไม่ขาด
จากผู้ชายที่เย็นชาไร้หัวใจสู่พ่อที่กลัวแม้แต่จับลูกแรงเกินไปจากผู้หญิงที่ไม่เคยมีสิทธิ์เลือก
สู่คนที่ทั้งบ้านยอมรับว่าขาดไม่ได้
ม่านหมอก
BAD PRINCE | พันธะร้ายเจ้าชายรัชทายาท
“ขอเหตุผล“ เจ้าชายมาร์คัสเอ่ยถามภรรยาสาว
“หม่อมฉันอยากได้อิสระเพคะ“ ดวงตาคมจ้องเข้มมองภรรยาอย่างพินิจพิจารณา
“เราจะหย่าก็ต่อเมื่อเราอยากได้สิ่งที่ต้องการ“ เสียงทุ้มเอื้อนเอ่ยพร้อมโคลงแก้ววิสกี้ในมืออย่างใช้ความคิด
“ตรัสมาเลยเพคะว่าพระองค์ต้องการสิ่งใด“
“มีโอรสให้เรา แล้วเรานะปล่อยเจ้าไป“
“…“
(ผัว) เด็กมันร้าย BAD LOVE
“ตุลดูรถให้พี่หน่อยสิรถเป็นอะไรไม่รู้ติดๆ ดับๆ”
“วันก่อนแอร์เสีย เมื่อวานยางรั่ว วันนี้ติดๆ ดับๆ ถ้าจะเป็นบ่อยขนาดนี้แนะนำให้ซื้อใหม่!!” เขาบอกแบบไม่สบอารมณ์ คงจะดูออกมาฉันจงใจมาเจอ
“จะซื้อใหม่ให้เปลืองเงินทำไม พี่ชอบรถคันนี้นะมีปัญหาบ่อยดี ^_^”
“ไม่ชอบคนแก่…มากประสบการณ์”
คำพูดของตุลทำให้ฉันหน้าเหวอกันเลยทีเดียว ครั้งแรกที่มีคนพูดว่าฉันแก่ แถมยังบอกว่ามากประสบการณ์อีก ฉันยังบริสุทธิ์อยู่นะไอ้เด็กบ้า!!
เกลียดรัก
อารญากับธีรเดชก็เช่นกัน
แต่เกลียดกันไปเกลียดกันมาดันท้องเฉยเลย













