บทที่ 12 12

“เขยิบไปนอนดีๆ” สิปปกรไม่สะดวกย้ายไปนอนที่อื่น ชินกับเตียงนอนตัวเองไม่อย่างนั้นจะนอนไม่หลับ อีกอย่างเขาสามารถรับมือกับผู้หญิงอย่างกานต์รวีได้

ถ้าเจ้าตัวคิดอยากจะลองดีละก็ อย่าหาว่าไม่เตือน!

เขาเป็นผู้ชายก็จริงแต่ไม่ใช่พวกหมกมุ่นทางเพศ ที่สำคัญไม่เคยนึกพิศวาสคนที่นอนอยู่บนเตียงแม้แต่นิดเดียว ต่อให้เจ้าตัวมายืนแก้ผ้าตรงหน้า สิปปกรคิดว่าตัวเองสามารถมองผ่านไปอย่างไร้ความรู้สึก

ไฟในห้องดับลงหลงเหลือไว้เพียงแสงสว่างเพียงน้อยนิดจากโคมไฟข้างเตียง เจ้าของร่างสูงสอดตัวเข้าใต้ผ้าห่ม เปลือกตาหนาผ่อนลงทว่าพื้นที่ด้านข้างเกิดความเคลื่อนไหว ยังไม่ทันจะอ้าปากเอ่ยอะไรเจ้าของร่างบางกลับวาดวงแขนกอดเขาไว้

“พี่โต…” หญิงสาวออดอ้อนเสียงหวาน “พราวอยากมีลูก”

“พูดบ้าอะไร!” สิปปกรเด้งตัวผละห่างจากผู้หญิงร้ายกาจ “อย่าคิดใช้วิธีสกปรกกับฉัน คิดจะเอาเด็กมาต่อรองว่างั้น”

“ไม่เลย” กานต์รวีรีบเขยิบตามติด นับต่อจากนี้อีกหนึ่งปีเธอจะถือคติด้านได้อายอด “พราวแค่อยากได้ตัวแทนความรักจากพี่โตแค่นั้นเอง”

สีหน้าของสามีที่ปรากฏไม่ได้เหนือความคาดหมายสำหรับเธอเท่าไหร่นัก

“เหตุผลปัญญาอ่อน คิดแต่อะไรตื้นๆ” สิปปกรแค่นหัวเราะพลางส่ายศีรษะ “โลกคงวินาศถ้ามีผู้หญิงอย่างเธออีกหลายคน คิดได้ไงอยากมีลูกเพื่อเหตุผลพวกนั้น”

“แต่พราวจะรักแล้วก็เลี้ยงดูลูกเป็นอย่างดีเลยน้า ลูกจะโตมาท่ามกลางความรักของพราว มีการศึกษาที่ดีเพราะพราวพร้อมซัปพอร์ตลูกทุกด้านเลย จะขาดก็แค่…พ่อของลูก”

กานต์รวีลองหย่อนเบ็ด ทว่าปลาตัวใหญ่กลับทำหน้าเอือมระอาใส่กัน ไม่คิดจะถนอมน้ำใจคนเป็นเมียสักนิด

“แต่ไม่เป็นไรหรอก ป่านนั้นพราวน่าจะหาพ่อใหม่ให้ลูกได้แหละเนอะ”

สิปปกรถึงกับหันขวับ...

“ฝันเอา!” นัยน์ตาคมลุกวาวพอๆ กับริมฝีปากที่บิดยิ้มดูแคลน “ถ้ามันพลาดขึ้นมาจริงๆ เธอจะไปมีใครที่ไหนฉันไม่สน แต่อย่าหวังจะดึงผู้ชายที่ไหนมาเกี่ยวข้องกับสายเลือดของฉัน”

“อ้าว ยังไงล่ะเนี่ย” คนมีหวังว่าเสียงสูง อาการนี้มันเข้าข่ายหมาหวงก้างหรือเปล่า

“พูดเผื่อไว้ ยังไงก็ไม่มีทางเกิดขึ้น” ดูเหมือนชายหนุ่มจะรู้สิ่งที่มโนในหัวของเธอ ถึงได้ปิดสวิตซ์ดับความหวังภายในไม่กี่วินาที

“กลืนน้ำลายตัวเองมันไม่อร่อยนะพี่โต” กานต์รวีมั่นใจในรูปร่างและหน้าตาของตัวเอง มีคนอยากเข้าหาเธอเยอะแยะแต่เธอก็เลือกที่จะรอสิปปกรเพียงคนเดียว

ก่อนหน้าที่จะเกิดเรื่อง เขาก็ยังมีท่าทีจะจีบกันอยู่เลย แปลว่าเธอก็ต้องสะดุดตาเขาพอตัว

“ก่อนเราจะหย่า พราวโอเคนะถ้าพี่จะหาความสุขร่วมกัน”

สิปปกรหลับตาลงแน่น ลมหายใจติดขัดเล็กน้อยเมื่ออีกฝ่ายพยายามใช้เรือนร่างเบียดเสียด

“อายบ้างไหมที่พูดมา” ไม่เคยคิดเลยว่าผู้หญิงที่เคยหน้าซื่อตาใสจะไร้ยางอายได้ถึงขนาดนี้ แต่ละคำที่พูดออกมาฟังแล้วเขายังรู้สึกกระดากปากแทน

“ทำไมคะ” นอกจากหญิงสาวจะไม่สะทกสะท้านแล้ว ยังมีหน้ายิ้มระรื่นเอ่ยคำท้าต่อ “หรือจริงๆ แล้ว พี่โตกลัวจะติดใจพราวจนถอนตัวไม่ขึ้น”

“เป้าหมายจริงๆ ของเธอก็เป็นอย่างนั้นไม่ใช่หรือไง”

ชายหนุ่มเลือกที่จะเมินเฉยต่อร่างกายที่อีกฝ่ายจงใจแนบชิดมากขึ้นเรื่อยๆ ริมฝีปากหยักได้รูปเหยียดยิ้มใส่คนมีแผน ทำไมเขาจะไม่รู้ว่ากานต์รวีกำลังต้องการสิ่งใด

“แต่ยังไงปลายทางก็ยังเหมือนเดิม ถ้าจนถึงวันนั้นพี่โตยังยืนยันที่จะหย่า พราวหย่าให้พี่โตอยู่แล้ว” กานต์รวีฮึดสู้ยื่นใบหน้าคลอเคลีย

กวางทอดสะพานให้ขนาดนี้ ถ้าเสือไม่ยอมงับก็ไม่รู้จะว่ายังไงแล้ว

เธอไม่เสียใจหากมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับสิปปกร แม้ว่าวันข้างหน้าเธออาจจะกลายเป็นคนแปลกหน้าต่อเขา สำหรับเธอนั้นถือคติไขว่คว้าความสุขตรงหน้าก่อนดีกว่า

กอบโกยมันให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้

“อยากให้ฉันเอาขนาดนั้นเลย?”

เธอเคยได้ยินคำว่าสั่นสู้มานานแต่เพิ่งจะเจอกับตัวเอง ไม่รู้ว่าใครกำลังยั่วใครแล้วตอนนี้

“แล้วพี่โตกล้าเอาไหมล่ะคะ”

“หึ!”

กลายเป็นใจของกานต์รวีที่เต้นตุ้มๆ ต่อมๆ เพราะทุกคำพูดที่เล็ดลอดผ่านริมฝีปากหนา กลีบปากของเราสัมผัสกันบางเบาจนเธอแทบลืมหายใจ

ดวงตากลมโตประสานกับนัยน์ตาลุ่มลึก การที่เขาหลุบตามองกลีบปากยิ่งทำให้โพรงอกเธอสั่นหวั่นไหว ลมหายใจรดรินปะทะผิวหน้าแปลว่าเราใกล้กันมากขึ้น กานต์รวีหลับตาพริ้มรอรับสัมผัสอ่อนหวาน

ทว่า...

“แค่เห็นหน้าเธอก็หมดอารมณ์”

ตั้งแต่เล็กจนโตไม่เคยมีใครทำให้กานต์รวีเสียความมั่นใจได้เท่ากับผู้ชายที่ชื่อสิปปกรอีกแล้ว!

“สรุปแล้วยังไง เสร็จโจรไหม?”

คนที่ยังเสียเซลฟ์ไม่หายถึงกับซบหน้าลงกับโต๊ะหลังจากได้ยินคำถามนั้นของเพื่อนรัก ทั้งสีหน้าและน้ำเสียงของมันลุ้นยิ่งกว่าตอนรอผู้ชายไดเรกต์ไอจีมาหาเสียอีก

“ยับเยิน” ถ้าไม่ติดว่าสนิทกันแบบรู้ไส้รู้พุง จ้างให้กานต์รวีก็ไม่กล้าเล่าเรื่องนี้ให้ฟัง

“โอ้มายก็อด รุนแรงขนาดนั้นเลยเหรอวะ” ปรัชญาเบิกตากว้างมือก็จับแขนเพื่อนสำรวจไปในตัว

“หน้าแตกยับเยิน ละเอียดเหมือนโดนป่น” กานต์รวีโอดครวญเสียงยาน เบะปากอยากจะร้องไห้ขึ้นมาทันใด เพราะการที่โดนสามีปฏิเสธแบบนั้นทำให้ความมั่นใจของเธอลดฮวบ ไม่รู้ว่าจะกอบกู้กลับมาด้วยวิธีอะไร

“น่าเวทนานะคะชะนีน้อย” ที่ปรึกษาด้านความรักนึกสงสารปนระอาใจกับชีวิตรักของเพื่อน “ไปหาผัวใหม่ไป๊ คนรอต่อคิวเยอะแยะ แบบที่หล่อกว่า รวยกว่า ไม่มีหนี้ติดตัว”

พูดก็พูดเถอะ กานต์รวีถือเป็นผู้หญิงที่มีทุกอย่างครบเครื่อง ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าสาเหตุอะไรถึงได้หลงสิปปกรแบบหัวปักหัวปำ ทั้งที่อีกฝ่ายแทบไม่เคยถนอมน้ำใจด้วยซ้ำ

บทก่อนหน้า
บทถัดไป