บทที่ 7 Ep.7
จังหวะที่ถูกจับพลิกกายทำให้ปวิตาสะดุ้งตกใจตื่นขึ้นจากฝันหวาม หญิงสาวเบิกตาโพลงเตรียมจะประท้วง ฝ่ามือเรียวยกขึ้นดันแผ่นอกกว้างโดยอัตโนมัติทว่าความที่เธอยังไม่ทันได้ตั้งตัวเมื่อร่างสูงที่เธอเองก็ไม่รู้ว่าเป็นใครคว้าข้อมือของเธอจับกระชับรวบไว้เหนือศรีษะ จู่โจมเธอด้วยการแนบริมฝีปากหนานุ่มของเขาจะประกบทับลงมาบนริมฝีปากของเธออย่างจาบจ้วง
ตลอดชีวิตสาวของปวิตา เธอไม่เคยมีแฟนและไม่เคยคบกับใครในฐานะคนรัก แม้หญิงสาวจะได้ชื่อว่าเป็นไฮโซสุดสวยหนึ่งในห้าของฟากฟ้าเมืองกรุงซึ่งเป็นที่รู้จักของคนในสังคมแต่ปวิตาไม่เคยให้ความสนใจชายใดถึงขนาดคบหาเป็นคนรักมาก่อน เธอจึงไม่ทันตั้งตัวกับการจู่โจมแบบนี้ และยิ่งพบกับความช่ำชองของคนที่ปล้ำจูบเธอด้วยลีลาชั้นครูแบบนี้ด้วยแล้ว สาวอวบยิ่งทำอะไรไม่ถูกเข้าไปใหญ่
ในความรู้สึกของเธอผู้ชายคนนี้จูบเก่งเหลือเกิน ถึงแม้ว่าเรื่องอย่างว่าจะไม่เคยอยู่ในความคิด แต่เธอก็เคยคุยเล่นกับเพื่อนแสบ ๆ อย่างทอรุ้งและรริสาบ่อย ๆ ทำให้ปวิตาอึ้งไปเมื่อได้รับสัมผัสที่ไม่ใช่เพียงทฤษฏีที่เคยคุยกันเล่น ๆ กับเพื่อน หนุ่มนิรนามกำลังทำให้เธอเคลิ้มไปกับสัมผัสของเขาโดยไม่นึกรังเกียจแม้จะไม่เคยเห็นหน้าเขามาก่อนก็ตาม
อาจเป็นเพราะกลิ่นกายหอม ๆ ไม่มีกลิ่นไม่พึงประสงค์ของเขา อีกทั้งฤทธิ์น้ำเมาที่เธอดื่มขณะนั่งรอญาติสาว ทำให้ปวิตาหลงลืมความเหมาะสมและเริ่มตอบสนองสัมผัสที่ล่วงเกินร่างกายตนเองด้วยการเล้าโลมจนทำให้กายสาวสั่นสะท้าน ฝ่ามือหนาซุกซนอยู่บนเรือนกายบาง ปลายนิ้วเรียวยาวหยอกล้อไปทั่วร่างอวบอิ่มของวัยสาวที่ไม่เคยถูกชายใดสัมผัสมาก่อนอย่างหยอกเย้า เพียงเขาค่อย ๆ แตะต้องเบา ๆ ก็เรียกเสียงครางกระเส่าของปวิตาได้แล้ว
หญิงสาวส่งเสียงครวญผ่านริมฝีปากเบา ๆ ในขณะที่ร่างเพรียวเอนแอ่นกายเสียดสีอกอวบใหญ่เบียดแนบแผ่นอกแกร่งตามอารมณ์รัญจวนของเจ้าหล่อนกำลังสร้างความฮึกเหิมให้กับกวินเป็นอย่างมาก เธอกำลังทำให้เขารู้สึกภาคภูมิใจในความสามารถของตนเองเมื่อได้เห็นอาการของหญิงสาวใต้ร่างซึ่งเขาคิดว่าเธอคือธนิสรา และเพราะมั่นใจว่าฝ่ายหญิงเคยผ่านเรื่องทำนองนี้มาบ้างแล้ว อาการหมดความควบคุมตัวของเธอที่ทำราวสาวไร้เดียงสาจึงทำให้กวินเกิดความต้องการในตัวธนิสราเป็นอย่างมากยิ่งขึ้นในทันที
ฝ่ามือหยาบแทรกเข้าสัมผัสยั่วเย้าหญิงสาวจนกายบางสะท้านขยับเขยือนกายตอบรับพร้อมกับเสียงครวญกระเส่า ลีลาเร่าร้อนของเธอทำให้หัวใจหนุ่มกระเจิดกระเจิง เสียลมหายใจหอบสะท้อนยามเขาพรหมจุมพิตลงบนปรีน่องและต้นขาหนัก ๆ จนเป็นรอยจ้ำเลือดปลุกปั่นความต้องการของชายหนุ่มให้เขาไม่สามารถอดทนรอได้อีกแม้แต่วินาทีเดียว ร่างแกร่งขยับกายขึ้นสู่ตำแหน่งเตรียมพร้อม ดวงตาคมตวัดมองกราดไปทั่วเรือนร่างขาวลออท้าทายความมืดในยามไร้แสงไฟนีออน
“ผมต้องการคุณเดี๋ยวนี้คนดี”
“อย่า! ได้โปรด”
ปวิตาปฎิเสธเสียงพร่า เธอพยายามจะขัดขืนด้วยการดิ้นรนถอยหนีสัมผัสร้อนผะผ่าบริเวณสะโพกเต็มตึงซึ่งถูกอวัยวะที่น่าสะพึงกลัวของเขาเสียดสีอยู่อย่างเร่าร้อน หญิงสาวรู้สึกหวาดกลัวกับสิ่งที่ไม่เคยสัมผัสขึ้นมาอย่างจับใจ ถึงแม้ว่ามันจะก่อความวาบหวามให้กับเธอมากสักเท่าไร แต่ใจของเธอก็ยังอดรู้สึกหวั่นหวาดกับมันไม่ได้
“โธ่ คนดีอย่าผลักไสผมตอนนี้ ได้โปรด คุณควรรู้ดีว่ามันจะทำให้คุณกับผมมีความสุขแค่ไหน”
กวินไม่ฟังคำทัดทานของเธอ เขาคิดว่าหญิงสาวที่กำลังดิ้นเร่า ๆ อยู่กลางเพลิงพิศวานนี้คือธนิสรา บทบาทที่เธอแสดงตบตาเพื่อให้เขาคิดว่าเธอยังไร้เดียงสาเป็นไปอย่างสมบทบาทเหมือนจริง แม้เธอจะเริ่มทำให้เขารู้สึกระอานิด ๆ กับอาการเล่นตัวมากเกินงาม ทั้ง ๆ ที่เขาก็ปลุกเล้าเธอจนเร่าร้อนดังไฟขนาดนี้แต่เธอก็ยังทำลีลาปัดป้องราวสาวพรหมจรรย์
“ไม่ ไม่ใช่แบบนี้”
ปวิตาอยากจะดิ้นให้แรงกว่านี้แต่คนตรงหน้าไม่ยอมขยับหนีง่าย ๆ เลย ขนาดเธอทั้งผลักทั้งดัน แต่เขากลับดื้อเหลือเกิน ร่างกายล่ำสันสมชายชาตรีของเขาไม่มีทีท่าว่าจะขยับเขยือน แม้เธอจะใช้แรงทั้งหมดที่มีเพื่อแสดงให้เขารู้ว่าเธอไม่ได้ต้องการให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ ไม่เพียงไม่สะดุ้งสะเทือนกับอาการผลักไสของหญิงสาว ชายหนุ่มยังหยุดการต้อต้านของเธอด้วยจุมพิตเร้าอารมณ์
“หมดเวลาเอาล่อเอาเถิดกับผมแล้วสุดสวย ผมทนรออีกต่อไปไม่ไหวแม้แต่นาทีเดียว”
เสียงทุ้มแหบพร่ากระซิบดังกระหึ่ม ฝ่ามือหยาบบรรจงปาดไล้รอยน้ำตาให้เธออย่างเบามือ หัวใจของเขาเต้นกระเส่ารุนแรง ร่างแกร่งขึงเครียดเห็นได้เด่นชัด หญิงสาวใต้ร่างกำลังทำให้เขารู้สึกสุดจะทานทน กวินเคลื่อนฝ่ามือลงกระชับต้นขาของเธอยกสูง เบียดเสียดความแข็งแกร่งแทรกกายเข้าไปเป็นหนึ่งเดียวกับหญิงสาวอย่างไม่คิดจะยับยั้งชั่งใจและนั่นเป็นต้นเหตุให้เธอส่งเสียงกรีดเสียงร้องแสดงความเจ็บปวด นัยต์ตาคู่สวยเบิกโพลงเพราะความตระหนกสุดขีด
“โอ๊ย...ได้โปรดออกไปจากตัวฉันเดี๋ยวนี้”
