บทที่ 10 บทที่ 1.10

“จะร้องให้คนช่วยหรือ” เขาชะงักพร้อมกระซิบถาม “เจ้าแน่ใจหรือว่าอยากจะกรีดร้อง จะให้ข้าช่วยหรือไม่ ข้าพอจะรู้จักคุ้นเคยกับเสียนซีหลิวและเสียนเหวินอยู่บ้าง จะให้คนของข้าไปตามให้...ดีหรือไม่”

ยิ่งพูดรอยยิ้มของเขาก็ยิ่งอ่อนโยนขึ้นเรื่อย ๆ เพียงแต่...ดวงตาของเขากลับสวนทางกับรอยยิ้มอ่อนโยน ยิ่งเขายิ้มให้นางกว้างขึ้นเท่าไหร่ หญิงสาวกลับยิ่งรู้สึกหวาดกลัวขึ้นมากเท่านั้น “ทะ...ท่านจะ...จะเอาอย่างไร” นางไม่อาจควบคุมเสียงสั่นเทาของตัวเองเอาไว้ได้อีกแล้ว

“เด็กดี” เขาหุบยิ้มก่อนย่อกายอุ้มนางขึ้นทั้งตัว “เจ้าต้องไปกับข้า”

“แต่...”

เขาหมุนกายเดินเข้าไปในร้านเครื่องประดับ ทันทีที่เดินไปถึงประตูก็มีคนเปิดให้อย่างรู้งาน “ไปแจ้งที่หอน้ำชาว่าข้าทีเรื่องด่วนไปไม่ได้แล้ว อ้อ อีกสักครู่คงมีคนตระกูลเสียนออกตามหาคุณหนูเสียน พวกเจ้าบอกไปว่านางเดินออกไปจากร้าน เอาเป็น...นับตั้งแต่สาวใช้ของนางเดินออกไปก็แล้วกัน”

“ขอรับท่านประมุข”

ท่าน...ท่านประมุข!!

เสียนฉิงเยว่ลอบตื่นตระหนก เหงื่อเย็นๆ ผุดขึ้นมาตามไรผมและกลางฝ่ามือ เมื่อครู่เขาให้คนไปแจ้งที่หอน้ำชาซึ่งเป็นที่นัดหมายของคุณชายห้าตระกูล อีกทั้งเมื่อครู่คนของเขาเรียกเขาว่าท่านประมุข

เช่นนั้นคนผู้นี้ยังจะเป็นใครไปได้เล่านอกจากโหลวตงอวี้ ประมุขตระกูลโหลว!!!

อายุเพียงยี่สิบห้าปีแต่กลับใช้ความสามารถที่มี ต่อสู้ฟาดฟันกับบรรดาญาติผู้ใหญ่ตระกูลโหลวและพี่ชายต่างมารดาจนกระทั่งสามารถก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำตระกูล ปกป้องมารดาและน้องสาวไม่ให้ผู้คนในตระกูลรังแกพวกนาง ทั้งยังสามารถเปิดร้านแลกเงินที่ใหญ่ที่สุดในเมืองฉางอันได้สำเร็จเพียงลำพัง

คนผู้นี้ใช่บุรุษปวกเปียกป้อแป้คนเดียวกันซึ่งนอนอยู่บนเตียงให้นางรังแกเล่น เอ้ย! ไม่ใช่! นางหมายถึงเขานอนนิ่งให้นางวางยาเพื่อยึดครองห้อง เขา...ก็คือคนคนเดียวกันจริง ๆ หรือ น่าประหลาดใจเกินไปแล้ว!!!

“ท่านจะพาข้าไปไหน”

เขาไม่ตอบแต่กลับพาหญิงสาวก้าวฉับ ๆ เข้าไปในห้องของตนภายในร้านเครื่องประดับท่ามกลางสายตาของคนในร้าน กระนั้นนอกจากสายตาสงสัยใคร่รู้ พวกเขาก็ไม่ได้เอ่ยปากอะไร ทั้งยังกลับไปทำงานของตัวเองอย่างรวดเร็ว ราวกับพวกเขาเองก็หวั่นเกรงบุรุษผู้นี้อยู่มาก

ห้องนอน! ห้องที่โหลวตงอวี้พาหญิงสาวเข้ามานั้นเป็นห้องนอนซึ่งอยู่ด้านหลังร้านเครื่องประดับ

นางตระหนักในที่สุดว่าร้านนี้เป็นของตระกูลโหลว และการที่เขากระทำการอุกอาจลักพาตัวนางมากลางวันแสก ๆ ในร้านเช่นนี้ เห็นชัดว่ามั่นใจว่าคนของตนไม่มีใครกล้าแพร่งพรายเรื่องนี้ออกไปอย่างแน่นอน

“ประ...ประมุขโหลว ข้าน้อยผิดไปแล้ว ข้าน้อยมีตาแต่ไร้แวว ไม่รู้ว่าท่านเป็นใครจึงล่วงเกินท่าน อภัยให้ข้าน้อยด้วย”

ทันทีที่เขาวางนางลงบนเตียงหญิงสาวกลับดิ้นรนออกจากอ้อมแขน โหลวตงอวี้คว้าได้เพียงผ้าคลุมไหล่และเสื้อตัวยาวตัวนอก ซึ่งนางตั้งใจถอดทิ้งเพื่อรักษาระยะห่างไม่ให้เขาคว้าถึงตัวนาง

ชายหนุ่มไม่ได้พยายามคว้านางกลับมาเพราะอย่างไรนางก็จนมุมที่ด้านในของเตียงนอนอยู่ดี “เหตุใดเจ้ามาอยู่ที่ฉางอัน” โหลวตงอวี้เอ่ยถามเสียงเรียบ ดวงตาคมหรี่ลงเล็กน้อยในยามที่มองสายตากลิ้งกลอกของเจ้าจิ้งจอกน้อยตรงหน้า

ถูกล่ะ นางคือจิ้งจอกน้อยจอมเจ้าเล่ห์ในสายตาของเขา

เมื่อวานเห็นท่าทีสงบเสงี่ยมเจียมตัว บวกกับท่าทีซึ่งพยายามก้มหน้าก้มตาราวคนขี้ขลาดของนาง เขายังคงคิดว่าจำคนผิด กระทั่งเมื่อครู่ได้เห็นท่าทีที่นางพูดคุยกับสาวใช้จึงกระจ่าง นางก็คือจิ้งจอกน้อยจอมเจ้าเล่ห์ที่ปีนั้นเล่นงานเขาเสียจนต้องนอนซมไปหลายเดือน

ครั้งนี้นางเดินเข้ามาในถิ่นของเขาด้วยตัวเอง มีหรือที่เขาจะยอมปล่อยนางไปโดยง่าย

“คือ...”

“ข้าขอเตือนก่อนจิ้งจอกน้อย หากกล้าเล่นลิ้นกับข้าล่ะก็...” เขายื่นหน้าเข้ามาใกล้นางก่อนหรี่ดวงตาลงจ้องนางเขม็งเป็นการข่มขู่

“ขะ...ข้าน้อยไม่กล้าแล้ว ข้าน้อยบอก...บอกท่านเดี๋ยวนี้ ข้าน้อยเพียงเดินทางมาเพราะท่านลุงอยากให้มาพำนักที่เมืองฉางอันสักหลาย ๆ เดือน” เสียนฉิงเยว่ชะงักเมื่อเขายังคงจ้องเขม็งราวกับรอคอยบางอย่าง

“เจ้าค่ะ” นี่คือสิ่งที่นางลืม

และก็ถูกเขายอมถอยห่างออกไป ดวงตาฉายแววพึงพอใจออกมาเล็กน้อย ก่อนจะยิ้มที่มุมปากเมื่อเห็นว่านางพยายามขดตัวให้เล็กที่สุดราวกำลังหวาดกลัว แน่ล่ะ หากเทียบกับสิ่งที่นางเคยทำกับเขาเอาไว้แล้วหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย โหลวตงอวี้เห็นด้วยที่นางสมควรจะเกรงกลัวเขา

ถึงอย่างนั้นเขากลับไม่กล้ามั่นใจว่าท่าทีที่อีกฝ่ายแสดงออกนั้นเป็นความจริง จากประสบการณ์ที่เขาเคยพานพบ เขาต้องเตือนตัวเองว่าจิ้งจอกน้อยเจ้าเล่ห์ตัวน้อยตัวนี้ไม่อาจดูแคลน

“ชื่อของเจ้า”

“ขะ...ข้าน้อยแซ่เสียน มีนามว่าฉิงเยว่เจ้าค่ะ” นางตอบออกมาเสียงสั่น ไม่กล้าหลบตาเมื่อเห็นใบหน้าจริงจังของอีกฝ่าย หากนางโกหกเขาไม่นานหลังจากนี้เมื่อเขาสืบความจริงจนล่วงรู้ นางย่อมหนีไม่พ้นเงื้อมมือเขาเป็นแน่ ดังนั้นจึงได้แต่ยอมจำนน

“อ้อ มิใช่คู่หมายของซีหลิวตามที่ข่าวลือกำลังแพร่สะพัดสินะ” รอยยิ้มของเขาทำให้นางงุนงง ถึงอย่างนั้นก็ไม่กล้าเอ่ยปากหรือส่งเสียงโดยพลการ “เจ้ามาอยู่ที่นี่แล้วร้านใบชาของเจ้าที่เสียนหยางเล่าใครดูแลอยู่”

ได้ยินดังนั้นเสียนฉิงเยว่พลันเลิกคิ้วมองเขาอย่างลนลาน “ท่าน...ไม่ได้นะ ท่านจะเอาร้านของข้าไปไม่ได้ นั่นเป็นเพียงสิ่งเดียวที่ข้า...”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป